ไม่นานหลังจากนั้นบรรดาศิษย์ที่ยังคงตามหาร่างของเย่เฉินที่ภูเขาด้านหลังของสำนักในก็ได้ยินเสียงของฉีหยางจากนั้นจึงรีบวิ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ภายในถ้ำเย่เฉินได้เรียกอัคคีเทวะกลับคืนแล้ว หลังจากเช็ดเหงื่อออกเขาก็หยิบยันต์รวมวิญญาณออกมาและทำตามคำแนะนำของวิธีการประทับยันต์ศักดิ์สิทธิ์เขาจำเป็นต้องประทับยันต์รวมวิญญาณไว้ในร่างของจื่อซวน
ในไม่ช้าเขาก็หยดเลือดหนึ่งหยดลงบนยันต์รวมวิญญาณจากนั้นจึงหยดเลือดหยดที่สองไว้ตรงหน้าท้องของจื่อซวน
หลอมรวม!
หลังจากเปล่งฝีปากเบาๆยันต์รวมวิญญาณก็ได้ถูกเขาประทับลงบนหน้าท้องส่วนล่างของจื่อซวน
ทันใดนั้นยันต์รวมวิญญาณและร่างกายของจื่อซวนต่างก็เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาและยันต์รวมวิญญาณนั้นก็ค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับหน้าท้องส่วนล่างของจื่อซวน
ขั้นตอนนี้เป็นไปอย่างช้าๆกินเวลาครึ่งชั่วยามเต็มๆ
ฟู่!
เย่เฉินถอนหายใจเฮือกหนึ่งพร้อมผายมือหยิบยันต์วิญญาณลึกลับออกมา
เช่นเดียวกับยันต์รวมวิญญาณเลือดสองหยดถูกหลอมเข้ากับยันต์วิญญาณลึกลับและร่างของจื่อซวนเมื่อเสร็จสิ้นเย่เฉินจึงนำยันต์วิญญาณลึกลับแปะไว้ที่ร่างของจื่อซวน
“เมื่อหลอมยันต์วิญญาณลึกลับเข้าไปแล้วการยกระดับของเจ้าก็เสร็จสมบูรณ์โดยแท้จริงแล้ว” เย่เฉินหายใจเข้าลึกๆและเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ การพยายามมาเป็นเวลานานเช่นนี้รวมถึงราคาแพงขนาดนี้ ก็ต้องได้รับรางวัลอะไรตอบแทน
ในระหว่างนี้เย่เฉินสังเกตไปที่ร่างกายของจื่อซวนอยู่หลายครั้ง
อันที่จริงหลังจากวัสดุล้ำค่านั้นได้หลอมรวมเข้ากันแล้วร่างกายของจื่อซวนมีความแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว บวกกับมีอัคคีเทวะช่วยหลอมร่างกายจึงทำให้ร่างกายของนางแข็งแกร่งมากกว่าหุ่นเชิดเฟิงอิ่งอย่างแน่นอน
แต่หลังจากหลอมยันต์รวมวิญญาณเข้าไปร่างกายของจื่อซวนดูเหมือนจะเริ่มดุเดือด และพลังภายในร่างกายของนางก็เพิ่มมากขึ้น
“จ่ายไปตั้งมากมายขนาดนี้เจ้าคงไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ”เย่เฉินพึมพำและยังคงหลอมยันต์วิญญาณลึกลับเข้าไปในร่างของจื่อซวน
“เย่เฉิน”ทันใดนั้นนอกถ้ำก็มีเสียงเรียกของเซี่ยอวิ๋นดังขึ้น พร้อมกับน้ำเสียงที่เร่งรีบ“ท่าไม่ดีแล้ว ข้ารู้สึกว่าเหมือนมีลมหายใจบางเบากำลังเข้ามาจากทั่วทุกทิศทาง”
“หรือพวกเขาจะหาพวกเราเจอแล้ว?” เจ้าหมีสองกล่าวอย่างไม่แน่ใจ
“คงจะใช่”สีหน้าของฮั่วเถิงดูไม่ค่อยดีนัก
ในถ้ำเย่เฉินขมวดคิ้วทันที ไม่ต้องพูดถึงพวกเขาเขาก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจจากทั่วทุกทิศทาง และเห็นได้ชัดว่าพวกเขามาที่นี่เร็วมาก
“การต่อสู้ครั้งใหญ่เช่นนี้เคลื่อนไหวพร้อมเพรียงกันแบบนี้ พวกเขาจะต้องพบที่ซ่อนของพวกเราแล้วแน่ๆ” เย่เฉินกัดฟันพลางแอบบ่นด่าออกไปการยกระดับหุ่นเชิดจื่อซวนเป็นช่วงเวลาที่สำคัญกลับจะมาหาเจออะไรตอนนี้
“เจ้าต้องการเวลานานแค่ไหน”เจ้าหมีสองถาม
“หนึ่งจิบชามากสุดแค่นี้” เย่เฉินขอเวลาขั้นต่ำสุด
“ไร้สาระเพียงครู่เดียวพวกข้าก็คงจะทนไม่ไหวแล้ว” เซี่ยอวิ๋นบ่นออกไป“ฉีหยางและหยางปินทั้งสองคนเป็นศิษย์แท้จริงและยังมีศิษย์สำนักในราวร้อยกว่าคนที่มาพร้อมกับกระบวนท่าชุดใหญ่พวกเราคงถูกเล่นงานจนตายแน่”
“บ้าเอ๊ยทนไม่ไหวก็ต้องทน” ฮั่วเถิงเกิดความไม่พอใจ และหยิบค้อนคู่หนึ่งของตนเองออกมาพร้อมทำท่าทางเอาชีวิตเข้าแลก
เวิง!
ทันทีที่ฮั่วเถิงพูดออกไปลำแสงสีเงินสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า เมื่อมองดูดีๆมันคือเจดีย์สีเงินอาวุธวิญญาณประจำตัวของฉีหยาง มันส่องแสงสว่างแพรวพราวและขยายขึ้นเป็นสามเท่ากดทับลงมาจากท้องฟ้า
“ให้ตายเถอะ”เซี่ยอวิ๋นสบถ และเรียกอาวุธวิญญาณประจำตัวออกมาทันที
ปัง!
กระบี่ของเซี่ยอวิ๋นได้ปะทะชนกับเจดีย์นั่นเหมือนกับครั้งแรกและกระเด็นลอยออกไป แม้แต่เซี่ยอวิ๋นก็สั่นสะเทือนจนกระอักเลือดถอยกลับมา
“ไม่เจียมตัว”ฉีหยางเอ่ยวาจาออกมาอย่างเยือกเย็นเป็นคนแรก
นอกจากเขาแล้วก็มีเงาร่างเข้ามาจากทุกทิศทางราวเจ็บสิบแปดสิบคนแต่ละคนต่างมีพละกำลังที่แข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยคนระดับขั้นพลังหยาง ส่วนข่งเฉาและเจียงหยางที่ถูกพวกเย่เฉินฝังทั้งเป็นก็คลานออกมาจากหลุม
“ตัวต่อตัวสิ”ฮั่วเถิงก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับตะโกนเสียงดังสนั่น
“คนอย่างเจ้าไม่สมควร” ข่งเฉาตะโกนอย่างรุนแรงและยกเท้าก้าวไปด้านหน้าเขาโกรธแค้นที่ถูกพวกฮั่วเถิงฝังทั้งเป็นจึงปล่อยกระบวนท่าไม้ตายชุดใหญ่พุ่งไปยังฮั่วเถิงจนทำให้เขาร้องครวญครางและถอยไป
ฮั่วเถิงไม่เกรงกลัวใดๆเหวี่ยงค้อนขนาดใหญ่ไปข้างหน้า เขาและข่งเฉาเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันตอนนั้นเป็นเพราะข่งเฉาเขาจึงต้องพ่ายแพ้ในการประลองของสำนักนอกและตอนนี้เขากลับมาพบกับข่งเฉาอีกครั้ง เลือดของเขาก็เดือดพล่านไปทั้งร่าง
ตูม!
ตูมตาม!
ทั้งสองต่อสู้กันในทันทีฮั่วเถิงที่อยู่ในขั้นพลังหยางยังไม่ทันได้ตั้งหลักก็ถูกโจมตีอย่างรุนแรง
“เซี่ยอวิ๋นวันนี้ข้าต้องจัดการเจ้าให้ได้”เจียงหยางที่เป็นศัตรูเหมือนกันก็พุ่งไปหาเซี่ยอวิ๋นทันที
“เจ้าอ้วนข้าจะคอยดูว่าวันนี้เจ้าจะหนีไปไหนได้อีก” หยางเว่ยพุ่งออกมาและต่อสู้กับเจ้าหมีสองอย่างดุเดือด
ฉีหยางไม่ได้สนใจกับการต่อสู้ของทั้งสามสายตาเขาจดจ้องไปยังถ้ำราวกับว่าเห็นหยาดเหงื่อของเย่เฉินผ่านพุ่มหญ้า
“เย่เฉินเจ้าจะซ่อนตัวไปถึงเมื่อไรกัน หรือจะรอให้พี่น้องที่รักของเจ้าตายซะก่อนเจ้าถึงจะออกมา?” ฉีหยางหัวเราะเยาะ “ข้าบอกแล้ว หากมายั่วยุตระกูลฉีของข้าเจ้าจะต้องตายอย่างอนาถ”
ในขณะที่ฉีหยางพูดเขาก็ชี้นิ้วและปล่อยลำแสงโจมตีเข้าไปในถ้ำ
เมื่อเห็นลำแสงพุ่งเข้ามาเย่เฉินก็พลิกมือและฟาดกระบี่เทียนเชวียออกไป
ปัง!
นิ้วของฉีหยางนั้นแข็งแกร่งมากจนเกิดประกายไฟออกมาจากกระบี่เทียนเชวียอันหนักอึ้งและทำให้เย่เฉินโดนแรงสะท้อนจนถอยหลังออกไปแต่ในขณะที่เขาถอยไปนั้นยังมีหุ่นเชิดจื่อซวนอยู่ติดตามไปมืออีกข้างของเขายังคงติดอยู่กับร่างของจื่อซวน เพราะยันต์วิญญาณลึกลับยังหลอมรวมไม่เสร็จสมบูรณ์
“เร็วเข้าเร็วเข้า ขอเวลาให้ข้าอีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น” เย่เฉินกัดฟันแน่นและยืนกรานหากปล่อยทิ้งไปในเวลานี้ก็ต้องละทิ้งความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมา
ตูม!
ตูม!
เสียงดังสนั่นอยู่ด้านนอกถ้ำอย่างต่อเนื่องเย่เฉินไม่ต้องออกไปดูก็รู้ว่าร่างของพวกเซี่ยอวิ๋นคงจะดูน่าสลดใจ
“จับไว้เร็วเข้า เร็วเข้า” ดวงตาของเย่เฉินแดงก่ำ และสิ่งที่ขาดไปคือเวลา
ปัง!
ปัง!
ปัง!
ด้านนอกเสียงดังติดต่อกันทั้งสามครั้งเซี่ยอวิ๋น ฮั่วเถิงและเจ้าหมีสองต่างพ่ายแพ้อย่างราบคาบร่างกระเด็นลอยไปกระแทกกับกำแพงด้านหลัง และทั่วทั้งร่างก็เปื้อนไปด้วยเลือด
“เจ้าหนุ่มพวกข้าทำสุดความสามารถแล้ว” พวกของเซี่ยอวิ๋นทั้งสามคนต่างกระอักเลือดและพละกำลังของพวกเขาก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกเขาต่อสู้จนถึงสุดขีดจำกัดแล้ว
จุๆๆ !
เมื่อชำเลืองมองไปที่พวกเซี่ยอวิ๋นฉีหยางก็ทำหน้าเจ้าเล่ห์ “เย่เฉิน เจ้าเห็นแล้วสินะคนพวกนี้คือพี่น้องที่รักของเจ้า ซึ่งกำลังจะมีจุดจบพร้อมกับเจ้า เจ็บใจมากใช่ไหม”
แต่ไม่มีเสียงตอบกลับดังออกมาจากถ้ำ
เมื่อเห็นเช่นนี้ดวงตาของฉีหยางก็เยือกเย็นขึ้น และตะโกนออกไปทันที “บุกเข้าไปจัดการ หากสำนักลงโทษตระกูลฉีแห่งหนานเจียงจะเป็นเกราะกำบังให้เอง”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาคนจำนวนราวร้อยกว่าคนก็เริ่มเคลื่อนไหวและมีจั่วชิวหมิงนำเข้าไปในถ้ำก่อนเป็นคนแรก
เพียะ!
ในไม่ช้าก็มีเสียงฝ่ามือดังออกมาจากในถ้ำจากนั้นจั่วชิวหมิงที่พุ่งตรงเข้าไปในถ้ำก็กระเด็นลอยออกมาและกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง
เอ๊ะ?
เมื่อเห็นจั่วชิวหมิงที่เพิ่งพุ่งกระเด็นลอยออกมาต่างก็ตกตะลึง
“แสร้งทำเป็นให้ดูลึกลับ”ฉีหยางส่งเสียงออกมาอย่างเยือกเย็นและหยิบกระบี่สังหารออกมาพร้อมเสียงกระบี่ดังขึ้นจากนั้นจึงเดินเข้าถ้ำไปสังหารด้วยตนเอง
แต่เมื่อเขากำลังเข้าไปในถ้ำกลับรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่อันตรายและเขาได้ยินเสียงกระทบของกระบี่ที่ดังออกมาจากถ้ำเบาๆ ยังไม่ทันเข้าไปในถ้ำเขาก็ถูกความน่ากลัวของพลังกระบี่นั้นกดดัน
ระหว่างที่เกิดประกายไฟขึ้นนั้นเขาจึงถอยร่นไปอย่างกะทันหัน
เช้ง!
ทันใดนั้นรัศมีกระบี่ที่รุนแรงก็พุ่งออกมาจากถ้ำ จากนั้นก็ตามมาด้วยรัศมีกระบี่สายที่สองและมีสายที่สามตามมาติดๆ กันในเวลาอันสั้นจากนั้นรัศมีของกระบี่จำนวนหลายสิบสายก็พวยพุ่งออกมา
สีหน้าของฉีหยางเปลี่ยนไปกระบี่วิญญาณที่อยู่ในมือเขาก็เหวี่ยงออกไปอย่างรวดเร็วและแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ควบรวมเป็นเกราะกำบัง
ปังๆๆ...!
เสียงกระทบกันของกระบี่ก็ดังสนั่นขึ้นอย่างรวดเร็วกระบี่ที่พุ่งออกมาจากถ้ำก็กระทบเข้ากับเกราะกำบังของฉีหยางพร้อมกันจนเกิดประกายไฟสว่างไสวออกมาแม้แต่เกราะกำบังของฉีหยางก็ถูกทำลายจนแตกออก
“เป็นไปได้อย่างไรกัน”สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
เย่เฉินที่อยู่ในถ้ำแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ? จั่วชิวหมิงผู้ฝึกตนในขั้นพลังหยางได้ขยับฝ่ามือตบออกไปแม้แต่เกราะกำบังของฉีหยางผู้ที่อยู่ลำดับแปดในบรรดาศิษย์ที่แท้จริงก็ถูกโจมตีมาจากด้านหน้าจนทำให้ทุกคนมองผิดไป
“ไม่ใช่เย่เฉิน” ฉีหยางเห็นได้ชัดเจนที่สุดเย่เฉินไม่ได้ทำลายเกราะกำบังแต่เป็นอีกคนหนึ่ง
“ไม่คิดว่าจะมีอีกคนซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ”หยางปินก็เห็นเบาะแสและจ้องมองไปยังถ้ำ คิดว่ามีอีกคนที่ไม่ใช่เย่เฉินอยู่ในถ้ำในเมื่อสามารถโจมตีเกราะกำบังของฉีหยางจากด้านหน้าได้นั่นหมายความว่าคนผู้นั้นจะต้องเป็นหนึ่งในเก้าของศิษย์ที่แท้จริงของสำนักเหิงเยว่และอันดับจะต้องอยู่เหนือเขาและฉีหยางอย่างแน่นอน
“ไล่ล่าโจมตีพวกเรามาหนึ่งคืนแล้วต่อไปก็ถึงตาพวกเราแล้ว” ขณะที่ทุกคนต่างขมวดคิ้ว ก็มีเสียงดังทอดยาวออกมาจากในถ้ำและเย่เฉินเดินออกมาพร้อมกับสาวงามผู้หนึ่งที่อยู่ข้างๆ เขา