1
โฉมงามชุดแดง
ซ่งชิงสือตายแล้ว
หลังตายเขาก็ทะลุมายังมิติอันแปลกประหลาดภายในห้วงมิติมีวัตถุทรงกลมสาดแสงสีแดงวูบวาบ
วัตถุทรงกลมบอกว่าตนคือระบบโลกนิยายจากพิภพเบื้องบนมีนิยายแนวเทพเซียนเื่หนึ่งชื่อว่า ‘ยอดเตาหลอมโฉมงามแห่งยุค’กำลังจะถูกแรงอาฆาตของนักอ่านรุมทึ้งจนส่งผลให้โลกเกิดปัญหาอันเนื่องมาจากชะตากรรมที่น่าเศร้าแสนอาภัพของตัวเอกฝ่ายรับจึงต้องเสาะหาดวงิญญาที่คุ้นเคยกับนิยายหลากหลายประเภท ช่ำชองเื่รัก ๆ ใคร่ ๆและรู้จักพลิกแพลงสถานการณ์เพื่อช่วยนายเอกฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจสนองความ้าแก่บรรดานักอ่าน จงเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของนายเอก ทะนุถนอมเขาทำให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุด□□□□□□□
ข้อมูลจากระบบถ่ายโอนอย่างขยักขย่อนมีกล่องสี่เหลี่ยมที่เป็ภาษาต่างดาวอ่านไม่เข้าใจ
ตอนซ่งชิงสือยังมีชีวิตเขาเคยป่วยเป็โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง จึงทุ่มเทเรียนแพทย์เพื่อที่จะรักษาตัวเองเป็แค่นักศึกษาแพทย์ที่วัน ๆ เอาแต่ตะบี้ตะบันเรียนและทำการทดลองไม่เคยเสียเวลาไปกับการอ่านนิยายเลย
ในเื่ความรักเขายิ่งเสมือนกระดาษเปล่า ถึงแม้จะหน้าตาหล่อเหลา นิสัยอ่อนน้อมถ่อมตนแต่เพราะร่างกายมีปัญหา กระทั่งหัวโจกในมหาวิทยาลัยยังคอยปกป้องเขาประหนึ่งเป็พ่อนับประสาอะไรกับผู้หญิงที่คอยดูแลเหมือนเป็แม่ด้วยความเมตตาอาทรและสงสารเห็นใจที่ออกจะเกินพอดีจากทุกคนนอกจากเขาจะไม่เคยรู้สึกแอบชอบใครแล้ว ยังพานเป็โรคกลัวสังคมอยู่หน่อย ๆไม่กล้าพูดคุยกับคนแปลกหน้า
ถือเป็ดวงิญญาที่ไร้คุณสมบัติโดยสิ้นเชิง
ซ่งชิงสือไม่รู้ว่าตนถูกระบบคัดเลือกมาได้อย่างไรในหัวคิดเพียงว่าเรียนปรัชญามาร์กซิสม์[1]มาสูญเปล่าซะแล้วแต่เขาวิเคราะห์จากข้อมูลกับอักขระที่ซับซ้อนยุ่งเหยิงเ่าั้ได้ว่าเมื่อใดที่ยอมรับภารกิจ ระบบก็จะส่งเขาไปยังโลกนิยายเสมือนจริงมอบร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ และคืนชีวิตให้อีกครั้ง
หลังตระหนักได้ถึงข้อนี้ซ่งชิงสือก็ลิงโลดดีใจการมีร่างกายที่สมบูรณ์เป็ความปรารถนาแรงกล้าที่สุดสำหรับเขาอย่าว่าแต่ระบบจะให้เขาทำแค่ภารกิจง่าย ๆ อย่างปรนนิบัติคนเลยต่อให้ระบบส่งเขาไปบุกน้ำลุยไฟขึ้นเขาลงห้วย เขาก็ยินดีรับทั้งนั้น
ด้วยเหตุนี้เขาจึงหลับหูหลับตา เรียบเรียงถ้อยคำ แล้วพูดโกหกครั้งแรกในชีวิต“ผมอ่านนิยายมาเป็หมื่นเล่ม จำได้หมดทุกเื่ มีความรอบรู้ด้านการแพทย์และพยาบาลเคยลงเรียนจิตวิทยาเป็วิชาเลือกสามารถรักษาาแทั้งทางกายและทางใจให้กับนายเอกได้ แล้วก็ช่ำ...ช่ำชองเื่ความรักชอบพบปะพูดคุย ต้อง...ต้องทำภารกิจสำเร็จแน่นอนครับ!”
ถ้ามีเืไหลเวียนอยู่ในดวงิญญาละก็ป่านนี้เขาคงหน้าแดงเถือกไปแล้ว
ระบบจับพิรุธเขาไม่ได้จึงทำการยืนยันสถานะผู้ปฏิบัติภารกิจชุดอักขระยาวเป็พืดซึ่งมีข้อมูลอันสลับซับซ้อนมากมายปะปนอยู่วิ่งผ่านเข้าสู่สมองของซ่งชิงสือบีบคั้นดวงิญญาเขาจนเ็ปเป็ระลอก
ทันใดนั้นเองระบบก็ส่งเสียงเตือนภัยแหลมสูง การโอนย้ายข้อมูลหยุดชะงักกลางคันเบื้องหน้าซ่งชิงสือพลันดับวูบ ดวงิญญาลอยละล่องเข้าไปหาจุดแสงสีขาว...
-----------------------------------
เมื่อซ่งชิงสือตื่นขึ้นก็พบว่าตนเองนอนอยู่ในป่ากลิ่นหอมสดชื่นจาง ๆ ของสมุนไพรนานาชนิดอบอวลอยู่รอบกายเขาปรือตามองไปยังท้องฟ้าสีครามสดใสจนพร่าพรายตาหงส์ฟ้าสีทองอร่ามงามวิจิตรตนหนึ่งลากแพหางยาวเหยียดกู่ร้องกังวานขณะโผบินผ่านไปอย่างสง่าผ่าเผย พร้อมกับเหล่าสัตว์เทพมีปีกที่บินตามหลังอีกนับไม่ถ้วน
ที่นี่คือโลกนิยายงั้นเหรอ?
สมจริงเกินไปแล้ว...
สายลมอ่อนโชยพัดกลางป่าหยาดน้ำค้างบนยอดไม้ไหวระริก ร่วงกระทบปลายนิ้วขาวผ่องของเขาให้ััเย็นะเืต่อจากนั้น ความทรงจำทั้งหมดของเ้าของร่างก็หลั่งไหลเข้ามาราวกระแสน้ำถ่ายเทเข้าสู่สมองของเขาหมายหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับดวงิญญา...ร่างนี้มีชื่อว่าซ่งชิงสือเหมือนกันเป็ประมุขแห่งหุบเขาเ้าโอสถ ทั้งยังเป็หมอเทวดาและนักปรุงยาผู้เปี่ยมพร์ที่สุดในพิภพเซียนวิชาแพทย์ของเขาสามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนชีพโอสถวิเศษที่เขาหลอมยิ่งเป็สมบัติล้ำค่าที่ผู้บำเพ็ญเพียรต่างหวัง่ชิงมาครอง
กระนั้นอุปนิสัยของเ้าของร่างกลับวิตถารอย่างยิ่งขลุกอยู่แต่ในหุบเขาแทบไม่ออกไปไหนทั้งปี ไม่เคยคบหามิตรสหายเื่อื่นนอกเหนือจากวิชาแพทย์และการหลอมโอสถล้วนไม่แยแส คนป่วยมาขอให้ช่วยรักษาเขาก็ดูแต่อารมณ์ของตน ไม่ถามที่มา ยามอารมณ์ดี จะชาวบ้านหรือขอทานเขาก็รักษาให้ยามอารมณ์ไม่ดีไม่ว่าผู้มาเยือนจะสูงส่งหรือต่ำต้อยล้วนต้องกลายเป็ปุ๋ยในสวนสมุนไพรทั้งสิ้นมิหนำซ้ำยังมักใช้คนเป็ทดลองยา วิธีการทารุณโเี้แต่เพราะเขาฝึกปรือจนถึงขั้นหยวนอิง[2]ผนวกกับมีเคล็ดวิชาพิษต่าง ๆบรรดาสำนักบำเพ็ญเพียรจึงไม่กล้าบุ่มบ่ามแตะต้องเพียงนินทาลับหลังว่าเป็คนแปลกประหลาดเท่านั้น
ในพิภพเซียนผู้คนอายุขัยยืนยาวความรู้และความทรงจำระหว่างที่เ้าของร่างฝึกฝนตลอดหลายร้อยปีถ่ายเทยังไม่ทันหมดเศษเสี้ยวข้อมูลต่าง ๆ ในระบบก็โถมกระหน่ำซ้ำพร้อมอักขระจำนวนมหาศาลซัดความทรงจำเ้าของร่างจนกระจัดกระจาย ทำเอาซ่งชิงสือมึนงงอยู่เป็นานถึงค่อยปะติดปะต่อสถานการณ์ของตนเองในตอนนี้ได้
ที่นี่คือเคหาสน์หงส์ทองคำสถานที่ซึ่งโอ่อ่าหรูหราที่สุดในพิภพเซียน ภายในเลี้ยงสัตว์ล้ำค่าหายากมีชายหญิงบำเรอรูปงามนับไม่ถ้วน
ประมุขเคหาสน์นามจินเฝ่ยเริ่นเป็ปรมาจารย์ขั้นหยวนอิงเช่นกันมีนิสัยเ้าสำราญ ฟุ้งเฟ้อสุรุ่ยสุร่าย คบค้าไปทั่วทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรมเป็บุคคลผู้มีชื่อเสียงลือเลื่อง เมื่อไม่นานนี้เพิ่งได้คนงามที่ต้องตาต้องใจก็เลยจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง เชื้อเชิญสหายสนิทที่มีรสนิยมเดียวกันทุกคนมาร่วมงานว่ากันว่ายังเตรียมคนงามที่เพิ่งจะซื้อมามากมายมอบให้เป็ของกำนัลจึงมีแขกมาเยี่ยมเยือนอย่างอุ่นหนาฝาคั่งทีเดียว
แต่ไหนแต่ไรเ้าของร่างจิตใจด้านชาหมกมุ่นอยู่กับการหลอมโอสถ ไม่เคยข้องแวะเื่สัมพันธ์ชายหญิงการมาเยือนในวันนี้ย่อมถือเป็ความบังเอิญด้วยประมุขจินอยากใช้โสมหิมะหมื่นปีแลกเปลี่ยนยาชุดหนึ่งจากเขาประจวบเหมาะกับระยะนี้เ้าของร่างขาดแคลนโสมหิมะสำหรับปรุงยาถึงได้ตอบรับข้อเสนอคราวนี้
เนื่องจากโสมหิมะเจริญเติบโตในเขตหวงห้ามบนูเาหิมะของสกุลจินหาก้าสรรพคุณทางยาสูงสุด ต้องเอามาเก็บรักษาไว้ด้วยวิธีสกัดแบบพิเศษเ้าของร่างจึงต้องเดินทางมาเก็บโสมที่นี่ด้วยตนเองและเผอิญทันงานเลี้ยงฉลองของประมุขจินพอดีประมุขจินพยายามหว่านล้อมเอาใจทุกวิถีทางเพื่อตีสนิทกับเ้าของร่างจนในที่สุดเ้าของร่างก็ตกปากรับคำมาร่วมงานเลี้ยงคืนนี้ ประมุขจินชอบใจยิ่งนักถึงกับพูดว่าจะส่งยอดโฉมงามหลายคนไปหาเขาซึ่งในบรรดานั้นมีคนเหมาะแก่การเป็เตาหลอม...
หลังจากนั้นซ่งชิงสือก็ถูกระบบส่งเข้ามา...
เตาหลอมคืออะไร?
ซ่งชิงสือค้นเจอเตาหลอมโอสถหลากหลายประเภทในความทรงจำเ้าของร่างแต่กลับยังรู้สึกว่าไม่ใช่ ถึงอย่างไรประมุขจินก็เป็ผู้ฝึกกระบี่ไม่น่าจะสนใจการหลอมโอสถ...
ซ่งชิงสืออยากเรียกระบบมาถามให้รู้เื่ทว่าระบบเหมือนจะหายสาบสูญไปแล้วข้อมูลที่ส่งมาให้นอกจากไม่มีพล็อตแล้วยังสั้นแค่นิดเดียวกระทั่งข้อมูลตัวละครยังขาด ๆ หาย ๆ ไม่สมบูรณ์ อักขระมั่วเละไปหมดไม่มีแม้แต่บทแนะนำนายเอกซะด้วยซ้ำ ซ่งชิงสือขุดคุ้ยอยู่ครึ่งค่อนวันจนหน้ามืดตาลายถึงค่อยค้นเจอคำบรรยายไม่กี่วรรคในคำโปรยว่า ‘ฝ่ายรับผู้งดงามล้ำเลิศเหมาะจะเป็เตาหลอมชั้นเลิศXฝ่ายรุก□□□□□ ล่อลวงขืนใจดราม่าตบจูบ □□ □□ □สอน’ในคำโปรยบรรทัดอื่นยังมีตัวคำอีกสามพยางค์ที่พอจะอ่านออกคือ ‘งานเลี้ยงบุป□’
-----------------------------------
ถ้าเป็นักอ่านที่อ่านนิยายแนวระบบอยู่บ่อยๆ ย่อมรู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์แบบนี้ผิดปกติ
ทว่าซ่งชิงสือกลับไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิดเขาคิดว่านี่เป็การทดสอบของระบบเพื่อประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาของเขาซ่งชิงสือถูกประเมินจนเคยชินปกติเวลาที่เขาเริ่มตั้งหัวข้อวิจัยยาตัวใหม่กับอาจารย์ส่วนใหญ่ในมือก็ไม่มีคำบอกใบ้อยู่แล้ว จำต้องค่อย ๆ ทดลองค้นคว้าไปทีละน้อยประสบความล้มเหลวและความยากลำบากแสนสาหัสกว่าจะได้คำตอบสุดท้ายซึ่งคำตอบนั้นก็มักไม่ใช่สิ่งที่้า
บริษัทยาหลายแห่งทุ่มเงินหลักหลายพันล้านถึงหลายหมื่นล้านเพื่อการวิจัยยาพวกนักวิชาการเสียเวลานับหลายสิบปีจนหัวหงอกขาวสุดท้ายแค่การทดลองทางคลินิกก็ยังไปไม่รอด
ดังนั้นนักวิจัยด้านเภสัชกรรมทุกคนจึงเป็ผู้กล้าที่จัดเจนสนามรบรบร้อยครั้งแพ้ร้อยครั้ง แต่ถึงจะแพ้ก็สู้ยิบตา
โจทย์ปัญหาที่อาจารย์ระบบกำหนดให้ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย!
เด็กเทพซ่งขอท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว!เขาจะค้นหาคำตอบที่ถูกต้องให้ได้! ไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังในตัวเขาแน่นอน!
ซ่งชิงสือจับใจความสำคัญในโจทย์ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว:นายเอกจะปรากฏตัวในงานเลี้ยงบุปผา เพศสภาพชาย ชอบผู้ชาย โฉมงามล้ำเลิศรูปร่างเพอร์เฟกต์ เป็คนน่าสงสารผู้มีโชคชะตาอาภัพเขาจึงต้องช่วยนายเอกหลบหนีออกไป เฝ้าทะนุถนอมอย่างดีที่สุด บำบัดสุขภาพกายใจและพาอีกฝ่ายแสวงหาความสุขที่แท้จริง!
ในยุคสมัยที่ซ่งชิงสืออาศัยอยู่การเคารพความหลากหลายทางเพศถือเป็ข้อบังคับทางกฎหมายเพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้
เขาเคยเก็บนิยายที่สาววายร่วมห้องทำหล่นหายไว้ได้นิยายเื่นั้นชื่อว่า ‘ชายาน้อยของท่านอ๋องจอมโฉด’บนหน้าปกมีภาพชายหนุ่มผู้หล่อเหลาเย่อหยิ่งในชุดโบราณกำลังโอบกอดสาวงามผมยาวที่หน้าอกแสนจะแบนราบเขาไม่ค่อยเข้าใจนัก ตอนคืนหนังสือจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพื่อนร่วมห้องถึงได้เปิดโลกให้กับเขาว่านิยายวายคืออะไรแถมบอกเขาว่าสาวงามบนหน้าปกนั้นคือผู้ชายต่างหาก คนที่สวย ๆ เป็ฝ่ายรับคนที่หยิ่ง ๆ เป็ฝ่ายรุกดังนั้นซ่งชิงสือเลยมั่นใจว่าตัวเองแยกแยะพระเอกกับนายเอกในนิยายออกไม่มีทางช่วยผิดฝาผิดตัวเอาพระเอกกลับมาเป็อันขาด
แิและแนวทางแก้ปัญหาถูกกำหนดไว้เป็ที่เรียบร้อยเหลือแค่รอคอยงานเลี้ยงบุปผาเพื่อเริ่มบททดสอบ
ห้วงสำนึกของซ่งชิงสือค่อยๆ กระจ่างชัดขึ้นมา เมื่อิญญาและกายเนื้อผนึกรวมกันเสร็จสิ้นร่างก็เริ่มขยับเขยื้อนได้อีกครั้ง เขาใช้มือยันตัวลุกนั่งอย่างระมัดระวังจากนั้นก็ถอดรองเท้าออก ยกเท้าขึ้น แล้วลองกระดิกนิ้วเท้าที่แข็งทื่อมาตลอดหลายปีปลายนิ้วกลมกลึงขาวผ่องแต่ละนิ้วผลุบโผล่หัวอย่างเริงร่าซ่งชิงสือผุดลุกขึ้นยืนโงนเงน เดินแกว่งมือพร้อมเท้าไปข้างหน้าสองสามก้าวในที่สุดก็ระลึกท่วงท่าเดินเหินอย่างคนปกติได้การเคลื่อนไหวจึงเปลี่ยนจากแข็งเกร็งเป็คล่องแคล่วขึ้นเรื่อย ๆ ...
ใต้ฝ่าเท้าคือหญ้าเขียวขจีอันอ่อนนุ่มและดินโคลนชื้นแฉะ
บริเวณชายป่ามีแม่น้ำสายเล็กๆ อันสงบนิ่งไร้คลื่นลม ซ่งชิงสือย่ำลงในน้ำ พลางกอบมือวักน้ำเย็นเฉียบขึ้นมาล้างหน้าเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป
น้ำตารินไหลด้วยความปีติเหลือแสนร่วงพรูลงในฝ่ามือหยดใหญ่ ทำอย่างไรก็หยุดไม่ได้ผืนน้ำกระเพื่อมไหวแ่เบาก่อนจะสงบลง สะท้อนให้เห็นร่างของเด็กหนุ่ม
ซ่งชิงสืออุทานอย่างตกตะลึงเมื่อพบว่าร่างที่ระบบมอบให้หน้าตาคล้ายกับเขาสมัยมัธยมปลายมาก ตัวไม่นับว่าสูงสักเท่าไรรูปร่างก็ค่อนข้างจะบอบบางสวมเสื้อคลุมวิเศษที่ทอจากแพรลายเมฆสีขาวหิมะหนาหลายชั้นปกปิดร่างกายเอาไว้อย่างมิดชิด คลุมทับชั้นแล้วชั้นเล่า มองแวบแรกอาจหลงคิดไปว่าผอมแห้งแรงน้อย
เส้นผมนุ่มละเอียดมัดรวบขึ้นอย่างลวกๆ ปอยผมบางส่วนปรกลงมาอยู่ด้านนอก รูปโฉมอาจเกี่ยวข้องกับการฝึกบำเพ็ญเพียรใบหน้านี้จึงหมดจดเกลี้ยงเกลายิ่งกว่าเขาในร่างเดิมหลายส่วน ผิวขาวเปล่งปลั่งแววตาสุกใส แต่เพราะมักจะเหม่อลอยคิดเื่ทดลองอยู่เสมอ ก็เลยดูใสซื่อไปสักหน่อยท่าทางหลอกง่ายเป็อย่างยิ่งทำให้พวกดวงซวยที่คิดว่าเ้าของร่างไร้พิษสงทั้งหลายล้วนกลายเป็ปุ๋ยในสวนสมุนไพรและหนูทดลองยาพิษกันถ้วนหน้า
พอซ่งชิงสือระบายอารมณ์เสร็จก็เห็นในเงาสะท้อนว่าตนร้องไห้จนขอบตาแดงก่ำเขาพานรู้สึกอับอายเลยรีบก้มลงวักน้ำหวังชะล้างคราบน้ำตาบนใบหน้าแต่แล้วเสียงกระพรวนสั่นเกรียวกราวก็ดังขึ้นพร้อมเสียงเยาะหยันจากด้านหลัง
“ฆ่าตัวตายไปก็ไร้ประโยชน์รังแต่จะเจ็บตัวเสียเปล่า หากไม่เชื่อ เ้าลองค่อย ๆ ดำลงไปสักครั้งก็ได้ดูซิว่าจะทำสำเร็จหรือไม่”
ซ่งชิงสือพลันสะดุ้งโหยงพอหันกลับไป ก็มองเห็นทิวทัศน์อันงดงามที่ไม่เคยพบพานมาก่อน
ดอกท้อบานสะพรั่งเต็มต้นใต้ต้นไม้มีเด็กหนุ่มชุดแดงรูปงามผู้หนึ่งไม่รู้ว่ายืนดูซ่งชิงสือร้องไห้กระจองอแงอยู่ตรงนั้นมานานเท่าไรแล้วเด็กหนุ่มรูปโฉมคมคายยิ่งนักประหนึ่งภาพวาดระบายสีสันฉูดฉาดที่พรรณนาถึงความงามเพริศแพร้วทั้งปวงในโลกหล้าผิวกายนวลเนียนดุจหยกอุ่นส่วนที่งดงามที่สุดคือดวงตาหงส์สีทองหม่นใต้แพขนตาดุจปีกกาคู่นั้นเดิมทีเขาควรเปรียบดั่งหงส์ฟ้าบน์ที่สูงส่งองอาจทว่าด้านล่างหางตาซ้ายกลับมีไฝแดงงามวิจิตรเม็ดหนึ่งลบหลู่ย่ำยีความสูงส่งองอาจนั้น ฉุดให้หงส์ฟ้าตกลงมาสู่โลกมนุษย์แปดเปื้อนมลทินแห่งกิเลสตัณหา กลายเป็เสน่ห์แสนเย้ายวน ล่อลวงใจคนจนยากทานทนไหว
เรือนผมยาวของเขาไม่ได้เกล้ามวยปล่อยสยายปรกลงมาถึงเอว ปลายผมหยักศก สองเท้าเปลือยเปล่าตลอดทั้งตัวสวมเพียงชุดแดงที่ถักทอจากไหมเงือกเท่านั้น ไหมเงือกเรียบลื่นดุจสายน้ำแนบสนิทไปกับร่างกาย บดบังสีสันทั้งมวลเอาไว้ เพียงแค่กระตุกสายคาดทองที่เอวเส้นนั้นก็จะร่วงหลุดลงจนหมดเผยให้เห็นภาพที่บุรุษทุกคนต่างเฝ้าถวิลหา
ซ่งชิงสือไม่ได้มีความคิดอกุศลแต่เพราะถูกจับได้ว่าร้องไห้ขี้มูกโป่ง โรคกลัวสังคมเลยยิ่งกำเริบหนักเขารวบรวมความกล้าอยู่นาน ก่อนพูดตะกุกตะกักว่า “ข้า ข้าก็แค่...”
ในสายตาของคนงามชุดแดงท่าทีลังเลของเขาถือเป็การยอมรับไปโดยปริยาย
ในพิภพเซียนเต็มไปด้วยอสูรร้ายแสนอันตรายทั่วทุกแห่งหนบรรดาผู้ฝึกตนล้วนมีพลังปราณ ประสาทััฉับไวจึงสามารถรับรู้ความเปลี่ยนแปลงรอบตัวได้อย่างรวดเร็วกระทั่งผู้ฝึกตนวัยเยาว์ที่อยู่ในขั้นจู้จี[3]ก็ไม่มีทางพลาดเสียงฝีเท้าคนธรรมดาเคล้าด้วยเสียงกระพรวนเช่นนี้ได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ฝึกตนขั้นหยวนอิง หากพวกเขาปล่อยกระแสจิตแม้แต่หนอนหนูงูแมลงบนเขาทั้งลูกขยับไหวก็อย่าหวังจะรอดพ้นหูตาเว้นเสียแต่ตัวประหลาดอย่างซ่งชิงสือที่เพิ่งจะทะลุมิติเข้ามายังไม่คุ้นกับพลังปราณหรือเื่ราวของโลกนี้เลย...
คนงามชุดแดงเข้าใจผิดโดยสิ้นเชิงคิดว่าซ่งชิงสือเป็คนธรรมดาคนหนึ่งและคนธรรมดารูปงามเช่นนี้ในเคหาสน์หงส์ทองคำก็มีประโยชน์เพียงอย่างเดียวเขาเอ่ยถามยืนยันว่า “ทาสคนใหม่รึ?”
ซ่งชิงสือเงยหน้าขวับอย่างใไม่เข้าใจความหมายของเขา ครั้นจะเอ่ยปากซักถามสายตาก็บังเอิญเหลือบไปเห็นว่าบนร่างของคนงามชุดแดงคล้ายมีแผลประหลาดหลายแห่งจึงอดไม่ได้ที่จะลอบมองอีกสองทีด้วยความใคร่รู้ พลางครุ่นคิดว่ามันคืออะไร
คนงามชุดแดงสังเกตเห็นเขาแอบมองก็รู้สึกขุ่นเคืองแรงแค้นพลันสุมอก ทว่าบนหน้ากลับเผยรอยยิ้มอันอ่อนโยนยิ่งพร้อมกล่าวอวยพรด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ไม่ต้องดูหรอก ประเดี๋ยวเ้าก็ได้มีบ้าง”
ก่อนทะลุมิติมาซ่งชิงสือได้รับการปกป้องดูแลอย่างดีมาตลอดไม่เคยถูกอาฆาตมาดร้าย จึงไม่รู้จักการแยกแยะนัยแฝงในคำพูดถึงเขาจะคิดว่าคำอวยพรนี้ฟังดูแหม่ง ๆ แต่ก็ยังคงตอบรับอย่างมีมารยาท “ขอบคุณ”
คนงามชุดแดงถึงกับสำลักเมื่อได้ยินคำตอบนี้เขานิ่งงันไปครู่หนึ่ง พินิจพิจารณาซ่งชิงสือั้แ่หัวจดเท้าราวกับมองคนโง่ก่อนจะพบว่าคนตรงหน้าร่างกายสะอาดสะอ้านแววตาบริสุทธิ์เฉกเช่นผู้ไม่เคยพบเจอนรกบนดินพึงมี
การค้นพบนี้ทำให้หัวใจที่เคยถูกเพลิงนรกเผาผลาญนับร้อยพันครั้งของเขาบังเกิดความเวทนาเขาสะกดแรงอาฆาตพยาบาทเอาไว้ แล้วกล่าวเสียงเบา “หลังจากคืนนี้เ้าจะเข้าใจว่าความตายคือสิ่งล้ำค่า” เขาเบี่ยงกายเล็กน้อยทอดมองไปยังสายน้ำไหลเอื่อย ก่อนเตือนว่า “ตอนข้าเพิ่งมาที่นี่ก็พยายามฆ่าตัวตายหลายครั้งแต่กลับไร้ประโยชน์ เตาหลอมที่ถูกตีตราร่วมเริงรมย์เช่นเราจิติญญาย่อมตกเป็ของนาย ตราบใดนายยังไม่อนุญาต กระทั่งตายก็ไม่มีสิทธิ์...”
คนงามชุดแดงนิ่งเงียบไปเนิ่นนานก่อนค่อย ๆ ยื่นมือมาลูบปอยผมอ่อนนุ่มดุจขนสัตว์เล็กของซ่งชิงสือ
ซ่งชิงสือมองเห็นรอยแดงจากการถูกมัดหลายแห่งบนข้อมือขาวผ่องของอีกฝ่ายเขาััได้ว่ามันคือความเ็ปที่ไม่อยากถูกรื้อฟื้นจึงอดกลั้นเก็บคำถามไว้ในใจ
คนงามชุดแดงไล้ปลายนิ้วผ่านเส้นผมมาจดที่ดวงหน้างามละมุนของซ่งชิงสือหยุดเชยชมสีหน้าไร้เดียงสาครู่หนึ่ง จากนั้นก็ปล่อยมืออย่างทนไม่ได้เขาไม่อยากพูดอีกแล้ว เพราะพูดไปก็ไร้ผลจนกว่าจะเผชิญฝันร้ายไม่รู้จบนั้นด้วยตนเองตอนนี้คงความบริสุทธิ์ไว้นานขึ้นอีกนิดก็เท่ากับมีความสุขได้มากขึ้นอีกหน่อยสุดท้ายเขาจึงถอนใจกล่าว “เ้ารูปงามยิ่งนัก เสียดายที่ยิ่งรูปงามเท่าใดก็ยิ่งหลุดพ้นช้าเท่านั้น…”
ซ่งชิงสือไม่เข้าใจ“หลุดพ้นจากอะไรกัน?”
“อีกประเดี๋ยวเ้าก็จะรู้เอง”สีหน้าของคนงามชุดแดงพลันผ่อนคลายขึ้นมา เขากวาดตามองไปรอบด้านอย่างระมัดระวังจากนั้นยกนิ้วชี้มาแตะริมฝีปากของตนเบา ๆตอบอย่างมีเลศนัยด้วยเสียงกระซิบแ่จนแทบฟังไม่ได้ยิน“คืนนี้ถึงคราวข้าหลุดพ้นแล้ว...”
คนงามชุดแดงยิ้มพลางหมุนกายหันหลังจากไปพร้อมกับเสียงกระพรวนใสกังวาน ฝีเท้าของเขาไม่ค่อยมั่นคงนักทุกย่างก้าวล้วนทุลักทุเล ประหนึ่งนางเงือกตะกายอยู่บนปลายมีดอย่างเ็ปทรมาน
ตรวนทองคำงามประณีตคู่หนึ่งเผยปรากฏบนข้อเท้าสวยใต้อาภรณ์แดงและมีกระพรวนงามวิจิตรลูกหนึ่งแขวนอยู่บนตรวนแต่ละข้างตรงกลางพ่วงต่อกันด้วยสายโซ่สีทองเรียวยาว ยามก้าวเดินกระพรวนสั่นระรัวส่งเสียงดังกังวานเสนาะหู เปรียบเสมือนกับนกน้อยที่ถูกล่ามไว้
สายโซ่สีทองลากผ่านผืนหญ้าทิ้งคราบเืไว้หลายหยด เกาะอยู่บนใบหญ้าอันเขียวชอุ่ม
ซ่งชิงสือรวบรวมความกล้าเอาชนะโรคกลัวสังคม แล้วะโบอกคนงามที่จวนจะเดินจากไปไกลว่า“เ้า...าเ็อยู่ใช่หรือเปล่า ข้าข้ารู้วิชาแพทย์...้าให้ข้าช่วยรักษาไหม”
คนงามชุดแดงหันกลับมามองเขาชั่วครู่อดแย้มยิ้มไม่ได้ รอยยิ้มครานี้ในที่สุดก็ส่งไปถึงแววตาประดุจแสงตะวันสีทองสาดส่องลอดชั้นเมฆ งดงามเสียจนตาพร่าเขาส่ายศีรษะให้กับซ่งชิงสือ ก่อนมอบคำอวยพรจากใจจริงว่า“ขอให้คืนนี้โชคเข้าข้างเ้า”
เขาหันกลับไป แสงตะวันในดวงตามลายหายวับราวกับไม่เคยมีอยู่เหลือเพียงแต่เมฆดำทะมึนปกคลุมแ่า
หลังจมปลักกับฝันร้ายมาหลายปีเขาก็ได้เรียนรู้ที่จะไม่อาลัยความหวังดีจากผู้อื่นทั้งไม่สนใจความเมตตาชั่วครู่ยามที่ถูกบริจาคมาให้
เขาแบกเครื่องจองจำอันทรมานตามลำพังท่องไปในคุกทีละก้าวอย่างโดดเดี่ยว มิได้หยุดฝีเท้าอีกเลย
[1]มาร์กซิสม์ (Marxism) เป็แิที่มุ่งวิพากษ์การกดขี่ขูดรีดทางชนชั้นและนำเสนอการสร้างสังคมแห่งความเสมอภาค
[2]หยวนอิง คือระดับพลังบำเพ็ญเพียรขั้นสูงหลังจากก่อแก่นปราณในขั้นจินตานสำเร็จเป็การฝึกปราณเข้าสู้ภาวะไร้ตัวตน
[3]จู้จี คือระดับพลังบำเพ็ญเพียรขั้นรากฐานลมปราณ