cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    มอบโชควาสนา

    เมื่อทราบเรื่องราวที่ตนเองควรรู้แล้ว จิตของไป๋ฉีก็กลับคืนสู่ร่างกายอีกครั้ง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ออกจากห้องซ้อมของตนเองไปในทันที

     

    บอกได้เลยว่านับจากนี้ไป ในสายตาของไป๋ฉีจะไม่มองระดับเทพสงครามหรือจ้าวพิภพยิ่งใหญ่อีกต่อไป แต่จะมองเพียงเเค่เป็นทางผ่านเท่านั้น

     

    ที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่ว่าไป๋ฉีมีความหยิ่งผยองมากขึ้นหรืออะไรทำนองนั้น แต่เป็นเพราะเขาได้รู้ถึงระดับที่สูงกว่ามาก และตั้งเป้าหมายเอาไว้สูงเช่นกัน หากเขาเอาแต่มองว่าระดับจ้าวพิภพว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ก็คงต้องบอกลาระดับอื่นๆเหนือกว่านั้นไปได้เลย เพราะนั่นบ่งบอกแล้วว่าเขาไม่มีความทะเยอทะยานไปให้ถึงจุดสูงสุดและไม่มีทางไปถึงได้

     

    "นายท่าน ข้าแนะนำว่าหากท่านไปถึงระดับจ้าวพิภพเมื่อใด ท่านควรที่จะออกจากโลกในทันที และหาดวงดาวที่เจริญรุ่งเรื่อง มีอารยธรรมมากกว่านี้ สุดท้ายหาสำนักดีๆเข้าเป็นศิษย์นะเจ้าคะ"ขณะที่ไป๋ฉีกำลังเดินออกจากห้องฝึกเสี่ยวไป๋กล่าวแนะนำออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

     

    "หืม ทำไมฉันต้องหาสำนักอยู่อีกล่ะ ในเมื่อฉันมีเธออยู่ด้วยก็เหมือนกับฉันมีอาจารย์อีกคนหนึ่ง เราท่องไปในอวกาศแล้วฝึกฝนไม่ได้หรือ ฉันว่าแบบนั้นมันดูเป็นอิสระมากกว่า"

     

    เสี่ยวไป๋ทำหน้ามุ่ย"นายท่านคิดน้อยไปแล้วนะเจ้าคะ บอกตามตรงในจักรวาลอันกว้างใหญ่หากจะให้เทียบ เมื่อขึ้นเป็นระดับจ้าวพิภพก็เหมือนกับนายท่านพึ่งเรียนจบชั้นประถมศึกษาก็เท่านั้น พอเอาตัวรอดได้ แต่ก็มีคนอีกมากมายที่แข็งแกร่งกว่า หากนายท่านเผลอไปขัดขาคนใหญ่คนโตเข้าให้ล่ะก็คงมีแต่ควาตายเท่านั้นที่รออยู่"

     

    "ดังนั้นเสี่ยวไป๋จึงแนะนำให้หาสำนักอยู่ แม้มันจะไม่อิสระเท่าการออกผจญภัยแต่สิ่งที่นายท่านได้กลับคืนมาก็คือ อำนาจหนุนหลัง ทักษะ และทรัพยากรที่สำนักจัดหามาให้"

     

    ไป๋ฉีพยักหน้าอย่างเข้าใจ แม้ในโลกเขาจะเป็นคนที่โดดเด่น แต่ดูเหมือนว่าเมื่อออกไปนอกโลกตัวเขาก็เป็นแค่กบที่พึ่งออกจากกะลาเท่านั้นสินะ แม้จะฟังแล้วน่าเวทนาแต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะเป็นความจริงที่หลีกเหลี่ยงไม่ได้

     

    "เสี่ยวไป๋ แล้วฉันจะออกจากโลกยังไงล่ะ บนโลกใบนี้ไม่มียานอวกาศสักลำ"ไป๋ฉีกล่าวถามด้วยความสงสัย

     

    "เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาเจ้าค่ะ นายท่านแค่ไปให้ถึงระดับจ้าวพิภพก่อนก็พอ เชื่อมือเสี่ยวไป๋"

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นไป๋ฉีก็ยกยิ้มเจื่อนๆให้ ในความคิดของชายหนุ่มบางทีพระเจ้าที่สืบทอดพลังให้เขาอาจจะทิ้งยานรบอวกาศเอาไว้ก็เป็นได้ ตอนนี้คงทำได้แค่ไปให้ถึงระดับจ้าวพิภพเหมือนที่เสี่ยวไป๋บอกเท่านั้น ซึ่งบอกเลยว่าดูท่ามันจะต้องใช้เวลายาวนานหลายสิบปีด้วยกัน เพราะการควบแน่นพลังให้เป็นของเหลวนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

     

    เช้าวันต่อมา ไป๋ฉีและจางจิวลี่ ตื่นเเต่เช้าและเข้าไปยังตึกหน่วยมังกรขาวเพราะอู่จินหยางและจิงจิงเรียกหา เมื่อมาถึงเขาก็พบกับผู้บัญชาการอู่ชิงที่อยู่ที่นั่น ทั้งยังมีอู่หนิงซึ่งเป็นว่าที่แม่ยายของไป๋ฉีอยู่ด้วย แน่นอนว่ามันทำให้ไป๋ฉีประหลาดใจมาก

     

    "อาจารย์ผมมาแล้วครับ"ไป๋ฉีกล่าวแล้วทำความเคารพทุกคนที่อยู่ตรงหน้า ทว่าทันใดนั้นเองอู่หนิงก็พุ่งมากอดเขาเอาไว้แน่นจนทำให้ชายหนุ่มตัวแข็งทื่อไป

     

    "พ่อลูกเขย~~~"

     

    "อึก!!"

     

    "อะแฮ่ม น้องสาวก็รู้อยู่ว่าเห่อลูกเขย แต่เรื่องแบบนี้เพลาๆหน่อยก็ได้"อู่จินหยางที่อยู่ใกล้ๆกล่าวตักเตือนในทันใด ทว่าอู่หนิงกลับแลบลิ้นและขยิบตาให้กับพี่ชายเสียอย่างนั้น

     

    "ฮิฮิ พี่ชาย หนูกำลังกอดเพื่อขอบคุณลูกเขยที่ทำให้ซุนหรงแข็งแกร่งขึ้นต่างหากล่ะ ไม่เห็นจะผิดตรงไหนเลยจริงไหม"

     

    คำพูดนี้ของอู่หนิงทำให้แม้แต่ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องถอนหายใจ ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะกลับมาอยู่ที่เดิมและระบายยิ้มออกมา และเป็นอู่ชิงที่เดินออกมาด้านหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า

     

    "เจ้าหนู เธอทำให้ฉันประหลาดใจจริงๆที่มาถึงระดับเทพสงครามได้ทั้งที่อายุเท่านี้ ฉันจะไม่ถามอะไรเธอ เพราะจินหยางบอกเอาไว้แล้วว่ามันเป็นความลับที่เธอไม่อาจเปิดเผยได้"

     

    "เอาล่ะ ในฐานะของผู้บัญชาการตอนนี้จะขอแต่งตั้งยศพลเอกให้กับพวกเธอ นับจากนี้ไปพวกเธอจะเป็นนายพลที่อายุน้อยที่สุดของ ดราก้อนเอ็มไพร์ อีกทั้งยังได้สิทธิ์เข้าไปในสภาเทพสงครามเพื่อที่จะร่วมโหวตความเป็นไปของมนุษยชาติ สุดท้ายคือได้รับสิทธิ์ในการซื้อขายสิ่งต่างๆกับเดอะ เลเจนด์"

     

    เมื่ออู่ชิงกล่าวจบ เสียงเฮจากทุกคนในหน่วยมังกรขาวก็ดังขึ้นมาไม่ขาดสาย อู่จินหยางและจิงจิงที่อยู่ข้างๆก็ยกยิ้มอย่างพึ่งพอใจ ลูกศิษย์สองนี้ไปได้ไกลว่าเขาแล้ว และจะเป็นดาวดวงใหม่ของดราก้อนการ์เด้นอย่างแน่นอน

     

    "ขอบคุณครับ/ค่ะ" ไป๋ฉีและจางจิวลี่กล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน หลังจากนั้นพวกเขาก็คุยกันได้สักพักและแยกย้ายกันไปทำงานตามเดิม ส่วนตัวของไป๋ฉีก็ได้ชวนอู่จินหยางและจิงจิงไปที่ห้องวิจัย

     

    "ฉีเอ่อร์ มีอะไรงั้นหรือถึงได้พาพวกอาจารย์มาที่นี่ คงไม่ใช่ว่ามียาอะไรให้พวกเราเป็นหนูทดลองหรอกใช่ไหม"เมื่อมาถึงอู่จินหยางกล่าวหยอกล้อในทันใด

     

    ไป๋ฉีส่ายหน้า"ผมไปลองคิดดูแล้ว ถึงจะปิดไปก็ไม่มีความหมาย ดังนั้นลูกศิษย์คนนี้จะมอบดชควาสนาให้กับอาจารย์สักหนึ่งอย่าง"

     

    กล่าวจบไป๋ฉีก็แสร้งหยิบเอาของจากกำไลมิติ ในมือปรากฏหินแร่พลังงานจำนวนประมาณสี่สิบก้อนด้วยกัน "นี่คือหนึ่งในความลับของผมครับ หินแร่พลังงานที่ผมค้นพบในมหาสมุทร และนี่คือสิ่งที่ทำให้ผมก้าวไปถึงระดับเทพสงครามได้ในเวลาอันสั้น ผมให้อาจารย์ยี่สิบก้อนแล้วก็ให้พี่สาวจิงจิงอีกยี่สิบก้อน เท่านี้น่าจะพอทำให้ทั้งสองคนก้าวไปถึงระดับเทพสงครามได้"

     

    เมื่อได้ยินเช่นนี้ทั้งอู่จินหยางและจิงจิงจับจ้องไปที่ไป๋ฉีด้วยความตะลึงงันก่อนที่แววตาของพวกเขาจะสั่นเคลืออย่างช่วยไม่ได้

     

    อู่จินหยางส่ายหน้า "เธอเก็บเอาไว้ใช้เถอะ อาจารย์ว่ามันมีประโยชน์กับเธอมากกว่า"

     

    "ใช่ๆ หากว่าน้องชายแข็งแกร่งขึ้น พวกเราก็ดีใจแล้ว พี่สาวอยากจะเห็นจ้าวพิภพที่อายุน้อยที่สุดเร็วๆซะด้วย"จิงจิงกล่าวเสริมสามี

     

    ไป๋ฉีที่ได้ยินก็ยิ้มบางและส่ายหน้าเบาๆ "หินพวกนี้ไม่มีประโยชน์กับผมอีกแล้วครับ เพราะระดับจ้าวพิภพจะต้องควบแน่นพลังจากแก๊สเป็นของเหลวไม่ใช่การดูดซับพลัง ดังนั้นอาจารย์กับพี่สาวจิงจิงรับเอาไว้เถอะครับ ถือซะว่าใช้พวกมันให้เกิดประโยชน์สูงสุดก็แล้วกัน"

     

    สองสามีภรรยาเมื่อได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็ไม่ปฏิเสธและรับเอาไว้ เพราะถึงเขาจะสรรหาคำพูดมาปฏิเสธมากเพียงใด แต่ชายหนุ่มก็ยังคงจะยกหินแร่พลังงานเหล่านี้ให้พวกเขาอยู่ดี

     

    ไป๋ฉียกยิ้ม เขาพึงพอใจเอามากๆที่ทั้งสองคนรับเอาไว้ เพียงเท่านี้หน่วยมังกรขาวก็มีเทพสงครามเพิ่มอีกสองคนด้วยกัน อีกทั้งสองคนนั้นยังเป็นอาจารย์และภรรยาของอาจารย์ของตัวเขาเอง

     

    ที่ไป๋ฉีทำเช่นนี้ก็เพื่อเตรียมการให้ทั้งสองคนเข้าสู่ระดับจ้าวพิภพโดยเร็ว เหตุผลก็เพื่อ เมื่อเวลาที่เขาออกจากโลกนี้ไปจะได้ฝากฝั่งอาจารย์ทั้งสองคนดูแลครอบครัวของให้ในตอนที่เขาจากไป

     

    แม้นับจากนี้ไป๋ฉีจะนำหินแร่พลังงานไปให้ครอบครัวของเขาดูดซับก็ตาม แต่ด้วยความที่เป็นครอบครัวเดียวกันถึงพ่อ แม่ และน้องๆของเขาจะเป็นระดับเทพสงคราม เขาก็ยังไม่วางใจในความปลอดภัยสักเท่าไหร่ การฝากฝั่งเอาไว้กับอู่จินหยางจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะอาจารย์คนนี้เป็นคนที่เขาเชื่อใจมาก

     

    คล้ายกับเรื่องcosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ ที่คุณอ่าน