หลังจากที่หวงเยี่ยใช้แต้มวิญญาณไปกับการยกระดับสายเลือดเผ่าพันธุ์ ร่างศักดิ์สิทธิ์มังกรไฟ รวมถึงวิชาขับเคลื่อนพลังจนเสร็จสิ้น
ทุกสิ่งในร่างของชายหนุ่มราวกับได้รับการขัดเกลาใหม่อีกครั้ง เส้นชีพจรโลหิตแน่นหนา กระแสพลังไหลเวียนอย่างราบรื่น
โครงสร้างภายในมั่นคงประหนึ่งรากไม้ใหญ่ที่หยั่งลึกลงใต้ผืนดิน
แต้มวิญญาณที่เหลืออยู่จึงเหลืออย่างพอดิบพอดี 516,500 แต้ม
จำนวนดังกล่าวเพียงพอที่จะทำให้ตนเองก้าวข้ามขอบเขตเดิมของเจตจำนงแห่งพลัง ให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมอย่างแท้จริง
“เอาละ..”
หวงเยี่ยเงยหน้าขึ้นมองไปยังเชิงผาบริเวณเหนือปากถ้ำของมังกรอัคคีหลังหนาม แสงอาทิตย์ยามบ่ายทอประกายกระทบหน้าผาหินสีคล้ำจนเกิดเงาซ้อนทับเป็นชั้นๆ ก่อนที่จะก้าวเท้าออกไปอย่างมั่นคง กระโดดขึ้นไปนั่งบนเชิงผาที่สูงตระหง่านเหนือพื้นดิน
จากจุดนั้น วิวทิวทัศน์ของผืนป่าโบราณคงหมิงแผ่กว้างออกไปสุดสายตา พรรณไม้หนาทึบทอดยาวดุจทะเลสีเขียว
เสียงคำรามของสัตว์อสูรมังกรดังสะท้อนเป็นระยะ คลื่นเสียงสั่นสะเทือนอากาศรอบด้าน
ทว่าความกึกก้องทั้งหมด กลับไม่อาจเทียบได้กับคลื่นอารมณ์ที่กำลังซัดสาดอยู่ภายในจิตใจของเขา
ลมหายใจของชายหนุ่มยาวลึก ปล่อยสายตาให้ทอดไปยังเส้นขอบฟ้า ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางที่หนักแน่น
“ระบบคนสวย.. ใช้แต้มวิญญาณทั้งหมดเพื่อเริ่มต้นการยกระดับเจตจำนงแห่งพลัง!”
คำสั่งนั้นดังก้องในสติสัมปชัญญะอย่างเด็ดขาด
ไม่มีความลังเล
ไม่มีการถอยหลัง
ระบบกลืนกินมังกรขานรับในทันที เสียงหวานใสแฝงความตื่นเต้นเล็กน้อย
【รับทราบคะโฮสต์】
【เริ่มต้นการปรับเปลี่ยนเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชา - ราชันย์พงไพรพิฆาตดารา ให้กลายเป็นเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิ - จักรพรรดิพงไพรพิฆาตบัญญติดารา】
ในห้วงวินาทีถัดมา
ทุกสิ่งก็แปรเปลี่ยน
กระแสพลังมหาศาลพลันปะทุขึ้นจากส่วนลึกของร่างกาย พลังวิญญาณสีม่วงเข้มทะยานออกมาราวม่านหมอกที่พุ่งทะลักจากเหวลึก มันหมุนวนรอบกายของเขาอย่างรุนแรงเป็นเกลียวคลื่นซ้อนทับ แรงกดดันที่แผ่ออกทำให้อากาศโดยรอบหนักอึ้งในทันที
แสงเรืองรองสะท้อนเชิงผาจนสาดส่องไปทั่วบริเวณ ราวกับดวงดารานับไม่ถ้วนถูกจุดขึ้นกลางแสงของดวงตะวัน
พื้นหินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนเบาบาง เศษกรวดเล็กๆกลิ้งไหลลงหน้าผาอย่างไม่อาจต้านแรงกดดันที่แผ่ขยายออกมา
หัวใจของหวงเยี่ยเต้นระรัวรุนแรงจนแทบทะลุออกจากอก จังหวะกระแทกถี่และหนักหน่วงเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้ เสียงชีพจรดังก้องในโสตประสาท ลมหายใจขาดห้วงเป็นช่วงๆ หน้าอกกระเพื่อมเหมือนกำลังจมน้ำอยู่ใต้กระแสคลื่นเชี่ยวกราก
เพราะพลังอำนาจที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ต่างจากกระแสน้ำหลากที่ท่วมท้นทุกสิ่ง
มันไหลบ่าเข้าสู่จิตสำนึกโดยตรง ไม่ได้ผ่านเพียงเส้นชีพจรโลหิต แต่พุ่งตรงเข้าสู่เจตจำนงอันเป็นแก่นกลางของตัวตน ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มพร่าเลือน ภาพเบื้องหน้าเบลอเล็กน้อย ราวโลกกำลังหมุนช้าลง
เสียงคำรามของสัตว์อสูรในป่าลึกค่อยๆห่างไกล เหลือเพียงเสียงหัวใจและกระแสพลังที่โหมกระหน่ำอยู่ภายใน
“ครืนนนนนนนนน!”
ทันใดนั้นเอง เหนือท้องฟ้าของผืนป่าโบราณคงหมิงซึ่งเคยสว่างไสวด้วยแสงอาทิตย์กลับแปรเปลี่ยนอย่างฉับพลัน
หมู่เมฆสีขาวที่ลอยกระจัดกระจายเริ่มรวมตัวกันแน่นหนา แสงสว่างค่อยๆถูกกลืนกิน เงามืดแผ่ขยายคลุมผืนฟ้าอย่างรวดเร็ว เมฆหนาทึบก่อตัวหมุนวนเป็นวงกว้าง จากความแจ่มกระจ่าง กลับกลายเป็นความมืดครึ้มในพริบตา
พลังวิญญาณในอากาศถูกดึงดูดเข้าสู่จุดศูนย์กลาง ก่อกำเนิดเป็นพายุแห่งพลังที่มีขนาดมหึมา มันขยายตัวออกจากอาณาเขตเล็กๆเบื้องต้นอย่างต่อเนื่อง รัศมีของมันกว้างขึ้นเรื่อยๆจนเทียบเท่ากับหนึ่งในสิบส่วนของอาณาเขตผืนป่าโบราณคงหมิง หรือประมาณสิบกิโลเมตร
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยกระแสหมุนวน เสียงฟ้าร้องคำรามโหมกระหน่ำอย่างไม่หยุดยั้ง
ประกายสายฟ้านับไม่ถ้วนปรากฏเป็นริ้วแสงสีม่วงที่ฉีกผ่านความมืด ฟาดผ่าลงทั่วบริเวณราวกับสวรรค์กำลังสำแดงอำนาจ
พื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย ใบไม้จำนวนมากปลิวว่อนตามแรงลมที่ก่อตัวจากแรงดูดของพายุ
พลังวิญญาณรอบด้านปั่นป่วนจนสัตว์อสูรมังกรที่อาศัยอยู่ภายในเขตป่าต้องกรีดร้องอย่างหวาดหวั่น
เสียงคำรามดังระงมเป็นทอดๆ ร่างขนาดมหึมาหลายตนวิ่งหลบหนีอย่างไม่คิดชีวิต
ในขณะเดียวกัน ภายในผืนป่าโบราณคงหมิงเองก็มีนักล่ามังกรหลายกลุ่มที่เข้ามาเพื่อล่าสัตว์อสูรและสั่งสมประสบการณ์ในการต่อสู้ พวกเขากำลังเคลื่อนไหวตามเส้นทางของตน ทว่าทันทีที่ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าแปรเปลี่ยน
เสียงคำรามของสายฟ้าและแรงกดดันจากพายุแห่งพลังวิญญาณก็กระแทกเข้าสู่สติสัมปชัญญะของทุกคน
ชายหนุ่มคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า
“นะ.. นะ.. นั่นมันอะไรกัน?!”
“หรือว่าจะมีสมุนไพรแห่งตำนานปรากฏขึ้นภายในส่วนลึกของผืนป่า?!”
น้ำเสียงของเขาสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่ ขณะที่หญิงสาวข้างกายกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างตื่นตระหนก
“ไม่ใช่แล้วเจ้าโง่ นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่าการปลุกเจตจำนงแห่งพลังตังหาก!”
“แสดงว่าภายในส่วนลึกของผืนป่ามีใครบางคนกำลังปลุกเจตจำนงแห่งพลังขึ้น?!”
คำพูดดังกล่าวทำให้บรรยากาศรอบกลุ่มเงียบกริบไปชั่วขณะ
ความเข้าใจเริ่มก่อตัวในดวงตาของผู้ฟัง ทว่าแทนที่ความโล่งใจจะเกิดขึ้น กลับเป็นความหวาดหวั่นที่แทรกซึมเข้ามาแทน
“เป็นไปได้ยังไง.. มันจะมีคนธรรมดาที่ไหนมาเป็นนักล่ามังกรภายใต้สถานที่ที่อันตรายแบบนี้กัน”
ชายอีกคนพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ
ทว่าเสียงฟ้าร้องดังสนั่นอีกครั้ง เป็นเหมือนกับสัญญาณที่ไม่มีทางปฏิเสธ
หญิงสาวอีกคนยกมือชี้ขึ้นฟ้า น้ำเสียงแฝงความตื่นตระหนกอย่างแท้จริง
“พระเจ้าช่วย! ปรากฏการณ์ขนาดตัวออกนับสิบกิโลเมตร หมายความว่านี่คือเจตจำนงแห่งพลังระดับจักรพรรดิ?!”
คำพูดนั้นทำให้คนอื่นๆชะงักงันและมีสีหน้าที่ซีดเผือดไปทันที
“อะไรนะ?!”
“นี่พูดจริงหรือมั่วนิ่มเนี่ย”
อีกฝ่ายแค่นเสียงเบาๆก่อนจะตอบกลับอย่างมั่นใจ
“เรื่องจริงตังหากละ ศึกษาองค์ความรู้ให้เยอะๆหน่อย แกจะได้ไม่โง่!”
“ว่ากันว่าถ้านักล่ามังกรคนไหนปลุกเจตจำนงระดับราชา ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าจะมีขนาดหนึ่งกิโลเมตร!”
นางชี้ไปยังวงพายุอันกว้างใหญ่เหนือศีรษะ
“ทว่าถ้าปลุกเจตจำนงระดับจักรพรรดิได้ ปรากฏการณ์จะครอบคลุมไปทั่วสิบกิโลเมตร!”
เสียงสายฟ้าฟาดดังประสานกับคำพูดนั้นพอดี ราวกับยืนยันข้อเท็จจริงที่กล่าวออกมา
“และถ้าใครที่เป็นสัตว์ประหลาดจนสามารถปลุกเจตจำนงระดับเทพได้..”
“ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะครอบคลุมท้องฟ้านับร้อยกิโลเมตรเลยเชียวละ”
“มันเป็นความแตกต่างที่สามารถบอกได้ด้วยตาเปล่า”
คำอธิบายดังกล่าวทำให้หลายคนเงียบลงทันที สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังพายุหมุนวนที่ขยายตัวปกคลุมฟ้า
ความยิ่งใหญ่ของมันไม่อาจปฏิเสธได้ พลังวิญญาณหนาแน่นราวกับจะกดทับทุกชีวิตที่อยู่ใต้ท้องนภา
“เหอะๆ ยังไงก็ช่าง เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ต้องรีบบันทึกเอาไว้!”
เขาล้วงสมาท์โฟนออกมาจากกระเป๋า มือสั่นเล็กน้อยแต่ยังพยายามยกมันขึ้นเล็งไปยังท้องฟ้า
“รีบใช้สมาท์โฟนบันทึกเหตุการณ์บนท้องฟ้าเร็วเข้า!”
คำพูดนั้นกระตุ้นให้คนอื่นๆรีบทำตาม เสียงกดเปิดกล้องดังต่อเนื่อง หลายคนถอยหลังเล็กน้อยเพื่อจับภาพมุมกว้างให้เห็นพายุแห่งพลังทั้งหมด บางคนพูดพึมพำกับตนเองอย่างตื่นเต้น
“ถ้านี่คือระดับจักรพรรดิจริงๆ.. คนที่ปลุกเจตจำนงในส่วนลึกของผืนป่าจะต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่!”