หลังจากเหตุการณ์ที่ถูกจับได้ว่าหนีไปสุวรรณภูมิกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ปั๊บและไนกี้ก็สงบเสงี่ยมเรียบร้อยมากขึ้น ตอนเย็นหลังเลิกเรียนแล้วทั้งคู่มีหน้าที่เรียนพิเศษภาษาอังกฤษกับอัปสรา และถูกประกาศเคอร์ฟิวไม่ให้ออกจากบ้านหลังเวลา 20.00 น.
“น้าไนซ์โหดสุดๆ น่าจะสืบเชื้อสายมาจากฮิตเลอร์ รู้มั้ยพี่แอฟผมโดนตัดเงินเดือนไปตั้งยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนพี่ปั๊บก็โดนเหมือนกัน แถมยังห้ามไม่ให้พวกเราออกจากบ้านหลังสองทุ่มอีก” ไนกี้ฟ้องระหว่างรับประทานอาหารเย็นพร้อมกับติวไปด้วยในเวลาเดียวกัน โดยมีหนุ่มปั๊บนั่งอยู่ข้างกันคอยพยักหน้ารับลูก
“ขู่อีกว่าถ้าทำผิดอีกครั้งจะส่งปั๊บให้ผู้พันเอาเข้าคุกทหาร” ปั๊บจีบปากจีบคอฟ้องอีกคน “พี่แอฟล่ะโดนอะไรหรือเปล่า ตอนแรกเรานึกว่าจะไม่ได้เจอหน้าพี่อีกซะแล้ว”
โดนสิยะ!
“ก็ไม่เห็นมีอะไรแค่ถูกทำทัณฑ์บน ครั้งหน้าคงจะไม่รอด”
โกหกหน้าตายมากนังแอฟ...แต่ใครจะกล้าบอกล่ะว่าถูกทันตแพทย์ชยณัฐจูบอ่ะ
ฮึ่ย! คิดแล้วเจ็บใจ เมื่อไหร่จะได้เอาคืนก็ไม่รู้ กี่คดีแล้วเนี่ย?
‘วันนี้ต้องไปสอนเ้าพวกลิงนั่นใช่มั้ย เดี๋ยวกลับด้วยกันรอผมไม่เกินห้าโมงครึ่ง’
‘พี่เริ่มสอนห้าโมงครึ่งนะ ต้องรีบไปก่อนเพื่อทำกับข้าวด้วย”
‘วันนี้เริ่มเลทหน่อย ส่วนมื้อเย็นเ้าปั๊บสั่งมาเผื่อเราแล้วทั้งคู่’
‘พี่ไปเองก็สะดวกดีอยู่แล้ว ทำไมต้องรอหมอ’
หมอหนุ่มจ้องหน้า ‘ไม่มีเหตุผลแค่อยากให้รอ เจอกันที่ลานจอดรถ’
‘พี่จะไปเอง’ หล่อนกัดฟันบอกเสียงเบาเพราะกลัวสามสาวที่กำลังนั่งเม้าท์กันอยู่ที่โต๊ะอาหารจะได้ยิน
‘อยากให้เดินมารับถึงห้องมั้ยหรืออยากจะไปนั่งรอที่ห้องประชุมระหว่างผมซ้อม เลือกเลยสองช้อยส์’
จ้า...ได้เลยเอาที่พี่สบายใจ!
กว่าอัปสราจะหลบสายตาเพื่อนร่วมงานเพื่อมาขึ้นรถหมอหนุ่มได้ก็แทบแย่ยังดีที่เกินเวลาหลังเลิกงานมานานเ้าหน้าที่ต่างทยอยกลับกันแล้วเป็ส่วนใหญ่ แต่เมื่อขึ้นรถมาแล้วก็ยังไม่วายถูกคนหน้ามึนยั่วประสาทอีก
‘พี่ต้องไปซ้อมวันศุกร์ใช่มั้ย’
‘อืม’ หล่อนตอบรับในลำคอไม่อยากจะเสวนากับคนที่พูดจาไม่รู้เื่
‘วันนี้ยังไม่มีอะไรมากผมแค่ต่อบทกับน้องวิวนิดหน่อย พี่แป๋วอยากให้ทำความรู้จักให้สนิทกันก่อนเลยเน้นกิจกรรมละลายพฤติกรรม’ หมอหนุ่มเล่าถึงเหตุการณ์ระหว่างซ้อมบทเมื่อสตาร์ทรถเตรียมออกเดินทางทำราวกับรายงานตัวกับแฟนยังไงยังงั้น
‘…’
‘ครั้งต่อไปคงมีจับมือบ้าง’
ใครอยากรู้มิทราบ!
‘แต่ยังไม่มีบทกอด’
อัปสราปรายตามองด้วยหางตา
เล่าเพื่อ?
‘หึงเหรอ เงียบไม่พูดไม่จา’
‘หลงตัวเอง’
‘แล้วอยากให้หลงพี่มั้ยล่ะ’ คนหลงตัวเองโน้มตัวข้ามฝั่งมาวางมือลงบนผนักพิงเบาะที่นั่งคู่คนขับทำเอาผู้โดยสารสาวกลั้นหายใจเกร็งตัวขึ้นอัตโนมัติ
‘ถอยไป อึดอัด’
‘บทจูบก็ไม่มีหรอก’ เขารวบมือเล็กๆ ที่กั้นระหว่างอกกว้างออกก่อนจะก้มลงจุมพิตลงบนมือของหล่อนทั้งสองข้าง
‘ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย ไม่เห็นต้องบอก’ เธอพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมเบาๆ ไม่อยากให้เขารู้สึกว่ากำลังถูกต่อต้านเดี๋ยวจะพาลขึ้นมาแล้วไม่พ้นเป็เธอที่ต้องเดือดร้อน
‘ถ้าผมต้องจูบกับคนอื่นพี่จะไม่หึงเหรอ’
ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับกรอกตามองบนอย่างอดไม่ได้
มั่นหน้าเกิ๊น!
‘หึงสิ หึงมากกก พอใจยัง’
ชยณัฐหัวเราะแ่ๆ
‘ไม่ต้องหึงหรอกครับเพราะคนที่ผมอยากจูบมีแค่พี่คนเดียว’ ใบหน้าหล่อก้มลงประชิดอีกฝ่าย
‘จูบได้มั้ย’ อนุญาตหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่อัปสราหันมาจ้องหน้าคนพูดและเผลอเปิดปากด้วยความใกับสิ่งที่ได้ยิน ทำให้ชยณัฐได้โอกาสประทับจูบลงบนปากอิ่ม เขากดจูบหนักๆ ซ้ำๆ หลายครั้งราวกับมันเขี้ยว ก่อนที่ครั้งสุดท้ายจะสอดปลายลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัดหยอกเอิน ทำเอาหญิงสาวหลงเพริดไปกับประสบการณ์หวิวที่ไม่เคยรู้จัก
ถ้าครั้งก่อนเรียกว่าจูบแบบประถม ครั้งนี้เขาก็ตั้งใจขยับเลเวลขึ้นมาเป็ระดับมัธยมให้เธอได้รับรู้ความโหยหาที่เขามีอย่างไม่ปิดบัง
‘นี่ลานจอดรถนะ!’ อัปสราบอกเสียงสั่นอารมณ์พาไปมันเป็แบบนี้นี่เอง
‘ก็ลานจอดรถแล้วทำไม’
โอ๊ย! คนอะไรหน้ามึนอย่างนี้ ขนาดมีกล้องจรปิดเขายังกล้าจูบเธอ
ไอ้หมอหื่น นี่มันชักจะเกินไปมั้ย?!
‘ต่อไปห้ามหลบหน้าอีกนะ’
‘จะรับปาก ถ้าหมอปล่อย’
‘ปล่อย แต่ขอจูบอีกทีก่อน’
‘ทำแบบนี้ได้ยังไง กล้องวงจรปิดเต็มไปหมด!’
‘ฟิล์มมืดขนาดนี้ไม่เห็นหรอก’ ว่าเข้าไปนั่น
สงสัยเธอจะเพี้ยนขั้นสุดที่ปล่อยให้เขาจูบกลางลานจอดรถ
บ้าไปแล้ว อัปสรา!
‘แล้วบทแม่นางเอกนี่มีอะไรบ้าง’ พอได้สิ่งที่้าจนพอใจเขาก็เคลื่อนรถอย่างว่าง่าย แต่กว่าจะพอใจก็เล่นเอาเธอปากบวมเจ่อจนรู้สึกได้
‘ไม่รู้สิ เดี๋ยวขอพี่แป๋วให้เพิ่มบทตีหัวลูกเขยคงดี’
‘ลูกเขย’ ทำเสียงขลุกขลักในลำคอ
‘เอาสิถ้ากล้าตีหัวผมก็ได้เลย’
‘ถึงเวลาอย่ามาโวยแล้วกันจะได้เตรียมเอากระทะที่บ้านไปเข้าฉากด้วย’
‘ตีมาผมจูบกลับนะ’ ชายหนุ่มหันมาจ้องหน้าท้าทาย
‘ไง...กล้ามั้ย’
โอ๊ย! ชักจะเกินไปแล้วทันตแพทย์ชยณัฐ! อย่าให้นังแอฟน็อตหลุดนะ แม่จะตีกะบาลแยกเลยเชียว ลองท้ามาอีกครั้งสิ...ถ้าไม่ได้แผลอย่ามาเรียกอัปสรา!
ปะทะคารมกันพอหอมปากหอมคอได้ไม่เท่าไหร่ รถยนต์คันหรูก็จอดลงหน้าบ้านหลังใหญ่ท้ายซอย 9 พอประตูรั้วเปิดด้วยระบบอัตโนมัติ ปรากฏว่าโรงรถว่างเปล่าแสดงว่าลูกศิษย์หนุ่มทั้งคู่ไม่อยู่
‘คงแวะซื้อกับข้าว’ หมอหนุ่มคลายข้อสงสัย ‘เข้ามาเถอะผมไม่กัด ไม่ต้องกลัว’
ใครกลัว...ไม่มี๊!
‘หมอทำท่าไม่น่าไว้ใจ ห้ามเข้ามาในระยะสองเมตร’ หญิงสาวยื่นเงื่อนไขก่อนเดินเข้าบ้าน จะว่าเธอระแวงเกินเหตุก็ช่าง อยู่กันเพียงลำพังสองต่อสองใครจะรับประกันว่าอีตานี่จะไม่ทำรุ่มร่ามกับเธออีก
‘ถ้าอยากทำอะไรพี่ อย่าว่าแต่สองเมตรเลยห่างกันสองกิโลผมก็ทำได้’
ป้าบ!
ขอสักทีเถอะ หมั่นไส้มานานแล้ว!
พอได้ระบายอารมณ์ด้วยการฟาดเขาด้วยหนังสือไวยกรณ์ภาษาอังกฤษเล่มหนา อัปสราก็ย่ามใจก้าวเข้าไปซ้ำแผลเดิมอีกครั้ง หารู้ไม่ว่าเป็กับดักที่นายพรานหลอกล่อให้ติดบ่วงกว่าจะรู้ตัวก็ถูกกอดรัดแน่นแถมยังนั่งอยู่บนตักกว้างของเขาอีก
‘ครั้งเดียวพอ เจ็บไปหมดทั้งตัวแล้ว’ เขาบอกเสียงอ่อยอย่างเสแสร้งทำท่าเจ็บปวดราวกับโดนตีอาการสาหัส
‘สำออยนัก นี่แน่ะ’ พอไม่มีอาวุธในมือ หญิงสาวก็ใช้วิธีหยิกเข้าให้ที่เอวหนาลงน้ำหนักแรงจนชายหนุ่มซี๊ดปาก
'อูยย จะดุไปไหน’ ชยณัฐเอี้ยวตัวหลบแต่ยังไม่พ้นสุดท้ายจึงซบหน้าลงกับซอกคออุ่นแล้วใช้ฟันงับลงไปเบาๆ บนเนื้อสาวดุ
‘เอาเลย ตามสบาย’
ฮือออ…เสียท่าอีกแล้วยัยแอฟ!
ไม่น่าเปิดโอกาสให้เขาถึงเนื้อถึงตัวเลย
ชยณัฐขบกัดเบาๆ ไปทั่วลำคอระหงก่อนจะเปลี่ยนเป็จูบลงบนรอยกัดเ่าั้ทีละรอยจนทั่วไหล่เนียน หนักบ้างเบาบ้างแล้วแต่อารมณ์
‘อ๊ะ!’
พอได้ยินเสียงครางหวานๆ ชยณัฐก็เผลอกัดลงบนลำคอหอมกรุ่นแรงกว่าทุกครั้ง
‘ไหนบอกไม่กัด’ น้ำเสียงท้วงแหบพร่า
‘ขอโทษครับ ลืมตัว’ นอกจากปากพูดแล้วยังลงมือกระทำด้วยการจูบแ่เบาลงบนรอยกัดเมื่อครู่
เขาคลอเคลียอยู่พักใหญ่ก่อนจะตัดใจหยุดซบหน้านิ่งเกยคอบนไหล่คนตัวเล็กในอ้อมกอด หญิงสาวสั่นสะท้านจนเขาเอ็นดูเผลอกอดรัดแน่นเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะปล่อยในที่สุด
‘สองตัวนั่นกลับมาแล้ว’ นี่ถ้าไม่ได้ยินเสียงรถยนต์หน้าบ้าน เขาคงเผลอปล่อยไปเรื่อยตามอารมณ์จะไปสิ้นสุดตรงไหนก็ยากจะคาดเดา
'ห้องน้ำทางโน้น’ อัปสราหน้าตื่นหลงทิศหลงทาง จนชายหนุ่มต้องจับหมุนแล้วชี้ไปยังฝั่งซ้ายด้านข้างของห้องรับแขก
‘อย่ามองแบบนี้สิ เดี๋ยวอดใจไม่ไหวจูบพี่ต่อหน้าสองคนนั่นแล้วจะมาโทษผมไม่ได้นะ’
‘หมอ!’
***********************************
“พี่แอฟ…พี่แอฟ”
“อะ…อะไร เรียกพี่เหรอ”
“ปั๊บเรียกตั้งหลายครั้งแล้ว พี่แอฟอ่ะเหม่อ ใจลอยไปถึงไหน”
“ขอโทษๆ มีอะไร”
“พี่ปั๊บถามว่ากับข้าวไม่อร่อยเหรอ”
“อร่อยดี ซื้อร้านไหน” ครูสาวพยายามดึงสติให้กลับมาสนใจบทสนทนากับสองหนุ่มเบื้องหน้า
“จืดสนิท อร่อยตรงไหน” ไนกี้ทำปากยื่น “ผมปรุงเพิ่มยังกินแทบไม่ได้ แถมผงชูรสเยอะมาก”
“พี่แอฟไม่สบายป่ะ หน้าแดงๆ” ปั๊บช่างสังเกต “เหมือนจะมีรอยยุงกัดด้วย คันมั้ยพี่เดี๋ยวปั๊บหยิบยามาให้”
ยุงั์นะสิ!
“ไม่เป็ไรปั๊บ” ถ้าปั๊บกับไนกี้รู้เข้า เธอจะเอาหน้าไปไว้ไหน!
โอ๊ย…อยากจะดึงทึ้งผมตัวเองแล้วกรีดร้องออกมาดังๆ นัก
เกลียด! เกลียดไอ้หมอนักฉวยโอกาสนั่นชะมัด!
“ไม่ได้หรอกพี่ แป๊บเดียว” หนุ่มปั๊บวิ่งหายไปทางห้องครัว ไม่กี่วินาทีก็วิ่งกลับมาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลเบื้องต้น เขารื้อค้นไม่นานก็ยื่นกระปุกยาหม่องให้
อัปสรารับมาด้วยความตื้นตันในความใส่ใจของลูกศิษย์หนุ่ม ปั๊บน่ารักขนาดนี้ทำไมผู้หญิงถึงมองไม่เห็นนะ กล้าทิ้งได้ลงคอ
เพราะอะไร…เพราะเขายังเรียนไม่จบแค่นั้นเหรอ
“ผลสอบออกยังปั๊บ”
“A cross” เ้าตัวทำท่าภูมิอกภูมิใจสุดฤทธิ์
“เก่งมาก” คำตอบที่ได้รับทำเอาติวเตอร์สาวพลอยยิ้มปลื้มไปด้วย
“ปั๊บว่าปั๊บคงไม่เหมาะกับสายวิทย์ พอมาลงเรียนนิติศาสตร์แล้วทำคะแนนได้ดีกว่า ผู้พันยังแนะนำให้ปั๊บลงเรียน มสธ. ด้วย”
“ก็ดีนะถ้าอ่านหนังสือไหว”
“ตอนกลางวันนอกจากรับส่งไนกี้ ปั๊บก็ว่างแล้วมีเวลาอ่านหนังสือเยอะแยะเลย เรียนนิติเหมือนกันดีมั้ยพี่”
“เอางั้นเหรอ จบปริญญาตรีสาขาเดียวกัน 2 ใบก็แปลกๆ อยู่นะ ไม่อยากเรียนอย่างอื่น?”
“งั้นเรียนอะไรดี”
“เลือกเรียนกฎหมายเพราะอะไร”
“ปั๊บอยากทำงานที่ศาลอ่ะอยากเป็อัยการหรือผู้พิพากษา”
“ว๊าว! หล่อมากพี่ปั๊บเป็อาชีพที่เท่สุดๆ ผมต้องเตรียมเรียก ‘ท่าน’ แล้วสิ” ไนกี้แซว
“งั้นลงเรียนรัฐปศาสนศาสตร์มั้ย น่าจะช่วยเสริมกันได้”
“พี่แอฟว่าดี ปั๊บก็โอเค”
“ชอบหรือเปล่า เรียนที่ตัวเองสนใจสิจะตามใจพี่ไม่ได้นะ”
“ได้ๆ พี่ ปั๊บไม่มีวิชาที่ชอบเป็พิเศษหรอก แค่รู้สึกว่าทำคะแนนวิชาทางศิลปศาสตร์ได้มากกว่าวิชาวิทยาศาสตร์เท่านั้นเอง”
“พ่อแม่ผมมาเสาร์นี้ เลี้ยงฉลองเกรดให้พี่ปั๊บพร้อมวันเกิดน้าไนซ์เลย พี่แอฟเคลียร์คิวไว้นะ”
“เสาร์ที่ 10 ธันวาพี่ว่างป่ะ” ปั๊บถามย้ำ
ความจริงเธอก็ว่างแหละเพราะโรงเรียนกวดวิชาปิดซ่อมบำรุงระบบแอร์ปรับอากาศ แถมยังตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ลูกศิษย์ที่นัดเรียนออนไลน์ตอนเย็นก็ของดเพื่อไปเที่ยวต่างจังหวัดกับผู้ปกครอง
“ว่างเฉพาะ่กลางวัน ตอนเย็นพี่มีนัดแล้วน่ะสิ”
“โห เสียดายอ่ะ แม่ผมให้ชวนพี่แอฟให้ได้ บอกอยากเจอมานานแล้ว”
ไม่น่าเชื่อว่าเธอและพี่ข้าว แม่ของไนกี้เคยคุยกันมาหลายต่อหลายครั้งทางโทรศัพท์แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่มีโอกาสได้เจอตัวจริงกันเลยสักครั้ง
“พี่ก็เสียดาย อดกินฟรีเลย”
“พี่แอฟแวะมาเย็นวันศุกร์สิ แม่บอกว่าจะแวะสะพานปลาซื้อของทะเลมาปิ้งย่างกัน”
“ใช่ พี่มีสอนออนไลน์กี่โมง แล้วค่อยมาเปิดซูมที่นี่ก็ได้”
สุดท้ายหญิงสาวก็ตกลงรับปากทั้งคู่ว่าจะมากินปิ้งย่างด้วยในตอนเย็นวันศุกร์ หลังจากซ้อมบทละครเวทีเสร็จ