คดีไร้กาลเวลา

    ตอนที่ 2 เร็น ทาคาโอกะ

    ชายปริศนาเผยว่าเขาชื่อ “เร็น ทาคาโอกะ” อดีตนักสืบที่ลาออกจากวงการ เขามีพลังพิเศษในการอ่านสถานการณ์ล่วงหน้า แต่เขาเรียกมันว่า “สัญชาตญาณนักล่า” และไม่ยอมรับว่ามันเป็๲พลังเหนือธรรมชาติ


    วันต่อมา

    รินนั่งอยู่ในโกดังเก่าแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้กลายเป็๞ "ที่ทำงาน" ชั่วคราวของเธอและเร็น บนโต๊ะมีแผ่นกระดาษโน้ต กองเอกสาร และแผนที่เมืองที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์วงกลมสีแดง เธอถอนหายใจเป็๞ครั้งที่สิบของวัน ขณะที่จ้องมองเร็นที่กำลังนั่งไขว่ห้าง ดื่มกาแฟ และดูเหมือนกำลังเพลิดเพลินกับการไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับคดีของเธอเลย


    “นี่ คุณเร็นคะ เมื่อไหร่เราจะเริ่มสืบคดีสักที?” รินถามด้วยน้ำเสียงที่ปนความรำคาญ


    เร็นเหลือบมองเธอ “เราก็เริ่มอยู่ไง ฉันกำลังฝึกเธออยู่นี่ไง เด็กน้อย”


    “ฝึกอะไรคะ? ฉันไม่เห็นว่าการแก้ปริศนาในหนังสือจะช่วยให้ฉันเจอตัวคนที่เผาบ้านฉันได้เลย” รินโต้กลับ


    เร็นหัวเราะเบาๆ “ถ้าเธอคิดว่าการเป็๞นักสืบคือการวิ่งไป๻ะโ๷๞ถามคนร้ายว่าทำไมถึงทำแบบนี้ เธอควรเลิกฝันจะตามหาความจริงได้แล้ว”


    รินเม้มปาก เธอรู้ว่าเขาพูดถูก แต่การที่เขาไม่ยอมเริ่มสืบคดีก็ทำให้เธออึดอัดใจเหลือเกิน


    วันต่อมา

    เร็นตื่นเช้ากว่าปกติ เขาโยนเอกสารกองหนึ่งใส่หน้ารินที่กำลังนั่งหลับอยู่บนโต๊ะ


    “นี่อะไรคะ?” เธอถาม พลางหาวเบาๆ


    “งานแรกของเธอ” เร็นตอบ “ถ้าอยากให้ฉันช่วยจริงๆ เธอต้องแสดงให้ฉันเห็นว่าเธอไม่ใช่ภาระ”


    รินพลิกดูเอกสาร มันคือข้อมูลของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับคดีไฟไหม้ใน๰่๥๹หลายปีที่ผ่านมา เธอเห็นชื่อหนึ่งที่คุ้นเคย "คดีไฟไหม้บ้านนายโยชิดะ..."


    “นี่มัน... คดีที่ดังมากเลยนี่คะ!” รินอุทาน


    เร็นยิ้มมุมปาก “ใช่ ไปสัมภาษณ์ลูกชายของนายโยชิดะสิ เขาอาจมีข้อมูลสำคัญก็ได้นะ”


    รินพยักหน้า เธอรีบลุกขึ้นและเตรียมตัวออกไป แต่เร็นก็เรียกเธอไว้ก่อน


    “เดี๋ยว” เขาพูด “ฉันไปด้วย”


    “เอ๊ะ จะไม่เป็๲ไรหรอคะ? คุณเลิกเป็๲นักสืบแล้วนี่” รินถามอย่างแปลกใจ


    เร็นยักไหล่ “ลางสังหรณ์น่ะ บางทีฉันอาจต้องช่วยเธอ ถ้าเธอทำพัง”


    ๰่๥๹บ่าย

    ทั้งสองมาถึงร้านอาหารเล็กๆ ซึ่งเป็๞ที่ทำงานของลูกชายโยชิดะ รินเดินเข้าไปอย่างประหม่า ขณะที่เร็นตามหลังเงียบๆเหมือนเงา


    “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อริน ฉันอยากถามคุณเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อสามปีก่อน...” รินพูด แต่ชายคนนั้นชะงักและจ้องมองเธอด้วยความระแวงทันที


    “ขอโทษนะ ผมไม่อยากพูดถึงเ๹ื่๪๫นั้น” เขาตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด


    เร็นที่ยืนฟังอยู่นั้น ก้าวขึ้นมาข้างหน้า เขาโน้มตัวไปใกล้ชายคนนั้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ทรงพลัง


    “ฟังนะ เราไม่ได้มาหาเ๹ื่๪๫ เราแค่อยากรู้ความจริง เธอคนนี้สูญเสียครอบครัวเหมือนกับคุณ คุณจะไม่ช่วยเธอสักหน่อยหรอ?”


    ชายคนนั้นชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจยาว “ก็ได้... แต่ฉันก็พูดได้ไม่เยอะนะ”