(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 134 ปิดร้านทำความสะอาด

    ตอนที่ 134 ปิดร้านทำความสะอาด



    ‘ปร่อย~!’


    เจ้าโปริ่งเด้งดึ่งไปมาด้วยความดีใจ เมื่อได้ยินว่าไลท์จะทำอาหารให้มันกินอีกเยอะๆ แลกกับการที่มันยอมทำงานที่ไลท์สั่ง ซึ่งงานที่ว่าก็ไม่ได้เดือดร้อนหรือยากอะไรเลย ก็แค่นั่งจ้องมองไปที่กำแพงเพียงแค่นั้น



    ใช่แล้ว...ในเมื่อกฎหมายของโลก The Gloria ที่ไม่อาจเอาผิดต่อเจ้าของร้านกระทะทองและเจ้าของร้านรวงที่เป็นคนว่าจ้าง คนร้ายทั้งสามคนให้มาปั่นป่วนร้านอาหารของไลท์

    เนื่องด้วยเหตุการณ์นี้นั้นขาดพยาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเมื่อ กฎหมาย ทำอะไรคนพวกนี้ไม่ได้ งั้นไลท์ก็จะขอตอบโต้ความอยุติธรรมที่เขาต้องเจอ กลับไปอย่างเจ็บแสบเช่นเดียวกัน

    หลังจากที่ทหารและองครักษ์ของท่านไวทเคานต์นิค ได้ควบคุมตัวคนร้ายทั้งสามคนไปสอบสวนและจัดการกับ หนูและแมลงสาบที่เกาะอยู่ตามตัวพวกมันจนหมดแล้ว



    ทันใดนั้น เจ้าโปริ่งก็ได้กระโดดออกไปยังหน้าร้าน ก่อนจะเริ่มต้นฉายภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในร้านอาหารของพวกเขา ซ้ำไปซ้ำมา พลางวนซ้ำอยู่อย่างนั้น ไม่รู้จบ

    ทั้งนี้ในภาพที่เจ้าโปริ่งได้ฉาย ก็ยังมีภาพของเจ้าของร้านกระทะทองและเจ้าของร้านรวงต่างๆ ที่เป็นผู้ว่าจ้างคนร้ายเหล่านั้น รวมอยู่ในภาพที่วนซ้ำ ประหนึ่งเป็นการประจานด้วยเช่นกัน



    อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ผู้คนกำลัง ยืนมองดูภาพที่เจ้าโปริ่ง ฉายวนซ้ำไปมาอยู่ด้านนอก ทางด้านไลท์ก็ได้นำป้ายที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ นำมาติดไว้ที่หน้าร้านอาหารของพวกเขา


    โดยมีใจความดังนี้

    ‘ร้านอาหารขอปิดปรับปรุงเพื่อทำความสะอาดครั้งใหญ่เป็นเวลา 2วัน กราบขอโทษลูกค้าทุกท่านต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย’

    หลังจากป้ายปิดร้านชั่วคราวถูกแขวนที่ด้านหน้าของร้าน

    ไลท์ก็ได้ก้าวขึ้นมาพูดกับกลุ่มลูกค้าที่กำลังยืนช็อกกับป้ายข้อความที่ไลท์ได้เขียนเอาไว้



    “ผมต้องขอโทษลูกค้าทุกท่านที่ต้องปิดร้านชั่วคราวด้วยนะครับ ร้านอาหารของพวกเราจะกลับมาเปิดร้านอีกครั้ง เมื่อทำความสะอาดครั้งใหญ่เสร็จสิ้น” ไลท์ก้มโค้งคำนับ เพื่อเป็นการขอโทษต่อลูกค้า


    กระนั้นทางด้านฝั่งของลูกค้าที่ยืนช็อกกับการที่เห็นร้านกำลังจะปิดชั่วคราว ส่วนใหญ่ก็รู้สึกเห็นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้อยู่ไม่น้อย เอาผิดอีกฝ่ายก็ไม่ได้ ซ้ำร้านยังต้องเดือดร้อน จนถึงขั้นต้องปิดเพื่อทำความสะอาดร้านครั้งใหญ่

    แต่ก็มีลูกค้าอีกส่วน ที่ถึงแม้จะสงสารไปกับสิ่งที่ไลท์ต้องเจอ แต่เรื่องปากท้องของพวกเขาก็สำคัญเช่นเดียวกัน



    ถ้าร้านอาหารสามเวลาปิดเช่นนี้ แล้วพวกเขาจะกินอะไรกัน? หรือจะให้พวกเขาไปกินอาหารที่ร้านรวงและร้านกระทะทองที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด หรือยังไง?!


    คำตอบ ไม่มีทาง! ถึงพวกเขาจะห่วงปากท้องของตัวเอง แต่จะให้จำใจไปกินร้านอาหารที่ทำให้พวกเขาต้องเดือดร้อนเช่นนี้ สู้ยอมแบกท้องเดินทางกลับไปกินอาหารที่หมู่บ้านดาราฉายเสียยังจะดีกว่า


    “ท่านไลท์ครับ ผมขออาสาเป็นแรงกำลังให้กับท่านไลท์ เพื่อช่วยทำความสะอาดด้วยคนครับ”

    “กลุ่มของพวกผมก็ขออาสาด้วยคนครับ หากพวกเราช่วยกันทำความสะอาดให้เสร็จเร็วๆ ร้านอาหารจะได้กลับมาเปิดได้เร็วมากขึ้น”

    มีนักผจญภัยที่เป็นลูกค้าขาประจำ ต่างยกมืออาสากันหลายสิบคน



    หากแต่ว่า ไลท์ กลับส่ายหน้าและปฏิเสธในความช่วยเหลือของพวกเขา ด้วยเหตุผลที่ว่า หนูและแมลงสาบนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่สกปรก

    พวกมันมีแบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆ อยู่ตามร่างกายของพวกมันเป็นจำนวนมากมาย เหลือคณานับ การจะทำความสะอาดร้านให้กลับมาสะอาด จึงไม่ใช่แค่ปัดกวาดเช็ดถูเพียงอย่างเดียว

    ครั้นจะต้องฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียให้หมดไป ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่ไลท์ซื้อมาจากร้านค้าในระบบ พลางให้เจ้าโปริ่งช่วยพ้นฉีดฆ่าเชื้อให้นั่นเอง



    “ทุกคนใจเย็นๆ กันก่อนนะครับ ถึงร้านจะปิดเพื่อทำความสะอาดครั้งใหญ่ แต่ทางผมก็ยังสามารถทำอาหารให้กับทุกคนได้อยู่ เพียงแต่อาจจะไม่สามารถทำเมนูที่หลากหลาย ได้เท่ากับทำอาหารในครัว ก็เท่านั้นครับ”

    เมื่อได้ฟังไลท์พูดเช่นนี้ ลูกค้าที่ยืนช็อกก็พลันโล่งใจ พวกเขาไม่ได้สนใจว่าต้องกินอาหารซ้ำๆ กันอยู่แล้ว เพราะก่อนที่จะได้มารู้จักกับร้านอาหารสามเวลา หรือรู้จักกับไลท์ พวกเขาก็แทบจะกินอาหารเมนูเดิมๆ อยู่เป็นประจำกันอยู่แล้ว



    ดังนั้นถ้าจะให้กิน ข้าวผัดฝีมือไลท์ไปตลอดสองวันที่ร้านปิด ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรสำหรับพวกเขาเลยสักนิด



    ‘น่าสงสารท่านไลท์จริงๆ โดนกลั่นแกล้งแบบนี้ ยังมีใจมาเป็นห่วงพวกเราว่าจะไม่มีอะไรกินอีก’

    ‘ท่านไลท์เป็นคนที่สุดยอดมากๆ ทั้งเก่งกาจและฉลาดล้ำ ซ้ำยังมีจิตใจเมตตา...ฉันคนนี้สาบานตรงนี้เลย ว่าจะไม่มีวันไปกินร้านอาหารของพวกสารเลวพวกนั้นเป็นอันขาด ต่อให้ไม่มีจะกิน ฉันก็จะยอมอด’

    ลูกค้าที่ยืนมุมกันอยู่ที่หน้าร้าน ต่างแสดงออกถึงความเดือดดาล พวกเขาต่างมองไปยังร้านรวงต่างๆ ที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร โดยเบื้องหลังของพวกเขาคือภาพที่เจ้าโปริ่งกำลังฉายถึงวีรกรรมอันชั่วช้าของพวกมัน ซ้ำไปมา



    เหตุการณ์ในช่วงเที่ยงของวันนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว...ร้านอาหารสามเวลาที่ติดป้ายปิดร้านก็อยู่ในสภาพอึกทึกครึกโครมกันเสียยกใหญ่ เหล่าพนักงานทั้งหัวดำและหัวงอกต่างก็ช่วยกันทำความสะอาดร้านกันอย่างขะมักเขม้น


    มือหนึ่งถือแปรงทำความสะอาด อีกมืออุ้มเจ้าโปริ่งที่คอย พ่นละอองน้ำยาฆ่าเชื้อ ก่อนจะขัดๆ ถูกันคนละไม้คนละมือ

    จวบจนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยไปถือช่วงเย็น กลุ่มนักผจญภัยอีกกลุ่มใหญ่ได้เดินทางกลับออกมาจากป่าดาราฉาย ด้วยสภาพที่หิวโซ

    ในใจของพวกเขามุ่งหวังที่จะกลับมากิน สุกี้ แสนอร่อยที่วันนี้ ตรงกับวันที่ร้านอาหารจะเปิดขายสุกี้ นั่นเอง



    แต่ทว่าเมื่อเดินกลับมาถึง ภายในร้านอาหารกลับปิดไฟจนมืดสนิท ไม่มีทั้งกลุ่มลูกค้าหรือ คาห์นและแมท ที่ยืนต้อนรับ ดั่งเช่นทุกๆ วัน

    มีก็แต่เจ้าโปริ่งตัวหนึ่งกำลังฉายภาพที่กำลังเคลื่อนไหวไปมาอยู่บนกำแพง



    “ทำไมร้านอาหารของท่านไลท์ ถึงปิดไฟมืดกันแบบนี้หรือว่าเทียนที่ร้านหมด?”

    “ลูกพี่ดูนั้นสิ นั้นมันสไลม์ที่เป็นสัตว์เลี้ยงของท่านไลท์ไม่ใช่เหรอ? มันมายืนทำอะไรที่หน้าร้านแบบนี้กันนะ”

    “สไลม์ของท่านไลท์จริงๆ ด้วย งั้นพวกเราเข้าไปดูใกล้ๆ กันเถอะ ว่ามันกำลังทำอยู่กันแน่”



    นักผจญภัยกลุ่มใหญ่ที่รวมตัวกัน กลับออกมาจากป่าดาราฉาย ต่างเดินมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารสามเวลาที่ปิดไฟมืดสนิท

    แต่ยิ่งเข้าไปใกล้กับร้านมากเท่าไหร่ พวกเขาก็เหมือนจะได้กลิ่นฉุนที่รุนแรง จนพวกเขาต้องรีบใช้มือและเสื้อผ้าขึ้นมาบดบังปิดจมูก

    มันคือกลิ่นที่พวกเขาก็บอกไม่ถูกว่า มันจะหอมหรือเหม็น พวกเขารู้เพียงแต่ว่ามันฉุน แสบจมูกพวกเขาเสียเหลือเกิน

    ซึ่งกลิ่นที่เหล่านักผจญภัยสัมผัส ก็คือกลิ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อที่ไลท์ได้ฉีดพ้นไปทั่วทั้งร้าน ก่อนจะปิดร้านไปตลอดทั้งคืนนั่นเอง



    “ร้านปิดทำความสะอาด 2 วัน!”

    ดูเหมือนว่าจะมีหนึ่งในนักผจญภัยที่เห็นถึงป้ายข้อความที่ติดอยู่หน้าร้าน ก่อนที่เขาจะบอกเรื่องสำคัญนี้กับคนอื่นๆ

    ก็พลันพบว่า สายตาของคนอื่นๆ ต่างจับจ้องไปที่กำแพงที่มีภาพฉายของเจ้าโปริ่งกำลังส่องสว่างให้กับทุกคนได้ทราบถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับร้านอาหารในช่วงที่พวกเขาอยู่ในป่า



    ‘สารเลวเอ๊ย! ไอ้ร้านอาหารพวกนั้น มันต่ำช้าถึงขนาดต้องทำแบบนี้เลยเหรอวะ!’ นักผจญภัย เมื่อทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ผ่านภาพฉายของเจ้าโปริ่ง พวกเขาทุกคนก็แทบจะเก็บงำความโกรธที่ปะทุ เอาไว้ไม่อยู่


    หากแต่โชคยังดี เพราะก่อนที่นักผจญภัยเหล่านี้จะไประบายแค้นและความโกรธกับร้านกระทะทองและเจ้าของร้านรวงที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำให้ร้านอาหารสามเวลาต้องปิด

    พวกเขาก็พบเห็นข้อความที่อยู่ด้านล่างภาพฉายของเจ้าโปริ่ง เขียนกำกับบอกเอาไว้ว่า



    [ร้านอาหารสามเวลาได้ย้ายไปจัดเลี้ยงอาหารที่กระโจมของท่านไวทเคานต์ ขอเชิญลูกค้าทุกท่านไปรับประทานอาหารกันได้ที่นั้น...ฟรี!]



    เมื่อเห็นถึงข้อความที่กำกับ ความโกรธของทุกคนก็ค่อยๆ สงบลง พวกเขาต่างมองไปยังที่ตั้งกระโจมของท่านไวทเคานต์ที่อยู่เยื้องออกไป ก่อนจะเพ่งมองและพบว่า บริเวณที่เป็นเขตส่วนตัวของท่านไวทเคานต์นิค

    ได้มีกลุ่มนักผจญภัยหลายร้อนคน กำลังนั่งรับประทานอาหารและเต้นรำกันอยู่บริเวณนั้นก็อย่างครื้นเครง



    “พวกเราก็ไปที่นั่นกันเถอะ” หนึ่งในนักผจยภัยต่างเชื้อเชิญกันไปยัง พื้นที่ของท่านไวทเคานต์ ที่ตลอดมา จัดว่าเป็นพื้นที่หวงห้ามและไม่อนุญาตให้ใครผ่านเข้ามา



    หากแต่วันนี้ ทันทีที่กลุ่มนักผจญภัยเดินเข้าไป ทางด้านของทหารและองครักษ์ของท่านไวทเคานต์นิค ก็ได้เชื้อเชิญ เปิดทางให้กับพวกเขาอย่างเป็นมิตร



    “ท่านไวทเคานต์จัดเลี้ยงอาหารที่ทำโดยท่านไลท์อยู่ที่ด้านใน...พวกท่านสามารถเข้าไปกินอาหารกันได้ฟรีตามที่ต้องการ เพียงแต่ว่าห้ามเข้าไปยุ่งหยามในเขตพื้นที่นอกเหนือจากตรงบริเวณนั้นเป็นอันขาด” ทหารยามชี้แจงถึงข้อห้ามของการเข้ามาในเขตพื้นที่ของท่านไวทเคานต์ให้กับนักผจญภัยได้รับทราบ


    “กินฟรี? ท่านไวทเคานต์เลี้ยงอาหารพวกเราทุกคนเลยเหรอครับ”

    “ใช่ครับ ในระหว่างที่ร้านอาหารสามเวลาปิดทำความสะอาด ท่านไวทเคานต์นั้นรู้ว่าพวกท่านทุกคนน่าจะเดือดร้อนในเรื่องของอาหารการกิน จึงได้เชิญท่านไลท์มาทำอาหารให้กับทุกคนครับ”



    กลุ่มนักผจญภัยเมื่อเดินเข้ามาในบริเวณจัดเลี้ยง พวกเขาก็ได้กินหอมๆ ของอาหารที่ไลท์ได้ทำสำเร็จ ลอยมาแต่ไกล และในทันทีที่พวกเขาได้กลิ่นของอาหาร รอยยิ้มของพวกเขาก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น

    “ขอบคุณครับท่านไวทเคานต์และครอบครัว สำหรับอาหารมื้อนี้” ทุกคนยกแก้วน้ำมะนาวโซดาที่ถืออยู้ในมือ ยกชูขึ้นฟ้า พร้อมกับกล่าวคำอวยพรรวมกัน ไปยังไวทเคานต์นิคที่กำลังรับประทานอาหารอยู่อีกด้านหนึ่งของบริเวณจัดเลี้ยงรวมกับครอบครัวและคุณผู้หญิง



    “ฮ่าฮ่า ขอบคุณสำหรับคำอวยพร ทางฉันก็ขอให้ทุกคนดื่มด่ำไปกับอาหารของท่านไลท์กันให้เต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจ กินกันให้อิ่มหนำสำราญกันเถอะนะ”



    บรรยากาศในกระโจมต่างคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยที่สนุกสนาน หากแต่ถัดออกไป หน้าปากทางเข้าของป่าดาราฉาย ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของร้านกระทะทองและร้านรวง

    แม้วันนี้ ร้านอาหารสามเวลาจะปิดทำความสะอาดชั่วคราว...ทว่า ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งวัน ที่ร้านของพวกมันนั้น ยังคงเงียบเหงาและวังเวง

    ขนาดร้านกระทะทองที่วันก่อน ยังพอจะมีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนบ้าง กลับกันวันนี้ ร้านกระทะทองอันแสนโด่งดัง กลับเปลี่ยวร้างเสียยิ่งกว่าป่าช้าเสียอีก



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy




    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน