วรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!!

    บทที่ 59 กลับถึงสำนัก…

            “เจ้าเป็นอย่างไรบ้างห่าวหราน” ฮุ่ยเฟินเอ่ยถามก่อนจะเดินเข้ามา

            

            “ข้าไม่เป็นไร แค่เหนื่อยนิดหน่อย ขอบใจที่เป็นห่วง”

            

            “เกือบไปเหมือนกัน หากคนลึกลับผู้นั้นไม่ยืนมือเข้ามาช่วยเจ้าคงแย่”

            

            “ใช่แล้วพี่ฟาง หากเขาไม่มาช่วยข้าคงจะแย่ และอาจรวมไปถึงพวกท่านด้วย ใจข้าอยากจะพบหน้า และขอบคุณเขายิ่งนัก แต่พอช่วยเสร็จคนผู้นี้ก็พลันหายไปราวกับภูตผี นี่ยิ่งแสดงให้เห็นว่าวิชาตัวเบาของเขาล้ำลึก คงเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งในยุทธภพเป็นแน่” ห่าวหรานเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากได้พบคนผู้นี้ บางทีเขาอาจได้ทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนวิชากัน วิชาตัวเบาว่าน่าสนใจ แต่วิชาดีดก้อนหินที่ใช้สยบชายร่างใหญ่ผู้นั้นน่าสนใจยิ่งกว่า เพราะมันทั้งแม่นยำ รวดเร็ว และรุนแรง

            

            “ไม่ต้องกังวลไปหรอกห่าวหราน ภายภาคหน้าหากเจ้าออกท่องยุทธภพย่อมต้องได้พบกับคนผู้นี้แน่นอน” หนิงอวี้ระบายยิ้มบาง ๆ ให้มันก่อนเอ่ยขึ้น

            

            “จริงของคุณหนู สักวันข้าอาจจะได้พบเขาอีกครั้งก็เป็นได้”

            

            “เอาล่ะหมดเรื่องแล้วงั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันต่อดีกว่า ก่อนที่พวกพรรคมารจะย้อนกลับมา” ฟางเฟิงหลินเอ่ยขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะพยักหน้า และทั้งหมดก็เริ่มออกเดินทางกลับสำนักกันต่อ...

            

            การเดินทางที่เหลือราบรื่นดี ไม่มีพวกสัตว์อสูรฟ้าดิน หรือมีพวกพรรคมารเข้ามาก่อกวน สุดท้ายหลังจากผ่านไปหลายชั่วยามทุกคนก็กลับมาถึงสำนักปราณพิทักษ์ฟ้าในที่สุด แต่ทว่า...ทั้งหมดกลับรู้สึกถึงบรรยากาศแห่งความกดดันที่ลอยอบอวลอยู่ในสำนัก ศิษย์ส่วนใหญ่ก็แทบจะหาไม่พบ มีเพียงผู้ที่ยืนยามเฝ้าประตูอยู่เท่านั้น ฟางเฟิงหลินจึงตรงเข้าไปไต่ถามพวกมัน

            

            “เกิดอันใดขึ้นศิษย์น้อง ผู้คนหายไปไหนกันหมด” พวกมันทั้งสองทำหน้าขึงขังก่อนจะมองหน้ากันแล้วเอ่ยว่า

            

            “เรียนศิษย์พี่ ยามนี้ศิษย์ส่วนใหญ่ร่วมถึงพวกอาจารย์ได้ไปรอพวกท่านอยู่ที่ห้องโถงหลักนานแล้ว ส่วนเรื่องที่ไปรวมตัวกันนั้น....”

            

            “เรื่องที่ภารกิจล้มเหลวสินะ นี่แปลว่าคนของฝ่ายต่อสู้กลับมาก่อนแล้วใช่หรือไม่” พวกมันคนหนึ่งพยักหน้ารับอย่างแช่มช้า

            

            “เช่นนี่นี้เอง พวกมันที่กลับมาก่อน จึงบอกทุกคนแล้วว่าเกิดอันใดขึ้น ภารกิจจึงล้มเหลว...” ฟางเฟิงหลินเอ่ยพร้อมหันไปมองห่าวหราน ด้วยแววตาเป็นกังวล

            

            “พี่ฟางไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก เดิมข้าก็แค่เด็กบ้านนอกไร้หัวนอนปลายเท้า หากต้องถูกลงโทษจริงอย่างมากสุดก็ออกจากสำนัก และกลับไปหาท่านพ่อ กับท่านแม่”

            

            “แต่มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าเสียหน่อย เป็นเพราะเจ้า อิงฉานอินจอมเกเรต่างหาก หากมันไม่มาหาเรื่องเจ้ามีหรือ จะเกิดเรื่องเช่นนี้”

            

            “ที่พี่พูดมันก็มีส่วนถูก แต่ข้าเองก็มีส่วนผิดที่อ่อนด้อยฝีมือไม่รู้จักออมแรงจนลงมือรุนแรงทำเขาบาดเจ็บ เราอย่ามาเถียงกันเลยดีกว่า ยามนี้ต้องพูดให้ท่านเจ้าสำนักยอมให้ข้าใช้กระบี่ฟ้าดินรักษาบุตรชายของมหาเศรษฐีหานก่อน ชีวิตเขาสำคัญกว่าชีวิตข้าเป็นไหนๆ”

            

            “นี่เจ้า... เฮ้อออออ ข้าจนปัญญาจะเถียงเจ้าแล้ว เอาเช่นนั้นก็ได้ แต่ถึงท่านเจ้าสำนักจะยอม ก็ไม่รู้ผู้อื่นจะยอมไหม เพราะมันเป็นวิธีที่ประหลาดยิ่งนัก” ฟางเฟิงหลินสั่นหน้า ก่อนจะพ่นลมหายใจยาว ๆ ออกมา จากนั้นทุกคนก็เดินตรงไปยังห้องโถงหลัก ซึ่งมีคนของสำนักปราณพิทักษ์ฟ้ามากมายรออยู่

            

            วินาทีแรกที่ก้าวเข้าไปพวกเขาทุกคนต่างมองห่าวหรานกันเป็นตาเดียว มีทั้งแววตาแห่งความประหลาดใจ มีทั้งแววตาแห่งความโกรธ มีทั้งแววตาแห่งการดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งไม่แปลกเลยเพราะเขาสามารถเอาชนะ ศิษย์ปีสี่ฝ่ายต่อสู้ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเก่งกาจเกือบจะที่สุดได้ คำถามมากมาจึงผุดขึ้นว่า ห่าวหรานทำได้อย่างไร? เล่นลูกไม้แบบไหน?

            

            “กลับมาแล้วหรือฟางเฟิงหลิน เป็นอย่างไรบ้าง...” วู่เทียนหลางซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้เจ้าสำนักเอ่ยถามด้วยเสียงราบเรียบ น้ำเสียงนั้นไม่บ่งบอกถึงความดีใจ และไม่ปรากฏความโกรธแฝงอยู่

            

            “เรียนท่านเจ้าสำนักภารกิจจำต้องยกเลิกกลางคั่นเจ้าค่ะ”

            

            “ยกเลิกกลางคั่นกระนั้นหรือ? เพราะเหตุใด”

            

            “เอ่อเพราะ...เพราะ....” ฟางเฟิงหลินอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดต่อ วู่เทียงหลางจึงเป็นผู้พูดเอง

            

            “เพราะเกิดเรื่องกับฝ่ายต่อสู้ จนพวกเจ้าไม่สามารถไปต่อกันได้ใช่หรือไม่”

            

            “จะ...เจ้าค่ะ เป็นเช่นนั้นจริง ๆ”

            

            “แล้วจากนั้นก็เกิดต่อสู้ขึ้นจน อิงฉานอินบาดเจ็บเดินทางไปต่อไม่ได้ และผู้ทำเช่นนั้นก็คือ ห่าวหรานแห่งฝ่ายงานรับใช้สินะ...” แค่คำพูดประโยคนี้ของวู่เทียนหลางก็มากพอจะยืนยันได้ว่าเขารู้เรื่องทุกอย่างเป็นอย่างดี เพียงแต่ต้องถามทั้งสองฝ่ายเพื่อความยุติธรรม ทว่า...คำที่กล่าวก็ดูคล้ายจะตอกย้ำความอับอายให้ อิงฉานอิน และฝ่ายต่อสู้คนอื่น ๆ เพิ่มขึ้น

            

            “ถะ...ถูกต้องที่ท่านเจ้าสำนักกล่าว” ฟางเฟิงหลินตอบเสียงสั่น และแทบจะไม่กล้าเงยหน้ามาสบตาวู่เทียนหลาง

            

            “ฝ่ายงานรับใช้ เอาชนะศิษย์ฝ่ายต่อสู้ปีสีได้ ช่างเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อจริง ๆ” วู่เทียนหลางลุกขึ้น และเอามือลูบเครายาวก่อนจะเอ่ยพึมพำ ทว่า..ในเวลานั้นเสียงของศิษย์ฝ่ายต่อสู้คนหนึ่งก็ตะโกนเสียงด้วยความโมโห

            

            “มันต้องใช้วิชามารมาแน่ ๆ ไม่สิต้องใช้ลูกไม้ขี้โกงอะไรสักอย่าง ไม่งั้นไอ้เด็กตาบอดอย่างมันนะรึ จะเอาชนะศิษย์พี่อิงของเราได้” สิ้นเสียงมัน คนอื่น ๆ ก็พลอยแหกปากโวยวายตามมาติด ๆ ฮุ่ยเฟินที่ทนฟังอยู่นานจึงได้พูดออกมาเสียงดังว่า

            

            “พวกเจ้าเอาแต่ว่าห่าวหรานใช้วิชามาร ขี้โกง แล้วไยไม่ถามศิษย์พี่ของเจ้าบ้างเล่า ว่ามันทำอันใดกับเขาบ้าง อ๋อ พวกมันคงไม่ได้บอกสินะ งั้นข้าจะบอกให้ ว่ามันนั่นแหละที่ใช้ให้ห่าวหรานไปล่าเนื้อหมูป่าเขี้ยวเขี้ยวสายฟ้ามา เขาเกือบต้องตายแต่สุดท้ายก็รอดกลับพร้อมเนื้อหมูป่า และพอเอามาย่างให้ศิษย์พี่พวกเจ้ากิน แทนที่มันจะขอบคุณแต่ดันพุ่งหอกใส่หมายจะเอาชีวิตเขา ดีว่าห่าวหรานนั้นเก่งกาจจึงเอาชนะได้ หึ ตอนนี้พวกเจ้ารู้ความจริงทั้งหมดรึยัง....”

            

            สิ้นเสียงของฮุ่ยเฟินทุกคนที่ได้ยินก็นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงหัวร่อขอศิษย์หลายคนดังขึ้น

            

            “ฮ่า ๆ ๆ ๆ เจ้ากล่าววาจาผายลมอันใด เนื้อหมูป่าเขี้ยวสายฟ้าเนี่ยนะ มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน เอาชนะศิษย์พี่อิงด้วยวิชามาร หรือลอบกัดข้ายังพอเชื่อ แต่เอาชนะสัตว์อสูรฟ้าดินระดับนั้นได้งั้นเรอะ โอย ข้าขำจนปวดท้องแล้ว” มันกับศิษย์อีกหลายคน หัวร่อกันเสียงดังสนั่น ซึ่งทำให้ฮุ่ยเฟินหน้าแดงก่ำ ด้วยความอาย และความโกรธ

            

            “หน็อย... พวกเจ้าหาว่าข้าโก....”

            

            “พอเถิดฮุ่ยเฟิน เจ้าไม่ต้องออกตัวแทนข้าอีกแล้ว เรื่องนี้ข้าเป็นคนก่อขึ้น เช่นนั้นข้าจะขอเป็นผู้รับผิดชอบเอง” ห่าวหรานเอามือมาจับไหล่ก่อนจะกล่าวขึ้น ซึ่งฮุ่ยเฟินที่ได้ฟังก็ขมวดคิ้วอย่างหัวเสียก่อนจะนิ่งเงียบไป จากนั้นห่าวหรานก็ก้าวออกพร้อมเอ่ยว่า

            

            “เรียนท่านเจ้าสำนัก ห่าวหราน ขออนุญาตกล่าวอะไรบางอย่างขอรับ”

            

            “ว่ามาห่าวหราน”

            

            “เรื่องที่เกิดขึ้นทุกอย่างมันความผิดของข้าเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ลงมือทำร้าย อิงฉานอิน หรือ เรื่องที่เป็นต้นเหตุให้ทำภารกิจไม่สำเร็จ หากท่านเจ้าสำนักจะลงโทษข้ายินยอมทุกประการ แต่ทว่า...ก่อนจะลงโทษข้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะขอร้องสักหน่อย”

            

            “เรื่องอันใด”

            

            “อากาศป่วยของบุตรชายท่านมหาเศรษฐีหานนั้นน่าเป็นห่วงยิ่งนัก หากไม่เร่งทำการรักษาเกรงว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นในไม่ช้า”

            

            “ภารกิจล้มเหลวไปแล้ว เพราะไม่ได้อัญมณีหัวใจมังกรวายุมรกตมา แล้วจะรักษาบุตรชายของท่านมหาเศรษฐีหานได้อย่างไรกัน”

            

            “รักษาได้แน่นอนเพียงใช้สิ่งนี้” ห่าวหรานเอ่ยพร้อมชักกระบี่ศิลาฟ้าดินที่กลางลงออกมา ตอนนั้นทุกคนที่เห็นก็ต่างนิ่งอึ้งไปอีกครั้ง และมีคนที่กำลังจะระเบิดเสียงหัวร่อออกมาอีกครั้ง ทว่า...เสียงของ เซียงลั่วก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน

            

            “เรียนท่านเจ้าสำนักกระบี่เล่มนี้อาจช่วยชีวิตบุตรชายของท่านมหาเศรษฐีหานได้จริง ๆ ข้ากับคนอื่น ๆ เห็นมาแล้ว ในยามนั้นหนิงอวี้ถูกพิษบาดเจ็บสาหัส ข้าไร้ความสามารถมิอาจถอนพิษได้ พวกเราก็คิดว่าต้องเสียนางไปแต่แล้วห่าวหรานก็ใช้กระบี่เล่มนี้ดูดพิษของหนิงอวี้ออกจนหายดี และรอดชีวิตมายืนอยู่ในยามนี้” คำกล่าวของเซียงลั่ว ทำเอาผู้ที่คิดจะหัวร่อนิ่งงันไป

            

            “เป็นเรื่องจริงหรือหนิงอวี้”

            

            “จริงเจ้าค่ะท่านเจ้าสำนัก ยามนั้นข้าถูกพิษประหลาดของพวกพรรคมารเล่นงาน คิดว่าตนเองคงจะไม่รอดแล้ว แต่เพราะได้กระบี่ศิลาแปลกประหลาดเล่มนี้ของห่าวหราน ช่วยถอนพิษจึงรอดตายในที่สุด” 

            

            “น่าเหลือเชื่อจริง ๆ ที่กระบี่เล่มนั้นทำได้ หากทุกอย่างที่เกิดเป็นความจริง งั้นข้าจะลองไปเจรจากับท่านมหาเศรษฐีหานดู หากเขายินยอม ข้าจะให้ห่าวหรานลองใช้กระบี่รักษา”

            

            “ท่านเจ้าสำนักเอาจริงหรือ!” เหล่าอาจารย์ประจำฝ่ายกับต่างตะลึงในสิ่งที่วู่เทียนหลางคิดจะลองทำ

            

            “ลองดูก็ไม่เสียหาย หากได้ผลก็ดีไป แต่หากไม่ได้ผลข้าจะลงโทษห่าวหรานขั้นร้ายแรง และขอรับผิดชอบทุกอย่างเอง” พอวู่เทียนหลางกล่าวจบก็ให้ทุกคนแยกย้ายกัน ส่วนตัวมัน ห่าวหราน เซียงลั่วกับ อาจารย์ฝ่ายโอสถ ก็มุ่งหน้าไปพบมหาเศรษฐีหานพร้อมกัน

            

            จบบท

    คล้ายกับเรื่องวรยุทธอสูรทะยานฟ้าผ่าปฐพี!! ที่คุณอ่าน

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810