บทที่ 4 รนหาที่ตาย
“ข้าหลี่ฮั่นเหลียงมาหาถึงที่ โจรกระจอกอย่างพวกเ้ายังกล้าเห่าหอนงั้นรึ”
เสียงตอบรับของผู้มาเยือนประกาศถึงศักดา ทำเอากลุ่มโจรูเาหัวหดเหมือนเต่าอยู่ในกระดอง ได้ยินเสียงที่แสนหนักแน่นของคนผู้นั้น ก็เหมือนได้ยินเสียงของเทวทูตแห่งความตาย
แม้แต่ผู้นำเผ่าโจรูเายังต้องคุกเข่าศิโรราบ
ไม่นานนักชายร่างใหญ่ในอาภรณ์สีแดงสด ตามรูปแบบของเ้าบ่าว ควบอาชาดำทมิฬมาพร้อมทหารกล้าสิบชีวิต เพียงถกเชือกรั้งบังเหียน...เ้าเสี่ยวเอ้อหงม้าศึกคู่ใจ เสริมบารมีให้ผู้เป็นายด้วยการยกขาหน้าสองข้างตะกุยอากาศ ออกเสียง ‘โฮก’ อย่างน่าอัศจรรย์
“น…นี่มันท่านแม่ทัพใหญ่ตัวจริง เสียงจริง! พวกเรา รีบทิ้งอาวุธ!”
หัวหน้ากลุ่มโจรูเาไร้ท่าทีโต้แย้ง โยนกระบี่ทิ้งให้ไกลตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยสำเหนียกสำนึกว่า หลี่ฮั่นเหลียงผู้นี้หาใช่บุคคลที่พี่น้องโจรูเาจะแตะต้องได้ หากรักชีวิตไม่คิดมีเื่ ก็จงทำตัวให้เชื่องเหมือนสุนัขรักเ้าของ
“กล้าดีอย่างไร ปล้นตัวเ้าสาวบรรณาการของแคว้นต้าหยาง พวกเ้าอยากเห็นจิ่วโจวเกิดางั้นรึ”
หลี่ฮั่นเหลียงประกาศกร้าวด้วยสีหน้าเ็า แม้ยามนี้แต่งองค์ทรงเครื่องในรูปแบบของเ้าบ่าวรูปงาม แต่กลิ่นอายแห่งความตายที่แผ่ซ่านออกจากกายหยาบ หาได้ลดลงตามเครื่องอาภรณ์ที่ประณีต ทันทีที่ฝ่าเท้าโน้มััยอดหญ้าอันงดงาม ประหนึ่งมีลมเย็นพัดผ่าน ชวนให้ผู้ที่อยู่ในอาณาบริเวณ หนาวสันหลังวูบวาบ
“เป็ข้าที่คิดน้อยเกินไป ได้ยินว่าแม่ทัพหลี่ไม่้าภรรยา เหล่าพี่น้องข้าจึงมีใจอาสากำจัดแม่นางผู้นี้ให้ ท่านแม่ทัพหลี่ที่เป็ดั่งเทวรูปให้พวกเรากราบไว้บูชา จะได้ไร้เื่กลัดกลุ้มกังวลใจ”
หัวหน้ากลุ่มโจรโก่งตัวประสานมือขณะพูด น้ำเสียงทั้งประหม่าและสั่นเครือ เหงื่อเหม็นโฉ่เกาะพราวบนใบหน้า บ่งบอกถึงความพ่ายแพ้อย่างไม่อาจซ่อนเร้น การที่หัวหน้ากลุ่มโจรูเามีทีท่าเช่นนี้ล้วนไม่ใช่เื่แปลก
เคยได้ยินข่าวลือไร้แก่นสารมานานแล้ว ว่ากลุ่มโจรูเาไม่นับถือทวยเทพ ไม่นับถือผีสาง แต่นับถือคน! ส่วนคนที่เผ่าโจรูเานับถือ ล้วนเป็วีรบุรุษผู้กล้า ส่วนใหญ่นั้นล่วงลับไปหลายสิบปี ดังนั้นวีรบุรุษเพียงคนเดียวที่พวกเขานับถือกราบไหว้ ซึ่งยังมีลมหายใจอยู่บนโลก ก็คือหลี่ฮั่นเหลียงคนนี้อย่างไรเล่า
“ไสหัวไปให้ไกล อย่ารังแกผู้บริสุทธิ์ไร้ทางสู้ มิเช่นนั้นข้าหลี่ฮั่นเหลียงจะกลับมาตัดหัวพวกเ้าแทนคำสั่งสอน”
ท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ฝากฝังคำสอน ที่ฟังอย่างไรก็ไม่ค่อยเหมือนคำสอน ให้แก่ชายฉกรรจ์กว่าสิบชีวิต ส่วนชายที่เพิ่งตายใต้ทวนสีเงินของหลี่ฮั่นเหลียง ก็ถือเสียว่าเป็สิ่งที่เผ่าโจรูเาสมควรได้รับ
หนึ่งชีวิตแลกกับการที่ทำให้สตรีของหลี่ฮั่นเหลียงใ! ไม่ขาด ไม่เกิน
ชั่วพริบตาเดียวร่างอันแข็งแกร่ง ก็เข้าไปรับเ้าสาวผู้งดงามสู่อ้อมแขนของตน แล้วเดินผ่านกลุ่มโจรอันธพาลอย่างเย่อหยิ่ง หญิงสาวสั่นเทาไปทั่วร่าง ทั้งหวาดกลัวและตื่นตระหนกไปพร้อมกัน ส่วนหนึ่งก็เพราะการปรากฏตัวของหลี่ฮั่นเหลียงในครานี้ แตกต่างจากการพบเจอกัน ในคราที่นางยังเป็เพียงอ้ายฉิงอย่างสิ้นเชิง
ว่าที่สามีของนางทั้งองอาจและดูเผด็จการ แม้แต่ชายฉกรรจ์ป่าเถื่อนเ่าั้ยังต้องค้อมหัวให้ แล้วตัวนางเองที่เป็เพียงภรรยาตัวน้อย จะมีชีวิตรอดในจวนสกุลหลี่ได้นานแค่ไหนกันเชียว
เพียงแค่จินตนาการถึงคราที่หลี่ฮั่นเหลียง รู้เื่ที่นางสวมบทบาทเป็เจียวจื้อหลิน นางจำต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงท้องอย่างหวั่นใจ
“อยู่ในความดูแลของข้า ใครหน้าไหนก็แตะต้องเ้าไม่ได้ เช่นนั้นก็สงบใจเถิด”
น้ำเสียงพราวเสน่ห์เฝ้ากระซิบอยู่ข้างหูนาง เจียวจื้อหลินน้อยได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ ที่ผ่อนหนักผ่อนเบาอย่างสุขุมมั่นคง บ่งชี้ว่าคนผู้นี้แข็งแกร่งเพียงใด ยามอยู่บนอ้อมกอดของเขา...เจียวจื้อหลินพลันรู้สึกว่า ร่างกายของนางหดเล็กลงจนเหลือเพียงหยิบมือ
นี่มันความรู้สึกอะไรกัน T๐T
ยังดีที่มีผ้าคลุมเ้าสาวบดบังใบหน้าไว้ ไม่อย่างนั้น...การได้สบตาหลี่ฮั่นเหลียงในยามนี้ จะต้องทำให้เจียวจื้อหลินน้อยฝันร้ายไปหลายคืนแน่ ๆ เขาตั้งใจเอ่ยปากปลอบใจนางและเคาะนิ้วมือบนต้นแขนของนางเบา ๆ ทั้งที่ยังอยู่ในบริบทของท่าโอบอุ้ม
เ้าสาวตัวน้อยจำต้องรีบพยักหน้าหงึก ๆ ไม่อย่างนั้น...ว่าที่สามีผู้แข็งแกร่งของนาง คงได้ทำอย่างอื่นที่มากกว่าการเคาะนิ้วมือบนต้นแขนนางเป็แน่
หลังได้รับสัญญาณตอบรับจากเ้าสาว หลี่ฮั่นเหลียงเม้มริมฝีปากให้เกิดเสียงแปลก ๆ แล้วเ้าอาชาดำขนงาม ก็ย่อขาจวนจะขนานลำตัวััพื้นดิน มันเป็ม้าที่ถูกฝึกมาอย่างดี ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใด ก็พร้อมรับคำสั่งจากผู้เป็เ้าของเสมอ
เมื่อขึ้นสู่อานม้าได้สำเร็จ สองร่างของชายหนุ่มและหญิงสาว ก็เสียดสีกันไปมาอย่างยากหลีกเลี่ยง เจียวจื้อหลินผู้อ่อนประสบการณ์ จำเป็ต้องคล้องเรียวแขนััต้นคอของชายหนุ่มไว้ตลอด
ส่วนหลี่ฮั่นเหลียงเองก็ใช่ว่าเพิกเฉยต่อความปลอดภัยของนาง วงแขนโอบเอวไม่ห่าง นิ้วมือทั้งห้าคล้องผ่านหน้าท้องอันแบนราบของสาวงามสม่ำเสมอ มืออีกข้างกระตุกเชือกอาชาออกเสียง ‘ย๊า!’ แล้วพานางห้อตะบันไปข้างหน้า หมายไปให้ทันฤกษ์มงคล
.
.
สองชั่วยามถัดมา...
เป็่ท้ายของงานมงคล นอกจากกราบไหว้ฟ้าดินสี่ทิศ ดื่มสุรามงคลคู่ ก็ยังมีเื่อย่างว่า...ที่ยังไม่ได้ทำ อี้ซางจิ่วหวงตี้ฝากโอวาทกับเ้ากรมพิธีการหย่งชุนลี่ปู้ มากำชับแก่สหายราชเลขาธิการหลี่ว่า
“หากว่าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป เกรงว่าพิธีมงคลสมรสของหงส์ฟ้าคู่พยัคฆ์ คงมิใช่การแต่งงานที่สมบูรณ์นัก อย่างไรประเพณีเก่าแก่จำพวกเข้าหออุ่นเตียงก็จำต้องสืบทอด”
บทพูดแฝงประโยคคำสั่งเหล่านี้ ยังคงดังก้องในหัวของหลี่ฮั่นเหลียง เดิมทีความประสงค์ของาา ใช่ว่าอยากจะเพิกเฉยได้ ก็จะเพิกเฉยได้ตามอำเภอใจ หากว่าฝ่าฟื้นคำสั่งส่วนพระองค์ได้ บุรุษที่ไม่เคยปรารถนาเื่รัก ๆ ใคร่ ๆ อย่างหลี่ฮั่นเหลียง คงปฏิเสธการสมรสเชื่อมสัมพันธ์ไปั้แ่ต้นแล้วกระมัง
แต่เอาเถอะ เื่มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็คงต้องฝืนใจสักเล็กน้อย
คิดตกได้ดังว่า...หลี่ฮั่นเหลียงก็เดินนวยนาด เคลื่อนประตูเรือนหอเข้ามาพบเ้าสาวตัวน้อยอย่างมุ่งเน้น ทั้งแววตาดูมีเลศนัย เพียงสบโอกาสให้อยู่กันตามลำพังในห้องขนาดใหญ่ ที่ประดับด้วยริ้วผ้าสีแดงสง่า หลี่ฮั่นเหลียงจำเป็ต้องปิดประตูลงกลอนให้หนาแน่น
สิ่งที่เขากำลังทำ ชวนให้เ้าสาวที่ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน เกิดหวั่นใจอย่างไรก็ไม่ทราบ นางจินตนาการไปไกลหลายพันลี้ ยำเกรงว่าผู้เป็สามีจะฆ่านางหมกเตียง เพราะถึงอย่างไรหลี่ฮั่นเหลียงคนนี้ ก็ไม่เคย้าแต่งภรรยาั้แ่แรก
แล้วการที่เขาช่วยนางออกจากเงื้อมมือของกลุ่มโจร ตลอดจนยินยอมเข้าพิธีมงคลจนเสร็จสิ้น ยันขั้นตอนสุดท้ายก็เพื่ออยากจะตบตาผู้อยู่เบื้องบนเท่านั้น ครั้นหมดธุระแล้ว สตรีเช่นนางก็สมควรถูกกำจัดมิใช่หรือ!
เจียวจื้อหลินหายใจไม่ทั่วท้องพร้อมเบิกตากว้าง เมื่อเห็นผู้เป็สามีเปลื้องเสื้อผ้าไม่หยุด กระทั่งชุดสีแดง เหลือเพียงกางเกงซับในสีขาวตัวเดียว เผยให้เห็นกล้ามเนื้ออกตลอดจนร่องหน้าท้องอันแข็งแกร่ง ในใจของสาวน้อยเต้นระรัวไร้จังหวะ มือสองข้างที่ประสานกันแน่นเผลอบีบเคล้นกันอย่างไม่รู้ตัว ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงโปร่งทั้งเม้มริมฝีปากและขบฟันสู้
ทันใดนั้นคันชั่งมงคล...เสยผ้าคลุมหน้าเ้าสาวตามครรลองพิธี เป็ครั้งแรกที่สองฝ่ายสอดประสานดวงตา ที่สุกสกาววาวใสให้แก่กันโดยไม่ได้ตั้งใจ ครั้นเจียวจื้อหลินเตรียมเป็ฝ่ายกระโจนออกจากเตียงนอน ฝ่ามือหยาบใหญ่ก็คว้ากายนางสู่อ้อมอก แล้วนาบฝ่ามืออีกข้างอุดปากนางอย่างนิ่มนวล
สองร่างค่อย ๆ ล้มลงบนเตียงหลังใหญ่ที่โรยด้วยกลีบเหมยกุ้ยสีแดงสด หลี่ฮั่นเหลียงเป็ฝ่ายพลิกร่างน้อยให้หงายเทิ้ม แล้วใช้วงแขนใหญ่กักขังกระต่ายตัวน้อยเอาไว้ใต้ร่าง บัดนี้ปลายจมูกของชายหนุ่มค่อย ๆ ปัดป่ายใกล้ลานแก้มที่แดงปลั่งของนาง จวนจะสิงเข้าไปในกายนางอยู่รอมร่อ
แต่แล้วน้ำตาหยาดเล็กหยาดน้อยก็พรั่งพรูออกมา พร้อมกับดวงตากลมโตที่กดข่มความหวาดผวาอย่างสุดความสามารถ หลี่ฮั่นเหลียงมัวแต่ระแวดระวัง ต่อผู้ที่ยืนขนาบใบหูหลังกรอบประตูบานนั้น แต่ไม่ได้สังเกตว่า ภรรยาตัวน้อยหวาดกลัวตนเองเพียงใด ร่างผอมเพรียวของนางทั้งสั่นเทาและแข็งทื่อในคราวเดียวกัน จุดชนวนให้ชายร่างใหญ่รู้สึกผิดในบัดดล
“ข้าเป็สามีเ้า แต่เ้ากลัวข้าเพียงนี้เชียวรึ?”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นเพียงเล็กน้อยขณะพูด ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นไปกันใหญ่ เมื่อภรรยาตัวน้อยพยักหน้ารับส่งมอบแทนคำตอบ
นิยายเื่ : เมื่อต้องสวมบทบาทเป็ภรรยา ของท่านราชเลขาธิการ
อ่านรวดเดียวจบก่อนใครได้ที่ Meb ค่า