ในขณะที่ทั้ง สี่กำลังนั่งดื่มชากันอยู่นั้น ก็มี คนของตระกูลจวง มาแจ้งว่าพบแท่นบูชาโบราณ มีโลงแก้วใส่ซากศพมนุษย์ อยู่ในเหมือง มีคนงานเข้าไปใกล้ๆ เกิดอาการคล้ายคนถูกพิษเกิดตุ่ม หนองขึ้น บริเวณผิวหนัง ทั่วร่างกาย เวลานี้คนงานต้องหยุดทำการขุด ต้องขนย้ายคนเจ็บออกมา
“ ข้าจะไปดูเดี๋ยวนี้” เฉินคุนอุ้มอิ๋งอิ๋ง ให้กับ จื่อเอียนแล้วก็เดินออกไป
“ ข้าไปด้วย” เสี่ยวเทียนรีบเดินตามพ่อของเขาไปทันที ปล่อยให้อิ๋งอิ๋ง นั่งมองตาแป๋ว
“ พี่ใหญ่ไม่เกลียดอิ๋งอิ๋ง แต่ทำไมไม่เห็นคุยกับอิ๋งอิ๋งเลยเจ้าคะ?”
“ พี่ใหญ่เพิ่งจะรู้จักอิ๋งอิ๋ง ให้เวลาพี่ใหญ่อีกหน่อยนะลูก”
“ เจ้าค่ะ” อิ๋งอิ๋งโอบกอดแม่จื่อเอียน น้ำตาคลอ
พอเสี่ยวเทียนกับพ่อเฉินคุนมาถึงถ้ำในเหมือง ก็พบว่า ด้านในนี้ คล้ายไปโบราณสถาน ที่ถูกทับถมกันมานาน มองโดยรวมที่นี่คล้ายเป็น สุสานโบราณมีโลงศพแก้วตั้งอยู่ตรงกลาง ด้านในมีศพชายผู้หนึ่งแต่งชุดคล้ายกับ จักรพรรดิ ร่างกายเหี่ยวแห้ง มีเนื้อติดกระดูกไม่เน่าเปื่อย ผมสีขาวดวงหน้ากลวงโบ๋ ใบหน้าซีดตอบ มองคล้ายผีดิบ ตรงด้านหน้า มีหุ่นโลหะสีทองถือหอกพร้อมกับโล่ ยืนอยู่ทั้งด้านหัว และ เท้าของ จักรพรรดิซากศพผู้นี้ มีไอพิษอสูรกระจายอยู่รอบๆ แต่ผู้มีพลังเซียนจะไม่รู้สึกอะไร
“ ดูจากศิลา จารึกพวกนี้ น่าจะมีมานานหลายพันปีมาแล้ว ไม่รู้ว่า ศิลาจารึกพวกนี้เขียนไว้ว่าอะไรนะ?” เฉินคุนยืนมองด้วยความสงสัย เสี่ยวเทียนก็มองดูด้วยเช่นกัน แล้วทันใดนั้น จิตของเทพีไอซิส ผู้ทรงปัญญา ก็ทำให้เสี่ยวเทียนเข้าใจตัวหนังสือเหล่านี้ได้
“ นี่คือซากศพจักรพรรดิอสูรหิมะ เขาเป็นโอรสของ จอมเทพเหมันต์กับเจ้าหญิงมังกรหิมะ สุดท้าย ผ่านไป 20 ปี ก็ถูกสภาสวรรค์จับได้ ที่ทำผิดกฏสวรรค์ ที่ห้ามเทพสวรรค์ มีความรักกับอสูร ดั้งนั้นอสูรกับ ทายาทที่กำเนิดมาจะต้องถูกกำจัด
ส่วนหุ่นโลหะสองตนนี่คือ นักรบสวรรค์ที่คอยเฝ้า ไม่ให้ใครมาทำการฟื้นคืนชีพ คนที่สลักป้ายหินคือ จอมเทพเหมันต์” เสี่ยวเทียนอธิบายจากข้อความที่ถูกบันทึกเอาไว้
“ แล้วจักรพรรดินีอสูรหิมะ มีส่วนเกี่ยวข้องกับ จักรพรรดิอสูรหิมะ หรือไม่?”
เฉินคุนเอ่ยถามเสี่ยวเทียน
“ ไม่มีใครรู้ ในศิลาเหล่านี้ไม่ได้บอกเอาไว้ ที่นี่ถูกกลบฝังมานานมากแล้ว หากว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกัน พวกเขาก็คงบุกเข้ามายึดที่นี่นานแล้ว”
“ พวกมันอาจจะรออะไรบางอย่างก็ได้” เฉินคุนคิดว่าพวกมันมีหลายสิ่งน่าสงสัย
เสี่ยวเทียนรู้สึกว่าที่นี่มีพิษที่คล้ายกับพิษภูตทมิฬ พอปล่อยสัมผัสออกไปพบว่า มันมาจากศพที่นอนอยู่ แสดงว่าถึงแม้จะตายไปแล้ว แต่ยังคงมีพิษจากศพหลงเหลืออยู่ เสี่ยวเทียนไม่สนใจเรื่องราวในอดีตของพวกเขา แต่สนใจแค่เพียงพิษที่ปล่อยออกมาทำให้คนงานบาดเจ็บเท่านั้น เสี่ยวเทียนใช้ฝ่ามือดูดพิษทั้งหมดที่มีอยู่ในบริเวณนี้ แล้วก็ในร่างศพ แล้วนำมาเก็บไว้ในไข่มุกวิญญาณจนหมด ส่วนคนที่ถูกพิษก็ทำเช่นเดียวกันไม่นานทุกคนก็หายเป็นปกติเช่นเดิม
“ ปล่อยมันไว้อย่างนี้ ไม่ต้องไปแตะต้อง เวลานี้พิษร้ายได้หมดไปแล้ว ให้ทุกคนมาทำงานได้เหมือนเดิม แม้ว่าพวกมันคิดจะปลุกชีพ ซากศพจักรพรรดิอสูร คงต้องผ่านนักรบสวรรค์สองคนนี้ก่อน !” เสี่ยวเทียนไม่อยากทำลาย โลงศพและหุ่นโลหะทิ้งไปเพราะรู้สึกว่า หากทำลายไป บางทีอาจเกิดเรื่องยุ่งยากให้ กับ คนงานเหล่านี้อีก
ก็เป็นได้ จึงได้พากันเดินออกมา
“ เมื่อสักครู่เจ้าบอกกับพ่อว่า จะพาพ่อไปสถานที่ใดรึ?” เฉินคุนเอ่ยถามเสี่ยวเทียน
“ ข้าได้แต่งงานแล้วนะ ท่านพ่อ”
“ หา?” เฉินคุนเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ แล้วเสี่ยวเทียนก็พาเข้ามาในมิติฟ้าคราม แล้วเรียก วาวา ออกมา คารวะ
“ วาวาคำนับท่านพ่อเจ้าค่ะ” วาวาคุกยกน้ำชาให้ เฉินคุนที่ยังตกตะลึงไม่หาย
“ ลุกขึ้นเถอะ นี่เป็นเรื่องจริงหรือนี่?” เฉินคุนมองหน้าเสี่ยวเทียนด้วยความตกใจ
“ ยังมี เจินเจิน อีกคน เอาไว้กลับไปดินแดนเก้าพิภพ ข้าจะพานางมายกน้ำชาท่านแม่กับท่านพ่อพร้อมกัน”
เฉินคุนได้แต่ถอนหายใจ อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้อยู่ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ทำให้เรื่องแบบนี้ จึงเกิดกับเสี่ยวเทียน แต่หลังจากหายตกใจก็มองไปในมิติรอบ ๆ ยิ่งตกใจหนักขึ้นไปอีก เมื่อเห็นปราสาทเทพเซียน สระน้ำเทพเจ้า แล้วบรรยากาศรอบๆ เห็นไป๋น้อย หมาจิ้งจอกพูดได้ เห็นตงตงงูน้อย กำลังอาบแดด เห็นหุ่นศิลา ระดับเซียนนับร้อย ตัว เดินไปเดินมา รอบปราสาท
“ นี่คือ มิติฟ้าครามของเจ้าหรือนี่?”
“ ใช่แล้ว นี่คือสระเทพเจ้า ท่านพ่อลงไปนอนแช่เลย ข้ารู้สึกว่า ท่านพ่อยังขาดพลังอีกไม่เท่าไร ก็จะเลื่อนขั้นเป็น ขั้นเซียนฟ้าระดับกลางแล้ว”
พอเฉินคุนนั่งแช่สระน้ำเทพเจ้าได้ไม่ถึง ชั่วยาม เขาก็สามารถเลื่อนขั้นพลังเป็นขั้นเซียนฟ้าขั้นกลางได้ทันที สร้างความดีใจ ให้กับเขายิ่งนัก
เสี่ยวเทียนยังมอบกระบี่และชุดเกราะ ระดับเซียน ในปราสาทเทพเซียนให้ เฉินคุนเก็บไว้ป้องกันตัวอีกด้วย
ในขณะเดียวกัน ด้านนอกกำแพง กองทัพอสูรทั้งหลายบัดนี้ได้เคลื่อนกำลังมาเข้าประชิดเมืองชายแดนเขตปกครองที่สิบ มีฝูงสัตว์อสูรหิมะ จำนวนมากมายมหาศาลทั้ง กระทิงน้ำแข็ง ผึ้งราชสำนักทมิฬ ค้างคาวหิมะ และมีสัตว์อสูรล้านปีมาอีก ห้าตัว มีลิงยักษ์ นกแร้งยักษ์ เสือขาว หมียักษ์ ช้างแมมมอส นำหน้ามาโดยจักรพรรดินีอสูร และองค์ชายราชันอสูร และ เฒ่าราชันอสูร และยังมีขุนพลอสูรหน้าตาเหมือนหมูป่าเขี้ยวโง้ว แต่ร่างกายเป็น มนุษย์
“ ได้เวลาที่เราจะยึดพื้นที่ของเราคืนแล้ว เสด็จพี่ รอข้าอีกหน่อย ข้ากลับมาแล้ว”
จักรพรรดินีอสูรเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ในขณะที่ ทหารชายแดนที่เห็นกองทัพอสูร ที่มากันอย่างมืดฟ้ามัวดิน ก็ตกใจส่งสัญญาณเตือนภัย ออกไปทั่วทุก หอเตือนภัย ทหารประจำ ทหารรับจ้าง ผู้ฝึกยุทธ์
ต่างพร้อมรับมือเต็มที่ แต่ทุกคนพอขึ้นมาบนกำแพง แล้วเห็นกองทัพอสูรที่มากันเป็นล้านตัว แบบนี้ บางคนถึงกับถอดใจ รีบหนีไปบ้างก็มี
“ ทุกคนเข้าประจำที่ จื่อเอียนพาอิ๋งอิ๋งกลับเมืองหลวงเขตสิบไปก่อน” เฉินคุนออกคำสั่ง แต่ไม่ทันแล้ว ฝูงค้างคาวหิมะบินร่อน อยู่บนฟ้าโจมตีเรือเหาะ หรือ ยานบินที่กำลังจะหนี
ถูกมันทำลายร่วงลงมา จนหมด
“ เข้ามาอยู่ในมิติฟ้าครามก่อน” เสี่ยวเทียนพาจื่อเอียน และ อิ๋งอิ๋ง ผู้อาวุโสของตระกูลจวง และคนรับใช้ เข้ามาหลบใน มิติฟ้าคราม
“ ไป๋น้อย นี่คือ อิ๋งอิ๋งน้องสาวข้า ฝากดูแลอิ๋งอิ๋ง และทุกคนให้ดีด้วย”
“ ขอรับ พี่ใหญ่” ไป๋น้อยยืดสองขารับคำ อิ๋งอิ๋งทำตาโต เมื่อเห็นไป๋น้อยพูดได้
เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็สั่งให้ ปราสาทเทพเซียน เทพอินทรี และ ตงตง และหุ่นเซียนทั้ง 100 ตัวให้ออกไปช่วยกันข้างนอกให้หมด
อิ๋งอิ๋งเห็น ไป๋น้อยตัวเล็กเท่าฝ่ามือก็ชอบมาก รีบเข้าไปอุ้มทันที
“ เจ้าชื่อไป๋น้อยรึ”
“ ใช่แล้ว”
“ ท่านแม่ จิ้งจอกน้อยพูดได้จริงๆ ด้วย” อิ๋งอิ๋งหันไปบอกกับแม่จื่อเอียนด้วยความตื่นเต้น
“ จ๊ะลูก” แม่จื่อเอียนก็พลอยตกใจตั้งแต่ เข้ามาในมิติฟ้าครามตั้งแต่แรกแล้ว
“ อิ๋งอิ๋ง ให้ไป๋น้อยพาไปชม รอบๆดีไหม” แล้วไป๋น้อยก็เป็นเจ้าบ้านพาอิ๋งอิ๋งกับแม่ไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ภายในมิติฟ้าคราม โดยไม่ต้องสนใจสงครามที่กำลังเกิดขึ้น กับโลกภายนอกทั้งสิ้น
พอปราสาทเทพเซียน เทพอินทรี หุ่นศิลาเซียน 100 ตัว และ ตงตง ออกมาบนกำแพง ฝ่ายพวก จักรพรรดินีอสูร ก็ตกใจ ไม่รู้จัก ว่าคืออะไร ส่วน องค์ชายอสูร กับบ่าวชราเห็นงูน้อย ถึงกับต้อง ถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“ เจ้างูตัวนั้นไง เสด็จแม่” องค์ชายรีบเอ่ยออกมาทันที
“ ก็แค่งูน้อย ทำกลัวไปได้ ส่งสัญญาณออกไป เริ่มโจมตีได้”
บ่าวราชันอสูร ยกเขาควายออกมาเป่า สัตว์อสูรทุกตัว ก็เข้าบุกโจมตีพร้อมกันทันที
“ เสี่ยวเทียน ไหวไหมลูก?” เฉินคุนเอ่ยออกมาด้วยความหวั่นใจ
“ อย่างห่วงเลย ลุยมันเลย” เสี่ยวเทียนตะโกนออกไป ปราสาทเทพเซียนก็ปล่อยลำแสงเข้าใส่ เหล่า อสูรทั้งหลายที่เข้ามานับล้านตัว พอโดนแสงจากปราสาทเทพเซียนเข้าไป ร่างกายถูกเผาไหม้เป็นทางหายไปเป็นแถบ ส่วนพี่อินทรี ก็บินขึ้นฟ้าพ่นไฟเข้าใส่ ค้างคาวหิมะ ที่พอเห็นเช่นนี้ก็รีบหนีกันแทบไม่ทัน ฝ่ายนกแร้งยักษ์ สัตว์อสูรล้านปี ก็ถูกส่งขึ้นบิน หมายทำลาย พี่อินทรี แต่ยังไม่ทันอ้าปากจะทำอะไรเลย ตงตงงูน้อย ก็ขยายปากกว้างงับทีเดียว ร่างของนกแร้งที่ใหญ่ใตปานภูเขาก็ถูกกลืนไปในทีเดียว ตงตง ผายลมออกมาหนึ่งครั้ง ถูกกลุ่มสัตว์อสูรที่อยู่ด้านล่าง ถึงกับหงายท้องสลบไปหลายตัว
จักรพรรดินีเห็นแล้วอ้าปากตาค้าง ไม่คิดว่า โลกใบนี้ จะมีตัวประหลาดอะไรที่สามารถกลืนกิน สัตว์อสูรที่ใหญ่โตปานนี้ได้อีก
“ เฒ่าราชันอสูร สั่งพวกมันโจมตีอย่าได้ถอย คอยยื้อพวกมันเอาไว้ให้ได้ ข้ากับรัชทายาท จะเข้าไปช่วย เสด็จพี่ข้างใน” พอเอ่ยจบ ร่างของจักรพรรดินีกับองค์ชายอสูร ก็หายวับ เข้าไปในเมืองชั้นใต้ดินที่มี ซากศพของ จักรพรรดิอสูร นอนอยู่ พอเข้ามาถึง ก็พบโลงศพของ จักรพรรดิอสูร โดยมีหุ่นนักรบสวรรค์ยืนอยู่
“ เสด็จพี่ ข้ามาแล้ว”
“ เสด็จแม่ นี่คือเสด็จพ่อรึ?”
“ ใช่แล้ว พ่อจะทำพิธีฟื้นคืนชีพ ให้เสด็จพ่อของเจ้า เจ้าเอาผ้ายันต์นี้ไปปิดเอาไว้ที่หุ่นนักรบสวรรค์ สองตัวนี้ก่อน”
องค์ชายรีบนำยันต์สีดำไปปิดที่หน้าผากของนักรบสวรรค์เอาไว้ นี่คือยันต์ปิดฟ้าเพื่อไม่ให้สวรรค์ได้รับรู้ว่า นางกำลังฟื้นคืนชีพจักรพรรดิอสูรกลับมาอีกครั้ง
จากนั้น จักรพรรรดินีอสูรก็เปิดฝาโลงแล้ว นำแก่นเลือดอสูรโลกล้านปีทั้งสิบตัวใส่ปาก ซากศพจักพรรดิอสูร พร้อมกับใช้เล็บ กรีดเลือดที่ฝ่ามือของตน แล้วท่องมนตร์เทพอสูรออกไป
“ ขอให้องค์เทพอสูรมังกรฟ้า ผู้ครองอำนาจเหนือสุดของเหล่าทวยเทพทั่วแผ่นฟ้า จงมารับ เลือดมังกรหิมะอันบริสุทธิ์ของข้า เพื่อมอบพลังให้จักรพรรดิอสูรหิมะผู้เป็นหนึ่งในทายาทของท่าน ผู้ที่ถูกความอยุติธรรมจากสวรรค์ ให้มากำเนิดใหม่ด้วยเทอญ” แล้วจักรพรรดินีก็ใช้ฝ่ามือที่มีเลือดออกไหลรินเป็นสายธาร พุ่งเลือดออกเป็นสาร พุ่งเข้าท่วมร่างของ จักรพรรดิอสูรหิมะ ร่างของจักรพรรดิอสูรหิมะ ก็เริ่มดูดซึบเลือดทั้งหมดเข้าไปในร่าง ร่างที่เหี่ยวแห้ง ก็เริ่มมีเลือดฝาด ผิวพรรณเริ่มเปล่งปลั่งเหมือนมนุษย์ปกติทั่วไป ผมที่แห้งกรอบหลุดร่วงสีขาวก็เปลี่ยนเป็นขึ้นใหม่เป็นผมยาวสลวยสีเทาไปทั่วศรีษะ หน้าตากลายเป็นหนุ่มรูปงาม ดูคล้ายอายุไม่เกิน 25 ปี สายตาส่องประกายออกมา มีแต่นัยน์ตาสีดำเท่านั้น พอกระพริบตาอีกที กลับมีดวงตาสี่ทองเป็นวงรีเกิดขึ้นในตาสีดำอีกชั้น
ตูม !! โลงศพเกิดระเบิดขึ้นกระจายออกไป เผยร่างที่สีขาวเหมือนหยก ยืนเปลือยเปล่า ต่อหน้าจักรพรรดินีอสูร
“ เสด็จพี่ฟื้นแล้ว” จักรพรรดินีอสูรโผเข้ากอดจักรพรรดิอสูรหิมะ
“ ไม่เจอกันนานเลยนะน้องพี่” จักรพรรดินีรีบนำเสื้อผ้ามาทำการสวมใส่ให้จักรพรรดิอสูรหิมะทันที
จักรพรรดิอสูรหิมะเริ่มกวาดตามองไปรอบ ๆ เห็นชายหนุ่มอยู่ด้านหน้า แล้วเข้ามาคุกเข่าต่อหน้า
“ ข้า หลงอี้ ของถวายบังคมเสด็จพ่อ”
“ นี่คือบุตรบุญธรรม ที่น้องได้รับเลี้ยงเอาไว้”
“ อืม หน่วยก้านไม่เร็ว มีเชื้อสายมังกรหิมะ ซะด้วย” จักรพรรดิอสูรหิมะ พยักหน้า
“ พวกเราออกไปจัดการกับพวกมนุษย์กันก่อนเถอะ มันกล้าบังอาจยึด ดินแดนของเรา มาหลายร้อยปีแล้ว คราวนี้จะได้เห็นพลังของเสด็จพี่บ้าง”
จักรพรรดินีอสูรเอ่ยจบ ทั้งสามคนก็ลอยออกมา แต่พอออกมา ก็พบว่า เหล่าอสูรทั้งหลาย ได้ตายเรียบไปหมดแล้ว ไม่มีอสูรใดเหลือแม้แต่ตัวเดียว ส่วนสัตว์อสูรล้านปี ก็ถูกตงตงกลืนลงท้องไปจนหมด ได้แต่นั่งรอย่อยอยู่ขยับไปไหนไม่ได้ บ่าวเฒ่าราชันอสูรก็เพิ่งถูกเสี่ยวเทียน ใช้ดาบเทพเจ้าฟันหัวขาดเป็นตัวสุดท้าย
“ นี่แกบังอาจฆ่าลูกน้องของข้าไม่มีเหลือเลยหรือนี่?” จักรพรรดินีเอ่ยออกมาด้วยความโกรธแค้น
เสี่ยวเทียนไม่ได้ใส่ใจ จักรพรรดินีเท่าไร เพราะกำลังมอง อีกคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ด้านข้าง ที่กลิ่นไอของเขา คล้ายคนที่อยู่ในโลงศพ ไม่ผิดเพี้ยน
“ อาจารย์คนที่อยู่ด้านข้าง พลังมันอยู่ระดับไหน ข้าไม่สามารถสัมผัสพลังของมันได้เลย?” เสี่ยวเทียนถามอาจารย์ลู่เอินด้วยความหวาดหวั่น
“ บิดามันเป็นเทพเจ้าเหมันต์ มารดามันเป็นอสูรมังกรหิมะ พลังของมันไม่อาจวัดแบบอสูรหรือ เซียนทั่วไปได้ พลังของมันถูกเรียกว่า พลังเทพอสูร เทียบได้กับระดับเทียนจุน เจ้าลูกครึ่งเทพอสูรตนนี้ มีพลังอยู่ที่ระดับเทียนจุนขั้นต้นเท่านั้น
มันคงทำพิธีปิดฟ้าเอาไว้ ทำให้นักรบสวรรค์ ไม่รู้ว่ามันฟื้นคืนชีพมาได้ แต่ยังไงเจ้าก็ยังสู้มันไม่ได้อยู่ดี หากมันเริ่มลงมือ ข้าจะจัดการกับมันเอง” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบ เสี่ยวเทียนก็โล่งอก ขึ้นมาทันที
“ เจ้าคงเป็นจักรพรรดินีอสูรซินะ และท่านคงเป็นจักรพรรดิอสูร โอรสเทพเหมันต์กับอสูรมังกรหิมะ อุตส่าห์ทำพิธีปิดฟ้าหลบดวงตาสวรรค์ ฟื้นคืนชีพมาได้ อยากสูญพันธุ์ ก็ก้าวเท้าออกมาได้เลย” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างใจเย็น
“ เจ้าเด็กนี่ รู้มากไปแล้ว” จักรพรรดินีอสูร พุ่งร่างกลายเป็นมังกรหิมะ ตัวใหญ่คับฟ้า สะบัดหางดังขวับเข้าใส่เสี่ยวเทียน วืด ! เสี่ยวเทียนหลบได้แล้วใช้ฝ่าเท้ามังกรฟ้าเตะเข้าใส่ เปรี้ยง ! ร่างมังกรหิมะถลาลม เป๋ไปเป๋มา มันหันมาอ้าปากพ่นหิมะใส่อีกครั้ง รอบๆ ข้ากลายเป็นน้ำแข็งไปหมด เสี่ยวเทียนเริ่มใช้พลังของสามราชากับ เทพเจ้ามารวมกัน แล้วดึงพลังเหมันต์ มาสร้างจุดเยือกแข็งที่สุด แล้วปล่อยออกไปปะทะด้วย
ร่างของมังกรหิมะกลายเป็นน้ำแข็งกลางอากาศ ล่วงลงมาจากท้องฟ้า
“เสด็จแม่” องค์ชายอสูร พุ่งเข้าตัวเข้ามากลายเป็นมังกรหนุ่มเข้ามารองรับกลัวว่า จักรพรรดินีอสูร จะร่างแหลกเหลวไป แต่ไม่ทันที่จะตกพื้น ร่างมังกรหิมะตัวใหญ่ก็หยุดนิ่งกลางอากาศ แล้วค่อยๆ ลงสู่พื้นอย่างแผ่วเบา จักรพรรดิอสูรหิมะ ค่อยๆลอยตัวเอามือมาสัมผัส ร่างจักรพรรดินี น้ำแข็งก็ละลายไปในทันที ร่างจักรพรรดินีกลับมาเป็นคนดั่งเดิม ด้วยอาการหนาวสั่นไม่หาย
“ เด็กน้อย ชีวิตนี้ยังอีกยาวไกล เสียดายที่เจ้ามาเจอกับข้า หากรอให้เจ้าเติบโตยิ่งใหญ่ไปกว่านี้ ข้าเกรงว่า ต่อไปข้าคงต้องเดินตามถือรองเท้าให้กับเจ้าแล้ว แต่โชคร้ายเจ้าไม่มีวันนั้น !” จักรพรรดิอสูรลูกผสม ยกมือขึ้นไปบนท้องฟ้า พายุหิมะ หมุนมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว กลายเป็นหุ่นหิมะยักษ์ใหญ่โตเท่าภูเขา เดินหน้าเข้าทุบ ใส่เสี่ยวเทียนที่กำลังตกใจ ไม่คิดว่า มันจะสร้างหุ่นหิมะยักษ์ได้เร็วขนาดนี้
“ ข้าจัดการเอง” เสียงของอาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกมา....