บทที่ 46 : อาณาเขตเหมันต์นิรันดร์ ราชันย์ยุทธ์หญิง และค่ายกลระเบิดชีพจรใต้พิภพ!
พายุหิมะที่เคยพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งเหนือ 'หุบเหวรอยแยกน้ำแข็งทะลวงสวรรค์' พลันหยุดนิ่ง เกล็ดหิมะที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศถูกแช่แข็งจนแข็งค้างอยู่กลางห้วงมิติ ราวกับว่ากาลเวลาในรัศมีร้อยลี้ถูกหยุดเอาไว้ด้วยอำนาจที่เหนือล้ำกว่ากฎเกณฑ์ของธรรมชาติ
ความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านลงมา มิใช่เพียงอุณหภูมิที่ลดต่ำลง ทว่ามันคือ 'สัจธรรมแห่งเหมันต์' ที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกและจิตวิญญาณ
เหนือผืนฟ้าที่กลายเป็นกระจกน้ำแข็ง ปรากฏเงาร่างของสตรีผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินลงมาจากหมู่เมฆ นางสวมชุดคลุมผ้าไหมน้ำแข็งสีฟ้าอ่อนที่ทอประกายระยิบระยับ เส้นผมสีเงินยวงยาวสยายคลอเคลียแผ่นหลัง บนศีรษะสวมมงกุฎที่สลักจากผลึกน้ำแข็งบรรพกาล ใบหน้าของนางงดงามหมดจดประดุจรูปสลักของเทพธิดา ทว่ากลับไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ นัยน์ตาสีฟ้าครามของนางเย็นชาจนสามารถแช่แข็งเปลวเพลิงได้เพียงแค่ปรายตามอง
นางคือ 'ไป๋รั่วปิง' ประมุขแห่งวังวังวนเหมันต์ ผู้ปกครองสูงสุดแห่งมหาทวีปอุดรเหมันต์!
และกลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของนาง ก็คือขอบเขต 'ราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด' (ขอบเขตที่ 7 ขั้นสูงสุด)! ซึ่งห่างจากขอบเขตจักรพรรดิยุทธเพียงแค่ครึ่งก้าวเท่านั้น!
การปรากฏตัวของนาง ทำให้แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมายังก้นหุบเหว ซูหลงอวิ๋นที่เพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดขั้นต้น รู้สึกได้ถึงกระดูกทั่วร่างที่ส่งเสียงลั่นกรอบแกรบ แม้จะมี 'กายามังกรเทวะ' คุ้มครอง ทว่าแรงกดดันของขอบเขตที่เจ็ดขั้นสูงสุด ก็ยังหนักหน่วงประดุจมีขุนเขานับสิบลูกหล่นทับบ่า
ขอบเขตที่เจ็ดขั้นสูงสุด... ซูหลงอวิ๋นหรี่ตาลง ประเมินสถานการณ์ด้วยความเยือกเย็นอย่างถึงที่สุด ห่างจากข้าที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตที่สี่ ถึง 'สามขอบเขตใหญ่กับอีกเกือบสี่ขั้นย่อย'! นี่คือความห่างชั้นที่ไร้เหตุผลที่สุดในกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน!
เขาตระหนักดีว่า ไม่ว่าเขาจะมี 'ทารกวิญญาณหยินหยางเทวะ' ที่ทรงพลัง หรือมี 'เพลิงวิญญาณธาตุสวรรค์' ถึงสามดวง ทว่าหากระดับพลังพื้นฐานต่างกันถึงเพียงนี้ การปะทะด้วยกำลังโดยตรงย่อมหมายถึงความตายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง! เพลิงสวรรค์ของเขาอาจทรงอานุภาพ แต่มันก็ยังเติบโตไม่เต็มที่และถูกจำกัดด้วยพลังปราณของเขา หากถูก 'อาณาเขตเหมันต์นิรันดร์' ของนางกางครอบทับ เพลิงของเขาก็อาจถูกแช่แข็งดับมอดได้ในเสี้ยววินาที
"บุรุษโสโครก... บังอาจเหยียบย่ำดินแดนอันบริสุทธิ์ของข้า ซ้ำยังทำร้ายศิษย์ของข้าจนบาดเจ็บ โทษทัณฑ์ของเจ้า มีเพียงการถูกแช่แข็งวิญญาณในขุมนรกเหมันต์หมื่นปีเท่านั้น"
สุรเสียงของไป๋รั่วปิงดังก้องกังวาน ไร้ซึ่งความผันผวนของอารมณ์ ทว่ากลับแฝงไปด้วยเจตนาสังหารที่เด็ดขาด นางกวาดสายตามองซูหลงอวิ๋นประดุจมองดูเศษธุลี ก่อนจะเบือนสายตาไปจ้องมองสตรีโฉมงามที่ยืนอยู่เบื้องหลังเขา
"ส่วนเจ้า... สตรีผู้มีกายาเหมันต์อันบริสุทธิ์ ทว่ากลับยอมลดตัวไปเกลือกกลั้วกับบุรุษต่ำช้า เจ้าถูกมันใช้มนต์ดำควบคุมจิตใจ หรือเจ้ามืดบอดไปเองกันแน่? จงถอยออกไปเสีย ข้าจะชำระล้างมลทินให้เจ้าเอง"
หลิงอวี้ซีขมวดคิ้วแน่น นางก้าวเดินขึ้นมายืนเคียงข้างซูหลงอวิ๋น ปราณยุทธ์ขอบเขต 'ราชันย์ยุทธ์ขั้นต้น' ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มพิกัด! แม้พลังของนางจะฟื้นฟูยังไม่สมบูรณ์ร้อยส่วน ทว่า 'อาณาเขตเหมันต์ราชันย์' ของนางก็แผ่กางออกไปปะทะกับแรงกดดันของประมุขแห่งวังเหมันต์ ช่วยบรรเทาภาระให้แก่ซูหลงอวิ๋นได้อย่างมหาศาล!
"ท่านประมุขไป๋ ท่านเข้าใจผิดแล้ว" หลิงอวี้ซีกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาดอกท้อสบตากับผู้ที่อาวุโสกว่าอย่างไม่เกรงกลัว "ข้าคือ หลิงอวี้ซี สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนหมื่นเต๋า ข้ามิได้ถูกผู้ใดควบคุม และเขาผู้นี้ ก็คือสหายร่วมเป็นร่วมตายของข้า การที่พวกเราล่วงล้ำเข้ามา เป็นเพราะมีความจำเป็นต้องใช้ปราณหยินในหุบเหวแห่งนี้เพื่อปิดด่านบ่มเพาะ ศิษย์ของท่านโจมตีพวกเราก่อน การตอบโต้เพื่อป้องกันตัวย่อมเป็นสัจธรรมแห่งวิถีเต๋า!"
"สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งหมื่นเต๋า?"
ไป๋รั่วปิงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าครามทอประกายประหลาดใจ นางย่อมรู้จักชื่อเสียงของสตรีศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปศูนย์กลาง ทว่ากฎของมหาทวีปอุดรเหมันต์นั้นเข้มงวดเหนือสิ่งอื่นใด
"ต่อให้เจ้าเป็นประมุขแห่งหมื่นเต๋ามาเอง ก็ไม่อาจฝืนกฎของข้าได้... บุรุษที่ล่วงล้ำเข้ามา ต้องตาย! ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะปกป้องมัน เช่นนั้นก็จงรับการสั่งสอนจากข้าเสียเถิด!"
ประมุขไป๋รั่วปิงมิใช่ผู้ที่ชอบต่อความยาวสาวความยืด นางสะบัดแขนเสื้ออย่างเชื่องช้า ทว่ารวดเร็วประดุจสายฟ้าฟาด!
"สัจธรรมแห่งเหมันต์... ฝ่ามือแช่แข็งเอกภพ!"
วูบ!
มิติเบื้องหน้าของหลิงอวี้ซีและซูหลงอวิ๋นแตกร้าวและกลายเป็นแผ่นน้ำแข็ง! ฝ่ามือขนาดยักษ์ที่ควบแน่นจากปราณเหมันต์ระดับราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด พุ่งทะยานแหวกอากาศลงมากระแทกใส่พวกเขาราวกับสวรรค์ถล่ม! พลังทำลายล้างของมันมากพอจะป่นเทือกเขาให้ราบเป็นหน้ากลอง!
"ซูหลงอวิ๋น! ถอยไป!"
หลิงอวี้ซีตวาดก้อง นางรู้ดีว่าหากฝ่ามือนี้กระทบร่างของบุรุษหนุ่ม เขาต้องแหลกสลายเป็นผุยผงอย่างแน่นอน นางจึงพุ่งทะยานร่างเข้าขวางหน้า กระบี่เหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ในมือสาดประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์!
"เคล็ดกระบี่เหมันต์หมื่นเต๋า... กำแพงน้ำแข็งสะท้อนสวรรค์!"
เปรี้ยงงงงงงง!!!!!
รังสีกระบี่ของราชันย์ยุทธ์ขั้นต้น ปะทะกับฝ่ามือของราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด!
คลื่นกระแทกจากการปะทะทำลายล้างผนังหุบเหวทั้งสองด้านจนหินผาและผลึกน้ำแข็งนับล้านตันถล่มลงมาดังกัมปนาท!
"อั้ก!"
ความห่างชั้นของระดับพลังย่อยในขอบเขตเดียวกันนั้น มหาศาลยิ่งนัก หลิงอวี้ซีต้านทานได้เพียงสามลมหายใจ ก่อนที่รังสีกระบี่ของนางจะปริแตกและระเบิดออก! แรงกระแทกสะท้อนกลับทำให้นางกระอักเลือดสีแดงสดออกมา ร่างอรชรกระเด็นถอยหลังร่นมาหลายสิบก้าว!
"สตรีที่ยอมเจ็บตัวเพื่อปกป้องบุรุษ... ช่างน่าสมเพชและโง่เขลาสิ้นดี" ไป๋รั่วปิงแค่นเสียงเย็นชา นางเตรียมจะตวัดฝ่ามือซ้ำเพื่อปลิดชีพบุรุษชุดขาว
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือแรกของไป๋รั่วปิงถูกหลิงอวี้ซีต้านทานเอาไว้นั้น ซูหลงอวิ๋นก็มิได้ยืนดูอยู่เฉยๆ!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่อยู่เหนือกว่าสามขอบเขตใหญ่ เขาตระหนักดีว่าการโจมตีสวนกลับไปที่ตัวประมุขไป๋รั่วปิงโดยตรง ย่อมเป็นเรื่องไร้สาระประดุจการเป่าลมใส่พายุเฮอริเคน ทว่า... เขาไม่จำเป็นต้องโจมตีนาง!
เขาเพียงแค่ต้องโจมตี 'สภาพแวดล้อม' เพื่อสร้างเส้นทางหลบหนี!
"จินหลิน! พาอวี้ซีถอยไปอยู่ปากถ้ำ!"
ซูหลงอวิ๋นตวาดสั่งการราชสีห์เพลิงให้ไปรับร่างของหลิงอวี้ซี ในขณะที่ตัวเขาเองกลับพุ่งทะยานดิ่งลงไปยังก้นหุบเหวรอยแยกน้ำแข็งทะลวงสวรรค์ที่ลึกที่สุด!
"คิดจะหนีลงไปซ่อนตัวงั้นรึ? เปล่าประโยชน์!" ไป๋รั่วปิงตวัดนิ้ว หมายจะส่งรังสีเหมันต์ตามไปแช่แข็งเขา
"ผู้ใดบอกว่าข้าจะซ่อนตัว... ข้าเพียงแค่หาชนวนระเบิดต่างหาก!"
ซูหลงอวิ๋นเปิดจุดตันเถียน ทารกวิญญาณหยินหยางเทวะเปล่งประกายแสงเจิดจ้า! เขาล้วงเอา 'แก่นอสูรเหมันต์ระดับห้า' (ที่เพิ่งควักมาจากอสรพิษเมื่อครู่) ออกมา พร้อมกับธงค่ายกลระดับสูงนับร้อยด้าม!
เขาอาศัยความเร็วของ 'ย่างก้าวเงามายา' สลับกับการใช้หินปราณนำทาง พุ่งหลบหลีกรังสีเหมันต์ของประมุขไป๋ไปได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนจะกระแทกฝ่ามือฝังแก่นอสูรและธงค่ายกลทั้งหมด ลงไปใน 'ชีพจรเหมันต์' (เส้นทางไหลเวียนปราณธรรมชาติ) ที่อยู่ใต้พื้นผลึกน้ำแข็งของก้นหุบเหว!
"ด้วยวิชาแห่งจักรพรรดิเทพยุทธ์ ข้าขอเบิกทางสัจธรรม..."
ซูหลงอวิ๋นรีดเร้นพลังเพลิงวิญญาณทั้งสามดวง!
เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก... เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ... และเพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า!
เพลิงสวรรค์ทั้งสามสายถูกบีบอัดจนกลายเป็นเกลียวพลังงานลูกเล็กๆ ขนาดเท่ากำปั้น ทว่าอัดแน่นไปด้วยความขัดแย้งของพลังทำลายล้างขั้นสูงสุด! เขาอัดเกลียวเพลิงนี้ ลงไปในแก่นอสูรและค่ายกลที่ฝังอยู่บนชีพจรน้ำแข็ง!
"ค่ายกลผลาญชีพจรระเบิดสวรรค์... ทำงาน!"
สิ้นเสียงตวาด ซูหลงอวิ๋นก็บีบยันต์เคลื่อนย้ายมิติระดับสูง พุ่งทะยานร่างกลับขึ้นไปหาหลิงอวี้ซีและจินหลินที่ปากถ้ำด้วยความเร็วปานแสง!
"หืม? ลูกไม้ตื้นๆ..."
ไป๋รั่วปิงขมวดคิ้ว นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของปราณเบื้องล่าง ทว่าด้วยความมั่นใจในพลังของตนเอง นางจึงมิได้ถอยหนี นางเพียงแค่กางอาณาเขตเหมันต์นิรันดร์ให้หนาแน่นขึ้น
ทว่า สิ่งที่ซูหลงอวิ๋นจุดชนวนนั้น มิใช่การโจมตีจากพลังยุทธ์ของเขา ทว่ามันคือการทำให้ 'หุบเหวรอยแยกน้ำแข็งทะลวงสวรรค์' ซึ่งเป็นจุดบรรจบของพลังหยินอันมหาศาลของมหาทวีป เกิดการ 'ระเบิดจากภายใน'!
เมื่อเพลิงสวรรค์ทั้งสามสายที่ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้ว ปะทะกับชีพจรปราณเหมันต์บริสุทธิ์ที่ควบแน่นมานับล้านปีใต้พิภพ... ปฏิกิริยาลูกโซ่แห่งหายนะก็บังเกิดขึ้น!
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!
เสียงระเบิดกัมปนาทที่รุนแรงเสียยิ่งกว่าวันสิ้นโลก ดังก้องสะท้านไปทั่วทั้งมหาทวีปอุดรเหมันต์!
ก้นหุบเหวรอยแยกน้ำแข็งเกิดการปะทุอย่างรุนแรง พลังงานหยินและหยางที่บ้าคลั่งระเบิดทะลักขึ้นมาประดุจภูเขาไฟที่พ่นเอาสายฟ้า เปลวเพลิง และพายุหิมะออกมาพร้อมๆ กัน! คลื่นพลังทำลายล้างนี้ มิใช่ของซูหลงอวิ๋น ทว่าคือ 'โทสะของธรรมชาติ' ที่ถูกปลุกปั่นให้บ้าคลั่ง!
มิติในหุบเหวถูกฉีกกระชากจนเกิดเป็น 'พายุช่องว่างมิติ' (Spatial Storm) ขนาดยักษ์ที่ดูดกลืนและบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง!
"อะไรกัน!"
ไป๋รั่วปิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง! แม้แต่นางซึ่งเป็นถึงราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการระเบิดของชีพจรแผ่นดินและพายุมิติที่รุนแรงถึงเพียงนี้ อาณาเขตเหมันต์นิรันดร์ของนางก็ยังต้องสั่นคลอนและเกิดรอยแตกร้าว!
นางจำต้องหยุดการล่าถอย ชักกระบี่หิมะนิรันดร์ออกมาปัดป้องพายุพลังงานที่ซัดกระหน่ำขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง!
"จินหลิน! เข้ามาในค่ายกลมิติ เดี๋ยวนี้!"
ที่บริเวณปากถ้ำ ซูหลงอวิ๋นที่เพิ่งทะยานกลับขึ้นมา รีบคว้าแขนของหลิงอวี้ซีที่กำลังกระอักเลือดเอาไว้ เขาโยนหินปราณระดับสูงนับแสนก้อนออกไปกลางอากาศ ก่อเกิดเป็นค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติขนาดยักษ์ที่เขาเตรียมไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนจัดค่ายกลปิดด่าน!
นี่คือทางหนีทีไล่ที่อัจฉริยะอย่างจักรพรรดิเทพยุทธ์มักจะเตรียมพร้อมไว้เสมอ!
"เจ้าคนบ้าบิ่น! เจ้าทำลายชีพจรแผ่นดินของมหาทวีป!" หลิงอวี้ซีอุทานด้วยความสยดสยองขณะถูกเขาดึงตัวเข้าไปในม่านพลัง
"หากไม่ทำเช่นนี้ ตาแก่นั่นคงแช่แข็งพวกเราไปแล้ว! ปล่อยให้นางเล่นกับพายุมิติไปเถิด พวกเราไปแล้ว!"
ซูหลงอวิ๋นหัวเราะร่า ร่างของเขากระโดดขึ้นหลังจินหลิน พร้อมกับรั้งเอวบางของหลิงอวี้ซีให้มานั่งชิดอยู่เบื้องหน้า
วิ้งงงงง!
ค่ายกลมิติส่องแสงสว่างจ้า กลืนกินร่างของพวกเขาทั้งสามหายวับไปในความว่างเปล่า ในเสี้ยววินาทีเดียวกับที่แรงระเบิดของชีพจรเหมันต์พุ่งทะยานขึ้นมากวาดล้างปากถ้ำจนแหลกสลายเป็นผุยผง!
...
"อ๊ากกกกกก! ไอ้เดรัจฉาน! ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!"
ท่ามกลางพายุพลังงานและมิติที่พังทลาย เสียงคำรามด้วยความเคียดแค้นของไป๋รั่วปิงดังก้องทะลุสวรรค์!
ประมุขแห่งวังวังวนเหมันต์ผู้สูงส่ง ต้องตกอยู่ในสภาพทุลักทุเล เส้นผมที่เคยสลวยยุ่งเหยิง ชุดคลุมผ้าไหมน้ำแข็งมีรอยขาดวิ่นจากการถูกพายุมิติเฉือน แม้นางจะไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทว่าการถูกเด็กหนุ่มขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดขั้นต้น ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อและจุดชนวนระเบิดชีพจรใส่หน้า ซ้ำยังหลบหนีไปได้อย่างไร้ร่องรอย... นับเป็นความอัปยศที่นางไม่อาจยอมรับได้ในชั่วชีวิตนี้!
นางกวาดจิตสัมผัสระดับราชันย์ยุทธ์ออกไปรัศมีแสนลี้ หมายจะตามหาร่องรอยของมิติที่เปิดออก ทว่ากระแสพลังที่บ้าคลั่งจากการระเบิด ได้กลบเกลื่อนร่องรอยของค่ายกลมิติของซูหลงอวิ๋นไปจนหมดสิ้น!
"หลิงอวี้ซี... และไอ้บุรุษต่ำช้าผู้นั้น... ไม่ว่าพวกเจ้าจะหนีไปซุกหัวอยู่ที่ใดในแผ่นดินอุดรเหมันต์ ข้า ไป๋รั่วปิง ขอสาบานด้วยวิญญาณ ว่าข้าจะล่าหัวพวกเจ้ามาเซ่นไหว้หิมะนิรันดร์ให้จงได้!"
ประกาศิตแห่งการตามล่าครั้งใหม่ ได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง ณ ดินแดนที่หนาวเหน็บที่สุด!
...
ห่างออกไปหลายหมื่นลี้ ทางตอนใต้ของมหาทวีปอุดรเหมันต์
ท่ามกลางป่าสนหิมะที่เงียบสงบ รอยแยกมิติสีเงินยวงถูกฉีกออก ร่างของซูหลงอวิ๋น หลิงอวี้ซี และจินหลิน ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นหิมะอย่างแรง
"อั้ก..." หลิงอวี้ซีกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง พิษบาดแผลจากการรับการโจมตีของราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด ผสมกับความบอบช้ำจากการเคลื่อนย้ายมิติอย่างกะทันหัน ทำให้นางสติเลือนรางและทรุดตัวลงกับพื้น
ซูหลงอวิ๋นรีบเข้าไปประคองร่างของสตรีโฉมงามเอาไว้ เขาตรวจสอบชีพจรของนาง คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากัน
"พลังปราณของนางปั่นป่วนอย่างหนัก รากฐานราชันย์ยุทธ์ได้รับความเสียหาย... ซ้ำเพลิงอสนีบาตที่เคยกดข่มไว้ ก็เริ่มมีปฏิกิริยาต่อต้านขึ้นมาอีกเล็กน้อย"
มังกรหนุ่มอุ้มนางขึ้นมาในอ้อมแขน สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่เย็นเฉียบประดุจน้ำแข็ง "การรับมือกับตัวตนที่อยู่เหนือกว่าถึงสามขอบเขตใหญ่ ช่างเป็นเรื่องที่บ้าบิ่นและกินแรงอย่างแท้จริง แม้ข้าจะใช้เล่ห์กลหลบหนีมาได้ ทว่าอวี้ซีก็ต้องแลกด้วยการบาดเจ็บสาหัส"
"นายท่าน... สภาพของแม่นางหลิงดูไม่ดีเลย พวกเราจะทำเยี่ยงไรดีขอรับ? ที่นี่คือเขตแดนของวังวังวนเหมันต์ พวกมันย่อมส่งยอดฝีมือออกตามล่าพวกเราแน่" จินหลินถามด้วยความกังวล พลางสะบัดขนไล่เกล็ดหิมะ
ซูหลงอวิ๋นกวาดสายตามองไปรอบๆ ป่าสนหิมะ เขาสูดลมหายใจลึก "เราหนีรอดจากการปะทะครั้งแรกมาได้ ถือว่าสวรรค์ยังเข้าข้าง ทว่าการจะหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าเยี่ยงนี้ ย่อมถูกพวกมันดมกลิ่นเจอในไม่ช้า"
นัยน์ตาสีดำของเขาสาดประกายแห่งการคำนวณที่ลึกล้ำ
"ในโลกแห่งการฝึกตน สถานที่ที่อันตรายที่สุด มักจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดเสมอ... ในเมื่อวังวังวนเหมันต์ต้องการตัวพวกเรานัก ข้าก็จะเดินเข้าไปหาพวกมันถึงในถ้ำเสือเสียเลย!"
"นายท่านหมายความว่าอย่างไรขอรับ!?" ราชสีห์เพลิงเบิกตากว้าง
ซูหลงอวิ๋นล้วงเอาโอสถฟื้นฟูระดับสูง ป้อนเข้าปากหลิงอวี้ซีอย่างเบามือ ก่อนจะแย้มยิ้มเจ้าเล่ห์
"วังวังวนเหมันต์รับเฉพาะศิษย์สตรี... และบังเอิญเหลือเกิน ที่สตรีในอ้อมแขนข้าผู้นี้ มีกลิ่นอายและวรยุทธ์สายเหมันต์ที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าศิษย์เอกของพวกมันเสียอีก ข้าจะใช้ความทรงจำของวิชาแปลงลักษณ์ เปลี่ยนรูปโฉมของนางและข้า แฝงตัวเข้าไปเป็น 'ผู้พเนจร' ที่พลัดหลงเข้าไปขอความช่วยเหลือในอาณาเขตของเมืองรอบนอกของพวกมัน... เมื่อนางได้รับการรักษา เราจะใช้โอกาสนี้สืบหาข้อมูลเพื่อพลิกกระดานหมากรุกแห่งแดนอุดรเหมันต์!"
การลอบเร้นและแผนการอันแยบยลครั้งใหม่ กำลังจะเปิดม่านขึ้น ภายใต้เงื้อมเงาของขุมอำนาจที่เกลียดชังบุรุษที่สุดในใต้หล้า!
(จบบทที่ 46)