“ ฉันขอบอกไว้ก่อนนะไอหนู อย่าไปกวนประสาทยัยป้านั่น ไม่งั้นเดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เตือน ” วาลัสกระซิบกับเอมอส ขณะมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องของกิลด์มาสเตอร์ เพื่อที่จะพบกับควีนและฟังเื่ราวสำคัญก่อนจะให้เขาสมัครเป็นัักผจญภัย
“ สนุกกันมากสินะ ที่นินทาฉัน ” เสียงจากภายในห้องเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นเยียบ จนเอมอสนั้นถึงกับหนาวไปทั้งตัว
“ หูดีจริงๆ ” วาลัสบ่น ก่อนจะผลักประตูบานใหญ่เข้าไปในห้อง
“ ไม่เจอกันนานนะ เอมอส ” ควีนที่นั่งประสานมืออยู่บนโต๊ะทำงาน จ้องมองเอมอสด้วยแววตาหลากหลายอารมณ์
“ คุณคือ ? ” เอมอสเอ่ยถาม เขาจำไม่ได้ว่าเคยเห็นหญิงสาวคนนี้มาก่อน
“ ไม่แปลกที่จะจำฉันไม่ได้ ตอนนั้นเธอยังเด็กมาก ” ควีนหลับตาและสะบัดไหล่ความคิดอันยุ่งเหยิงออกไป ก่อนจะกล่าวว่า
“ ที่ฉันให้วาลัสพาเธอมาพบฉันโดยตรงก็เพราะว่า เื่อาชีพที่เธอเลือก ตอนนี้ชื่อเสียงของเธอมันโด่งดังมากในอาณาจักร ทั้งพลังเวทย์และมานาที่มากกว่าคนทั่วไปแต่ดันเลือกอาชีพหมอ แถมเธอยังกล้าที่จะปฎิเสธความรุ่งโรจน์ของศาสนจักรอย่างไม่ใยดี เธอแหกหน้าศาสนจักรได้อย่างเจ็บแสบ ”
“ แต่ฉันชอบ ! ” ควีนยิ้มทำให้ใบหน้าของเธอที่ดูงดงามนั้นเด่นชัดมากขึ้น วาลัสได้แต่ขยี้ตาซ้ำไปซ้ำมา เขาไม่อยากจะเชื่อว่าจะเห็นคนอย่างควีนยิ้ม เขาไม่เคยเห็นควีนยิ้มให้ใครมาก่อนนอกจากอาเร็น
“ ผมไม่มีรสนิยมชอบคนแก่หรอก… ” เอมอสปิดปากแทบไม่ทัน เขาเผลอตัวตอบไปด้วยความเคยชิน เพราะนานมากแล้วที่เขาไม่ได้เสวนากับคนอื่น ส่วนใหญ่จะมีแต่วาลัสที่เขาชอบกวนประสาท
ฉึก !
“ อ้าวเห้ย ! ทำไมมาลงที่ฉันเนี่ย " วาลัสะโลั่น
ที่หัวไหล่ของวาลัสนั้นมีแท่งน้ำแข็งเล็กๆปักคาอยู่บนกล้ามเนื้อเป็มัดๆของเขา ซึ่งเกิดจากฝีมือของควีนที่ระบายอารมณ์ใส่วาลัสแทน ถ้าไม่ติดที่ว่าเอมอสเป็ลูกชายของอาเร็นแท่งน้ำแข็งนั้นคงจะปักอยู่บนตัวของเขาแทน เอมอสที่หันหลังไปมองได้แต่อึ้ง เขาไม่เห็นด้วยซ้ำว่าควีนขยับตัวหรือร่ายเวทย์ตอนไหน
“ โทษฐานที่ไม่สั่งสอนลูกชายของเพื่อนให้ดี ” ควีนเอ่ยอย่างไม่สนใจวาลัส ก่อนจะตวัดสายตามาทางเอมอสจนเขาสะดุ้งโหยง
“ ฉันไม่สนว่าเธอจะเลือกอาชีพอะไร ฉันรู้ว่าทำไมเธอถึงเลือกอาชีพหมอทั้งที่ในใจเธอตอนนี้มีแต่ความโกรธและความเคียดแค้น แม้ว่าเธอจะพยายามเก็บมันลึกลงไปในส่วนที่ลึกที่สุดก็ตาม ” ควีนใช้ดวงตาอันกลมโตจ้องมองไปที่เอมอส จนเขารู้สึกไม่สบายตัวราวกับว่าควีนล่วงรู้ทุกสิ่งอย่างที่เขาคิดออกหมดทะลุปรุโปร่ง
“ ตำราเวทมนต์ที่พ่อของเธอให้มานั้น มันไม่ใช่ตำราธรรมดา ค่อยๆศึกษาและเรียนรู้มันทีละนิด ไม่มีใครสามารถบอกและสอนเธอได้ เพราะตำราเล่มนั้นน่าจะมีเพียงเล่มเดียวในโลกนี้ และคนที่รู้เื่นี้ดีที่สุดคืออาเร็น ” ควีนเอ่ย เมื่อเห็นว่าเอมอสไม่ได้ดูแปลกใจอะไร เธอจึงคิดว่าเอมอสน่าจะรู้ข้อนี้ดีอยู่แล้วจึงกล่าวต่อว่า
“ มันไม่ได้ใช้เวลาสั้นๆ ในการศึกษาตำราเล่มนั้น ตัวเธอในตอนนี้มีสิ่งที่คนอื่นไม่มี เธอมีทั้งพลังเวทย์และมานาเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปมากนัก จงใช้สิ่งที่ได้มาจากพ่อและแม่เธอให้เป็ประโยชน์ ฉันคิดว่าเธอคงไม่โง่พอ ขนาดที่จะเลือกอาชีพหมอมาทั้งที่รู้ว่ามันจะไร้ค่ามากแค่ไหนในการเป็นักผจญภัย ”
“ ป้ารู้เื่พวกนี้ได้ยังไง ” เอมอสเอ่ยถาม โดยลืมไปว่าตัวเองกำลังคุยกับใคร
ฉึก ! ฉึก !
“ โอ้ยย ! อะไรอีกเนี่ยยัยบ้า ! ” วาลัสโวยวายอีกรอบ คราวนี้แท่งน้ำแข็งที่ปักอยู่บนหัวไหล่และแขนของวาลัสนั้นใหญ่กว่าเดิมหลายเท่าและเพิ่มจำนวนเป็สองอัน
“ ฉันรู้มากกว่าที่เธอรู้ ตอนนี้เธอมีตำราเวทย์สายรักษาที่สมบูรณ์แบบอยู่ในมือ ไม่ต้องไปขวนขวายหาตำราดีๆจากที่ไหนอีก สิ่งที่เธอควรทำคือไปหาทักษะเวทย์สายโจมตีมาไว้สักหนึ่งอย่างก่อน และทำความเข้าใจกับมันและเข้าถึงแก่นแท้ของทักษะให้ได้ เื่พวกนี้ฉันคงไม่ต้องบอก " ควีนเอ่ยแนะนำ โดยไม่สนใจวาลัสที่กำลังบ่นเป็หมีกินผึ้งอยู่
“ คราวนี้ตานายวาลัส เื่ของปีศาจตนนั้นฉันได้ข้อมูลคร่าวๆ มาแล้ว " ควีนกำลังจะเอ่ยแต่วาลัสรีบขัดขึ้นทันที
“ เดี๊ยว ! จะให้เขารับรู้ด้วยหรือ ? ” วาลัสไม่อยากให้เอมอสรู้เื่ในตอนนี้ เพราะมันอาจจะไปรบกวนสมาธิและกระตุ้นให้เอมอสนึกถึงภาพอันแสนเ็ป
“ เขาควรได้รับรู้ไว้วาลัส นี่คือสิ่งที่เขาต้องเผชิญไม่ว่าตอนนี้หรือในอนาคต จะรู้ช้าหรือเร็วค่าเท่ากัน ” ควีนไม่เห็นด้วยที่จะปิดบังความจริง ต่อให้ปิดบังเื่นี้ไปยังไงสักวันนึงเขาก็ต้องรู้เื่นี้อยู่ดี วาลัสเงียบไปสักพักก็พยักหน้ายอมรับและเห็นด้วยกับควีน
“ ตอนนี้ดันเจี้ยนอันเดด ถูกสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไปเด็ดขาดนอกจากทางอาณาจักรจะอณุญาติ ทางอาณาจักรเองก็ส่งคนไปสืบเื่นี้มาเหมือนกัน ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เื่เล็กๆ ที่ปีศาจระดับนั้นจะโผล่ขึ้นมา ฉันได้ข่าวมาว่าทางอาณาจักรส่งคนไปสืบเกี่ยวกับหมู่บ้านราชิลมาแล้ว เพราะมันไม่มีเหตุผลเลยที่หมู่บ้านเล็กๆซึ่งอยู่กันอย่างสงบสุขและเรียบง่าย จะก่อให้เกิดดันเจี้ยนอันเดด ที่มักจะปรากฎในที่ที่มีกลิ่นอายแห่งความตายวนเวียนอยู่ " ควีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง วาลัสก็มีท่าทีสุขุมและใช้ความคิดผิดจากก่อนหน้านี้ลิบลับ
“ หรืออีกอย่าง อาจมีคนในหมู่บ้านลักลอบใช้ตำราเวทย์ต้องห้าม ” เอมอสเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จนควีนและวาลัสยังใที่เอมอสรู้เื่ตำราเวทมนต์ต้องห้ามได้ยังไง เื่พวกนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ได้ที่จะทำความเข้าใจและรู้เื่เกี่ยวกับตำรานี้ได้ง่ายๆ
“ ก็เป็ไปได้ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลหลัก ฉันแอบเเปลกใจนะที่เธออ่านและเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับตำราเวทมนต์ จนเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งถึงสิ่งที่ตำราอยากจะสื่อได้ ” ควีนเอ่ยตามตรง สมแล้วที่วาลัสเคยบอกว่าเอมอสนั้นวันวันมัวแต่คลุกตัวอ่านตำราเวทมนต์ ทีแรกเธอคิดว่าเขาคงจะเน้นแค่ตำราเกี่ยวการรักษา นึกไม่ถึงว่าจะครอบคลุมถึงเื่พวกนี้ด้วย
“ก็ยังไม่ถูกทั้งหมดหรอ ทางอาณาจักรได้ไปสืบค้นภายในหมู่บ้านราชิลอย่างระเอียดแล้ว แต่ไม่มีเหตุการณ์อะไรผิดปกติเลย ร่องรอยของกลิ่นอายเวทมนต์ต้องห้ามก็ไม่พบ ทำให้ประเด็นถูกพุ่งไปที่ดันเจี้ยนอันเดดแทน ในรอบหลายสิบปีมานี้พวกเราคอยเฝ้าระวังดันเจี้ยนอันเดดตลอดมา เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้มีปีศาจหลุดเล็ดลอดออกมาได้ ทางอาณาจักรเองก็คอยช่วยส่งทหารไปเคลียร์ดันเจี้ยนอันเดดด้วยเช่นกัน แต่พักหลังมานี้ทางอาณาจักรเริ่มประมาทและไม่ค่อยได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับเื่นี้มากนัก จนมาในวันนี้ทางอาณาจักรเริ่มตื่นตัวและวางกองกำลังเข้มงวดมากกว่าเดิม " ควีนอธิบาย แต่ความจริงแล้วคำว่าเข้มงวดในตอนนี้ ยังห่างไกลกับคำว่าเข้มงวดในอดีตอยู่หลายขุม
ปกติแล้วดันเจี้ยนอันเดดนั้นจะมีช่องโหว่ของอุโมงค์มิติ ที่จะทำให้พวกปีศาจที่อยู่ใต้ผืนพิภพคอยหาช่องว่างนี้บุกขึ้นมายังโลกมนุษย์ าาปีศาจในอดีตเมื่อตอนนั้นได้ทำสำเร็จและบุกขึ้นมายังผืนดิน และเป้าหมายแรกของมันคือ อาณาจักรเซฟีลอส แต่าาปีศาจไม่สามารถทำได้สำเร็จ เนื่องจากาาองค์ปัจจุบันนั้น ทรงปรีชาสามารถในทุกๆด้านเป็ทั้งผู้บัญชาการรบ และทรงออกศึกด้วยพระองค์เองจนทำให้กองกำลังปีศาจปราชัยไปในศึกนั้น หลังจากที่าาปีศาจพ่ายแพ้ก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย จนทำให้กองทัพปีศาจที่ไร้ซึ่งผู้นำ ไม่สามารถต้านทานได้และหนีกลับลงไปใต้พิภพเฉกเช่นเดิม และพวกมันก็ไม่เคยโผล่ขึ้นมาอีกเลยในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา
“ เื่ที่วาลัสไม่อยากให้ฉันบอกเธอคือ ปีศาจตนนั้นมีความเกี่ยวโยงกันกับเหตุการณ์ที่ เซรีน่า แม่ของเธอเสียชีวิต แม้แต่อาเร็นก็ไม่รู้เื่นี้ ” ทันทีที่ควีนเอ่ยจบ ร่างกายของเอมอสก็เกิดกระแสลมหมุนวนรอบตัวเอง จิตสังหารอันรุนแรงคละคลุ้งไปทั่วห้อง จนหนังสือและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ พัดปลิวกระจัดกระจายไปทั่วห้อง แต่ควีนไม่ได้ใกับเหตุการณ์นี้เพราะเป็เื่ปกติของหนุ่มสาวที่มีพลังเวทย์ตกค้าง หลังจากทำการปลดปล่อยพลังครั้งแรกใส่ลูกแก้วคัดสรรค์ ทำให้อารมณ์ของเอมอสที่เหมือนกับูเาไฟแต่สงบไปแล้วกลับมาระอุขึ้นอีกครั้ง
“ ใจเย็นๆก่อนไอหนู ” วาลัสเดินเข้ามาตบไหล่เอมอสอย่างอ่อนโยน ควีนพยักหน้าขอบคุณวาลัสเพราะเธอไม่ถนัดเื่การปลอบโยนใคร เมื่อเห็นว่าเอมอสเริ่มสงบลงเธอจึงเอ่ยต่อว่า
“ นี่คือเงื่อนใขของฉัน ตั้งใจฟังให้ดี ฉันจะบอกเื่ราวต่างๆให้เธอรับรู้มากกว่านี้ แต่เธอต้องพร้อมที่จะเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่และหนักหนาสาหัสกว่านี้นับร้อยเท่า เธอต้องแสดงให้ฉันเห็นว่าเธอเเข็งแกร่งมากพอที่จะสามารถดูแลตัวเองได้ ขั้นแรก เมื่อถึงวันนั้นเธอพร้อมเมื่อไหร่ จงมาถ้าทดสอบกับฉัน ถ้าเธอทำให้ฉันถอยได้แม้แต่ก้าวเดียวถือว่าเธอผ่าน ฉันจะบอกข้อมูลส่วนแรกของปีศาจตนนั้น ฉันจะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเื่ราวภายในอาณาจักรซึ่งมันเชื่อมโยงถึงกัน แต่ถ้าเอาชนะฉันได้แบบหมดจด ฉันจะบอกทุกเื่ที่เธออยากรู้ "
ควีนเอ่ยข้อเสนอ ทำให้เอมอสนั้นนิ่งเงียบไป วาลัสเองก็ทำหน้านิ่วคิดว่าควีนนั้นใจร้ายกับเอมอสมากเกินไป มันไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะเอาชนะจอมเวทย์ไร้พ่ายได้แบบควีน แม้เเต่อาเร็นยังเคยพูดตอนมีชีวิตอยู่ว่า ควีนนั้นเป็จอมเวทย์ที่เเข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักร เซฟีลอส ต่อให้เขากับวาลัสโจมตีเธอพร้อมกันยังยากที่จะทำให้เธอเอาจริงได้ เเล้วอีกนานแค่ไหนกว่าเอมอสจะเอาชนะจอมเวทย์อย่างเธอได้
แต่เอมอสกลับพูดในสิ่งที่วาลัสไม่คิดว่าจะได้ยิน
“ รอก่อนนะป้า อีกไม่นานเราได้มาซัดกันแน่ ”
ฉึก !
“ โอ้ยย ! เป็บ้าอะไรของเธออีกเนี่ย ! " วาลัสที่ไม่ได้ตั้งตัวโดนแท่งน้ำแข็งเจาะเข้ากลางหน้าผาก ด้วยความที่ว่าเขาไม่ได้เกร็งกล้ามเนื้อกับเสริมทักษะเวทย์เข้าไปทำให้มีเืไหลรินออกมาซิบๆ ควีนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้และเอ่ยกับเอมอสต่อว่า
“ ฉันจะรอวันนั้น ลองไปเลือกตำราเวทย์สายโจมตีมาสักอย่างสิ ไม่จำเป็ต้องระดับสูง ต่อให้เป็ทักษะระดับสูงแต่ถ้าเธอไม่เข้าใจในตัวของทักษะนั้นก็ไร้ความหมาย แม้ว่าตำราเวทย์นั้นจะมีระดับสูงแค่ไหน ถึงใช้หินเวทย์มนต์อัพมันไปจนเต็ม แต่ถ้าไม่เข้าใจถึงแก่นแท้ของมันก็เหมือนกับของดาษๆพื้นๆทั่วไป คนอย่างเธอฉันพูดแค่นี้คงจะพอเข้าใจนะ ”
หลังจากนั้นควีนก็เเนะนำว่าไม่ต้องไปกลัวว่าปีศาจแบบนั้นจะปรากฎขึ้้นมาในดันเจี้ยนอีก เพราะพวกมันไม่สามารถอยู่ไกลจากแหล่งพลังงานแห่งความตายได้ มีแต่ดันเจี้ยนอันเดดเท่านั้นที่จะเป็พลังงานให้กับพวกมันไม่เช่นนั้นพวกมันจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และควีนยังแนะนำอีกว่า ให้หาเพื่อนที่ไว้ใจได้และเปิดใจยอมรับพวกเขา เพราะการเป็นักผจญภัยนั้นไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างโดดเดียวได้ ถ้าไม่ใช่พวกที่อยู่ในระดับสูงจริงๆ
“ ลูกชายนายนี่มันกวนประสาทได้ใจจริงๆ อาเร็น ” ควีนเอ่ยกับตัวเองเบาเบา เมื่อเสียงของประตูห้องถูกปิดลง
“ นี่พ่อหนุ่ม ฉันจะปิดร้านอยู่แล้วนะ เมื่อไหร่เธอจะเลือกเสร็จสักที ” เสียงเ้าของร้านขายอุปกรณ์เวทมนต์ในอาณาจักรโอดครวญ เพราะเด็กหนุ่มคนนี้เลือกตำราเวทย์อยู่หลายชั่วโมง แต่ก็ไม่ยอมตัดสินใจซื้อสักที จนชายวัยกลางคนรูปร่างคล้ายคนเเคระ นอนกอดค้อนตัวเองจนหลับไปหลายตื่น
“ เอาอันนี้แหละ ”
“ เป็การตัดสินใจที่ดี ” เ้าของร้านเอ่ยอย่างยินดี ทีเขาพูดออกไปไม่ได้ความว่าชื่นชม แต่ดีใจที่จะได้ปิดร้านเสียที