ณ กลางป่าแห่งหนึ่งอันเงียบสงบ
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เฟิงเค่อได้ติดต่อกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต
“นายท่านขอรับ ในทางทิศเหนือของป่า ข้าได้พบกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งขอรับ ข้าได้ลองสอบถามชาวบ้านในหมู่บ้าน ชาวบ้านได้บอกกับข้าว่าหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ภายใต้การปกครองของเมืองแห่งนักประดิษฐ์ที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านแห่งนี้ขอรับ”
“โอ้! เมืองแห่งนักประดิษฐ์งั้นรึ น่าสนใจทีเดียว ในตอนนี้ยังพอมีเวลาก่อนที่สถาบันอสูรฟ้าครามจะเปิดเรียน พวกเราลองไปสำรวจเมืองแห่งนี้กัน เฟิงเค่อเจ้าเดินทางไปยังเมืองแห่งนักประดิษฐ์ เมื่อใกล้ถึงเมืองแล้วให้เจ้าบอกกับข้าในทันที” หวังเหว่ยได้กล่าวกับเฟิงเค่อผ่านการสื่อสารทางจิต
“รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อได้หยุดการติดต่อสื่อสารทางจิตกับหวังเหว่ยและรีบเดินทางไปยังเมืองแห่งนักประดิษฐ์ตามเส้นทางที่ชาวบ้านได้บอกเอาไว้
หลังจากเดินสำรวจป่าอีกครู่หนึ่ง แต่ไม่พบเจอสิ่งที่น่าสนใจ หวังเหว่ยได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูร
วูบ
มิติแดนอสูร
“นายท่านกลับมาแล้ว” เหล่าสัตว์อสูรได้ทักทายหวังเหว่ย
หวังเหว่ยมองสำรวจภายในมิติแดนอสูรและได้พบเห็นสมบัติของป้อมปราการมังกรทิศตะวันตกมากมายถูกจัดเรียงเอาไว้รวมกับหีบเหรียญทองของจิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์มังกรวารี
“พวกเจ้าทำได้ดีมาก วันนี้ข้าจะสอน "ทักษะปราณอสูรหลอมรวม" ให้กับพวกเจ้า ทักษะนี้ใช้พลังปราณอสูรมากน้อยตามระดับของเม็ดยาสมุนไพรที่พวกเจ้าต้องการจะหลอม ยิ่งเม็ดยาสมุนไพรมีระดับที่สูงและความบริสุทธิ์ที่มาก พลังปราณอสูรที่พวกเจ้าใช้ในการหลอมเม็ดยาสมุนไพรก็จะมากขึ้นตามไปด้วย”
หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้มองเหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์ที่กำลังพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้นดีใจที่จะได้เรียนรู้ทักษะใหม่อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นหวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นว่า
“จากนี้เป็นต้นไป ข้าจะเปลี่ยนชื่อกองกำลังของพวกเจ้า จากกองกำลังนิรนามเป็นกองกำลังคุณชายแมวขาว เหล่าหัวหน้าของกลุ่มกองกำลังคุณชายแมวขาวทั้ง350คน ให้มารวมตัวกันที่นี่ ข้าจะสอน "ทักษะปราณอสูรหลอมรวม" ให้กับพวกเจ้า และให้พวกเจ้านำทักษะไปสอนต่อให้คนในกลุ่มของพวกเจ้าเช่นเดิม”
“รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าหัวหน้าของกลุ่มกองกำลังคุณชายแมวขาวทั้ง350คน ได้มารวมตัวกันทางด้านหน้าของหวังเหว่ยอย่างรวดเร็ว
เมื่อเหล่าหัวหน้าของกลุ่มทั้ง350คนได้มารวมตัวกันครบ หวังเหว่ยได้เริ่มสอน "ทักษะปราณอสูรหลอมรวม" ให้กับเหล่าหัวหน้าของกลุ่มกองกำลังคุณชายแมวขาวทั้ง350คน
เวลาผ่านไปสามชั่วโมง ด้วยความกระตือรือร้นของเหล่าหัวหน้าของกลุ่มกองกำลังคุณชายแมวขาวทั้ง350คน ทำให้ทั้ง350คน เรียนรู้ "ทักษะปราณอสูรหลอมรวม" สำเร็จเรียบร้อย
“พวกเจ้าทุกคนทำได้ดีมาก หลังจากนี้ให้พวกเจ้านำทักษะไปสอนต่อให้กับคนในกลุ่มของพวกเจ้า”
“รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าหัวหน้าของกลุ่มกองกำลังคุณชายแมวขาวทั้ง350คน ได้แยกย้ายกันไปฝึกสอนทักษะ "ทักษะปราณอสูรหลอมรวม" ให้กับคนในกลุ่มของตนเอง
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ยืนคิดเรื่องของฉิงเหม่ย "ข้าควรจะหางานบางอย่างให้นางทำ นางจะได้มีเวลาคิดถึงเรื่องราวต่างๆน้อยลง" เมื่อคิดได้ดังนั้น หวังเหว่ยได้เดินไปยังที่พักของนางในทันที
เหม่ยหลิน เหม่ยจู ได้หลบออกไปยืนอยู่ด้านข้างเมื่อเห็นหวังเหว่ยเดินเข้ามาในที่พักของฉิงเหม่ย
เมื่อเข้ามาในที่พักของฉิงเหม่ย หวังเหว่ยได้เห็นนางกำลังนั่งเหม่อมองไปยังที่นอนของนาง ซึ่งเคยเป็นสถานที่อยู่ของไข่ของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติอย่างใจลอย เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ฉิงเหม่ยได้รู้สึกตัวและหันหน้ามามองหวังเหว่ยด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง
“ข้ามีงานอยากให้เจ้าทำฉิงเหม่ย” หวังเหว่ยได้กล่าวออกมา
“นายท่านอยากให้ข้าทำอะไรหรือเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยได้กล่าวถาม
แต่ก่อนที่หวังเหว่ยจะกล่าวอะไรต่อเขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณอสูรที่คุ้นเคยอย่างเบาบางบริเวณหน้าท้องของฉิงเหม่ย หวังเหว่ยจึงได้ลองตรวจสอบดู
“ฮ่าๆ ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้ตรวจดูอาการของเจ้าให้ดี ฉิงเหม่ยไม่รู้ว่าเจ้าจะรู้สึกอย่างไรเมื่อได้รับรู้เรื่องนี้ ในตอนนี้เจ้ากำลังตั้งครรภ์ !”
“ตั้งครรภ์! นายท่าน ข้า... ข้ายังไม่ได้แต่งงาน ข้าจะตั้งครรภ์ได้อย่างไรเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยได้กล่าวถามด้วยความตื่นตระหนก
“เจ้าตั้งใจฟังข้าให้ดี เมื่อข้าเข้ามาใกล้เจ้า ข้าสัมผัสได้ถึงพลังปราณอสูรที่คุ้นเคยที่บริเวณท้องของเจ้าและเมื่อข้าได้ลองตรวจสอบดู พลังปราณอสูรที่คุ้นเคยนั้นเป็นของไข่สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติ !”
“จริงหรือเจ้าค่ะนายท่าน !”
หวังเหว่ยได้พยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น “แน่นอนข้าไม่ได้โกหกเจ้า เพียงแต่ในตอนนี้พลังปราณอสูรของไข่สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติ เหลืออยู่เพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น หากตอนนี้ดวงจิตสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติไม่ได้อยู่ในท้องของเจ้า ดวงจิตสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติก็คงจะสลายหายไปแล้ว”
หลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้เข้าไปลูบที่หน้าท้องของฉิงเหม่ยด้วยความอ่อนโยนอย่างลืมตัว
“ข้าขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยชีวิตข้าและฉิงเหม่ยเอาไว้”
“นะ นายท่านเจ้าค่ะ...” ฉิงเหม่ยได้ยืนนิ่งอึ้งไปเมื่อหวังเหว่ยเดินเข้ามาลูบที่หน้าท้องของนาง
หวังเหว่ยที่พึ่งนึกขึ้นได้ว่าเขากำลังลูบหน้าท้องของฉิงเหม่ยอยู่ เขาจึงได้นำมือออกจากหน้าท้องของฉิงเหม่ยอย่างรวดเร็ว
“ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งล่วงเกินเจ้า” หวังเหว่ยรีบกล่าวอธิบายกับฉิงเหม่ยอย่างรวดเร็ว
ฉิงเหม่ยที่หน้าแดงขึ้นเล็กน้อยจากความเขินอายได้กล่าวกับหวังเหว่ย “ข้าเข้าใจท่านเจ้าค่ะนายท่าน ข้าเองก็ดีใจมากที่สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติยังปลอดภัยดี ข้ายินดีที่จะตั้งครรภ์และคลอดเขาออกมาเจ้าค่ะ”
หวังเหว่ยได้มีสีหน้าจริงจังและได้กล่าวกับฉิงเหม่ย “ข้าไม่เคยพบเห็นเรื่องเช่นนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าบ้าง ฉิงเหม่ยเจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี”
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน ข้าจะดูแลตัวเองรวมถึงดวงจิตสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์วิหควายุมิติที่อยู่ในท้องของข้าเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยได้มีสีหน้าที่ดีขึ้นในทันทีเมื่อได้รับรู้เรื่องนี้ นางได้ใช้มือลูบที่หน้าท้องของนางอย่างอ่อนโยน
“นายท่านข้าเกือบลืมไปเลย ท่านมีงานอยากให้ข้าทำหรือเจ้าค่ะ ?”
“ใช่แล้ว ข้าอยากให้เจ้าจัดตั้งหน่วยบัญชีขึ้น หน่วยของเจ้ามีหน้าที่จัดเก็บข้อมูลการกำหนดคะแนนผลงาน ของหน่วยคะแนนผลงาน และจัดเก็บข้อมูลการแลกเปลี่ยนสิ่งของ ของหน่วยกองคลัง โดยเหล่าสัตว์อสูรจะได้รับคะแนนผลงานจากการทำงานต่างๆ คะแนนผลงานสามารถนำมาใช้แลกเปลี่ยนเป็นเม็ดยาสมุนไพร สมุนไพร ของวิเศษ และอุปกรณ์ต่างๆ และสิ่งอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มเติมเข้ามาในอนาคต หากใครมีคะแนนผลงานมากโอกาสเติบโตก้าวหน้าก็จะมากขึ้นตามไปด้วย !”
ฉิงเหม่ยได้ยืนตะลึงในทันทีเมื่อได้ยินที่หวังเหว่ยกล่าว
“นายท่าน ข้ากลัวว่าข้าจะทำงานนี้ไม่ไหวเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยได้กล่าวออกมาด้วยความลังเล
“เจ้าไม่ต้องห่วง หากมีเรื่องอะไรที่เจ้าไม่เข้าใจ เจ้าสามารถถามข้าได้ ข้าจะให้เหม่ยหลิน เหม่ยจู ช่วยเหลือเจ้าอีกแรง”
“ข้าจะทำให้ดีที่สุด ไม่ทำให้นายท่านผิดหวังเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยได้กล่าวออกมาด้วยความมุ่งมั่น
“ดีมาก! เหม่ยหลิน เหม่ยจู ดูแลนางให้ดี ข้าจะไปพูดคุยกับจิวซื่อและเฟิงเฟยเรื่องการจัดตั้งอีกสองหน่วยงาน”
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากกล่าวจบ เหม่ยหลิน เหม่ยจู ได้เข้าไปพูดคุยปรึกษากับฉิงเหม่ย เรื่องการจัดตั้งหน่วยบัญชี
จากนั้นหวังเหว่ยได้ไปหาจิวซื่อ ที่กำลังพักผ่อนอยู่ในที่พักของนาง
จิวซื่อเมื่อเห็นหวังเหว่ยกำลังเดินเข้ามายังที่พักของนาง นางได้ออกมาต้อนรับและคำนับหวังเหว่ยด้วยท่าทางที่สง่างาม
“นายท่านมีเรื่องอะไรให้ข้ารับใช้หรือเจ้าค่ะ ?”
“เจ้ารอข้าสักครู่ ข้าขอคุยเรื่องบางอย่างกับเฟิงเฟยก่อน”
“เจ้าค่ะนายท่าน”
“เฟิงเฟย เจ้าพบเจออะไรบ้างหรือไม่ ?” หวังเหว่ยได้กล่าวถามเฟิงเฟยผ่านการสื่อสารทางจิต
“ข้ายังไม่พบอะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษเลยขอรับนายท่าน” เฟิงเฟยได้กล่าวตอบหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต
“เช่นนั้นเจ้ามาหาข้าในที่พักของจิวซื่อภายในมิติแดนอสูร ข้ามีงานให้เจ้าทำ”
“รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเฟยได้กลับเข้าไปในโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญ จากนั้นได้เข้าไปในมิติแดนอสูรและมาหาหวังเหว่ยอย่างรวดเร็ว
“นายท่านมีเรื่องอะไรให้ข้ารับใช้หรือขอรับ” เฟิงเฟยได้กล่าวถามหวังเหว่ยขณะเดินเข้ามายืนอยู่ข้างจิวซื่อ
“จิวซื่อ เจ้าสะดวกหรือไม่? หากข้าต้องการให้เจ้าจัดตั้งหน่วยกองคลังขึ้นภายในมิติแดนอสูร เพื่อดูแลจัดการในเรื่องการแลกเปลี่ยนคะแนนผลงานของเหล่าสัตว์อสูรกับสิ่งของต่างๆ เช่น เม็ดยาสมุนไพร สมุนไพร ของวิเศษ อุปกรณ์ต่างๆ และสิ่งอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มเติมเข้ามาในอนาคต โดยข้าจะให้เจ้าเป็นคนกำหนดว่าสิ่งของชิ้นไหนควรใช้คะแนนผลงานเท่าไหร่ในการแลกเปลี่ยนตามที่เจ้าเห็นสมควร”
“ส่วนเจ้าเฟิงเฟย ข้าต้องการให้เจ้าจัดตั้งหน่วยคะแนนผลงานขึ้น เพื่อกำหนดและแจกจ่ายคะแนนผลงานการทำงานของพวกเจ้าทุกคน โดยที่พวกเจ้าจะได้คะแนนผลงานมากน้อยขึ้นอยู่กับงานที่พวกเจ้าเลือกทำ งานต่างๆ ของพวกเรามีมากมายเช่น การดูแลสมุนไพร การก่อสร้างที่พักภาย การเฝ้าเวรยาม การหลอมเม็ดยาสมุนไพร การสู้รบ การออกไปสืบเรื่องราวต่างๆ และอื่นๆ และข้ายังได้ให้ฉิงเหม่ยจัดตั้งหน่วยบัญชีขึ้น เพื่อทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลของหน่วยคะแนนผลงานและหน่วยกองคลัง โดยข้าจะให้ทั้งสามหน่วยทำงานร่วมกัน”
“พวกเจ้าทั้งสองเจ้ายินดีรับหน้าที่นี้หรือไม่ ?”
“พวกข้ายินดี ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เฟิงเฟยและจิวซื่อได้กล่าวขึ้นพร้อมกัน จากนั้นทั้งสองได้เดินเข้าไปพูดคุยปรึกษากันเรื่องหน่วยคะแนนผลงานและหน่วยกองคลัง
หลังจากพูดคุยกับเฟิงเฟยและจิวซื่อเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้เริ่มใช้การสื่อสารทางจิตกับสัตว์อสูรทั้งหมดของเขา
“พวกเจ้าทุกคนฟังข้าให้ดี หลังจากนี้เป็นต้นไปข้าจะให้เฟิงเฟยจัดตั้งหน่วยคะแนนผลงานขึ้น และจิวซื่อจัดตั้งหน่วยกองคลังขึ้น และฉิงเหม่ยจัดตั้งหน่วยบัญชีขึ้น”
“หน่วยคะแนนผลงานของเฟิงเฟยมีหน้าที่กำหนดและแจกจ่ายคะแนนผลงานการทำงานของพวกเจ้าทุกคน โดยที่พวกเจ้าจะได้คะแนนผลงานมากน้อยขึ้นอยู่กับงานที่พวกเจ้าเลือกทำ งานต่างๆ ของพวกเรามีมากมายเช่น การดูแลสมุนไพร การก่อสร้างที่พักภาย การเฝ้าเวรยาม การหลอมเม็ดยาสมุนไพร การสู้รบ การออกไปสืบเรื่องราวต่างๆ และอื่นๆ สำหรับงานพิเศษต่างๆ ที่ข้าได้มอบหมายให้โดยตรงจะไม่ได้รับค่าคะแนนผลงาน แต่ข้าจะมอบสิ่งของตอบแทนให้เป็นการส่วนตัวเมื่อถึงเวลา”
“ส่วนหน่วยกองคลังของจิวซื่อมีหน้าที่ดูแลจัดการในเรื่องการแลกเปลี่ยนคะแนนผลงานของพวกเจ้ากับสิ่งของต่างๆ เช่น เม็ดยาสมุนไพร สมุนไพร ของวิเศษ อุปกรณ์ต่างๆ และสิ่งอื่นๆ ที่จะมีเพิ่มเติมเข้ามาในอนาคต เพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งได้ตามที่พวกเจ้าต้องการ !”
“และหน่วยบัญชีของฉิงเหม่ยมีหน้าที่จัดเก็บข้อมูลของหน่วยคะแนนผลงานและหน่วยกองคลัง ทั้งสามหน่วยนี้จะทำงานร่วมกัน”
“รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรทั้งหมดของหวังเหว่ยได้กล่าวตอบรับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิตด้วยความกระตือรือร้น
“ดีมาก! เฟิงเฟย จิวซื่อ ฉิงเหม่ย พวกเจ้าทั้งสามเริ่มต้นก่อสร้างสถานที่สำหรับหน่วยของพวกเจ้ากันได้เลย สถานที่ตั้งของทั้งสามหน่วยไม่ควรอยู่ไกลกันมากนัก ใครที่ต้องการทำงานในหน่วยงานทั้งสามนี้ให้ติดต่อกับทั้งสามคนได้โดยตรง”
“รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรทั้งหมดของหวังเหว่ยได้กล่าวตอบรับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต
จากนั้นเหล่าสัตว์อสูรได้ติดต่อสื่อสารทางจิตกับ เฟิงเฟย จิวซื่อ ฉิงเหม่ย เพื่อขอข้อมูลรายละเอียดเรื่องราวต่างๆ
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้ไปหาอี้หลิว ผ่านทางประตูมิติ ในมิติแดนอสูร
วูบ