ชายปริศนาเผยว่าเขาชื่อ “เร็น ทาคาโอกะ” อดีตนักสืบที่ลาออกจากวงการ เขามีพลังพิเศษในการอ่านสถานการณ์ล่วงหน้า แต่เขาเรียกมันว่า “สัญชาตญาณนักล่า” และไม่ยอมรับว่ามันเป็พลังเหนือธรรมชาติ
วันต่อมา
รินนั่งอยู่ในโกดังเก่าแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้กลายเป็ "ที่ทำงาน" ชั่วคราวของเธอและเร็น บนโต๊ะมีแผ่นกระดาษโน้ต กองเอกสาร และแผนที่เมืองที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์วงกลมสีแดง เธอถอนหายใจเป็ครั้งที่สิบของวัน ขณะที่จ้องมองเร็นที่กำลังนั่งไขว่ห้าง ดื่มกาแฟ และดูเหมือนกำลังเพลิดเพลินกับการไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับคดีของเธอเลย
“นี่ คุณเร็นคะ เมื่อไหร่เราจะเริ่มสืบคดีสักที?” รินถามด้วยน้ำเสียงที่ปนความรำคาญ
เร็นเหลือบมองเธอ “เราก็เริ่มอยู่ไง ฉันกำลังฝึกเธออยู่นี่ไง เด็กน้อย”
“ฝึกอะไรคะ? ฉันไม่เห็นว่าการแก้ปริศนาในหนังสือจะช่วยให้ฉันเจอตัวคนที่เผาบ้านฉันได้เลย” รินโต้กลับ
เร็นหัวเราะเบาๆ “ถ้าเธอคิดว่าการเป็นักสืบคือการวิ่งไปะโถามคนร้ายว่าทำไมถึงทำแบบนี้ เธอควรเลิกฝันจะตามหาความจริงได้แล้ว”
รินเม้มปาก เธอรู้ว่าเขาพูดถูก แต่การที่เขาไม่ยอมเริ่มสืบคดีก็ทำให้เธออึดอัดใจเหลือเกิน
วันต่อมา
เร็นตื่นเช้ากว่าปกติ เขาโยนเอกสารกองหนึ่งใส่หน้ารินที่กำลังนั่งหลับอยู่บนโต๊ะ
“นี่อะไรคะ?” เธอถาม พลางหาวเบาๆ
“งานแรกของเธอ” เร็นตอบ “ถ้าอยากให้ฉันช่วยจริงๆ เธอต้องแสดงให้ฉันเห็นว่าเธอไม่ใช่ภาระ”
รินพลิกดูเอกสาร มันคือข้อมูลของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับคดีไฟไหม้ใน่หลายปีที่ผ่านมา เธอเห็นชื่อหนึ่งที่คุ้นเคย "คดีไฟไหม้บ้านนายโยชิดะ..."
“นี่มัน... คดีที่ดังมากเลยนี่คะ!” รินอุทาน
เร็นยิ้มมุมปาก “ใช่ ไปสัมภาษณ์ลูกชายของนายโยชิดะสิ เขาอาจมีข้อมูลสำคัญก็ได้นะ”
รินพยักหน้า เธอรีบลุกขึ้นและเตรียมตัวออกไป แต่เร็นก็เรียกเธอไว้ก่อน
“เดี๋ยว” เขาพูด “ฉันไปด้วย”
“เอ๊ะ จะไม่เป็ไรหรอคะ? คุณเลิกเป็นักสืบแล้วนี่” รินถามอย่างแปลกใจ
เร็นยักไหล่ “ลางสังหรณ์น่ะ บางทีฉันอาจต้องช่วยเธอ ถ้าเธอทำพัง”
่บ่าย
ทั้งสองมาถึงร้านอาหารเล็กๆ ซึ่งเป็ที่ทำงานของลูกชายโยชิดะ รินเดินเข้าไปอย่างประหม่า ขณะที่เร็นตามหลังเงียบๆเหมือนเงา
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อริน ฉันอยากถามคุณเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อสามปีก่อน...” รินพูด แต่ชายคนนั้นชะงักและจ้องมองเธอด้วยความระแวงทันที
“ขอโทษนะ ผมไม่อยากพูดถึงเื่นั้น” เขาตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
เร็นที่ยืนฟังอยู่นั้น ก้าวขึ้นมาข้างหน้า เขาโน้มตัวไปใกล้ชายคนนั้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ทรงพลัง
“ฟังนะ เราไม่ได้มาหาเื่ เราแค่อยากรู้ความจริง เธอคนนี้สูญเสียครอบครัวเหมือนกับคุณ คุณจะไม่ช่วยเธอสักหน่อยหรอ?”
ชายคนนั้นชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจยาว “ก็ได้... แต่ฉันก็พูดได้ไม่เยอะนะ”