แพ้รักประธานร้าย

    บทที่ 30 ว้าวุ่นใจ

                วรภัทรพูดคุยสอบถามอาการอยู่ครู่เดียวก็อ้างว่าต้องรีบกลับไปดูแลบริษัท ทักษพรมองเขาด้วยสายตาขออภัย เธอรู้ว่าวรภัทรคงกำลังมึนงง เธออยากจะตะโกนออกไปว่า...เธอไม่รู้เรื่อง...ดังๆ

                ธนายกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นไหล่ทั้งสองข้างของวรภัทรลู่ลงเล็กน้อย        เมื่อวานตอนที่เขาได้ยินว่าวรภัทรเป็นคนพาทักษพรมาโรงพยาบาลเขาแทบจะติดปีกบินมา กลัวว่าการที่วรภัทรเข้ามาช่วยเหลือเธอในยามลำบากจะทำให้เธอใจอ่อน เขาได้จึงเสี่ยงบุ่มบ่ามรับสมอ้างเป็นพ่อของน้องพืชและถือโอกาสอยู่เฝ้าไข้กับเธอ

                พยาบาลนำอาหารสำหรับผู้ป่วยเข้ามาส่งพอดี ทักษพรเปิดดูแล้วเตรียมตัวจะป้อนอาหารให้ลูกชาย

                “นาจะไปทำงานก็ไปเถอะลูก เดี๋ยวแม่อยู่ดูแลหลานกับหนูผักเอง”

                ทักษพรชะงัก เมื่อวานเธอก็รู้สึกว่าคุณภัสราเมตตาตนเองกับลูกชายมากแล้ว แต่วันนี้ยิ่งหนักกว่าเดิม “เอ่อ คุณซาร่า จะสะดวกเหรอคะ?”

                ภัสราเอียงหน้าทำสายตาดุ “บอกให้เรียกคุณแม่ยังไงล่ะจ๊ะ”

                “ค่ะ คุณแม่ เฝ้าเด็กมันน่าเบื่อนะคะ”

                หญิงสูงวัยเดินไปนั่งข้างเด็กชาย “น้องพืชเบื่อย่าไหมครับ?”

                เด็กชายส่ายหน้า “ไม่ครับ”

                “นั่นเห็นไหม? น้องพืชยังไม่เบื่อย่าเลย ย่าจะเบื่อน้องพืชได้ยังไงเนาะ มาๆ เดี๋ยวย่าป้อนข้าวต้มดีกว่า”  

                ธนาอมยิ้ม เขารู้แล้วว่าข้อดีของการมีผู้ใหญ่อยู่ด้วยคือทำให้เธอไม่กล้าหักหาญน้ำใจ “ถ้างั้นผมฝากคุณแม่ดูแลน้องพืชด้วยนะครับ”

                “ไปเถอะๆ เดี๋ยวสายๆ เนศก็เข้ามา นาจะไปดูโรงงานไม่ใช่เหรอวันนี้”

                “ครับ” ธนาหันไปหาทักษพร “ผมไปทำงานก่อนนะ คุณก็อยู่ดูแลลูกกับคุณแม่ก็แล้วกัน อยากได้อะไรก็บอกดาวให้จัดการให้ ถ้าหมอให้กลับบ้านผมจะให้รถตู้มารับ”

                “ค่ะ” เธอยิ้มน้อยๆ ในใจก็นึกเข้าข้างตัวเองว่านี่คือสิ่งที่เขาสมควรทำแต่อีกใจก็แย้งว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นเพียงความพอใจชั่วครั้งชั่วคราวของเขา

                ตกบ่ายคุณหมออนุญาตให้เด็กทุกคนกลับบ้านได้ เมื่อรถตู้ของธนาจอดที่หน้าบ้านของลิลี่ คุณภัสราก็ขออยู่เป็นเพื่อนเด็กชายต่อ

                “แบงค์ต้องไปร้องเพลงตอนบ่าย ให้แม่อยู่เป็นเพื่อนหลานกับหนูผักดีกว่านะ เผื่อหนูผักจะทำธุระในบ้านจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงลูก อีกอย่างแม่ลืมบอกไป เมื่อวานตอนเย็นแม่ย้ายของจากคอนโดมาอยู่บ้านใหม่แล้วนะ นี่เลยเข้าไปนิดเดียว”

                “บ้านหลังไหนเหรอครับ?” แบงค์ทำหน้าสงสัย

                “อ้าว! ก็หลังใกล้ๆ น้องทิกเกอร์ไง? ธนาเขามาซื้อได้สักพักแล้ว สั่งคนมาตกแต่งเพิ่งเสร็จ เมื่อวานเพิ่งเชิญพระท่านมาเจิม แม่กับเนศก็มาอยู่ที่นี่ด้วยนะ ต่อไปพวกเราก็เป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงกันแล้ว ประเดี๋ยวแม่บ้านจะเอาอาหารมาส่ง แม่สั่งให้เขาทำเผื่อพวกหนูแล้ว”

               

                ทักษพรรู้สึกว่าวรภัทรหลบหน้าหลบตาเธอและไม่เรียกเธอเข้าไปในห้องทำงานบ่อยเหมือนเคย พราวพรายกับปรินดาแอบไปชงกาแฟพูดคุยกันเรื่องนี้ที่มุมห้อง

                “คุณภัทรเหมือนจะไม่ค่อยสนใจพี่ผักเหมือนเดิมเลยค่ะ”

                “ต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่เลย วันนั้นยังไปส่งผักที่โรงพยาบาล แต่วันต่อมาก็หน้าตาบอกบุญไม่รับ”

                พอเที่ยงวันสองสาวก็ดึงแขนทักษพรไปหลบมุมในร้านกาแฟสอบถาม ทักษพรหน้าเจื่อน

            “ก็ไม่มีอะไรนะ”

            “ไม่มีเหรอคะ? ไม่น่าเชื่อ บอกมาตามตรงเถอะค่ะ พี่ผักคงไม่คิดจะมีความลับกับพวกเราหรอกนะคะ” ปรินดายื่นหน้าเป็นเชิงข่มขู่

            พอเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของทักษพร พราวพรายก็จุดยิ้มขึ้นที่       มุมปาก “มีแน่ๆ บอกพวกเรามา เธอพูดอะไรกับคุณภัทร เขาถึงได้ดูหงอยขนาดนี้”

            “หงอยเหรอคะ?”

            “ใช่ไง? ผักไม่รู้หรอก ตอนที่พี่เข้าไปเสิร์ฟกาแฟนะ หน้าตาคุณภัทรอิดโรยเหมือนคนนอนไม่หลับ” พราวพรายทำหน้าทำตาเหมือนสงสารวรภัทรเสียเต็มประดา

            “พี่ผัก ถ้ายังคิดจะเก็บเป็นความลับ เราสองคนก็จะไม่คุยกับพี่ผักอีกนะคะ เป็นเพื่อนร่วมงานกันมาตั้งนาน ยังจะมามีความลับอีก”

            “โธ่ ปุ้ย พี่ไม่ได้คิดจะมีความลับเลยนะ” สายตาของทักษพรดูเป็นกังวล “คืองี้ ตอนที่คุณภัทรไปเยี่ยม เจอกับท่านประธานพอดี” ปลายประโยคหญิงสาวลดเสียงจนแทบจะไม่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก

            พราวพรายที่อ่านปากทักษพรออกแทบจะทำแก้วกาแฟร่วงลงพื้น “พระเจ้าช่วย! ท่าน....น่ะเหรอ?” เธอยั้งคำไว้ได้ทัน

            “อือ...”

            ปรินดาทำปากจิ๊จ๊ะ “ไม่ใช่แน่ แค่ไปเยี่ยมเจอกัน ทำไมคุณภัทรต้องทำหน้าเหมือนโลกแตก? ต้องมีมากกว่านั้น พี่ผักพูดมาเดี๋ยวนี้”

            “ก็....ก็ ท่านให้น้องพืชเรียกว่าคุณพ่อ”

            “เฮ้ย!” คนสงสัยได้คำตอบที่แสนอัศจรรย์ก็ร้องออกมาเสียงดัง

            ทักษพรรีบยื่นมือไปปิดปากรุ่นน้องเอาไว้ อีกมือก็นิ้วขึ้นทำเสียงจุ๊ๆ

            พราวพรายที่ตาเหลือกรีบดึงแขนน้องสองคนไปที่ระเบียง แล้วปิดประตูกระจก “ยังไงผัก? ท่านประธานน่ะนะ ให้น้องพืชเรียกว่าคุณพ่อ”

            “ค่ะ แล้วก็ยังมีคุณแม่ของท่านประธานอยู่ในห้องด้วย”

            “หา! คุณแม่ของท่านประธานก็มาเยี่ยมน้องพืชด้วย” พราวพรายตกใจยิ่งกว่าเดิม “อย่าบอกนะว่า คุณแม่ท่านประธานก็เล่นด้วย”

            “ค่ะ คุณภัสราให้น้องพืชเรียกว่าคุณย่า”

            สองสาวที่ได้ยินแทบร้องกรี๊ดออกมา พราวพรายกระทืบเบาๆ แต่ถี่คล้ายกำลังปวดปัสสาวะแรง ส่วนปรินดาก็ยกหลังมือข้างหนึ่งขึ้นกัด สายตาของสองสาวเป็นประกายวิบวับ

            “โอ๊ย! พี่ไม่ไหวแล้วตื่นเต้นจนฉี่จะราด ขอไปส้วมก่อนนะ” พราวพรายรีบเปิดประตูกระจก วางแก้วกาแฟไว้ที่โต๊ะใกล้ผนังแล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดิน

            “พี่พราว ปุ้ยก็ไม่ไหวเหมือนกัน”

                ทักษพรมองไปที่ประตูห้องทำงานของวรภัทรด้วยสายตาเงื่องหงอย เธอคิดจะไปอธิบายให้วรภัทรฟังแต่ก็กลัวจะเป็นการไปให้ความหวังเขา จึงได้แต่เดินเซื่องๆ กลับโต๊ะทำงานของตน

               

                คุณภัสรารับอาสาขอมารับเด็กชายตอนเลิกเรียนและพากลับไปเล่นที่บ้านรอทักษพรเลิกงาน หญิงสาวไม่กล้าปฏิเสธเพราะลูกชายเธอก็มีความสุขอย่างมากที่ได้อยู่กับคุณย่า

                ตอนที่เธอนัดหมายกับคุณภัสราที่หน้าโรงเรียนอนุบาลเพื่อจะได้แจ้งคุณครูว่าเธออนุญาตให้คุณภัสรามารับลูกชายกลับบ้าน ครูประจำชั้นของน้องพืชเห็นเข้าก็รีบยกมือไหว้

                “สวัสดีค่ะคุณย่า ต่อไปจะมารับน้องพืชเองเหรอคะ?”

                ทักษพรประหลาดใจที่คุณครูรู้จักกับคุณภัสรา เธอมองหน้าคนทั้งสองไปมาด้วยความงุนงง

                “จ๊ะ ตอนนี้ย่าก็ย้ายมาอยู่ใกล้บ้านน้องพืชแล้ว จะอยู่เมืองไทยอีกหลายเดือนคงได้มารับบ่อยๆ”

                หลังจากแสดงตัวเรียบร้อย คุณภัสราก็ขึ้นรถที่มีคนขับพามากลับบ้าน    ทักษพรจึงแอบไปสอบถามครูประจำชั้น ฝ่ายนั้นทำหน้าเจื่อนก่อนจะยอมรับ

                “คุณย่ากับคุณอาของน้องพืชเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งค่ะ แต่คราวนั้นบอกว่ายังตกลงกับคุณแม่ไม่ได้ก็เลยขอมาแอบดูน้องก่อน” คุณครูเห็นหน้าทักษพรไม่ค่อยดีนักก็ยื่นมือมากุมมือเธอเอาไว้ “คุณแม่คะ คุณครูดีใจกับน้องพืชด้วยนะคะ ตั้งแต่เขามีคุณพ่อ คุณอา คุณย่า น้องร่าเริงขึ้นมากเลยค่ะ ยังมาพูดอวดคุณพ่อกับครูด้วยนะคะ”

                ทักษพรยิ้มรับ “ค่ะ น้องพืชสดชื่นขึ้นมากจริงๆ”

            แม้จะรู้สึกดีที่ลูกชายมีความสุข แต่เธอก็อดจะกังวลไม่ได้ การที่คุณภัสราบุกไปเยี่ยมลูกชายเธอถึงโรงพยาบาลไม่ใช่ความบังเอิญ หญิงสาวเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ ไม่รู้ว่าครอบครัวธนารู้ความจริงแล้วหรือยัง? ถ้าเกิดพวกเขารู้แล้วเข้ามาตีสนิทกับน้องพืช จากนั้นก็ค่อยหาวิธีแย่งชิงลูกไปจากเธอ เธอจะสู้ได้ยังไงไหว?

     

     ********************


     

     

     

    คล้ายกับเรื่องแพ้รักประธานร้าย ที่คุณอ่าน