[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    147 หน่วยเอทไนน์

    “เอาล่ะทุกคน ช่วยหันมาฟังทางนี้หน่อย”


    แอนเดอร์สันมองไปยังทหารที่กำลังจับคู่ฝึกซ้อมด้วยกัน จากจำนวนทหารที่มีนั้นเขานับได้ 49 คนหากรวมตัวของเขาเข้าไปจะครบ 50 คนตามข้อจำกัดของหน่วย ทันใดนั้นชายปิดตาหนึ่งข้างถือดาบใหญ่ก็ได้เดินเข้ามาหาแอนเดอร์สันพลางมองสำรวจตัวของเขาทุกสัดส่วน


    “อายุยังไม่ถึง 20 ทำไมแกถึงมาที่นี่”


    “สวัสดีครับ ผมแอนเดอร์สัน สกอร์เปี้ยนส์ ผมถูกส่งตัวมาเพราะคำสั่งของผู้นำตระกูล”


    แอนเดอร์สันมองชายตรงหน้าด้วยเวทย์ตรวจสอบปรากฎว่าเขาเป็นนักเวทย์ที่มีพลัง 850 ปี แอนเดอร์สันจึงกวาดตามองไปรอบๆสำรวจทหารทุกคนก่อนจะเห็นตัวเลขแสดงพลังของทุกคนปรากฎบนหัวจนเขาต้องถอนหายใจออกมาเมื่อหน่วยที่เขาได้บรรจุนับว่าเป็นหน่วยที่อ่อนแอ จากการอธิบายเกทที่พวกเขาจะต้องเข้าไปล่ามีระดับถึง 9 ผู้ที่เข้าไปอย่างต่ำควรจะเป็นนักเวทย์ 800 ปี อย่างไรก็ตามจากการที่หน่วยนี้มีนักเวทย์ที่ยังไม่ถึง 800 ปีราว 20 คนทำให้แอนเดอร์สันคิดไปในแง่บวก ทหารที่นี่อาจจะขาดกำลังพลจึงมีระดับพลังเพียงเท่านี้


    “หืม นายน้อยจากตระกูลที่ชอบสร้างความเสียหายให้กับสหพันธ์อย่างนั้นเหรอ”


    รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าแอนเดอร์สัน มันเป็นสิ่งเดียวที่เขาถนัด เพื่อให้อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรนั้นจึงแสดงรอยยิ้มออกมา


    “ถ้าอย่างนั้นหมดหน้าที่ของผมแล้ว ขอให้หัวหน้าหน่วยเอทไนน์รับช่วงต่อไปด้วย”


    ชายที่พาแอนเดอร์สันเดินชมรอบๆและพูดคุยหลายเรื่องราวให้แอนเดอร์สันฟังเดินจากไปปล่อยให้เขาอยู่กับหัวหน้าหน่วยที่มีชื่อว่าเอทไนน์


    “ไอ้พวกโง่ ฝึกต่อไป เด็กใหม่เข้ามาคนเดียวไม่ทำให้พวกแกหยุดฝึกได้”


    เสียงร้องตะโกนจากผู้เป็นหัวหน้าดังลั่น แอนเดอร์สันจึงยืนนิ่งๆเช่นเดิมเพราะเขายังไม่รู้กฎและข้อควรปฎิบัติในสถานที่แห่งนี้


    “ไอ้หนู แกมาจากตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ฉันขอเตือนบางอย่างกับแกหน่อยก็แล้วกัน ที่นี่แกไม่สามารถใช้อำนาจตระกูลของแกได้ ต่อให้ฉันจะเตะแกก็ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง”


    “ครับ”


    การพูดที่เน้นไปในทางกระแทกเสียงแอนเดอร์สันพบเจอมาบ่อยครั้งในการทำงานเป็นมือปราบ อย่างไรก็ตามเขาทำได้เพียงภาวนาให้ชายที่กระแทกเสียงมีความฉลาดทางความคิดบ้าง ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะต้องตายแน่ หากมีเพียงแค่ความกล้าบ้าบิ่นสมองเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ เมื่อถึงตอนที่ต้องสู้พวกเขาจะตายกันหมด


    “เอาล่ะ ยินดีต้อนรับสู่หน่วยเอทไนน์อย่างเป็นทางการ เรามีสมาชิกทั้งหมด 50 คนอย่างที่เห็น มีตั้งแต่ระดับ 750 ปีไปจนถึง 850 ปี”

    “หัวหน้าครับ แล้วเราต้องทำอะไรบ้าง มีวิธีการจัดการกับหน่วยอย่างไร”


    แอนเดอร์สันถามถึงวิธีการล่าที่หน่วยเอทไนน์จะต้องทำในการเข้าไปในเกทระดับ 9  เนื่องจากว่ามันจะต้องมีการทำงานกันเป็นทีม เขาอยากรู้วิธีการล่า วิธีการสั่งการ รวมไปถึงรูปแบบที่ใช้ในการเดินทาง เขาจะไม่ยอมถูกกับดักของใครเล่นงานแน่นอน หากเขาได้เข้าสำรวตต่อจากพี่ชาย เขาจะต้องมีสิ่งที่เอาไว้รับมือเพราะที่นี่นอกจากมอนสเตอร์แล้วเขาต้องเตรียมรับมือกับพี่ชายด้วย


    “มีหลายอย่างที่แกไม่ต้องรู้เพราะแกไม่ใช่หัวหน้า แต่เพื่อไม่ให้แกต่อต้านจนทำให้ทุกคนในหน่วยต้องตายฉันจะบอกอะไรคร่าวๆเอาไว้ก็แล้วกัน การล่าในที่แห่งนี้ ไม่มีอะไรมาก พวกเราเพียงต้องเกาะกลุ่มกันเข้าไปในเกทให้ลึกที่สุดเพื่อสำรวจต่อจากจุดที่หน่วยก่อนหน้าเข้าไป 


    ภายใน 1 อาทิตย์ จะมีการเปลี่ยนรูปแบบการล่า เรื่องนี้แกไม่ต้องรู้ก็ได้เพราะฉันเป็นคนเข้าประชุม แต่แกก็ต้องเตรียมตัวเอาไว้เพราะบางครั้งมันอาจจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น จนรูปแบบในการล่าเปลี่ยนกระทันหัน แกอาจจะได้เข้าไปในเกทติดต่อกันก็ได้”


    แอนเดอร์สันเงียบเขามองเห็นช่องโหว่ที่พี่ชายสามารถเล่นงานเขาได้ การเปลี่ยนแปลงของเหตุร้ายที่เกิดกระทันหัน หากว่าพี่ชายของเขาสามารถเข้าควบคุมหรือเข้าร่วมประชุมของระดับผู้นำในค่ายแห่งนี้ได้ เขาต้องจะต้องตกที่นั่งลำบากแน่นอน ไม่แน่อาจจะต้องสำรวจจนไม่ได้พักจากนั้นหน่วยที่เขาสังกัดก็ตายเพราะความเหนื่อยล้า เมื่อรู้ว่าเขาจำเป็นต้องเตรียมรับมือและหาทางเป็นหัวหน้าแอนเดอร์สันก็เริ่มมองหาตำแหน่งที่เขาสามารถหาข้อมูลได้


    “ไอ้หนู ฉันลืมไป มีข่าวร้ายสำหรับแกนิดหน่อย พรุ่งนี้เป็นรอบของหน่วยเราที่จะต้องเข้าไปในเกท ฉันไม่มีเวลาสอนอะไรให้แก เอาชิปบันทึกนี่ไปทำความเข้าใจก็แล้วกัน มันมีสิ่งที่ทหารคนหนึ่งต้องรู้”


    แอนเดอร์สันรับชิปมาถือเอาไว้ในมือ เขาจึงเสียบมันลงไปบนโทรศัพท์จากนั้นก็เดินไปนั่งข้างสนามปล่อยให้หน่วยของเขาฝึกซ้อมกันต่อไป


    —------------------------


    “นายน้อย พี่น้องทุกคนของคุณเข้าหน่วยทั้งหมดแล้วครับ”


    ชายสวมชุดทหารกระซิบบอกกับนายน้อย 1 หลังจากถูกส่งตัวมายังแนวหน้า ทั้งที่มันเป็นคนของหน่วยสเปเชียลฟอสที่ต้องทำงานกับหัวกะทิที่คัดมาเป็นอย่างดี ตอนนี้กลับต้องมาทำงานกับนักเวทย์ธรรมดาที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน แม้เกทระดับ 9 สำหรับเขาจะเคยเข้าไปบ่อยมากก็ตาม มอนสเตอร์กลับไม่ใช่สิ่งที่เขากลัว สิ่งที่น่ากลัวของเกทคือพลังลึกลับ หากไม่มีความเข้าใจและความสามารถในการต้านทาน ต่อให้จะก้าวข้ามขีดจำกัดของนักเวทย์ 900 ปีมาได้แล้วสุดท้ายก็ตายเช่นเดิม


    “น้องฉันมาหมดแล้วสินะ ฉันขอดูข้อมูลแต่ละหน่วยหน่อยได้ไหม”


    “ครับ”


    ข้อมูลหน่วยทั้งหมดที่นายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์สังกัดยื่นให้นายน้อย 1 เพื่อหาวิธีการรับมือกับเหล่าน้องชายที่กำลังหาทางเอาชีวิตรอดในค่ายทหารไม่ต่างกัน


    —-----------------------------


    “ไอ้หนู เข้าใจอะไรบ้างหรือยัง”


    แอนเดอร์สันหันมองชายอายุ 30 ปีเดินเข้ามาสอบถามพร้อมกับเช็ดเหงื่อบนร่างกายที่ไหลอย่างกับเล่นน้ำฝน


    “ครับ พอจะเข้าใจบ้างแล้ว”


    สิ่งที่อยู่ในชิปที่แอนเดอร์สันได้รับมาจากหัวหน้าหน่วยเอทไนน์ เป็นข้อมูลเบื้องต้นและข้อมูลเชิงลึกที่ทหารคนหนึ่งจะต้องจำให้ขึ้นใจก่อนจะออกมาเผชิญในแนวหน้า ซึ่งทุกอย่างเน้นไปที่การต่อสู้รูปแบบกองทัพ  การจัดแนวป้องกัน การจัดรูปแบบการต่อสู้ การจัดรูปแบบการช่วยเหลือ ทุกอย่างต้องสอดคล้องกัน


    หากมอนสเตอร์บุกมาด้านหน้า รูปแบบใดบ้างที่พวกเขาจำเป็นต้องใช้ หากหน่วยถูกโจมตีผ่ากลางวงทหารทุกคนจะต้องทำอย่างไร ถ้าจำเป็นต้องป้องกันทหารจะต้องเสริมส่วนไหน รวมไปถึงหากมีใครบาดเจ็บไม่สามารถสู้ได้ ใครที่ต้องช่วยเหลือคนเหล่านี้ 


    ภายใต้จำนวนทหาร 50 คนในทีมพวกเขาจะมีหน้าที่ของตัวเอง ยังดีที่รูปแบบของการจัดรูปแบบต่างๆคล้ายกับโลกเดิมมากแอนเดอร์สันจึงไม่คิดมากกับการเรียน แม้เขาจะผ่านระบบการฝึกของมือปราบ แต่ก็ใช้ระบบคล้ายกับทหารเช่นเดียวกัน


    “ดีที่เข้าใจอะไรได้ง่าย จำเอาไว้ว่าพรุ่งนี้ถ้าเกิดการต่อสู้ นายทำเพียงแค่พยายามเคลื่อนที่ในตำแหน่งของนายก็พอ ทุกคนที่ถูกส่งตัวมาแทนคนที่ถอนตัวออกไปหรือเข้ามาแทนคนตาย ส่วนมากในครั้งแรกที่เข้าไปในเกท เขาจะเคลื่อนไหวให้ชินกับรูปแบบก่อน”


    แอนเดอร์สันพยักหน้าด้วยความเข้าใจ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นคนที่คุยได้ง่าย แอนเดอร์สันจึงหลอกถาม


    “พี่ชาย พี่รู้ไหมว่าตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ถูกส่งมาที่นี่กี่คน”


    “ก็พอได้ข่าวลือมาบ้างสักระยะแล้วนะ เห็นเขาบอกว่านายน้อยทั้งหมดตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จะถูกส่งตัวมาที่นี่และต้องเข้าไปในหน่วยที่ต่างกัน”


    “พอจะรู้หน่วยของพี่ชายผมไหมครับ”


    “ทำไมถึงอยากรู้ล่ะ”


    “ผมไม่อยากตายและผมก็เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในหน่วยของผมก็ไม่อยากตายเช่นกัน”


    ทหารพอจะเข้าใจได้บ้างถึงคำพูดของแอนเดอร์สัน การที่ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์อยู่ในช่วงชิงเก้าอี้ผู้นำตระกูลนั้น พวกเขาสามารถฆ่ากันได้ทุกเมื่อ


    “ขอแนะนำตัวก่อนก็แล้วกันเพราะเราอาจจะได้คุยกันบ่อย ฉันโลแกน”


    “ผมแอนเดอร์สันครับ”


    แอนเดอร์สันยื่นน้ำให้โลแกน ก่อนจะฟังสิ่งที่อีกฝ่ายรู้ข้อมูลมา


    “จากที่ฉันรู้ นายน้อยคนที่ 1 ของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ถูกบรรจุในหน่วยสเปเชียลฟอส ข่าวของเขาที่กระจายในค่ายนี้ทำให้ทุกหน่วยตื่นเต้นเพราะต้องการตัวนายน้อยคนนี้มาก การจะเข้าหน่วยสเปเชียลฟอสได้ต้องเป็นสุดยอดเหนือสุดยอดขึ้นไปอีก สุดท้ายเราก็ได้ยินว่าเขาเข้าหน่วยเอทวัน”


    “หน่วยเอทวันเหรอครับ แล้วตำแหน่งของเขาในหน่วยสเปเชียลฟอสล่ะ”


    “ยังคงอยู่ แต่เห็นกลุ่มคนระดับสูงของค่ายพูดกันว่าเขาไม่สามารถใช้อำนาจของหน่วยที่นี่ได้ เป็นได้เพียงแค่พลทหารคนหนึ่งเท่านั้น”


    แอนเดอร์สันแสดงความรู้สึกดีใจที่พี่ชายไม่สามารถใช้อำนาจทางการทหารกับที่แห่งนี้ได้  อย่างไรก็ตามด้วยการที่พี่ของเขารู้วิธีการทำให้ตัวเองมีอำนาจ อีกไม่นานจะต้องหาทางเพื่อให้ตัวเองไม่ตกอยู่ใต้คำสั่งของใครภายในค่ายแห่งนี้แน่


    “ส่วนนายน้อยคนที่ 3 ได้ยินข่าวว่าเขาเข้าหน่วยเอทธรี แม้เขาจะไม่ได้มาจากหน่วยพิเศษใดๆ แต่พลังของเขาที่ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีไปได้ ทำให้ทุกคนในหน่วยพอใจมาก สำหรับนายน้อยคนที่ 4 นั้นถึงจะยังก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีไม่ได้แต่เขาก็ทำให้คนในหน่วยพอใจที่มีนักเวทย์ 900 ปีเข้าร่วม หน่วยที่เข้าสังกัดก็คือหน่วย เอทโฟ”


    “แล้วพี่ 5 ล่ะครับ”


    “นายน้อยคนที่ 5 ได้ข่าวว่าเป็นนักเวทย์ 900 ปีเช่นกัน หน่วยที่เขาเข้าไปคือหน่วย เอทไฟฟ แล้วสุดท้ายก็นายน้อย 11 ในหน่วยเอทไนน์ ฉันจะต้องเล่าเรื่องนายต่อไหม”


    “เล่าครับ ผมยังไม่รู้เลยว่าทุกคนในหน่วยดีใจหรือเสียใจที่ได้ผมมา”


    “หากเป็นสถานการณ์ปกติ ทุกคนไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ใครมาแทนที่ทหารที่ตายเพราะอย่างไรระดับของทหารคนนั้นจะอยู่ในค่าเฉลี่ยราวๆ 750 - 850 ปี แต่หลังจากที่ข่าวนายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์มาทำให้หลายคนคาดหวัง ทว่าพวกเขาก็ผิดหวัง”


    “ผิดหวังสินะครับที่ผมเป็นแค่นักเวทย์ 751 ปี”


    แอนเดอร์สันไม่ได้คิดมาก นักเวทย์ 751 ปีสำหรับเขามีค่าไม่ต่างจากนักเวทย์ 900 ปี หากนักเวทย์ไม่สามารถก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีได้ เขามีโอกาสสูงในการฆ่านักเวทย์เหล่านั้น


     “แล้วคนในหน่วยเอทไนน์เป็นยังไงบ้างครับ ผมอยากรู้ว่าพวกเขาเลวร้ายหรือเปล่า”


    “ก็ไม่นะ พวกเราฝึกด้วยระบบของทหาร สำหรับคนที่ถูกส่งตัวมาจากกลุ่มอำนาจต่างๆพวกเขาก็มีความรู้และเข้าใจในระบบทหารจนไม่มีใครกล้าสร้างเรื่องวุ่นวาย  หากใครไม่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายเขาคนนั้นก็อยู่ได้โดยไม่ถูกใครเกลียด”


    “อ๋อครับ ผมเข้าใจแล้ว”


    แอนเดอร์สันยังคงฉีกยิ้มต่อไป เขารู้สึกว่าทหารที่นี่มีแนวความคิดที่ดีไม่น้อย ดังนั้นเขาจึงมีความคิดว่าจะทำให้ทุกคนในหน่วยเอทไนน์เป็นฝ่ายตนเองให้ได้เพราะจะได้มีหูมีตาและมีกองกำลังเอาไว้สู้กับพี่ชาย พี่ของเขาคนอื่นๆก็น่าจะคิดได้เช่นกัน ต่อจากนี้ไปหน่วยที่พี่ของเขาเข้าสังกัดคงจะเป็นกลุ่มอำนาจที่พี่ชายของเขาควบคุมเพื่อใช้ต่อกรซึ่งกันและกัน


    “หัวหน้า แย่แล้ว”


    ลมพัดเสียงของชายคนหนึ่งเข้ามาในหูของแอนเดอร์สัน เขาจึงมองไปยังทหารที่วิ่งมาด้วยใบหน้าแตกตื่นเข้าพบกับหัวหน้าหน่วยเอทไนน์ที่กำลังมองดูการฝึกซ้อม


    “เกทที่เราจะเข้าไปมีเรื่องอันตรายเกิดขึ้น พรุ่งนี้เราได้รับงานหนักแน่ๆ”


    “มีเรื่องอะไร”


    บนใบหน้าของแอนเดอร์สันปรากฎรอยยิ้มเมื่อเขารู้ว่าตั๋วจำนวนมากกำลังเดินทางมาหาเขาแล้ว