ตอนที่ 9 องค์ชายเขาดันไม่เล่นตามบท (21)
“ข้าคิดว่าคนพวกนั้นมิใช่โจรสลัดแต่อย่างใด โจรสลัดล้วนหวังเงินกันทั้งนั้น แต่ข้าเห็นพวกเขาตั้งใจมาฆ่าคนขอรับ” เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเป็ฝีมือใคร และพุ่งเป้ามาที่ใคร
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ท่านชายอันหนิงที่ปกติอ่อนโยนดั่งสายน้ำก็ั์ตาคมกริบขึ้นมา “ฮูหยินสามัญชนคนใหม่ของหลินกั๋วกงเป็คนของลัทธิแสงเทวะที่เหลือรอด นางทุ่มเทวางแผนมานานปีเพื่อกำจัดลูกหลานขุนนางให้สิ้นซากภายในเมื่อวาน กระทั่งพระสนมลี่เฟยในวังยังโดนหลอกให้ช่วยวางอุบายนี้
“เ้าเศษเดนนั่นไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีใดๆ หาได้คำนึงไม่ว่าจะพาลูกหลานในตระกูลติดร่างแหไปด้วยหรือไม่ ฝ่าากริ้วมาก ทั้งตระกูลหลินกั๋วกงถูกริบตำแหน่งและยึดสมบัติ คนในตระกูลถูกตัดหัวบ้างก็โดนเนรเทศถึงห้าชั่วโคตร”
เื่นี้ถูกตัดสินไปแล้ว เหอหรงไม่จำเป็ต้องถามสิ่งใดให้มากความ ทว่ายังมีข้อสงสัยในใจอยู่ เขารู้สึกว่าเื่นี้ไม่ง่ายขนาดนั้น แต่ก็บอกไม่ได้ว่าผิดปกติที่ตรงไหน
“ตอนนี้เื่ราวผ่านพ้นไปแล้ว เื่การแต่งงานของเ้าและอี้เหยียนเจ๋อก็ได้ถูกกำหนดไว้เรียบร้อย ทั้งยังมีการคำนวณวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากของพวกเ้าเพื่อหาฤกษ์ หลังผ่านพ้นปีนี้ไป หนึ่งเดือนหลังจากเ้าบรรลุนิติภาวะก็แต่งงานกันได้ทันที” ท่านชายอันหนิงไม่อยากพูดเื่ของตระกูลหลินอีก เื่โสมมเ่าั้เขากับอี้เหยียนเจ๋อจัดการได้ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือในที่สุดลูกของเขาก็จะแต่งงานแล้ว
เหอหรงตาโตอ้าปากค้างในบัดดล “แต่ง แต่งงานหรือ”
ท่านชายอันหนิงลูบหัวเขา “ข้ารู้หัวใจของเ้า ฤกษ์นี้ไม่ถือว่านาน เ้าตั้งตารอการแต่งงานให้สบายใจเถิด”
เหอหรงเบลอไปพักใหญ่ไม่ได้สติ ท่านชายอันหนิงไปั้แ่เมื่อใดเขายังไม่รู้ เขาแค่อยากหลอกเอาราชโองการเท่านั้น ไม่ได้อยากแต่งงานนะ!
“คุณชาย องค์ชายห้ามาแล้วขอรับ” หลิวซีขานแจ้ง
เหอหรงพูดอย่างมีน้ำโห “ให้เขาเข้ามา ข้าอยากฟังเขาอธิบายเหลือเกิน”
หลิวซีและจ้าวหมอมอดึงม่านเตียงปิดให้เขาทั้งยังตั้งฉากกันลมอีกด้วย ม่านลูกปัด่ต่อของห้องก็ถูกปล่อยลงมา เสียงลูกปัดกระทบกันดังเสียงใสเสนาะหู
เหอหรงไม่รู้จะพูดสิ่งใด เมื่อก่อนหากพบอี้เหยียนเจ๋อในห้องอย่างมากก็แค่กั้นฉากกันลม พบกันในห้องโถงยิ่งเป็การเจอกันแบบซึ่งๆ หน้า ไฉนตอนนี้ถึงทำตัวราวกับระแวงโจรอย่างนั้นเล่า
อี้เหยียนเจ๋อมองด้านหลังฉากกันลมด้วยสายตาเร่าร้อน ประหนึ่ง้ามองผ่านสิ่งกีดขวางทั้งหลายเหล่านี้ให้เห็นกับตาว่าคู่หมั้นของเขาสบายดี
อึ้เหยียนเจ๋อถามเสียงเบา “คุณชายอาการดีขึ้นบ้างหรือไม่”
เหอหรงแค่นเสียงหึ “องค์ชายห้าเกรงใจกันเกินไปแล้ว พวกเ้ากำหนดฤกษ์แต่งงานโดยไม่ไถ่ถามข้าสักคำ ข้ากล้าไม่สบายที่ไหนเล่า”
ได้ยินคำพูดนี้อี้เหยียนเจ๋อก็รู้ทันทีว่าเหอหรงโกรธ
อี้เหยียนเจ๋อบอกเหอหรงให้ไล่พวกบ่าวไปไกลหน่อย อยู่ในระยะที่ยังเห็นเขามิให้ทำเื่เสียมารยาทกระทำการไม่เหมาะ แต่ก็ไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูด
“อู๋โยว… ท่านอยากเป็ฮองเฮามิใช่หรือ ไม่จำเป็ต้องเป็อี้อวิ๋นเฟยหรอก ข้าก็ทำให้ได้ อีกอย่าง ข้าเต็มใจปกป้องท่านเพื่อทดแทนบุญคุณ ตำแหน่งฮองเฮา ข้าก็จะชิงมาให้ท่าน” อี้เหยียนเจ๋อกล่าวด้วยท่าทางตั้งมั่น
เหอหรงถึงนึกได้ว่าตอนนั้นเขาคิดว่าตนกำลังจะตาย จึงเผลอบอกเป้าหมายที่แท้จริงไป ไม่คิดว่าอี้เหยียนเจ๋อยังจำได้
เหอหรงพูดอย่างไม่ยอมแพ้ “เ้ากล้าดีอย่างไรถึงคิดว่าคนไร้อำนาจไร้อิทธิพลไร้รากฐานเช่นเ้าจะขึ้นครองบัลลังก์ได้ ด้วยตระกูลมารดาของเ้าที่ไม่มีแม้แต่ตำแหน่งขุนนางน่ะรึ”