(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ภาคที่ 2 หอคอยแห่งดวงดาว ตอนที่ 162 ศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด

            หลังจากที่ทันย่าจัดการกับเผ่าพันธุ์อสูรกลืนกินดวงดาวสายเลือดบริสุทธิ์เสร็จสิ้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายนั้นก็เป็นสิ่งที่น่าตกตะลึงอย่างแท้จริง


            รูปลักษณ์ของเขาไม่ใช่แค่เพียงกลายพันธุ์ในเชิงกายภาพเท่านั้น แต่พวกมันยังวิวัฒนาการขึ้นอย่างมหาศาล จากร่างเติบโตไปสู่ร่างเจริญวัย เป็นระดับขั้นที่ 3 ของการเปลี่ยนแปลงในเผ่าสัตว์อวกาศดุจดั่งจักรพรรดิเช่นสายพันธุ์เบฮีมอท


            แม้พลังของทันย่าจะยังไม่ทะลวงผ่านขั้นดาวเคราะห์ไปได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ แต่ร่างกายของเขากลับแข็งแกร่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นนับสิบเท่า พลังจิตของเขาก็เติบโตอย่างมหาศาล


            ไม่เพียงเท่านั้น เทคนิควิชาระดับสุดยอดที่เขาฝึกฝนมาตลอด ทั้งวิชาการขัดเกลาร่างแห่งดวงดาวและวิชาคริสตัลจิตดาวฤกษ์ ทั้งสองเสริมความแข็งแกร่งให้กับเขาในทุกๆด้าน


            ทำให้ตอนนี้รูปลักษณ์ไม่ต่างอะไรจากดราโกเนียสายเลือดบริสุทธิ์เลยแม้แต่น้อย


            ผิวหนังของทันย่าประกายแสงสีทองเป็นเงางาม ร่างกายแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ขณะที่เส้นเลือดพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง เผยให้เห็นความบริสุทธิ์แห่งพลังอันร้ายกาจ ราวกับพลังงานทั่วทั้งจักรวาลถูกกักเก็บเอาไว้ในร่างนี้ สายตาของเขากลายเป็นสีแดงสด แฝงความเย็นชาที่ไร้ความปรานี ยามที่เขายืนขึ้น โลกทั้งใบดูเหมือนจะสั่นสะเทือนตามจังหวะของเขา


            พลังจิตของเขาที่เคยครอบงำอยู่ในระดับที่ห่างไกลจากความเป็นจริง บัดนี้กลับกลายเป็นพลังที่จับต้องได้ ใช้เพียงสายตาและความคิดก็สามารถบดขยี้ศัตรูได้ทันที เสียงที่กึกก้องเสมือนทำให้ผู้ที่พบเห็นต้องสั่นสะท้านไปทั้งกายใจ


            ความแข็งแกร่งของทันย่าในร่างใหม่ที่วิวัฒนาการไปถึงระดับที่ 3 ไม่เพียงแต่แสดงออกมาในด้านกายภาพเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่พลังจิตที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็นอีกด้วย


            ในทะเลจิตสำนึกของเขาเอง—อาณาเขตที่อยู่ภายในจิตใจและเป็นแหล่งที่มาของพลัง สิ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งและน่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง


            ดาวเคราะห์จำลองที่ล่องลอยอยู่ในจิตสำนึกของเขา บัดนี้เปล่งแสงประกายเจิดจรัสดั่งดาวฤกษ์ที่สว่างไสว ความสว่างนั้นไม่ได้เป็นเพียงแสงธรรมดา แต่แฝงไปด้วยพลังงานที่แทบจะทำให้ทั้งจักรวาลจำลองสั่นคลอน ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างกำลังถูกดึงดูดเข้าหามันอย่างไม่มีสิ้นสุด


            ที่ใจกลางของดาวฤกษ์จำลองนี้ มีบางสิ่งที่ส่องประกายออกมาอย่างเงียบๆ แต่มันกลับทรงพลังมากมาย ร่างโปร่งแสงที่กำเนิดขึ้นจากเทคนิคคริสตัลจิตดาวฤกษ์ปรากฏตัวขึ้นอย่างชัดเจน


            มันเป็นร่างโปร่งแสงที่สะท้อนเงาของทันย่าในร่างมนุษย์ได้อย่างแม่นยำ เพียงแต่มีความแตกต่างจากร่างจริงตรงที่มันเปล่งแสงสีเงินเข้มและประกายระยิบระยับ เหมือนกับแสงที่สะท้อนจากผลึกคริสตัลอันงดงามบริสุทธิ์ ร่างนั้นค่อยๆก่อตัวขึ้นและคงรูปร่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มันเริ่มแผ่กระแสพลังจิตอันรุนแรงออกมา


            พลังจิตในทะเลสำนึกของทันย่าไม่เพียงเพิ่มขึ้นหลายเท่า แต่ยังมีความมั่นคงดั่งภูผา ไม่สามารถถูกทำลายได้โดยง่าย


            ทุกความคิดและการเคลื่อนไหวของเขาดูเหมือนจะผสานเป็นหนึ่งเดียวกับพลังนี้ ทำให้ทันย่าสามารถควบคุมพลังจิตได้อย่างไม่มีข้อจำกัด การโจมตีด้วยพลังจิตที่เคยเป็นแค่การครอบงำ บัดนี้กลายเป็นพลังทำลายล้างที่มีสังหารศัตรูได้ในพริบตาเดียว


            ด้วยร่างโปร่งแสงนี้ มันเหมือนกับว่าทันย่ามีร่างจิตวิญญาณที่สามารถควบคุมพลังและเข้าถึงศักยภาพของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ


            ทันย่ายืนมองดูมือของตัวเองที่เปล่งประกายเรืองรองด้วยพลังอันมหาศาล เขาอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาอย่างมั่นใจ


            “ถ้าเป็นตอนนี้ฉันคงสังหารเจ้าดราโกเนียนั้นได้ในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น!”


            เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง เพราะรู้ดีว่าพลังที่ครอบครองอยู่นั้น เกินกว่าที่เผ่าพันธุ์ดราโกเนียสายเลือดบริสุทธิ์จะมาเทียบได้


            ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าดังก้องกังวานไปทั่วพื้นที่ ร่างเงาของเหล่ามอนสเตอร์ชนชั้นราชาได้ปรากฏขึ้น รอบกายของทันย่าแผ่รัศมีแห่งความยิ่งใหญ่ทำให้ทุกสิ่งรอบข้างเงียบสงบ


            โรซาเลียในชุดเกราะสีดำเงางามเดินเข้ามาก่อนใคร นัยน์ตาของเธอส่องประกายแห่งความชื่นชมในทันย่าที่อยู่เบื้องหน้า


            “เรายินดีกับท่านด้วยค่ะ”


            เธอกล่าวด้วยเสียงนุ่มลึก แต่เต็มไปด้วยความเคารพและรักใคร่ ประหนึ่งจ้องมองเขาราวกับจะกลืนกินเลยก็ว่าได้


            “ยินดีด้วยน้องข้า.. ตอนนี้เจ้ากลายมาเป็นราชันที่แท้จริงแล้ว!”


            ถัดมาเป็นอินทรีทองคำขนเพรช ผู้สง่างามได้บินลงมาจากท้องฟ้า มันกางปีกอันกว้างขวางที่ส่องประกาย ก่อนจะโค้งตัวลงด้วยท่าทีเคารพ


            เจ้าดำ สุนัขปีศาจขนาดยักษ์ ผู้เป็นมอนสเตอร์ชนชั้นราชาที่ทั้งดุร้ายและทรงพลัง ก้าวเข้ามาด้วยดวงตาแดงเข้มที่สะท้อนความจงรักภักดี มันโค้งคำนับด้วยหัวอันหนักแน่นก่อนจะเห่ากึกก้อง


            “ข้าขอรับใช้ท่านอย่างซื่อสัตย์ตลอดไป”


            ตอนนั้นเหล่ามอนสเตอร์ชนชั้นราชาตนอื่นๆ ต่างทยอยเข้ามาแสดงความเคารพเช่นกัน พวกเขาได้ยอมรับทันย่าในฐานะผู้ครองอำนาจสูงสุด ผู้มีพลังอันมหาศาลและบารมีที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้


            เหล่ามอนสเตอร์ได้ก้มศีรษะลงพร้อมกัน ราวกับทั้งจักรวาลนี้กำลังยอมศิโรราบต่อผู้ยิ่งใหญ่ที่เพิ่งวิวัฒนาการขึ้นเป็นผู้ปกครองที่แท้จริง


            “ขอบคุณ.. คงมีพวกแค่พวกแกเท่านั้นแหละที่เป็นห่วงฉัน ในอนาคตฉันจะพาพวกแกไปสู่จุดสูงสุดที่ไม่เคยแม้จะจินตนาการได้เลยเชียวละ”


            ทันย่าเฝ้าดูพวกเขาด้วยสายตาที่เย็นชา แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจและความยิ่งใหญ่ในตัวเอง


            “ฮ่าฮ่าฮ่า หรือตัวท่านจะพาพวกเราไปยังห้วงอวกาศที่กว้างใหญ่?”


            “เหอะๆ ดวงดาวนี้ไม่มีอะไรให้ท้าทายท่านทันย่าอีกต่อไปแล้วละ”


            “นั่นสินะ พวกมนุษย์เองตอนนี้ก็ไม่ต่างไปจากมดปลวก พวกมันสูญเสียผู้แข็งแกร่งไปอย่างมากมาย!”


            คำพูดของทันย่ายิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับเหล่ามอนสเตอร์ราชาทุกคน พวกมันเต็มไปด้วยความคึกคักเลยก็ว่าได้


            เวลาผ่านไป ทันย่าได้กลับคืนสู่ร่างมนุษย์ของเขาอีกครั้ง


            ภายในห้องทดลองของเลโกลัส ซึ่งเปรียบเสมือนฐานบัญชาการที่เขาใช้ในการวางแผนและทำงานต่างๆ ห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยกับศิลปะอันวิจิตร บนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่ทำจากวัสดุพิเศษแสนสบาย


            โรซาเลียผู้เป็นภรรยาของทันย่าได้นอนอยู่ในอ้อมแขนของเขา ร่างของเธอเปลือยเปล่าปราศจากเครื่องนุ่งห่ม ใบหน้าที่งดงามเปี่ยมไปด้วยความสุขขณะที่เธอนอนหลับลึก ความเหนื่อยล้าจากความรักและความอบอุ่นที่แบ่งปันกับทันย่าเมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยอันแสนสุขไว้


            ทันย่าเองก็นอนนิ่งๆพลางลูบเส้นผมสีเงินของเธอเบาๆอย่างนุ่มนวล สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดู แต่แฝงไปด้วยความคิดมากมายในหัวที่มากมาย สายตาของเขาจ้องมองไปยังเพดานห้อง ครุ่นคิดถึงสิ่งที่กำลังจะมาถึงและแผนการต่างๆที่ต้องดำเนินต่อไป


            ข้างๆทันย่า เด็กสาวที่มีตำแหน่งเป็นอาจารย์ของเขานั่งเอนหลังอยู่บนเตียงเช่นกัน แม้ใบหน้าของเธอจะยังคงความเยาว์วัย แต่ในสายตากลับเต็มไปด้วยความฉลาดหลักแหลมและความรู้ลึกซึ้งที่ไม่สมกับรูปลักษณ์วัยเยาว์ของเธอ


            หลังจากที่เฝ้าดู เด็กสาวก็เอ่ยถามออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่คำถามของเธอกลับเจาะลึกเข้าไปถึงใจของทันย่าอย่างตรงไปตรงมา


            [เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป ตอนนี้ดาวเคราะห์โลกไม่มีอะไรให้เจ้าท้าทายอีกแล้วละ]


            [แถมทรัพยากรในโลกแห่งนี้ก็แทบไม่มีชิ้นไหนที่ทำให้เจ้าพัฒนาไปยังขั้นดาวฤกษ์ได้]


            [คงถึงเวลาที่พวกเราจะได้ออกไปผจญภัยในจักรวาลกันอย่างแท้จริงแล้วละมั้ง?]


            เสียงของเธอนุ่มนวลแต่เฉียบคม ราวกับรู้ว่าสิ่งที่ทันย่าครุ่นคิดอยู่ในใจนั้นสำคัญมากกว่าที่เขาได้แสดงออกมา


            ทันย่าหันสายตามองเด็กสาวผู้เป็นอาจารย์ของเขา เพียงแค่สบตาทันย่าก็เข้าใจว่าคำถามนั้นไม่ใช่คำถามธรรมดา มันเต็มไปด้วยความคาดหวังและความกดดันที่อาจผลักเขาไปสู่การตัดสินใจครั้งใหญ่ ทันย่าแสยะยิ้มมุมปากก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา


            “หึหึ พวกเราจะไปกันยังไงละครับ ต่อให้ระดับดาวเคราะห์มีความเร็วในการเดินทางก็ตาม ทว่าถ้าอยู่ในห้วงอวกาศที่กว้างใหญ่ กว่าจะเดินทางไปยังอารยธรรมที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ มันคงต้องใช้เวลาไปหลายสิบหลายร้อยปีเลยละมั้ง?”


            ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเบื่อหน่าย แต่เมื่อได้นึกถึงใบหน้าผู้เป็นอาจารย์ เขาก็หันขวับมามองด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้าง


            “หรือว่าท่านอาจารย์จะมียานอวกาศที่เดินทางไกลได้?”



    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน