จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 141 เหตุการณ์คับขัน

            ไม่นานหลังจากนั้นบรรดาศิษย์ที่ยังคงตามหาร่างของเย่เฉินที่ภูเขาด้านหลังของสำนักในก็ได้ยินเสียงของฉีหยางจากนั้นจึงรีบวิ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

            ภายในถ้ำเย่เฉินได้เรียกอัคคีเทวะกลับคืนแล้ว หลังจากเช็ดเหงื่อออกเขาก็หยิบยันต์รวมวิญญาณออกมาและทำตามคำแนะนำของวิธีการประทับยันต์ศักดิ์สิทธิ์เขาจำเป็นต้องประทับยันต์รวมวิญญาณไว้ในร่างของจื่อซวน

            ในไม่ช้าเขาก็หยดเลือดหนึ่งหยดลงบนยันต์รวมวิญญาณจากนั้นจึงหยดเลือดหยดที่สองไว้ตรงหน้าท้องของจื่อซวน

            หลอมรวม!

            หลังจากเปล่งฝีปากเบาๆยันต์รวมวิญญาณก็ได้ถูกเขาประทับลงบนหน้าท้องส่วนล่างของจื่อซวน

            ทันใดนั้นยันต์รวมวิญญาณและร่างกายของจื่อซวนต่างก็เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาและยันต์รวมวิญญาณนั้นก็ค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับหน้าท้องส่วนล่างของจื่อซวน

            ขั้นตอนนี้เป็นไปอย่างช้าๆกินเวลาครึ่งชั่วยามเต็มๆ

            ฟู่!

            เย่เฉินถอนหายใจเฮือกหนึ่งพร้อมผายมือหยิบยันต์วิญญาณลึกลับออกมา

            เช่นเดียวกับยันต์รวมวิญญาณเลือดสองหยดถูกหลอมเข้ากับยันต์วิญญาณลึกลับและร่างของจื่อซวนเมื่อเสร็จสิ้นเย่เฉินจึงนำยันต์วิญญาณลึกลับแปะไว้ที่ร่างของจื่อซวน

            “เมื่อหลอมยันต์วิญญาณลึกลับเข้าไปแล้วการยกระดับของเจ้าก็เสร็จสมบูรณ์โดยแท้จริงแล้ว” เย่เฉินหายใจเข้าลึกๆและเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ การพยายามมาเป็นเวลานานเช่นนี้รวมถึงราคาแพงขนาดนี้ ก็ต้องได้รับรางวัลอะไรตอบแทน

            ในระหว่างนี้เย่เฉินสังเกตไปที่ร่างกายของจื่อซวนอยู่หลายครั้ง

            อันที่จริงหลังจากวัสดุล้ำค่านั้นได้หลอมรวมเข้ากันแล้วร่างกายของจื่อซวนมีความแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว บวกกับมีอัคคีเทวะช่วยหลอมร่างกายจึงทำให้ร่างกายของนางแข็งแกร่งมากกว่าหุ่นเชิดเฟิงอิ่งอย่างแน่นอน

            แต่หลังจากหลอมยันต์รวมวิญญาณเข้าไปร่างกายของจื่อซวนดูเหมือนจะเริ่มดุเดือด และพลังภายในร่างกายของนางก็เพิ่มมากขึ้น

            “จ่ายไปตั้งมากมายขนาดนี้เจ้าคงไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ”เย่เฉินพึมพำและยังคงหลอมยันต์วิญญาณลึกลับเข้าไปในร่างของจื่อซวน

            “เย่เฉิน”ทันใดนั้นนอกถ้ำก็มีเสียงเรียกของเซี่ยอวิ๋นดังขึ้น พร้อมกับน้ำเสียงที่เร่งรีบ“ท่าไม่ดีแล้ว ข้ารู้สึกว่าเหมือนมีลมหายใจบางเบากำลังเข้ามาจากทั่วทุกทิศทาง”

            “หรือพวกเขาจะหาพวกเราเจอแล้ว?” เจ้าหมีสองกล่าวอย่างไม่แน่ใจ

            “คงจะใช่”สีหน้าของฮั่วเถิงดูไม่ค่อยดีนัก

            ในถ้ำเย่เฉินขมวดคิ้วทันที ไม่ต้องพูดถึงพวกเขาเขาก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจจากทั่วทุกทิศทาง และเห็นได้ชัดว่าพวกเขามาที่นี่เร็วมาก

            “การต่อสู้ครั้งใหญ่เช่นนี้เคลื่อนไหวพร้อมเพรียงกันแบบนี้ พวกเขาจะต้องพบที่ซ่อนของพวกเราแล้วแน่ๆ” เย่เฉินกัดฟันพลางแอบบ่นด่าออกไปการยกระดับหุ่นเชิดจื่อซวนเป็นช่วงเวลาที่สำคัญกลับจะมาหาเจออะไรตอนนี้

            “เจ้าต้องการเวลานานแค่ไหน”เจ้าหมีสองถาม

            “หนึ่งจิบชามากสุดแค่นี้” เย่เฉินขอเวลาขั้นต่ำสุด

            “ไร้สาระเพียงครู่เดียวพวกข้าก็คงจะทนไม่ไหวแล้ว” เซี่ยอวิ๋นบ่นออกไป“ฉีหยางและหยางปินทั้งสองคนเป็นศิษย์แท้จริงและยังมีศิษย์สำนักในราวร้อยกว่าคนที่มาพร้อมกับกระบวนท่าชุดใหญ่พวกเราคงถูกเล่นงานจนตายแน่”

            “บ้าเอ๊ยทนไม่ไหวก็ต้องทน” ฮั่วเถิงเกิดความไม่พอใจ และหยิบค้อนคู่หนึ่งของตนเองออกมาพร้อมทำท่าทางเอาชีวิตเข้าแลก

            เวิง!

            ทันทีที่ฮั่วเถิงพูดออกไปลำแสงสีเงินสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า เมื่อมองดูดีๆมันคือเจดีย์สีเงินอาวุธวิญญาณประจำตัวของฉีหยาง มันส่องแสงสว่างแพรวพราวและขยายขึ้นเป็นสามเท่ากดทับลงมาจากท้องฟ้า

            “ให้ตายเถอะ”เซี่ยอวิ๋นสบถ และเรียกอาวุธวิญญาณประจำตัวออกมาทันที

            ปัง!

            กระบี่ของเซี่ยอวิ๋นได้ปะทะชนกับเจดีย์นั่นเหมือนกับครั้งแรกและกระเด็นลอยออกไป แม้แต่เซี่ยอวิ๋นก็สั่นสะเทือนจนกระอักเลือดถอยกลับมา

            “ไม่เจียมตัว”ฉีหยางเอ่ยวาจาออกมาอย่างเยือกเย็นเป็นคนแรก

            นอกจากเขาแล้วก็มีเงาร่างเข้ามาจากทุกทิศทางราวเจ็บสิบแปดสิบคนแต่ละคนต่างมีพละกำลังที่แข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยคนระดับขั้นพลังหยาง ส่วนข่งเฉาและเจียงหยางที่ถูกพวกเย่เฉินฝังทั้งเป็นก็คลานออกมาจากหลุม

            “ตัวต่อตัวสิ”ฮั่วเถิงก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับตะโกนเสียงดังสนั่น

            “คนอย่างเจ้าไม่สมควร” ข่งเฉาตะโกนอย่างรุนแรงและยกเท้าก้าวไปด้านหน้าเขาโกรธแค้นที่ถูกพวกฮั่วเถิงฝังทั้งเป็นจึงปล่อยกระบวนท่าไม้ตายชุดใหญ่พุ่งไปยังฮั่วเถิงจนทำให้เขาร้องครวญครางและถอยไป

            ฮั่วเถิงไม่เกรงกลัวใดๆเหวี่ยงค้อนขนาดใหญ่ไปข้างหน้า เขาและข่งเฉาเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันตอนนั้นเป็นเพราะข่งเฉาเขาจึงต้องพ่ายแพ้ในการประลองของสำนักนอกและตอนนี้เขากลับมาพบกับข่งเฉาอีกครั้ง เลือดของเขาก็เดือดพล่านไปทั้งร่าง

            ตูม!

            ตูมตาม!

            ทั้งสองต่อสู้กันในทันทีฮั่วเถิงที่อยู่ในขั้นพลังหยางยังไม่ทันได้ตั้งหลักก็ถูกโจมตีอย่างรุนแรง

            “เซี่ยอวิ๋นวันนี้ข้าต้องจัดการเจ้าให้ได้”เจียงหยางที่เป็นศัตรูเหมือนกันก็พุ่งไปหาเซี่ยอวิ๋นทันที

            “เจ้าอ้วนข้าจะคอยดูว่าวันนี้เจ้าจะหนีไปไหนได้อีก” หยางเว่ยพุ่งออกมาและต่อสู้กับเจ้าหมีสองอย่างดุเดือด

            ฉีหยางไม่ได้สนใจกับการต่อสู้ของทั้งสามสายตาเขาจดจ้องไปยังถ้ำราวกับว่าเห็นหยาดเหงื่อของเย่เฉินผ่านพุ่มหญ้า

            “เย่เฉินเจ้าจะซ่อนตัวไปถึงเมื่อไรกัน หรือจะรอให้พี่น้องที่รักของเจ้าตายซะก่อนเจ้าถึงจะออกมา?” ฉีหยางหัวเราะเยาะ “ข้าบอกแล้ว หากมายั่วยุตระกูลฉีของข้าเจ้าจะต้องตายอย่างอนาถ”

            ในขณะที่ฉีหยางพูดเขาก็ชี้นิ้วและปล่อยลำแสงโจมตีเข้าไปในถ้ำ

            เมื่อเห็นลำแสงพุ่งเข้ามาเย่เฉินก็พลิกมือและฟาดกระบี่เทียนเชวียออกไป

            ปัง!

            นิ้วของฉีหยางนั้นแข็งแกร่งมากจนเกิดประกายไฟออกมาจากกระบี่เทียนเชวียอันหนักอึ้งและทำให้เย่เฉินโดนแรงสะท้อนจนถอยหลังออกไปแต่ในขณะที่เขาถอยไปนั้นยังมีหุ่นเชิดจื่อซวนอยู่ติดตามไปมืออีกข้างของเขายังคงติดอยู่กับร่างของจื่อซวน เพราะยันต์วิญญาณลึกลับยังหลอมรวมไม่เสร็จสมบูรณ์

            “เร็วเข้าเร็วเข้า ขอเวลาให้ข้าอีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น” เย่เฉินกัดฟันแน่นและยืนกรานหากปล่อยทิ้งไปในเวลานี้ก็ต้องละทิ้งความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมา

            ตูม!

            ตูม!

            เสียงดังสนั่นอยู่ด้านนอกถ้ำอย่างต่อเนื่องเย่เฉินไม่ต้องออกไปดูก็รู้ว่าร่างของพวกเซี่ยอวิ๋นคงจะดูน่าสลดใจ

            “จับไว้เร็วเข้า เร็วเข้า” ดวงตาของเย่เฉินแดงก่ำ และสิ่งที่ขาดไปคือเวลา

            ปัง!

            ปัง!

            ปัง!

            ด้านนอกเสียงดังติดต่อกันทั้งสามครั้งเซี่ยอวิ๋น ฮั่วเถิงและเจ้าหมีสองต่างพ่ายแพ้อย่างราบคาบร่างกระเด็นลอยไปกระแทกกับกำแพงด้านหลัง และทั่วทั้งร่างก็เปื้อนไปด้วยเลือด

            “เจ้าหนุ่มพวกข้าทำสุดความสามารถแล้ว” พวกของเซี่ยอวิ๋นทั้งสามคนต่างกระอักเลือดและพละกำลังของพวกเขาก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกเขาต่อสู้จนถึงสุดขีดจำกัดแล้ว

            จุๆๆ !

            เมื่อชำเลืองมองไปที่พวกเซี่ยอวิ๋นฉีหยางก็ทำหน้าเจ้าเล่ห์ “เย่เฉิน เจ้าเห็นแล้วสินะคนพวกนี้คือพี่น้องที่รักของเจ้า ซึ่งกำลังจะมีจุดจบพร้อมกับเจ้า เจ็บใจมากใช่ไหม”

            แต่ไม่มีเสียงตอบกลับดังออกมาจากถ้ำ

            เมื่อเห็นเช่นนี้ดวงตาของฉีหยางก็เยือกเย็นขึ้น และตะโกนออกไปทันที “บุกเข้าไปจัดการ หากสำนักลงโทษตระกูลฉีแห่งหนานเจียงจะเป็นเกราะกำบังให้เอง”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาคนจำนวนราวร้อยกว่าคนก็เริ่มเคลื่อนไหวและมีจั่วชิวหมิงนำเข้าไปในถ้ำก่อนเป็นคนแรก

            เพียะ!

            ในไม่ช้าก็มีเสียงฝ่ามือดังออกมาจากในถ้ำจากนั้นจั่วชิวหมิงที่พุ่งตรงเข้าไปในถ้ำก็กระเด็นลอยออกมาและกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง

            เอ๊ะ?

            เมื่อเห็นจั่วชิวหมิงที่เพิ่งพุ่งกระเด็นลอยออกมาต่างก็ตกตะลึง

            “แสร้งทำเป็นให้ดูลึกลับ”ฉีหยางส่งเสียงออกมาอย่างเยือกเย็นและหยิบกระบี่สังหารออกมาพร้อมเสียงกระบี่ดังขึ้นจากนั้นจึงเดินเข้าถ้ำไปสังหารด้วยตนเอง

            แต่เมื่อเขากำลังเข้าไปในถ้ำกลับรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่อันตรายและเขาได้ยินเสียงกระทบของกระบี่ที่ดังออกมาจากถ้ำเบาๆ ยังไม่ทันเข้าไปในถ้ำเขาก็ถูกความน่ากลัวของพลังกระบี่นั้นกดดัน

            ระหว่างที่เกิดประกายไฟขึ้นนั้นเขาจึงถอยร่นไปอย่างกะทันหัน

            เช้ง!

            ทันใดนั้นรัศมีกระบี่ที่รุนแรงก็พุ่งออกมาจากถ้ำ จากนั้นก็ตามมาด้วยรัศมีกระบี่สายที่สองและมีสายที่สามตามมาติดๆ กันในเวลาอันสั้นจากนั้นรัศมีของกระบี่จำนวนหลายสิบสายก็พวยพุ่งออกมา

            สีหน้าของฉีหยางเปลี่ยนไปกระบี่วิญญาณที่อยู่ในมือเขาก็เหวี่ยงออกไปอย่างรวดเร็วและแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ควบรวมเป็นเกราะกำบัง

            ปังๆๆ...!

            เสียงกระทบกันของกระบี่ก็ดังสนั่นขึ้นอย่างรวดเร็วกระบี่ที่พุ่งออกมาจากถ้ำก็กระทบเข้ากับเกราะกำบังของฉีหยางพร้อมกันจนเกิดประกายไฟสว่างไสวออกมาแม้แต่เกราะกำบังของฉีหยางก็ถูกทำลายจนแตกออก

            “เป็นไปได้อย่างไรกัน”สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

            เย่เฉินที่อยู่ในถ้ำแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ? จั่วชิวหมิงผู้ฝึกตนในขั้นพลังหยางได้ขยับฝ่ามือตบออกไปแม้แต่เกราะกำบังของฉีหยางผู้ที่อยู่ลำดับแปดในบรรดาศิษย์ที่แท้จริงก็ถูกโจมตีมาจากด้านหน้าจนทำให้ทุกคนมองผิดไป

            “ไม่ใช่เย่เฉิน” ฉีหยางเห็นได้ชัดเจนที่สุดเย่เฉินไม่ได้ทำลายเกราะกำบังแต่เป็นอีกคนหนึ่ง

            “ไม่คิดว่าจะมีอีกคนซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ”หยางปินก็เห็นเบาะแสและจ้องมองไปยังถ้ำ คิดว่ามีอีกคนที่ไม่ใช่เย่เฉินอยู่ในถ้ำในเมื่อสามารถโจมตีเกราะกำบังของฉีหยางจากด้านหน้าได้นั่นหมายความว่าคนผู้นั้นจะต้องเป็นหนึ่งในเก้าของศิษย์ที่แท้จริงของสำนักเหิงเยว่และอันดับจะต้องอยู่เหนือเขาและฉีหยางอย่างแน่นอน

            “ไล่ล่าโจมตีพวกเรามาหนึ่งคืนแล้วต่อไปก็ถึงตาพวกเราแล้ว” ขณะที่ทุกคนต่างขมวดคิ้ว ก็มีเสียงดังทอดยาวออกมาจากในถ้ำและเย่เฉินเดินออกมาพร้อมกับสาวงามผู้หนึ่งที่อยู่ข้างๆ เขา

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน