ราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง

    ตอนที่ 44 ความเคลื่อนไหว

    ความรู้สึกของชายสวมเกราะสีทองเมื่อมองไปที่เด็กหนุ่มตรงหน้าให้ความรู้สึกเหมือนทะเลที่เงียบสงบไร้คลื่น แต่อาจจะแฝงความน่ากลัวเอาไว้ก็ได้ ถ้าสิ่งที่ชายสวมเกราะทองคิดถูกละก็คนแบบนี้อย่าไปยุ่งด้วยจะดีกว่า แต่ดูเหมือนว่าจะช้าไปซะแล้วเมื่อชายสวมเกราะเงินปลดปล่อยพลังปราณระดับปราณฟ้า ขั้น 5 ออกมาส่งแรงกดดันไปยังชิงหลง ก่อนจะซัดฝ่ามือที่เต็มไปด้วยพลังที่น่าหวาดหวั่นออกมา พุ่งไปยังใบหน้าของชิงหลงที่ยังคงนั่งนิ่งๆไม่ขยับหลบแม้แต่น้อย ก่อนจะขยับปากเล็กน้อยใช้เวทย์ตรึงวิญญาณทำให้ชายหนุ่มสวมเกราะเงินชะงักค้างฝ่ามือเอาไว้ "อึก!! เกิดอะไรขึ้นกันทำไมข้าถึงขยับไม่ได้" ก่อนจะมองไปที่ชิงหลงก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นหอกน้ำแข็งปรากฎออกมาตรงหน้า แล้วพุ่งมาด้วยความรวดเร็วก่อนจะปะทะเข้ากับเกราะสีเงิน ฟิ้ววว! เปรี้ยงง!! ร่างชายหนุ่มเกราะเงินถูกกระแทกอย่างแรงก่อนจะตัวลอยปลิวกลับออกไป แต่เพราะมีเกราะเงินดูดซับความเสียหายลงไปครึ่งหนึ่งพร้อมกับเกราะปราณทำให้ได้รับความเสียหายเล็กน้อยเท่านั้น ชายสวมเกราะทองตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะที่เขาคาดเดาเอาไว้นั้นเป็นจริงอย่างที่คิดก่อนจะมองเห็นรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะหายไป รอยยิ้มนั้นสร้างแรงกดดันแปลกๆทำให้เขาถึงกับสั่นสะท้านเบาๆอยู่ในใจ"เด็กหนุ่มคนนี้หน้ากลัวยิ่งนัก ถ้าไม่ได้เกราะเงินดูดซับพลังโจมตีครึ่งหนึ่งไว้ละก็ คงบาดเจ็บหนักแน่นอน"ก่อนจะมองร่างชายหนุ่มสวมเกราะเงินตกลงกระแทกพื้นเสียงดัง โครมคราม สร้างความตกตะลึกให้กับคนที่พบเห็น และไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชายหนุ่มสวมเกราะเงินจะพ่ายแพ้รวดเร็วแบบนี้ โดยที่เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย ชายหนุ่มสวมเกราะเงินทำหน้าตื่นตะลึกจ้องมองไปยังชิงหลงก่อนจะกล่าวว่า"เมื่อกี้เจ้าทำอะไรข้า!!"ชิงหลงยังคงเมินเฉยต่อคำถามของชายหนุ่มสวมเกราะเงินที่ถามเขาอยู่ ชายหนุ่มสวมเกราะเงินเห็นท่าทีของชิงหลงที่เมินคำถามของตนก็โกรธขึ้นมาทันทีพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วปลดปล่อยพลังปราณออกมาอีกครั้ง บรรยากาศหนักอึ้งสร้างความอึดอัดให้กับคนที่มีพลังปราณระดับต่ำหายใจติดขัด และเริ่มลุกออกจากบริเวณนั้นทันที "ข้าถามว่าเจ้าทำอะไรกับข้าเมื่อกี้" เสียงตะโกนถามออกมาอย่างฉุนเฉียว"ดี ดีมาก เจ้ากล้าไม่ตอบคำถามข้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าข้าโหดร้ายก็แล้วกัน"ชายสวมเกราะทองเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเดินเข้าไปหยุดการกระทำของศิษย์ตนทันที "หวงซีหยุน!! พอได้แล้ว เจ้ายังอับอายไม่พอรึไง กลับกันได้แล้ว"เมื่อได้ยินคำสั่งของอาจารย์ หวงซีหยุนก็ทำท่าไม่พอใจออกมา ก่อนจะกล่าวแย้งขึ้น ก็ถูกพลังปราณที่แข็งแกร่งหยุดเอาไว้ ก่อนจะเห็นสายตาเย็นชาของอาจารย์เขาจ้องมองมา ทำให้หวงซีหยุนสงบสติอารมณ์ของตนลงก่อนจะหันไปกล่าวกับ ชิงหลงว่า"ข้า หวงซีหยุน ศิษย์สำนักเทพสวรรค์ จะขอท้าประลองกับเจ้า เจ้ากล้ารับคำท้าประลองจากข้ารึไม่"ชิงหลงยิ้มก่อนจะกล่าวออกมาเนิบๆว่า "เจ้าไม่ต้องใจร้อนไป ยังไงซะเมื่องานประลองเริ่มขึ้น เจ้าก็จะได้ประลองกับข้าเองนั่นล่ะ รอให้ถึงวันนั้นดีกว่า" "หืม..เจ้าก็เป็นตัวแทนเข้าร่วมงานประลองครั้งนี้ด้วยรึ?" "ฮ่าๆฮ่าๆ ข้าเป็นตัวแทนจากสำนักเพลิงตะวัน ชื่อ ชิงหลง หวังว่าคงได้พบกันอีก ข้าไปล่ะ"เมื่อกล่าวจบชิงหลงก็กวักมือเรียกพนักงานมาคิดเงิน มื้อนี้ชิงหลงจ่ายไป750เหรียญทอง เมื่อได้ยินราคาค่าอาหารทุกคนอ้าปากค้างทันที่ คิดในใจว่า "พวกเขากินไปได้ยังไง นั่นมันสำหรับ3มื้อเลยนะนั่น"หลังจากจ่ายเงินเสร็จชิงหลงก็เดินออกจากโรงเตี๊ยมพร้อมกับสามสาวงามเดินตามหลังไม่ห่าง สร้างความอิจฉาให้กับเหล่าชายหนุ่มที่เห็นยิ่งนักต่างก่นด่าสาปแช่งชิงหลงอยู่ในใจเมื่อชิงหลงออกจากโรงเตี๊ยมบุบผางามไปแล้ว หวงซีหยุนจึงเดินเข้าไปหาอาจารย์ของเขาก่อนจะกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย"ท่านอาจารย์ทำไมท่านถึงกล่าวห้ามข้ากัน รึว่าท่านกลัวข้าจะพ่ายแพ้ให้กับมันอย่างงั้นรึ?"เมื่ออาจารย์ได้ยินที่ศิษย์ตนกล่าวออกมาก็ส่ายหน้าไปมา ที่ถือดีในความแข็งแกร่งของตนเองโดยไม่มองภาพรวมเลยซักนิดก่อนจะกล่าวออกมาว่า"เฮ้อ...ความถือดีของเจ้าจะนำความหายนะมาให้โดยไม่รู้ตัว" จากนั้นอาจารยืของหวงซีหยุนก็หันหลังก่อนจะเดินจากไปสร้างความเคลือบแคลงให้แก่หวงซีหยุนยิ่งนักที่อาจารย์กล่าวออกมาแบบนี้ ก่อนจะยืนคิดถึงคำพูดอาจารย์ของเขาก่อนหน้านี้"ข้าไม่เข้าใจจริงๆทำไมอาจารย์ถึงกล่าวออกมาแบบนั้นหรือว่าท่านอาจารย์จะรู้อะไรบางอย่างกัน"จากนั้นหวงซีหยุนก็เดินออกจากโรงเตี๊ยมบุบผางามตามหลังอาจารย์กลับไป ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตื่นเต้นขึ้นมาทันที เมื่อจะมีเรื่องสนุกๆเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วัน ต่างพูดคุยกันไม่หยุดจนกลายเป็นข่าวลือแพร่กระจายไปทั่ว ข่าวลือนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับศิษย์สำนักที่เหลืออย่างมากทีเดียว ไม่คิดว่าปีนี้สำนักเพลิงตะวันจะมีศิษย์ที่น่าสนใจมาร่วมประลองในครั้งนี้ แต่ก็ยังมีบางคนไม่เชื่ออยู่เหมือนกันที่ว่า ศิษย์สำนักเพลิงตะวันเอาชนะศิษย์จากสำนักเทพสวรรค์โดยไม่ขยับตัวเลยซักนิดบางคนคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นเรื่องจริงอาจจะมีบางคนสร้างกระแสขึ้นมาก็ได้ แต่ทางด้านสำนักเทพสวรรค์ดูเหมือนจะเคร่งเครียดกันขึ้นมาทันที ที่ศิษย์อันดับหนึ่งอย่างหวงซีหยุนพ่ายแพ้อย่างง่ายดายให้กับศิษย์จากสำนักเพลิงตะวันแบบนี้ และได้เรียก หวงซีหยุนกับอาจารย์ของเขาเข้ามาสอบถามทันที
    ที่ห้องพักภายในสำนักหิมะจันทราเจ้าสำนักเทพสวรรค์ เสวี่ยนจี้จง ได้ทำการเรียกตัวหวงซีหยุนกับอาจารย์ของเขามาสอบถามกับเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้ยินข่าวลือ"หวงซีหยุนเจ้าเป็นศิษย์ใหม่อันดับหนึ่งในปีนี้ แต่กับพ่ายแพ้ให้กับศิษย์จากสำนักเพลิงตะวันอย่างนั้นรึ ช่วยอธิบายให้ข้าฟังหน่อยจะได้ไหม""ท่านเจ้าสำนักศิษย์แค่ประมาทไปเท่านั้นอีกอย่างศิษย์แค่จะสั่งสอนไม่ได้เอาจริงจึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ถ้าเจอกันครั้งหน้าข้าจะแสดงพลังให้ท่านเจ้าสำนักได้เห็นเอง ท่านไม่ต้องกังวลไป ขอรับ"เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ้าสำนักก็พยักหน้าก่อนจะบอกกล่าวให้หวงซีหยุนออกไปพักผ่อนเตรียมความพร้อมเอาไว้"ข้าหวังว่าเจ้าจะทำได้ เอาล่ะเจ้าไปพักผ่อนและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงานประลองเถอะ""ขอรับ ท่านเจ้าสำนัก"เมื่อหวงซีหยุนเดินออกจากห้องไปแล้ว เจ้าสำนักเทพสวรรค์ก็หันไปถาม ฮั๊วฟงผิง ที่เป็นอาจารย์ของหวงซีหยุน"เจ้าคิดเห็นเช่นไรถ้าหวงซีหยุนเจอกับเด็กหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง โอกาสที่หวงซีหยุนจะชนะมีมากแค่ไหนในสายตาเจ้า""ข้าคิดว่าโอกาสที่หวงซีหยุนจะชนะเด็กหนุ่มนั้นอาจจะเป็นศูนย์""ห่ะ!! เจ้าว่าอะไรนะ โอกาสชนะเป็นศูนย์อย่างนั้นรึ เจ้าไม่ได้ประเมินผิดไปหรอกใช่ไหม""ข้าสัมผัสได้ถึงความอันตรายจากเด็กหนุ่มคนนั้นได้ เหมือนกับทะเลที่นิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความอันตราย ท่านเชื่อรึเปล่าว่าข้าถึงกับสั่นสะท้านเมื่อมองเด็กหนุ่มนั่น การโจมตีของเขาแปลกประหลาดมาก ข้าคิดว่าเด็กหนุ่มนั่นน่าจะเป็นเด็กพิเศษที่มีพลังธาตุแน่นอน แต่ที่ข้าไม่เข้าใจคือ ข้าสัมผัสพลังปราณของเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้เลย""หืม..เจ้าหมายความว่ายังไงที่ว่าสัมผัสพลังปราณไม่ได้เลย""ข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่การโจมตีนั่นรุนแรงมาก ถ้าไม่ได้เกราะเงินดูดซับความเสียไว้ครึ่งหนึ่งละก็ หวงซีหยุนจะได้รับบาดเจ็บหนักและอาจถอนตัวออกจากงานประลองในครั้งนี้" "นี่มันเรื่องอะไรกัน แล้วธาตุที่เจ้าเด็กนั่นใช้ล่ะ คือธาตุอะไร""น่าจะเป็นธาตุน้ำแข็ง ซึ่งจัดเป็นธาตุพิเศษ""อะไรนะ เจ้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่รึเปล่า""ธาตุน้ำแข็งไม่ผิดแน่นอน" "งานประลองปีนี้คงมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นไม่หยุดแน่นอน ขนาดงานยังไม่เริ่มข้ายังตกตะลึกขนาดนี้ ถ้าเริ่มงานประลองจริงๆข้าจะไม่หัวใจวายตายเลยรึไง"
    ด้านสำนักหิมะจันทราผู้จัดงานแข่งครั้งนี้ ก็ได้ยินข่าวลือนี้เหมือนกันว่ามีเด็กหนุ่มจากสำนักเพลิงตะวันชนะศิษย์จากสำนักเทพสวรรค์โดยไม่ขยับไม่แต่น้อย ซึ่งสำนักหิมะจันทรายังไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มมีพลังธาตุน้ำแข็ง ซึ่งทางศิษย์ของสำนักหิมะจันทรานั้นก็มีธาตุน้ำแข็งเช่นกัน จึงได้เลือกตั้งสำนักตรงที่แห่งนี้ ซึ่งมีหอคอยสวรรค์100ชั้นตั้งอยู่ ซึ่งเหมาะกับการฝึกพลังธาตุน้ำแข็งยิ่งนัก และอีกอย่างถ้าเป็นศิษย์สำนักอื่นย่อมไม่สามารถทนต่อพลังความเย็นที่อยู่ในหอคอยได้แน่ แต่สำหรับศิษย์สำนักหิมะจันทราย่อมได้เปรียบศิษย์สำนักอื่นอยู่แล้ว"เซี๊ยะหยูอิง เจ้าจะต้องขึ้นไปให้ถึงชั้นที่50ให้ได้ ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะทำได้""ศิษย์จะพยายามทำให้ได้ เจ้าค่ะ""อีกอย่างเจ้าต้องระวังตัวให้มากหากเจ้าต้องประลองกับสำนักเพลิงตะวัน อาจารย์คิดว่าเด็กหนุ่มนั่นอาจจะแข็งแกร่งกว่าศิษย์จากสำนักเทพสวรรค์ก็ได้""ศิษย์เข้าใจแล้ว เจ้าค่ะ""เจ้าไปฝึกฝนต่อเถอะ ข้าจะพักผ่อนซักหน่อย""ศิษย์ขอตัว" อีกสองสำนักไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องพักไม่ออกมาเลยแม้แต่น้อย ทำให้ไม่ทราบข้อมูลใดๆเลยแล้วก็มาถึงวันงานประลองระหว่างสำนักที่จัดขึ้นโดยสำนักหิมะจันทราก็ได้เริ่มขึ้น ณ ลานประลองเวที ที่อยู่ตรงกลางสำนักหิมะจันทราทั้ง 5สำนัก 5 อาณาจักรจะถูกจัดแบ่งเรียงลำดับกันไป มีที่นั่งสำหรับเจ้าสำนัก1ที่เหล่าผู้อาวุโส 5 ที่ และตัวแทนศิษย์ร่วมงานประลองครั้งนี้ทั้งหมด 10 คนสำนักหิมะจันทราเป็นคนจัดงานจะอยู่ลำดับแรก จากนั้นก็สำนักเทพสวรรค์ สำนักลิขิตสวรรค์ สำนักราชันย์อสูร และสำนักเพลิงตะวันการประลองนี้ได้รับเกียรติจากพระราชาจิวฮงตี้แห่งราชอาณาจักรหยวนปิงเป็นคนกล่าวเปิดงานในครั้งนี้"วันนี้เป็นวันเริ่มงานประลองวันแรกที่ทางสำนักหิมะจันทราได้จัดขึ้นอีกครั้ง ข้าพระราชาจิวฮงตี้ราชวงศ์จิวแห่งอาณาจักรหยวนปิง ขอประกาศเปิดงานประลองระหว่างสำนักครั้งนี้ได้"

    ตึงๆ!! ตึงๆ!! เสียงกลองดังสนั่นหวั่นไหว เป็นสัญญาณการเปิดงานประลองได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

    คล้ายกับเรื่องราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง ที่คุณอ่าน