เป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 2

    ภาค 2 ตอนที่ 57 -เริ่มต้นสงครามระหว่างแคว้น- อ่านฟรี 24/10

            ชายแดนตะวันตก

            แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาบนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่หยดน้ำค้างสีแดงเปล่งส่องประกายไปทั่วผืนหญ้า บริเวณชายแดนตะวันตกแคว้นต้าเฉียงกองทัพแคว้นต้าเฉียงและทหารแคว้นจิ้นกำลังสู้รบกันอย่างดุเดือด

            แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึงหนึ่งคืนแล้วก็ตามยังไม่มีทีท่าว่าสงครามจะยุติลงหรือแม้กระทั่งการพักรบ

            "โจมตี!"หลิวเทียนตะโกนสั่งการ

            ทหารแคว้นจิ้นต่างพากันโห่ร้องและบุกเข้าโจมตีกองทัพแคว้นต้า-เฉียงทหารทั้งสองฝ่ายต่างฟันดาบ ยิงธนู และขว้างหอกที่มีพลังปราณใส่กัน เสียงการต่อสู้ดังก้องไปทั่วบริเวณ

            “ตู้ม”

            “เคร้ง”

            “อ๊ากก”

            "แคว้นจิ้น! พวกเจ้าจะต้องแพ้สงครามครั้งนี้!"ผู้นำกองทัพแคว้นต้าเฉียงตะโกนสั่งการ

            “เฮ้!”

            ทหารแคว้นต้าเฉียงต่างพากันสู้อย่างกล้าหาญพวกเขาต่อสู้เพื่อปกป้องแคว้นต้าเฉียงจากการรุกรานในครั้งนี้

            การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเป็นเวลาหลายชั่วโมงทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียกำลังพลเป็นจำนวนมาก

            จนในที่สุด ทหารแคว้นต้าเฉียงสมทบจำนวนหนึ่งเดินทางมาถึงทหารแคว้นจิ้นได้รับคำสั่งให้ล่าถอยออกไป

            "ถอย!" หลิวเทียนตะโกนสั่งการ

            ทางด้านของผู้นำทัพแคว้นต้าเฉียงเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงถือเป็นโอกาสดีที่จะบุกฝ่ายตรงข้ามและจับตัวกบฏกลับมาลงโทษ

            "ฆ่าพวกมัน! จับเป็นหลิวเทียน"ผู้นำกองทัพแคว้นต้าเฉียงตะโกนสั่งการ

            ทหารแคว้นต้าเฉียงต่างพากันไล่ตามกองกำลังจากแคว้นจิ้นที่เหนื่อยล้าและมีน้อยลงจากการต่อสู้

            สงครามสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของกองทัพแคว้นต้าเฉียงหลิวเทียนถูกจับตัวไปพร้อมกับทหารกบฏอีกจำนวนหนึ่ง

            "พวกเจ้าแพ้แล้วจงยอมจำนนต่อแคว้นต้าเฉียงเสียเถิด" ผู้นำกองทัพแคว้นต้าเฉียงกล่าว

            ทหารกบฏต่างพากันส่ายหน้าด้วยความไม่ยอมแพ้หากแต่ทำอันใดมิได้ นอกจากถอยทัพกลับไป เมื่อผู้นำทัพในครั้งนี้ โดนจับกุมไปแล้ว

            ผู้นำกองทัพแคว้นต้าเฉียงส่งทหารไปคุมขังหลิวเทียนและทหารกบฏที่เหลือ

            มิเพียงแค่สงครามชายแดนแคว้นต้าเฉียงเท่านั้นที่ได้สิ้นสุดลงหากแต่แคว้นจ้าวและแค้วนเฉียนเอง ก็สิ้นสุดลงเช่นกัน

             

            ณ ท้องพระโรง วังหลวงแคว้นต้าเฉียง

            ฮ่องเต้ทรงประทับบนบัลลังก์ ฉีกงกงยืนขนาบข้างกายเหล่าขุนนางและกบฏหลิวเทียนยืนอยู่เบื้องหน้าท้องพระโรง

            "ฝ่าบาทกองทัพของเราได้ปะทะกับกองกำลังทหารแคว้นจิ้น ทั้งสองฝ่ายต่างสู้รบกันอย่างดุเดือดแต่กองทัพของเราได้ชัยชนะพะยะค่ะ" แม่ทัพชายแดนตะวันตกเอ่ยขึ้นมา

            "ดีมาก"ฮ่องเต้ทรงกล่าวด้วยพระพักตร์เปี่ยมสุขจากนั้นจึงหันไปมองยังหลิวเทียนที่ตอนนี้คุกเข่าอยู่กับพื้นท้องพระโรง

            "ทำไมเจ้าถึงก่อกบฏ? และหันไปร่วมมือกับคนต่างแคว้นเช่นนั้นกันอี้หลิวเทียน" สายพระเนตรคมจับจ้องไปยังเชลย

            "ข้าต้องการแก้แค้นให้กับตระกูลอี้"ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสกปรกกล่าวออกมาอย่างมิยอมจำนน

            "หึ แก้แค้นทำไมกัน"ต้าเฟยเฉิงแค้นเสียงหัวเราะออกมาเมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมาว่าต้องการแก้แคน

            "ตระกูลอี้ถูกใส่ร้ายและถูกทำลายล้างข้าจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายตระกูลอี้อีก" หลิวเทียนเอ่ยออกมานัยน์ตาแข็งกร้าวไม่ยอมจำนนในความผิดของตนเอง ที่ได้นำความเดือดร้อนไปสู่ตระกูล

            เพียงแต่ต้าเฟยเฉิงมิได้มีจิตคิดสงสารผู้ใดไม่กระทำผิดเช่นไรก็ต้องลงโทษ แม้อีกฝ่ายจะถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรมก็ตามว่ากันตามจริงแล้ว เป็นตระกูลอี้เองต่างหากที่ยอมออกหน้าและช่วยเหลือเสนาบดีซู

            "ข้าเข้าใจแล้วข้าจักให้โอกาสตระกูลอี้ของเจ้าสร้างผลงานเพื่อลบล้างการประหารเจ็ดชั่วโคตรหากเจ้ายินดี" ต้าเฟยเฉิงเอ่ยออกมา

            ฉับพลันท้องพระโรงที่เคยเงียบงันกลับส่งเสียงดังเซ็งแซ่ขึ้นมาด้วยเพราะการกระทำของหลิวเทียนอย่างไรก็มิสามารถละเว้นโทษได้แม้แต่น้อย

            หากแต่เสียงที่เปล่งออกมาดังที่สุดคงเป็นเสานบดีฝ่ายขวา

            ‘ซูเหวินหยง’

             

            "ฝ่าบาท แต่หลิวเทียนก่อกบฏตามกฎของแคว้นแล้วนั้นต้องรับโทษประหารเจ็ดชั่วโคตร มิมีละเว้นนะพะยะค่ะ โปรดทรงพิจารณาด้วยพะยะค่ะ"เสนาบดีซูเอ่ยออกมา ใบหน้าของเขาในยามนี้นั้น ดูตื่นตระหนกและแตกตื่นยิ่งนัก

            เหล่าขุนนางที่อยู่ฝ่ายเดียวกันหรือแม้กระทั่งคนละฝ่ายต่างก็เปล่งเสียงออกมา อย่างเห็นด้วยในคำกล่าวของเสนาบดีซู

            ทำเอาต้าเฟยเฉิงและฉีกงกงได้แต่แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ

            ส่วนตัวของหลิวเทียนเองนั้นเมื่อได้ฟังคำทรยศหักหลังจากซูเหวินหยงแล้ว ถึงกับเข่าอ่อนแทบจะทันทีนั้นแปลว่าเขาจะต้องรับโทษแต่เพียงผู้เดียว

            แม้ใจของเขาจะมิอยากรับเท่าใดนักหากแต่เพื่อน้องสาวและหลานของเขาที่อยู่ในตระกูลซูแล้ว

            เขาย่อมไม่มีทางเลือก นอกจากยอมจำนน

            "ข้ายอมรับโทษ" หลิวเทียนกล่าว

            “ทหารนำตัวหลิวเทียนออกไปจากท้องพระโรง”

            ฮ่องเต้ทรงยืนมองหลิวเทียนจนลับตาไปพระองค์ทรงรู้สึกสมเพชอีกฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งตัวตายก็ยังยอมเก็บงำความลับไว้

            "ท่านเสนาบดีซู" ต้าเฟยเฉิงเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายทันที

            เป่ยจินสั่งไว้แล้วว่าให้เขารีบจบศึกภายในวังหลวงให้เร็วที่สุด  มิเช่นนั้นนางจะลงมือเอง

            มิใช่เพราะนางอยากข้องเกี่ยวกับแคว้นต้าเฉียงแต่เป็นเพราะเรื่องป่าม่านหมอกต่างหาก

            หากเขายังปล่อยให้เรื่องนี้ยืดเยื้ออกไปอีกเกรงว่าราชบัลลังก์คงผลัดเปลี่ยนมืออีกแน่

            ใครใช้ให้จวินเทียนหลงยืนอยู่ข้างนางกันเล่า

            เสนาบดีซูเดินเข้ามาหาฮ่องเต้ด้วยความประหม่าเมื่อได้ยินรับสั่งดังขึ้นเขาคิดว่าเมื่อหลิวเทียนจากไปแล้วปัญหาจะจบลงและไร้การซักทอด

            "มีรับสั่งอันใดหรือพะยะค่ะ"เสนาบดีซูกล่าว

            "ข้าได้ข่าวมาว่า ท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกบฏของหลิวเทียน"ฮ่องเต้ทรงกล่าวออกมาตามตรง

            เหล่าขุนนางทั้งสองฝั่งที่กำลังอื้ออึ้งต่างก็เงียบไปในทันที

            เสนาบดีซูตกตะลึงอย่างไม่คาดคิดการติดต่อเรื่องนี้เป็นความลับระหว่างตนและหลิวเทียนเท่านั้น

            "พะยะค่ะ?กระหม่อมไม่ทราบว่าพระองค์ทรงหมายถึงเรื่องอะไรพะยะค่ะ"เสนาบดีซูกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเหงื่อเริ่มไหลออกมาให้เห็นบริเวณใบหน้าแถบไรผม

            ส่วนขุนนางทั้งสองฝั่งในตอนนี้กำลังรอดูสถานการณ์ มิมีผู้ใดกล้าส่งเสียงดังออกมา

            "ข้ามีหลักฐานว่าท่านลักลอบส่งข่าวให้กับหลิวเทียน"แววตาที่เต็มไปด้วยไอสังหารของต้าเฉยเฟยเฉิงแสดงออกมา

            เหล่าขุนนนางที่อยู่รอบข้างในตอนนี้ เริ่มรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยจากคลื่นพลังปราณที่โดนแผ่ออกมาโดยมิรู้ตัว

            เสนาบดีซูหน้าซีดเผือก ม่านตาเบิกกว้าง

            "ไม่เป็นความจริงนะพะยะค่ะฝ่าบาทกระหม่อมจงรักภักดีต่อแคว้นต้าเฉียงยิ่งนัก โปรดพิจารณาด้วยเถิด" เข่าของเสนาบดีซูกระแทกลงกับพื้นของท้องพระโรงทันที

            เหล่าขุนนางฝั่งเสนาบดีซูเองทั้งที่ร่วมมือและมิได้รับรู้ถึงแผนการเองก็คุกเข่าลงและร่วมขอร้องให้มีการพิจารณาความผิดของเสนบดีซูใหม่อีกครั้ง

             

            “ตุ๊บ”

             

            เสียงของกล่องใบหนึ่งตกลงเบื้องหน้าของเสนาบดีซูทันทีเมื่ออีกฝ่ายยังมีท่าทีไร้เดียงสาเช่นนั้น

    คล้ายกับเรื่องเป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 2 ที่คุณอ่าน