“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์”

    บทที่ 59 ประตูที่ถูกลืมเลือน


    สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านซากอารยธรรมโบราณ

    หมอกสีเทาดำลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือพื้นดิน

    ทั่วบริเวณตกอยู่ในความเงียบ

    ความเงียบที่ชวนให้รู้สึกอึดอัด

    ราวกับมีสายตานับไม่ถ้วนกำลังเฝ้ามองอยู่จากความมืด

    หลินเซวียนยืนอยู่หน้าแผ่นศิลา "วิหารใต้หมอก"

    มือขวาวางอยู่บนด้ามดาบโดยไม่รู้ตัว

    ดวงตาแห่งกรรมทำงานอย่างเงียบงัน

    จับจ้องไปยังกลุ่มคนชุดดำเบื้องหน้า

    พวกเขามีทั้งหมดหกคน

    แต่สิ่งที่ทำให้หลินเซวียนรู้สึกกดดัน

    ไม่ใช่จำนวน

    หากเป็นระดับพลัง

    เส้นปราณของแต่ละคนมั่นคงและหนาแน่นกว่าผู้เข้าสอบในนครเมฆครามอย่างชัดเจน

    โดยเฉพาะชายที่ยืนอยู่ด้านหน้า

    คนผู้นั้นเปรียบดั่งเหวลึก

    ยิ่งมอง

    ยิ่งไม่อาจหยั่งถึง

    "ผู้ถือโคม..."

    ชายชุดดำเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

    น้ำเสียงเรียบนิ่ง

    แต่กลับสะท้อนไปทั่วลานหิน

    "เรารอเจ้ามานานแล้ว"

    ลั่วชิงอวี่ชักกระบี่ออกทันที

    แสงคมกระบี่สะท้อนผ่านม่านหมอก

    "ถอยไป"

    นางกล่าวอย่างเย็นชา

    "พวกเราไม่มีเหตุผลต้องเชื่อพวกเจ้า"

    ชายชุดดำหัวเราะเบา ๆ

    ก่อนส่ายหน้า

    "เด็กน้อย..."

    "หากพวกข้าต้องการลงมือ"

    "พวกเจ้าคงไม่มีโอกาสยืนอยู่ตรงนี้"

    ทันทีที่สิ้นคำ

    แรงกดดันมหาศาลพลันแผ่กระจายออกมา

    พื้นหินโดยรอบแตกร้าว

    ลั่วชิงอวี่หน้าซีดลงเล็กน้อย

    แม้แต่หลินเซวียนเอง

    ยังรู้สึกราวกับภูเขาลูกหนึ่งกดทับอยู่บนไหล่

    อีกฝ่ายไม่ได้พูดเกินจริง

    หากคนชุดดำต้องการฆ่าพวกเขา

    คงทำได้ตั้งแต่วินาทีแรก

    ...

    แต่ในขณะนั้นเอง

    ครืนนนน...

    ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าในร่างหลินเซวียนพลันสั่นสะเทือน

    แสงสีทองสายหนึ่งปรากฏขึ้นในโลกที่มีเพียงดวงตาแห่งกรรมมองเห็น

    เส้นแสงนั้นทอดยาว

    เชื่อมต่อจากร่างของเขา

    ไปยังประตูหินโบราณที่อยู่ลึกเข้าไปด้านหลังแผ่นศิลา

    ทันใดนั้น

    ประตูหินที่ปิดสนิทมานานนับพันปี

    เริ่มสั่นสะเทือน

    ครืดดดดด...

    เสียงหินเสียดสีกันดังขึ้นอย่างช้า ๆ

    ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน

    ดวงตาของชายชุดดำหดตัว

    เป็นครั้งแรกที่สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป

    "เปิดแล้ว..."

    เขาพึมพำ

    ...

    ประตูหินโบราณค่อย ๆ แยกออกจากกัน

    หมอกสีขาวจำนวนมหาศาลไหลทะลักออกมา

    พร้อมกลิ่นอายเก่าแก่จนยากจะอธิบาย

    ราวกับเวลาหลายพันปีถูกปลดปล่อยออกจากพันธนาการ

    ภายในประตู

    คือโถงทางเดินขนาดใหญ่

    ผนังทั้งสองข้างเต็มไปด้วยอักขระโบราณ

    และตะเกียงหินนับร้อยดวง

    สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ

    แม้เวลาจะผ่านมานานเพียงใด

    เปลวไฟในตะเกียงเหล่านั้น

    ยังคงลุกไหม้อยู่

    ...

    ทันใดนั้น

    เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากส่วนลึกของวิหาร

    "ผู้สืบทอด..."

    เสียงนั้นเบาราวกระซิบ

    แต่กลับดังอยู่ในหัวของทุกคน

    "ในที่สุด..."

    "ก็มีคนมาถึง"

    ลั่วชิงอวี่หน้าซีดเผือด

    เพราะนางไม่สามารถระบุได้ว่าเสียงนั้นมาจากที่ใด

    แม้แต่คนชุดดำหลายคน

    ยังเปลี่ยนสีหน้า

    หลินเซวียนเองก็รู้สึกขนลุก

    แต่ในขณะเดียวกัน

    ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้ากลับตอบสนองอย่างรุนแรง

    ราวกับกำลังตื่นเต้น

    ...

    "เข้าไป"

    ชายชุดดำกล่าว

    แต่คราวนี้

    น้ำเสียงของเขาไม่มีความเหนือกว่าเหมือนก่อน

    กลับแฝงความระมัดระวัง

    "สิ่งที่เจ้าตามหา"

    "อยู่ข้างใน"

    หลินเซวียนหันไปมองอีกฝ่าย

    "แล้วพวกเจ้าล่ะ"

    ชายชุดดำเงียบไปครู่หนึ่ง

    ก่อนตอบ

    "พวกข้าตามหาความจริง"

    "เช่นเดียวกับเจ้า"

    คำตอบนั้น

    ไม่ทำให้ความสงสัยของหลินเซวียนลดลงเลย

    ...

    ในที่สุด

    เขาก้าวเข้าไปในวิหาร

    ลั่วชิงอวี่เดินตามมาติด ๆ

    ส่วนคนชุดดำกลับไม่ได้ตามเข้ามา

    พวกเขายืนอยู่ด้านนอก

    ราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง

    เมื่อหลินเซวียนก้าวผ่านประตู

    ครืนนนน...

    ประตูหินยักษ์พลันปิดลงทันที

    เสียงดังสนั่นสะเทือนไปทั่วพื้นที่

    ลั่วชิงอวี่ตกใจ

    รีบหันกลับไปมอง

    แต่สายเกินไปแล้ว

    ทางออกถูกปิดตาย

    ...

    ความมืดเข้าปกคลุมอยู่ชั่วขณะ

    ก่อนที่ตะเกียงหินสองข้างทางจะลุกไหม้ขึ้นทีละดวง

    เปลวไฟสีทองส่องสว่างไปตามทางเดิน

    เผยให้เห็นอักขระโบราณบนผนัง

    หลินเซวียนมองมันเพียงแวบเดียว

    หัวใจก็เต้นแรงขึ้น

    เพราะอักขระเหล่านั้น

    คล้ายกับอักขระบนประตูผนึกใต้ภูเขาอย่างยิ่ง

    ...

    และในปลายสุดของทางเดิน

    ร่างเงาหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนแท่นหิน

    ในมือของเขา

    ถือโคมโบราณเอาไว้

    ภาพนั้น

    เหมือนกับชายถือโคมที่หลินเซวียนเคยเห็นผ่านรอยแตกของผนึก

    ไม่มีผิด

    ทันใดนั้น

    ร่างเงานั้นค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น

    และลืมตา

    ดวงตาสีทองสว่างวาบขึ้นในความมืด

    ก่อนที่เสียงเก่าแก่จะดังก้องไปทั่วทั้งวิหาร

    "ผู้ถือโคมรุ่นที่เก้า..."

    "เจ้ามาถึงแล้ว"

    "ประตูแห่งอดีตกาลได้เปิดออก"

    "และความลับที่ถูกฝังมานานนับพันปี"

    "กำลังจะถูกเปิดเผยทีละน้อย"

    คล้ายกับเรื่อง“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์” ที่คุณอ่าน