บทที่หก
หวั่นไหว
“ขอดูคู่นี้ค่ะ แล้วก็คู่นี้ ขอไซซ์น้องผู้หญิงคนนั้นนะคะ” ตรีพลชี้นิ้วไปที่รองเท้าที่ถูกใจ
“ได้ค่ะ งั้นดิฉันนำไปให้คุณลูกค้าอีกท่านลองสวมเลยนะคะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวตรีพลคนนี้จัดการเองค่ะพี่” ตรีพลเอ่ยปฏิเสธออกไปด้วยท่าทางที่ระริกระรี้ไม่หยุดตามประสา
“นี่ค่ะ” พนักงานยื่นรองเท้าที่ใหม่เอี่ยมอ่องให้กับลูกค้าตามความประสงค์ของอีกฝ่าย
“ขอบคุณค่ะ” ตรีพลเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะถือรองเท้าทั้งสองคู่เดินกลับไปหาแตงกวาที่นั่งรออยู่
ร่างที่ยืนเต็มความสูงย่อตัวลงคุกเข่ากับพื้นทันทีที่เดินมาจนถึงเป้าหมาย ทำเอาร่างเล็กที่นั่งรออยู่ด้วยความเบื่อหน่ายเบิกตากว้างด้วยความใกับการกระทำของอีกฝ่าย
“ไม่ต้องค่ะพี่ตรี แตงกวาทำเองค่ะ” แตงกวารีบออกปากเอ่ยห้ามทันควัน เมื่อเห็นว่าคนพี่วางรองเท้าคู่ใหม่ไว้กับพื้นและหันมาจับที่ข้อเท้าของตัวเองเอาไว้
“อยู่เฉย ๆ เถอะ กระโปรงเธอสั้น จะก้มจะเงยก็ลำบาก รีบ ๆ ซื้อ จะได้รีบไปกินข้าว” ตรีพลเอ่ยตอบกลับไป พร้อมกับดึงข้อเท้าเล็กที่ถูกเ้าตัวชักกลับไปกลับมากอบกุมเอาไว้อีกครั้ง
มือหนาจัดการถอดรองเท้าส้นเข็มเ้าปัญหาให้กับแตงกวาด้วยความชำนาญ ก่อนจะต้องจิ๊ปากด้วยความขัดใจเมื่อเห็นว่าเท้าเรียวสวยของอีกฝ่ายมีอาการบวมแดงเล็กน้อย
“ดื้อจนได้เื่ของแท้ เท้าสวย ๆ ถ้ามีแผลขึ้นมา ฉันจะหยิกเธอให้เนื้อเขียว” ตรีพลช้อนตาขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งสูงกว่า ก่อนจะพูดคาดโทษอีกฝ่าย
“แค่เท้าเองค่ะพี่ตรี มันจะมีรอยไม่น่ามองบ้าง ก็ไม่เป็ไรหรอก” แตงกวาเอ่ยตอบกลับไป
“ยังจะมาเถียงอีก” ตรีพลถลึงตาใส่คนที่ดื้อดึง
“แตงกวาไม่ได้เถียง” ร่างเล็กเอ่ยแก้ต่างให้กับตัวเอง
ตรีพลสะบัดหน้าหนีคนที่ยังไม่ยอมรับความจริง ก่อนวางเท้าเล็กของอีกฝ่ายลงบนรองเท้าคู่ใหม่ที่เป็คนเลือกมาเองกับมือ โดยที่ไม่สนใจที่จะฟังคำคัดค้านของอีกฝ่ายอีกต่อไป
“คู่นี้เป็ไง” ตรีพลเอ่ยถามขึ้นโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองคู่สนทนา
“นิ่มดีค่ะ พอดีกับเท้าด้วย” แตงกวาเอ่ยตอบออก
“งั้นลองคู่นี้ก่อน แล้วค่อยเลือก” ตรีพลจับข้อเท้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะขยับรองเท้าอีกคู่เข้าไปแทนที่คู่เก่าโดยทันที
แตงกวาที่ลอบมองคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาสวมใส่รองเท้าให้กับตัวเองด้วยความรู้สึกที่สับสน แม้จะรู้อยู่ว่าอีกฝ่ายเป็คนที่ใจดีและไม่ถือตัว หากแต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับการดูแลที่ดีแบบนี้จากอีกฝ่าย
การดูแลเอาใจใส่ที่ได้รับมาแบบไม่ทันตั้งตัว ยิ่งเป็เหตุฉนวนทำให้แตงกวามีความรู้สึกที่แปลกใหม่ขึ้นมา แม้จะพยายามหักห้ามใจและความคิดของตัวเอาไว้ แต่ในตอนนี้ ณ เวลานี้ แตงกวาก็รู้แล้วว่ามันทำได้อยากเสียเหลือเกิน
แตงกวากำลังหวั่นไหวให้กับคนที่มีศักดิ์เป็เ้านายและผู้มีพระคุณ หนำซ้ำก็ยังเป็บุคคลที่ไม่ได้มีความเสน่หาในตัวของผู้หญิงเลยด้วยซ้ำไป และแน่นอนว่าความรู้สึกที่มันเด่นชัดนี้ แตงกวาย่อมรับรู้มันมาสักพักแล้ว
และยิ่งได้รับการดูแล การเอาใจใส่จากอีกฝ่ายมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนว่าความรู้สึกดี ๆ ที่กำลังก่อตัวอยู่ภายในใจของแตงกวา มันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น จนตอนนี้แตงกวาเอง ก็เริ่มที่จะกลัวใจตัวเองแล้วเหมือนกัน ว่าในสักวันหนึ่งอาจจะตกหลุมรักอีกฝ่ายจนโงหัวไม่ขึ้น
“คู่นี้เป็ไงบ้าง” ตรีพลเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
และเมื่อได้รับการตอบรับมาเป็ความเงียบ ตรีพลก็เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายโดยทันที ก่อนจะพบว่าคนที่ตัวเองลงทุนนั่งคุกเข่าเพื่อที่จะสวมใส่รองเท้าให้ ในตอนนี้อยู่ในอาการเหม่อลอย
“แตงกวา” ตรีพลเอ่ยเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
“ค่ะ” แตงกวาที่หลุดจากความคิดของตัวเองเพราะเสียงเรียก ขานรับออกมาเสียงดัง
ร่างเล็กหลุบตาลงมองคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านล่าง ขบเม้มริมฝีปากที่ทาลิปสติกสีชมพูของตัวเองเข้าหากัน เมื่อได้สบตากับอีกฝ่ายและหัวใจดันเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง
“ถามว่าคู่นี้เป็ยังไง ชอบคู่ไหนมากกว่า” ตรีพลเอ่ยถามถึงความชอบของเ้าตัวที่จะเป็ผู้สวมใส่
“อ๋อ คู่แรกค่ะพี่ตรี” แตงกวาเอ่ยตอบไปเมื่อเริ่มตั้งสติได้ ตัดสินใจที่จะเลือกคู่แรก เพราะอย่างน้อยตอนที่ได้ลองสวมใส่ ในตอนนั้นตนเองก็ยังมีสติครบถ้วนมากกว่าตอนลองคู่ที่สอง
“อืม คู่นี้ค่ะ ฝากจัดการให้หน่อย” ตรีพลตอบรับ ก่อนจะหยิบรองเท้าคู่ที่แตงกวาเลือกส่งให้พนักงานพร้อมกับบัตรเครดิตสีดำของตัวเอง
ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง ปัดไม้ปัดมือเล็กน้อย ก่อนจะปรายตามองคนที่ทำหน้าตาเหลอหลาด้วยความแปลกใจ ที่อยู่ดี ๆ อีกฝ่ายก็มีอาการแปลกไป ราวกับว่ามีอะไรที่อยู่ในใจ
“รอรับของกับบัตรคืน เดี๋ยวฉันไปล้างมือก่อน” ตรีพลเอ่ยบอกคนที่สติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ก่อนจะเดินปลีกตัวไปล้างมือในห้องน้ำขนาดเล็กที่มีอยู่ภายในร้าน
แตงกวาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งใจ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายได้เดินจากไปแล้ว เพราะรู้ตัวว่าตัวเองนั้นเผลอแสดงออกอาการที่ไม่เป็ปกติออกไปให้อีกฝ่ายได้เห็นเสียแล้ว
และแน่นอนว่าท่าทีเ่าั้ย่อมไม่รอดพ้นจากสายตาของคนที่หูตาไวแบบพี่ตรีอย่างแน่นอน ก็ได้แต่ภาวนาไม่ให้อีกฝ่ายคาดคั้นถามหาความจริงเอากับตัวเองในภายหลัง
เพราะไม่อย่างนั้น แตงกวาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน ว่าตัวเองจะปั้นหน้าโกหก และปกปิดเื่ความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นแล้วไปได้จนถึงตอนไหน แต่ไม่ว่าอย่างไรแตงกวาก็จะไม่ยอมเอ่ยปากหลุดพูดเื่นี้ออกไปอย่างแน่นอน
เพราะเพียงแค่คิดถึงสายตาที่อีกฝ่ายจะมองมาด้วยความเกลียดชังหากรู้ความจริงแล้ว หัวใจดวงน้อยที่พึ่งจะได้เรียนรู้ถึงการหวั่นไหวกับใครสักคนของแตงกวา ก็เริ่มที่จะคันยุบยิบขึ้นมา
แตงกวาที่นั่งคิดอะไรไปเพลิน ๆ รับถุงรองเท้าและบัตรมาจากพนักงาน ก่อนจะรีบสับเปลี่ยนรองเท้าที่เลือกซื้อใหม่ไปในวันนี้มาสวมใส่ และเก็บรองเท้าเ้าปัญหาเข้าถุง
ใช้เวลารอเพียงแค่ไม่นาน ร่างสูงที่หายเข้าไปในห้องน้ำก็เดินออกมา แตงกวายื่นบัตรเครดิตสีดำคืนให้กับอีกฝ่ายทันที เพราะรู้ว่ามันเป็บัตรที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับเื่เงิน ๆ ทอง ๆ
“ไปเถอะ หิวจนไส้จะขาด” ตรีพลเอ่ยขึ้นหลังจากรับบัตรเครดิตมาจากคนตัวเล็ก
คนทั้งคู่ที่เดินออกจากร้านรองเท้าไป เรียกความสนใจให้กับพนักงานภายในร้านที่ต่างเก็บงำความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองมาตั้งนานให้เริ่มขยับตัวเข้าหากัน
และแน่นอนว่าหัวข้อบทสนทนาที่จะเกิดขึ้นต่อไป ก็คงจะหนีไม่พ้นเื่ของผู้ชายออกสาวและผู้หญิงที่หน้าตาสะสวยคนนั้น เพราะการกระทำของคนทั้งคู่ในตอนลองรองเท้า ทำเอาต่อมความขี้สงสัยของคนที่ได้พบเห็นเริ่มที่จะทำงาน
เพราะหนึ่งคนที่ลักษณะทางกายภาพ การพูดจา เมื่อแม้กระทั่งท่าทาง มองปราดเดียวก็พอที่จะรู้ ว่ามีรสนิยมชมชอบในเพศเดียวกัน หากแต่ก็ดูแลหญิงสาวที่มาด้วยกันดีประดุจราวกับเ้าหญิง
และยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีกเมื่อพบว่าบัตรเครดิตสีดำที่มีวงเงินไม่จำกัดนั้นเป็ของฝ่ายชายที่ออกแนวตุ้งติ้ง ทั้งการดูแลและเม็ดเงินที่ใช้จ่าย ยิ่งทำให้คนที่บังเอิญอยู่เหตุการณ์ ต่างก็มึนงงไปตาม ๆ กัน
แต่แล้วความสงสัยมันก็คงจะหยุดลงไปแค่นั้น หากไม่ได้เห็นภาพที่ร่างสูงเดินโอบไหล่คนที่สูงน้อยกว่าตอนเดินออกไปจากร้าน และนั่นก็ทำให้เื่ราวของคนทั้งคู่ กลายเป็ประเด็นซุบซิบที่พนักงานจับกลุ่มคุยกันในตอนนี้