บทที่ 60
ดำเนินธุรกิจอย่างก้าวหน้า
ธุรกิจการขายผักวิญญาณร้านผักวิญญาณของเขากำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในตอนนี้จางหยวนเปิดร้านผักวิญญาณมาประมาณหนึ่งสัปดาห์เห็นจะได้แล้ว
โดยตอนนี้สิ่งที่ได้รับมามันเองก็เป็นเงินก้อนโตเพียงแค่เจ็ดวันสามารถทำกำไรได้มากกว่าการที่ขายแผงผักตั้งไม่รู้กี่เท่า
อีกอย่างนึงมันเองก็เป็นเพราะว่าเขามีที่ดินเพิ่มแล้วก็สามารถเพราะปลูกผักวิญญาณได้จำนวนมากขึ้นมันเลยทำให้มีผู้คนมากมายได้รับผักวิญญาณแล้วก็มีเงินที่จะซื้อ
จางหยวนนั่งอยู่ภายในบ้านของตนเองภายในห้องนอนอันแสนเรียบง่ายของเขามีเพียงแค่เตียงแล้วก็โต๊ะนั่งทำงานเพียงแค่นั้น
เขากำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของตนเองดวงตาทั้งสองข้างกำลังจ้องมองพวกเอกสารบัญชีที่อยู่ด้านหน้า
“ ผิงเว่ยมีพรสวรรค์ในด้านนี้จริงๆจัดการบัญชีอย่างไม่ขาดตกเลยแม้แต่น้อยแถมยังดูแล้วเข้าใจง่าย ”
“ ในตอนนี้จากที่มองดูด้วยสายตาของตนเองแล้ว ตัวของเราก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าผลกำไรที่ได้รับมาจากการซื้อขายมันมากมายขนาดไหน”
“ เมืองจินหยวนเป็นเมืองการค้าขายเพราะแบบนั้นสิ่งที่สามารถสัมผัสได้และสังเกตได้เลยก็คือเหล่าผู้คนภายในเมืองมีฐานะปานกลางมากที่สุด”
“ และเพราะแบบนั้นมันเลยทำให้ธุรกิจสามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วเพราะว่ามีจำนวนคนที่มากแล้วก็มีกำลังซื้อมาก ”
“ ถ้าเกิดว่าร้านขายผักวิญญาณของเราไปตั้งอยู่ภายในเมืองที่มันไม่ค่อยมีผู้คนและส่วนใหญ่มีผู้คนแต่ยากจนคงจะไม่สามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วแบบนี้”
ปัจจัยการตั้งร้านค้าเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกันจากที่มองเห็นการที่ตั้งอยู่ภายที่เมืองจินหยวนมันถือว่าเป็นทางเลือกทีดีที่สุดแล้ว
เพราะว่าผักวิญญาณเองก็ไม่ใช่ของราคาถูกแน่นอนว่าถ้าไปตั้งอยู่ภายในเมืองที่มีแต่ผู้คนยากจนคงจะไม่มีใครซื้อ
แต่ว่าร้านค้าของเขาตั้งอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ที่เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าขนาดใหญ่เพราะแบบนั้นมันเลยสามารถขายออกได้เป็นอย่างดี
ตอนนี้ร้านผักวิญญาณของจางหยวนเป็นที่เลื่องชื่อไปทั่วทั้งเมือง
ไม่ว่าวันใดต่อวันไหนก็มีผู้คนมาต่อแถวซื้อผักวิญญาณเป็นจำนวนมากผักวิญญาณของเขามีคุณภาพดีแถมยังมีราคาที่ไม่แพงเกินไปเลยมีผู้คนมากมายอยากได้
“ ในตอนนี้ธุรกิจของเรากำลังเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วจากที่มองดูแล้วมีหลายตระกูลส่งคำขอมาอยากจะทำการค้าขายโดยตรงกับเรา ”
“ แต่ในตอนนี้ถ้าเราเลือกทำการค้าขายกับตระกูลพวกนั้นมันเองก็จะทำให้เราไม่มีชื่อเสียงแล้วไม่เป็นที่รู้จักกับผู้คน”
“ ในตอนนี้สิ่งที่จำเป็นจะต้องทำเอาไว้ก็คือการสร้างชื่อเสียงกับตัวเองเอาไว้ให้เยอะเยอะเพื่อที่จะให้เราผู้คนรู้จักตัวของเรามากขึ้น”
“ แล้วถ้าผู้คนรู้จักตัวของเรามากขึ้นมันเองก็จะทำให้ตัวของเราสามารถประสบความสำเร็จได้ง่ายดายมากขึ้นเช่นเดียวกัน”
“ เงินที่ได้รับมาหนึ่งสัปดาห์สามารถซื้อที่ดินบริเวณแถบนั้นได้ ”
“ อย่างแรกที่ควรจะทำในการได้รับเงินมาเมื่อหักต้นทุนการใช้แล้วก็ได้รับกำไรนำเอากำไรนั้นไปกว้านซื้อที่ดินแถบนั้นก่อนเป็นอันดับแรก”
“ ตัวของเราตั้งใจจะเปลี่ยนพื้นที่บริเวณแถบนั้นให้กลายเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ของเมืองอยู่แล้ว”
“ เพราะแบบนั้นสิ่งที่เริ่มต้นในตอนนี้ก็ควรจะเป็นอสังหาริมทรัพย์เริ่มทำการเก็บเกี่ยวพวกที่ภายในเมืองก่อนอย่างน้อยก็ต้องซื้อที่แถบนั้นให้ได้มากที่สุด”
จางหยวนเริ่มทำการคิดแผนการถัดไปตอนนี้สิ่งที่สำคัญก็คือการซื้อที่ดินบริเวณใกล้ใกล้ร้านของเขาที่ดินแถบทางใต้ให้ได้มากที่สุด
จางหยวนมีความคิดของตนเองเอาไว้ตั้งแต่ในตอนแรกแล้วว่าจะเปลี่ยนที่ดินบริเวณนั้นให้กลายเป็นศูนย์การค้า
เพราะแบบนั้นเขาต้องถือครองสิทธิ์การใช้ที่ดินบริเวณนั้นก่อนเป็นอันดับแรก
“ ผู้คนภายในยุคสมัยนี้นิยมอะไรกัน ศูนย์การค้าของเราต้องมีให้หมดในตอนนี้เริ่มจากการขายผักต่อไปจะทำกิจการอะไรดีเนื้อสัตว์อย่างงั้นหรอน่าสนใจ” จางหยวนเขากำลังคิดกับตนเองอย่างจริงจัง
ในตอนนี้กำลังเริ่มคิดจะขยายกิจการของตนเองให้ใหญ่โตมากขึ้นไปอีกระดับ
โดยจากที่มองดูในตอนนี้เขาสามารถขยายกิจการของตนเองได้แล้วเพราะว่าจากที่มองดูร้านผักของเขา มันก็มั่นคงในระดับหนึ่งแล้ว
ตอนนี้เลยมองหาทางเลือกใหม่ที่จะเพิ่มเติมขึ้นมา
“ ถ้าอยากจะทำฟาร์มสัตว์เนื้อสัตว์ขายก็จำเป็นจะต้องมีที่แน่นอนว่าที่ที่ใช้ในการปลูกฟาร์มขึ้นมามันไม่ใช่เรื่องที่ยากมันไม่ต้องมองหาที่ดินที่อุดมสมบูรณ์เทียบเท่ากับที่ดินที่เราถือครองอยู่ในตอนนี้”
“ เอาละสิ่งที่ควรจะทำเป็นอย่างแรกรู้แล้วเราต้องจัดหาที่ดินก่อนเป็นอันดับแรกอสังหาริมทรัพย์ต้องทำการกว้านซื้อที่ดินในเมืองและนอกเมือง ” จางหยวนจะขยับก้าวผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ร่างกายที่กำลังนั่งอยู่ยืดตัวตรงครึ่งกว่าสายตาไปมองบริเวณรอบรอบ
หลังจากอ่านเอกสารมาซักพักรู้สึกตัวอีกทีตอนนี้ท้องฟ้าด้านนอกมันก็มืดมิดไปแล้ว
เดินออกมาบริเวณด้านนอกพบเห็นอาหารมากมายถูกจัดเตรียมเอาไว้บนโต๊ะพวกมันล้วนแล้วเป็นอาหารที่ถูกทำขึ้นมาด้วยเนื้อชั้นดีแล้วก็ผักวิญญาณภายในสวนของเขา
บนโต๊ะอาหารมีเด็กน้อยทั้งสองกำลังนั่งรออยู่
“ เอาละมานั่งกินอาหารกัน ” หย่งคังที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยขึ้น
หลังจากเขาก็เริ่มทำการนั่งกินอาหารบนโต๊ะในขณะที่นั่งกินไปหย่งคังก็ชักชวนพูดคุยเรื่องต่างๆไปด้วย
“ เอาละสรุปแล้วตัวของเจ้าก็คิดจะทำการซื้อที่ดินแถบนั้นสินะ ”
“ ใช่แล้วขอรับข้าตั้งใจจะซื้อที่ดินแถบนั้นอย่างไรเสียเราเองก็จำเป็นจะต้องซื้อเงินทุนของพวกเรายังคงหลงเหลืออยู่ดึงมันออกมาใช้ในการซื้อพวกนั้นไปก่อนถือว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลว”
“ ถึงเจ้าจะบอกว่าเป็นเงินทุนแต่เงินพวกนั้นมันก็เป็นเงินของเจ้าเพียงผู้เดียวที่เจ้าหาได้มาจากการวาดภาพไม่ใช่รึ?”หย่งคังกล่าว
“ มันคือเงินทุนขอรับจริงอยู่ว่าที่ข้านั้นสามารถหาเงินพวกนั้นมาได้ด้วยการวาดภาพแต่ว่าข้าเองก็ไม่คิดว่าเงินพวกนั้นเป็นเงินของข้าหรอก”
“ ข้าตั้งใจจะเอามันมาเป็นเงินทุนกองกลางของพวกเราทั้งสองคนอยู่แล้วตัวของข้าลงทุนเงินตัวของท่านลงทุนแรงแน่นอนว่าพวกเราไม่มีผู้ใดเสียมีแต่ได้”
“ ในวันพรุ่งนี้ข้าคิดว่าข้าจะลองเดินไปดูพวกที่ดินนอกเมืองก่อน ” จางหมิงกล่าว
…
วันถัดมา
บริเวณด้านนอกเมือง
จางหยวนเดินดูที่ดินบริเวณแถบนี้ก่อนเป็นอันดับแรกเขาเลือกดูที่ดินบริเวณชานเมืองดูว่ามีที่ดินผืนไหนที่พอจะนำมันมาทำเป็นฟาร์มได้บ้าง
ลองเดินเลือกดูที่ดินบริเวณรอบๆอย่างรวดเร็วพบเจอที่ดินผืนหนึ่งมีความกว้างประมาณ10 หมู่มีความอุดมสมบูรณ์ประมาณห้าส่วน
ลองดูแล้วเจ้าที่ดินผืนนี้มันเองก็สามารถนำไปใช้เป็นฟาร์มได้
จางหยวนกำลังยืนมองที่ดินที่อยู่บริเวณด้านหน้าพยักหน้าขึ้นลงแล้วก็กล่าว “ ที่ดินผืนนี้ดูไม่เลว”
“ ถ้าซื้อมาแล้วคงจะสามารถทำได้ถ้าเช่นนั้นก็ติดต่อการซื้อขายเลยดีกว่า”
จางหยวนได้ติดต่อการซื้อขายที่ดินที่ตนเองหมายตาเอาไว้เพราะว่าที่ดินบริเวณแถบนี้อยู่บริเวณชานเมืองแล้วก็เป็นที่ดินที่ไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์นะเลยได้มาในราคาค่อนข้างถูก
ที่ดินสิบหมู่ซื้อมาเพียงในราคาประมาณ300ตำลึงเท่านั้น
แน่นอนว่าราคาเท่าหนีถือว่าไม่ได้แพงเกินไปสามารถซื้อมาได้ก็ถือว่าเป็นกำไรในวันข้างหน้าแล้ว
มันไม่ได้มีเพียงแค่ที่ดินผืนนี้เท่านั้นจางหยวนเริ่มทำการซื้ออสังหาริมทรัพย์ภายในเมืองอย่างเช่นพวกที่ดินบริเวณรอบๆร้านผัก
เค้าซื้อมาประมาณสองถึงสามแห่งเสียเงินไปอีกประมาณ600ถึง 700 ตำลึง
รวมแล้วการซื้อขายในครั้งนี้เขาเสียเงินไปอีกประมาณ1000ตำลึง
แต่มันก็คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มได้ที่ดินเพิ่มมาแล้วก็อยากได้พื้นที่บริเวณภายในเมืองที่เป็นชื่อของตนเองเพิ่มขึ้นมาอีก
ในขณะที่จัดการทำการซื้อขายทั้งหมดเสร็จจางหยวนกำลังเดินออกไปจากเมืองเพื่อเดินทางกลับไปที่บ้านของตนเองที่ตั้งอยู่นอกชานเมือง
แต่ในขณะที่กำลังเดินกลับนั้นบริเวณด้านหน้าเมืองกับพบเห็นชายผู้หนึ่งกำลังมีเรื่องต่อยตีกับพวกทหารอยู่
“ เอ๊ะ… ”
จบบท