หลินเจิ้งฉีสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะได้ยินเสียงร้องไห้ของหญิงสาวที่นอนอยู่ข้างๆ
“พ่อคะ แม่คะ อย่าตีหนูเลยนะคะหนูเจ็บ หนูยอมแล้วค่ะ หนูยอมทุกอย่าง พ่อกับแม่จะให้หนูทำอะไรหนูยอมทั้งนั้น ขอแค่พ่อกับแม่อย่าไล่หนูไปเลยนะคะ อิงอิงช่วยพี่ด้วยนะ พี่หนาวมากเลย เธอช่วยดึงพี่ขึ้นจากน้ำทีนะ”
หลินเจิ้งฉีมองดูภรรยานอนละเมอด้วยความกลัวอยู่เป็นานสองนาน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจดึงหญิงสาวเข้ามากอดปลอบ “อันอันไม่เป็ไรนะ ต่อไปนี้ผมจะดูแลคุณเอง คุณไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว คุณไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนั้นแล้ว”
หย่งลี่อันค่อยๆ หลับลงไปอีกครั้ง แต่แขนของเธอก็กอดสามีไม่ยอมปล่อย หลินเจิ้งฉีจึงนอนกอดภรรยาไว้อย่าง ขณะที่เขากำลังนอนลืมตาอยู่ในความมืด ตรงหน้าเขาก็ปรากฏประตูมิติบานเล็กขึ้นมา หลินเจิ้งฉีค่อยๆ จับแขนภรรยาออกอย่างเบามือ เพราะเขากลัวว่าเธอจะรู้สึกตัวตื่น เมื่อจัดท่าทางให้ภรรยาเรียบร้อย เขาก็นั่งมองประตูมิติบานเล็กนั้นก่อนที่จะเพ่งสายตาเข้าไป หลินเจิ้งฉีมองเห็นสิ่งที่อยู่ในมิตินั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ นี่มันเงินที่ใช้ในยุคนี้ และมีอยู่ถึงห้าแสน ‘คุณปู่ครับ คุณย่าครับ ขอบคุณนะครับ’
หลินเจิ้งฉีตื่นเช้าขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาตื่นั้แ่เช้ามืดและใช้ความทรงจำของร่างเดิมปั่นสามล้อถีบคู่ใจเข้าไปในตัวตำบล เพราะหมู่บ้านของเขาอยู่ไม่ไกลจากตำบลมากนัก เขาใช้เวลาปั่นจักรยานแค่ชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงตัวตำบลแล้ว
หลินเจิ้งฉีเริ่มซื้อข้าวสาร เนื้อหมู ผัก เครื่องปรุง ของใช้จำเป็อย่างเช่นสบู่และผ้า ด้วยความที่เขาเป็ผู้ชาย เื่ข้าวของภายในบ้านเขาจึงไม่ค่อยถนัดนัก ‘เอาไว้วันหลังค่อยชวนอันอันออกมาด้วยดีกว่า วันนี้รีบกลับบ้านก่อน เดี๋ยวคนที่บ้านตื่นมาไม่เจอจะคิดว่าผมแอบหนีออกจากบ้านไปแล้ว’
“พี่ใหญ่ หนูนึกว่าพี่จะทิ้งพวกเราไปแล้ว” หลินเจียวเหมยวิ่งเข้าไปหาพี่ชายคนโตทันทีที่เห็นหลินเจิ้งฉีเข็นสามล้อถีบเข้ามาในบ้าน
“พี่ใหญ่ ทำไมมีข้าวของเต็มรถเลยล่ะครับ” หลินิเจ๋อถามอย่างตื่นเต้นจนลืมความใเมื่อครู่ไปหมดเมื่อเห็นข้าวของมากมายอยู่บนรถพี่ชาย
หลินเจิ้งฉีมองดูน้องๆ อย่างเข้าใจ เพราะที่ผ่านมา หากเขาจะไปทำธุระที่ไหน หลินเจิ้งฉีจะบอกน้องทั้งสองคนไว้ทุกครั้ง แต่เมื่อเช้าเขาไม่อยากจะปลุกน้องทั้งสองคนให้ตื่น เขาจึงออกไปตลาดโดยที่ไม่ได้บอกใคร และหลินเจิ้งฉีก็ไม่ลืมที่จะหันไปมองภรรยา เขาเห็นเธอตาแดงก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอคงผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักแน่ๆ
“เอาล่ะๆ เข้าไปในบ้านก่อนนะ แล้วก็มาช่วยพี่ขนของพวกนี้เข้าไปไว้ในบ้านของเราด้วย อันอันคุณก็มาช่วยพวกเราด้วยนะ อีกอย่างเช้านี้พวกเราคงต้องรบกวนให้คุณทำอาหารให้พวกเรากินอีกแล้วล่ะ” หลินเจิ้งฉีบอกทุกคน
“พี่ใหญ่ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะที่ไปตลาดโดยไม่บอกพวกเราก่อน พอดีพี่เห็นว่าเมื่อคืนทุกคนก็เข้านอนกันดึกมากแล้ว วันนี้พี่ก็เลยอยากให้พวกเธอนอนตื่นสายสักหน่อย พอไปถึงโรงเรียนแล้วจะได้ไม่ง่วง” หลินเจิ้งฉีหยิบกล่องข้าวและกระบอกน้ำอันใหม่ที่ซื้อให้หลินิเจ๋อและหลินเจียวเหมยใช้ไปโรงเรียนแทนอันเก่าเพื่อเป็การขอโทษ
“ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ”
“พี่จะเอาไปล้างแล้วก็ห่อข้าวใส่กล่องให้พวกเธอเลยนะ” หย่งลี่อันรีบอาสา
“ขอบคุณค่ะพี่สะใภ้ ให้หนูไปช่วยด้วยนะคะ” หลินเจียวเหมยอาสาทำงานช่วย
“ไม่เป็ไรหรอกจ้ะ เธอสองคนกินข้าวเสร็จก็รีบไปแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวจะไปโรงเรียนสาย” หย่งลี่อันตอบอย่างใจดี
หลินิเจ๋อและหลินเจียวเหมยรีบไปจัดการตัวเองทันที หลินเจิ้งฉีจึงเดินตามภรรยาเข้าไปในห้องครัว
“เมื่อเช้าผมขอโทษนะที่ไม่ได้บอกคุณก่อนว่าจะเข้าไปซื้อของในตำบล คุณคงใมากเลยสิ”
“ฉันคิดว่าคุณจะ เอ่อ...หนีไปแล้ว” หย่งลี่อันก้มหน้าตอบอย่างรู้สึกผิดที่ไม่เชื่อใจเขา
“วันนี้พอเด็กๆ ไปโรงเรียนแล้ว เราไปหาคุณปู่กับคุณย่ากันเถอะนะ ผมอยากจัดการเื่ของเราให้เรียบร้อย”
หลินเจิ้งฉีพาหย่งลี่อันมาบ้านลุงใหญ่ เมื่อมาถึงทั้งสองคนก็เห็นญาติผู้ใหญ่รวมถึงลูกพี่ลูกน้องนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“อาเจ๋อแวะมาบอกพวกเราก่อนที่เขาจะไปโรงเรียนว่าหลานกับหลานสะใภ้จะมาหา พวกเรากินข้าวเช้ากันแล้ว หลานกับหลานสะใภ้ล่ะ พวกเธอกินข้าวเช้ากันมาหรือยัง” คุณปู่หลินถามขึ้น
“พวกเรากินมาเรียบร้อยแล้วครับ” หลินเจิ้งฉีตอบ
“วันนี้หลานบอกว่ามีเื่จะมาปรึกษาพวกเรา หลานอยากปรึกษาเื่อะไร หรือจะให้ย่าไปช่วยพูดกับที่บ้านนั้นให้เื่เงินหนึ่งพัน” คุณย่าหลินถามอย่างร้อนใจ
“ถ้าวันนี้ทุกคนพอจะมีเวลาว่าง ผมก็อยากจะให้คุณปู่ คุณย่า ลุงใหญ่ และคุณอาเล็ก ช่วยผมจัดการเื่เงินหนึ่งพันนี่ล่ะครับ ผมอาจจะต้องรบกวนคุณลุงผู้ใหญ่บ้านด้วย เพราะผมอยากทำสัญญาให้ทางโน้นลงชื่อไว้เป็ลายลักษณ์อักษร ผมไม่อยากให้พวกเขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของผมอีก หรือแม้แต่ไม่อยากให้พวกเขามาสร้างปัญหาให้อันอัน”
“หลานแน่ใจหรือ หลานสะใภ้ก็เห็นด้วยหรือจ๊ะ” คุณย่าหลินหันไปถามหย่งลี่อันด้วย เพราะถึงอย่างไรนั่นก็คือพ่อกับแม่ของฝ่ายหญิง การที่จะห้ามไม่ให้ลูกกับพ่อแม่ติดต่อกันนั้น มันออกจะดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก
“หนูเห็นด้วยค่ะ เป็หนูที่เสนอเื่นี้ขึ้นมาเอง หนูรู้ว่าครอบครัวของหนูเป็ยังไง หนูไม่อยากให้พวกเขามาสร้างปัญหาให้กับบ้านหลินน่ะค่ะ” หย่งลี่อันตอบอย่างไม่ปิดบัง
“ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องไปเชิญหัวหน้าหมู่บ้านมาปรึกษาเื่นี้ด้วย แล้วเื่เงินล่ะ หลานจะไปหามาจากไหน” คุณปู่หลินเห็นด้วยกับความคิดนี้ แต่ท่านก็กังวลเื่เงินที่แม่ฝ่ายหญิงเรียกร้องเช่นกัน
“คุณปู่ครับ ข่าวลือที่ชาวบ้านพูดกันน่ะเป็เื่จริงครับ พ่อทิ้งเงินไว้ให้ผมจำนวนหนึ่งจริงๆ แต่ตอนนั้นผมไม่คิดที่จะเอาเงินจำนวนนี้ออกมาใช้ เพราะเงินก้อนนี้มันแลกมากับการเสี่ยงชีวิตของพ่อกับแม่” หลินเจิ้งฉีตัดสินใจโกหกญาติผู้ใหญ่ เพราะถ้าเขาไม่ยกเหตุผลนี้ขึ้นมาอ้าง เขาก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินในมิติออกมาใช้ได้อย่างไร
“จริงหรือ แล้วหลานก็ทนใช้ชีวิตลำบากมาได้ตั้งนานนะ เอาล่ะในเมื่อเื่เงินไม่ใช่ปัญหาแล้ว เราก็มาจัดการเื่ของหลานกับหลานสะใภ้ให้เสร็จเร็วๆ กันเถอะ” คุณย่าหลินพูดขึ้นก่อนใคร
ทุกคนที่นั่งฟังต่างก็รู้ดีว่าที่คุณย่าหลินพูดขึ้นมาอย่างนั้นเพราะไม่อยากให้ทุกคนถามถึงที่มาและจำนวนเงินก้อนนั้นอีก ซึ่งทุกคนก็เข้าใจ ในเมื่อมันเป็เงินของหลินเจิ้งฉี ก็ต้องให้เขาจัดการมันด้วยตัวเอง ทุกคนไม่ควรเข้าไปยุ่ง