หยางเถาอวี้ เทพเซียนต่างโลก

    ตอนที่ 42 ซือคงจ่วนอี๋น้อย

            เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวน้อยคงไม่เป็นตัวอันตรายหยางเถาอวี้จึงวางใจที่จะพักผ่อนอยู่ริมธารน้ำเชี่ยวตามแผนเดิมต่อไป

            “ก็แค่เจ้าตัวตะกละตัวหนึ่งหละน่านึกว่าทำบุญทำทานก็ละกัน”กล่าวจบนางก็นำทุเรียนออกมาแกะกินลูกหนึ่ง

            วันนี้ทุเรียนสุกกำลังได้ที่พอดีนางจึงอยากกินนัก เย็นนี้จัดเรียบไปสองลูกตบท้ายแก้ร้อนในด้วยน้ำมะพร้าวอ่อนหอมหวานชื่นใจเมื่ออิ่มหนำสำราญดีแล้วจึงทะยานร่างขึ้นไปบนคาคบไม้สูงพร้อมกับผูกเปลผ้านอนชมจันทร์เล่นได้บรรยากาศไปอีกแบบ ก่อนนอนนางไม่ลืมหยิบเอาผลไม้กองโตออกมาใส่ถุงผ้าแล้วแขวนไว้บนกิ่งไม้ใหญ่ถัดไปอย่างนึกสงสัยว่าเจ้าตัวเล็กจะตามขึ้นมากินบนนี้หรือเปล่า

            กลางดึกคืนนั้นหยางเถาอวี้จับสัมผัสได้ถืงมวลอากาศที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ๆนางปรือตาขึ้นมองรอบหนึ่งเห็นเจ้าตัวเล็กโผล่ออกมานั่งกินผลไม้ในถุงผ้าอย่างสบายใจเฉิบจึงนอนมองความน่ารักของมันจนผลอยหลับต่อไปเพียงให้ทีเจวันเปิดม่านบาเรียป้องกันไว้รอบตัวเพื่อความไม่ประมาทเท่านั้น

            รุ่งสางมาเยือนพร้อมด้วยอากาศเย็นสดชื่นหยางเถาอวี้ลุกขึ้นมาโคจรพลังและฝึกยุทธ์ตามปกติจนเสร็จจึงค่อยเริ่มเตรียมอาหารเช้าช่วงท้ายการเดินทางที่ผ่านมานางไม่ได้แตะเนื้อสัตว์เลยเพราะเนื้อที่ให้ซู่ซินทำไว้ให้หมดไปแล้วเหลือแค่หมูสามชั้นที่ตั้งใจเก็บไว้เจียวน้ำมันเปลวก็ใครใช้ให้นางกลัวเลือดกันเล่า อีกอย่าง จะให้ลงมือเชือดเองก็ทำไม่ลงหมูเห็ดเป็ดไก่เลี้ยงไว้มากมายในมิติส่วนตัว มันมีแต่เพิ่มจำนวน หาได้ลดลงไม่นางจึงหันไปหัดทำเต้าหู้กับโปรตีนเทียมจากตำราที่เคยอ่านผ่านตาแต่ไม่เคยลงมือทำจริงเสียทีผลการทดลองก็นับว่าใช้ได้

            นอกจากนี้นางยังหัดหมักเครื่องปรุงรสหลายอย่างเช่นน้ำปลาเต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้ ซีอิ๊วหวาน ซีอิ๊วดำ ซอสเทอริยากิ น้ำส้มสายชูลองผิดลองถูกหลายหนจากความทรงจำที่ได้ดูพวกคลิปทำเครื่องปรุงจนสำเร็จได้ในที่สุดรสชาติก็นับว่าใช้ได้

            สาเหตุที่ต้องขยันทำเครื่องปรุงรสน่ะเหรอก็เพราะต้องการเพิ่มรสชาติให้กับอาหารเจที่ต้องกินทุกวันไงเล่าตอนนี้นางแทบจะกลายเป็นแม่ชีอยู่รอมร่อแล้ว

            เช้านี้นางหยิบหัวมันออกมาสองลูกและโยนลงไปในกองไฟเหมือนเดิมกะกินแก้แค้นที่เมื่อเย็นวานอดกินเสียหน่อยต่อมาจึงนำเต้าหู้แข็งที่ทำไว้ออกมาเสียบไม้ย่างไฟไม่มีใบโอบะแต่มีใบตองห่อแทนแก้ขัด ใบตองให้กลิ่นหอมไปอีกแบบตบท้ายด้วยการทาซอสเทอริยากิและโรยงาขาวคั่ว นางทำเผื่อไว้สี่ไม้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคิดทำเผื่อให้เจ้าตัวเล็กด้วยคาดว่ามันคงยังวนเวียนอยู่แถวนี้ไม่ได้ไปไหนไกล

            มันเผาสุกได้ที่แล้วนางเขี่ยออกมาจากกองไฟแล้วจึงคีบขึ้นมาใส่ชามไว้ลูกหนึ่งอีกลูกใส่ชามพร้อมกับเต้าหู้ย่างสองไม้ นางจงใจวางไว้ตรงหน้าตน มันเผาร้อนๆเนื้อสีส้มสวยหวานกำลังดี หยางเถาอวี้ค่อยๆแกะกินไปพลางชมบรรยากาศยามเช้าที่แสนสดชื่นไปพลางไม่นานก็มีเพื่อนร่วมกินโผล่มือออกมาชามใส่เต้าหู้ย่างสองไม้กับมันเผาหายแว๊บไปในพริบตา

            “เฮ้อ เจ้ามาขโมยกินอาหารของข้าตั้งหลายหนแล้วทำไมไม่ออกมานั่งกินดีๆ เสียทีเล่า จะผลุบๆ โผล่ๆ อยู่อย่างนี้ไปทำไมหน้าไม่อายยิ่งนัก ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรเจ้ามิใช่รึ” หยางเถาอวี้เปรยลอยๆ ออกมาเสียงดังฟังชัดลองดูซิว่ามันจะได้ยินและฟังรู้เรื่องไหม

            ราวชั่วจิบชาต่อมานางเห็นอากาศข้างตัวถัดไปราวสองหมี่สั่นไหว จากนั้นเจ้าตัวเล็กก็ค่อยๆโผล่หัวออกมาเมียงมอง ครั้นเห็นนางมองมาแต่ยังนั่งนิ่งเฉย ไม่มีท่าทีคุกคามมันจึงค่อยๆ โผล่ออกมาทั้งตัว

            ... ผีข่าชิวชัดๆ... น่ารักจริงๆ เล้ยยยยถ้าส่องกระจกอยู่ตอนนี้หยางเถาอวี้คงได้เห็นว่าสองตาของตนว่าหยีจนเป็นเม็ดถั่วไปแล้ว

            เจ้าตัวเล็กปรากฏกายออกมานั่งนิ่งอยู่อึดใจหนึ่งเมื่อยิ่งเริ่มแน่ใจในความปลอดภัยมันจึงค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นและ..ดึงเอาชามเปล่าออกมาจากอากาศว่างเปล่าแล้ววางลงข้างตัวหยางเถาอวี้พลางเมียงมองนางสลับกับชามว่างเปล่าใบนั้น

            สองตากลมโตใสแป๋วของมันเมียงมองหยางเถาอวี้ด้วยท่าทางออดอ้อนแล้วก็ตวัดไปมองชามเปล่าใบนั้นอยู่สองสามหน มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบใบหูยาวฟูท่าทางเก้อเขิน

            “อย่าบอกนะว่าเจ้ากำลังขอของกินเพิ่ม” หยางเถาอวี้เดาความหมายจากท่าทางของมันพร้อมกับกลั้นยิ้ม

            เจ้าตัวเล็กผงกหัวขึ้นลงถี่รัวมันฟังภาษาคนออกจริงๆ ด้วย

            จะใจแข็งกับท่าทางน่ารักน่าสงสารขนาดนี้ไปได้อย่างไรหยางเถาอวี้วาดมือออกไปรอบหนึ่ง ผลไม้สุกกำลังกินกองใหญ่ปรากฏออกมาจากมิติมีทั้งกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก มะม่วงและมะพร้าวน้ำหอม

            เจ้าตัวเล็กยื่นมือเล็กน่ารักออกมาหยิบกล้วยหอมเป็นอย่างแรกมันใช้สองมือประคองขึ้นมางับลงไปทั้งใบอย่างนั้น หยางเถาอวี้เห็นก็ลังเลอยู่ว่าจะสอนให้มันปอกเปลือกผลไม้ดีหรือไม่นางจึงเอ่ยปาก “เดี๋ยวก่อน” พลางเอื้อมมือไปหยิบกล้วยหอมอีกใบขึ้นมาปอกเปลือกให้มันดูเป็นตัวอย่างและจึงยื่นส่งให้มัน

            มือเล็กๆยื่นออกมารับกล้วยหอมไปจากมือของนางด้วยท่าทางเหมือนจะเข้าใจและกัดกินดูมันทำหน้าราวกับพึงพอใจยิ่ง ปากงับเนื้อกล้วยหอมด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยกว่าเดิม

            เห็นเช่นนี้หยางเถาอวี้จึงถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งมันมีท่าทางเชื่องเหลือเกิน คงเพราะยังเล็ก จึงไม่ค่อยระวังภัยสักเท่าไหร่นี่ถ้าเจอนักล่าสัตว์อสูรมืออาชีพเข้าจะมิแย่หรอกเหรอ

            “เจ้าตัวเล็ก เจ้าคือสัตว์อสูรซือคงจ่วนอี๋ใช่หรือไม่หน้าตาเจ้าเหมือนผีข่าชิว (ปิกาจู:皮卡丘 (Píkǎqiū)) มากเลยรู้ไหมต่อไปข้าเรียกเจ้าว่าข่าเอ๋อดีหรือไม่”

            เจ้าตัวเล็กเงยหน้าขึ้นสบตากับหยางเถาอวี้พร้อมทั้งอมยิ้มตาหยีมันพยักหน้าหงึกๆ เหมือนกำลังดีใจ

            เห็นมันทั้งเชื่องทั้งว่าง่ายปานนี้หยางเถาอวี้จึงหันไปปอกมะละกอ ขูดเมล็ดกับไส้ออก หั่นเป็นชิ้นยาววางใส่ชามถือเป็นรางวัลในความน่ารักเชื่อฟังของมันก็ละกัน ข่าเอ๋อหยิบขึ้นมากินอย่างรู้ความดูแล้วมีความสุขยิ่งนัก ‘สงสัยข้าคงตกเป็นทาสผีข่าชิวซะแล้ว’

            “ข่าเอ๋อ ถ้าเจ้าเจอมนุษย์คนอื่นเจ้าต้องระวังตัวกว่านี้นะ มิใช่ทุกคนจะเชื่อใจได้ หากเจอคนไม่ดีอาจจับเจ้าไปกินหรือขายก็เป็นได้ รู้หรือไม่”

            ข่าเอ๋อหยุดปากของมันพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองหยางเถาอวี้ราวกับตั้งใจฟังมันพยักหน้าอมยิ้มทีหนึ่งก่อนจะยื่นมือออกไปหยิบมะพร้าว

            “เดี๋ยวๆๆ ข้าปอกให้” นางทดลองแบมือยื่นออกไปหามันเป็นเชิงขอซึ่งมันก็เข้าใจและส่งมะพร้าวในมือให้หยางเถาอวี้รับไปพลางเมียงมองด้วยความสนใจ

            “เจ้าฉลาดยิ่งนักมะพร้าวต้องปอกเปลือกก่อนแบบนี้”นางใช้พลังปราณฝานเปิดกะลามะพร้าวพร้อมกับใส่ไผ่หลอดลงไปทำท่าดูดให้ดูแล้วจึงยื่นส่งให้ ข่าเอ๋อก็รู้ความนัก มันรับไปดูดน้ำมะพร้าวเสียงดังซู๊ดๆทีเดียว

            “ส่วนมะม่วงกินแบบนี้” หยางเถาอวี้หยิบมะม่วงสุกขึ้นมาปอกเปลือกด้วยวิธีแบบปอกกล้วยหอมก่อนจะส่งให้มันคิดในใจว่าต่อไปมันจะได้หัดปอกเองเมื่อเจอผลไม้ชนิดนี้ในป่า 

            “เจ้ารู้ใช่ไหมว่าเม็ดมันมีรสฝาดกินแต่เนื้อสุกหวานก็พอ” เห็นมันทำท่าจะอ้าปากงับลงไปคำโตหยางเถาอวี้จึงทักท้วงไว้ก่อน

            ผ่านไปราวครึ่งชั่วยามผลไม้กองโตหมดลงอย่างไม่น่าเชื่อว่ากระเพาะเล็กๆ ของมันจะจุไหว

            “เอาล่ะ ข้าต้องเดินทางต่อละนะคงอยู่เล่นเป็นเพื่อนเจ้าไม่ได้อีกแล้ว อย่าลืมว่าหากเจอมนุษย์คนอื่นเจ้าต้องระวังตัวให้มากกว่านี้”เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาหยางเถาอวี้จึงเอ่ยอย่างตัดใจมือข้างหนึ่งวาดออกไปวางผลไม้อีกกองให้มันเผื่อเป็นเสบียงด้วยความเป็นห่วง นางดับฟืนไฟและจึงลุกขึ้นยืนโบกมือลาพร้อมก้าวขาออกเดินทางอีกครั้ง

            ข่าเอ๋อเงยหน้าขึ้นมองหยางเถาอวี้ด้วยดวงตาละห้อยสับสนท่าทางละล้าละลัง ก่อนจะรีบหันไปกวาดกองผลไม้ทั้งหมดพร้อมหายตัวไป

            หยางเถาอวี้หยิบแผนที่ทวีปที่หาซื้อจากอำเภอตงอวิ๋นออกมากางดูหากเดินเท้าต่อไปอย่างนี้อีกวันสองวันก็น่าจะทะลุออกจากชายป่าถึงเมืองเส้าได้

            เมืองเส้าเป็นที่เลื่องชื่อเรื่องแหล่งชุมนุมของนักล่าสัตว์อสูรนางตั้งใจจะหากลุ่มนักล่าสัตว์อสูรดีๆ สักกลุ่มขอเข้าร่วมสำรวจป่าลึก

            เดินทางไปได้ครึ่งวันระหว่างนี้นางรู้สึกเหมือนถูกตามอยู่ตลอดเวลา บางขณะคลื่นอากาศใกล้ตัวมีความเคลื่อนไหวลักษณะเหมือนตอนที่ซือคงจ่วนอี๋น้อยผลุบๆ โผล่ๆ ออกมาหรือข่าเอ๋อจะแอบติดตามนางมานะ ใกล้เข้าเมืองแล้วหวังว่ามันจะไม่เป็นอันตรายจากน้ำมือมนุษย์คนอื่นๆ

            ป่าแถบนี้ไม่ค่อยมีต้นไม้ผักป่าหรือสมุนไพรใหม่ๆ ให้ได้เก็บเกี่ยว เวลานี้ตะวันขึ้นเกือบตรงหัวแล้วหยางเถาอวี้จึงตัดสินใจเลือกโคนไม้ใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งแผ่กิ่งก้านสาขาออกมากว้างหลายหมี่เพื่อหยุดพักกินอาหารเที่ยงนางนั่งลงพักขาบนหินใหญ่ใต้ร่มเงาก้อนหนึ่งพร้อมกับล้วงขนมปังไส้ถั่วแดงที่ทำตุนไว้ออกมากัดกินเพียงไม่นานอากาศตรงหน้าก็พลันสั่นไหวพร้อมๆกับข่าเอ๋อที่โผล่หัวออกมายืนเผล่อยู่ตรงหน้ามันเอียงคอมองขนมปังไส้ถั่วแดงในมือเด็กสาวตาละห้อย

            “นี่เจ้าตามข้ามาจริงๆ เหรอ ข้ากำลังจะเข้าเมืองมันไม่ปลอดภัยสำหรับเจ้านะ รู้หรือเปล่า” หยางเถาอวี้เอ็ดมันด้วยความเป็นห่วงแต่ก็ส่งขนมปังให้มันชิ้นหนึ่งเจ้าตัวเล็กไม่ปฏิเสธ มันรับขนมปังมาแล้วก็ค่อยๆขยับขึ้นมานั่งบนตักของหยางเถาอวี้ครั้นเห็นนางไม่ขับไล่มันก็นั่งลงกัดกินขนมปังอย่างเอร็ดอร่อยท่าทางเพลิดเพลินยิ่ง นางได้แต่ตะลึงงัน

            “สงสัยมันคงหลงเสน่ห์นายหญิงเข้าแล้วนะเจ้าคะ” เสียงรุ่ยเอ๋อพูดขึ้น

            “หลงเสน่ห์อาหารของข้าล่ะสิไม่ว่าประเดี๋ยวก็จับมาเลี้ยงซะหรอก อุตส่าห์ตัดใจไม่ยุ่งเกี่ยว ยังจะตามมาอ่อยข้าอีก ฮึ” ปากบ่นไปแต่มือข้างหนึ่งก็ลองยกขึ้นลูบหัวมันไปอา... สัมผัสช่างนุ่มนิ่มดีจัง เจ้าตัวเล็กก็ไม่หนีแถมยังตอบสนองด้วยการเอาหัวมาถูไถมือของนางคืน พอกินอิ่มแทนที่จะหายตัวไปเหมือนเคย มันกลับปีนขึ้นไปเกาะบนบ่าของหยางเถาอวี้แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าจะติดตามนางไป

            “เอ้า งั้นไปด้วยกันก็ได้ดีกว่าปล่อยเจ้าไว้คนเดียว อยู่กับข้าน่าจะปลอดภัยกว่าระดับหนึ่ง... มั้งอย่างน้อยคงไม่อดตาย” กล่าวจบหยางเถาอวี้ก็ลุกขึ้นเดินทางต่อโดยมีข่าเอ๋อเกาะติดอยู่บนบ่า

            หนึ่งคนหนึ่งตัวออกเดินทางมุ่งหน้าเข้าเมืองต่อไปบ่ายคล้อยแล้ว วันนี้อากาศร้อนยิ่งนักหยางเถาอวี้ยกชายเสื้อขึ้นซับเหงื่อบนหน้าผากพลางหันไปหาข่าเอ๋อ “เจ้าไม่ร้อนเลยเหรออิจฉาชมัด ขนก็ฟูฟ่องออกขนาดนี้ ทำไมไม่เห็นมีเหงื่อซักหยด”

            ทางด่านเส้นที่หยางเถาอวี้กำลังเดินไปไม่รกชัดมีความเรียบกว้างพอสมควร บ่งบอกว่าเป็นเส้นทางที่มีการใช้งานแบบนี้น่าจะใกล้ถึงที่หมายแล้วกระมัง

            ขณะกำลังบ่นพึมหูพลันได้ยินเสียงสวบสาบดังมาจากผืนป่าด้านหนึ่งนางหยุดฝีเท้าลงพร้อมกับแผ่สัมผัสลมปราณออกไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงดูเหมือนจะเป็นผู้ฝึกปราณคนหนึ่งกำลังมุ่งหน้าออกจากผืนป่าตรงมาทางนี้

            พรวด!เงาร่างสีดำโผล่พรวดออกมาเบื้องหน้า ห่างจากหยางเถาอวี้ไปราวสี่ห้าหมี่

             

             

            ------------

             

            https://amprohealth.com/magazine/sesame-seeds/

             

    คล้ายกับเรื่องหยางเถาอวี้ เทพเซียนต่างโลก ที่คุณอ่าน