แม้จะสายมากแล้วทั้งแดดก็ค่อยๆ แรงขึ้นจนเหงื่อไหลซึมแต่นารีนาทกับทิพย์ธารากลับร้อนใจยิ่งกว่าทั้งคู่ปักหลักรอรับบุตรสาวบุตรชายอยู่ด้านหน้ามุขบ้านพอเห็นรถยนต์เลี้ยวเข้ามาคุณผู้หญิงทั้งสองก็ลุกขึ้นยืนทันทีหมายจะเรียกทั้งคู่มาสอบความแต่พอเห็นใบหน้าของธารธาราที่เพิ่งลงจากรถบึ้งตึงเสียงที่กำลังจะเอ่ยเรียกก็ชะงักลงส่วนคามินทร์รายนั้นกลับยิ้มระรื่นผิวปากอารมณ์ดีจึงได้แต่มองหน้ากันว่าตกลงเื่มันยังไงกันแน่ทั้งยังได้แต่ยืนมองทั้งคู่แยกย้ายกันกลับห้องตัวเองไปต่อหน้าต่อตานี่แม่เอง เห็นแม่ไหมแม่ยืนรออยู่นี่ไง
เมื่อเช้าตอนที่อยู่ในสวนคริมาบุตรสาวคนเล็กของนารีนาทวิ่งแจ้นหน้าตาตื่นมากางหนังสือพิมพ์ให้อ่านข่าวซุบซิบ‘ไฮโซหนุ่มเกือบวางมวยการ์ดรีบกันออกจากงานกะทันหันทายสิเกิดอะไรขึ้นเอ่ย’
ประมุขทั้งสองบ้านพอรู้เื่ก็รีบเรียกแม่บ้านมาสอบถามไม่รู้ว่าธารธารากับคามินทร์กลับมาหรือยังแต่กลับได้คำตอบที่ไม่น่าพอใจนักพอเรียกพวกบอร์ดี้การ์ดมาซักก็เอาแต่ปิดปากกันเงียบเชียบชนิดที่ว่าต่อให้เอามีดมาจ่อคอก็ไม่มีใครยอมปริปากมันก็ดีอยู่หรอกที่ซื่อสัตย์รักษาความลับของเ้านายแต่ก็อดโมโหไม่ได้ โดยเฉพาะอติวัตรคนสนิทของคามินทร์ที่นกรู้นักหายหน้าเข้ากลีบเมฆไม่ยอมโผล่หัวโผล่หางพอเค้นความจากบอดี้การ์ดไม่ได้ก็รีบโทรฯ หากันตพลกับก้องภพกลายเป็ว่าปิดเครื่องหนีไปดื้อๆมันน่านักเ้าพวกนี้
ติ้ง….
‘ทำไมช้าหรือจะให้ขึ้นไปช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า’เป็ข้อความที่ถูกส่งมาจากคามินทร์
โมโหจะตายอยู่แล้วร่างบางนั่งหอบหายใจหนักพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่กรีดร้องออกมาเมื่อทำอะไรไม่ได้มองซ้ายมองขวาเห็นหมอนข้างที่วางอยู่ใกล้มือก็ไม่รอช้าเลยที่จะทุบตีระบายความอัดอั้นตันใจชนิดไม่ยั้งมือเธออยากให้หมอนข้างเปลี่ยนเป็คนหน้าด้านนั่นนัก
‘ร้องไห้ทำไมผู้หญิงที่แค่โดนจูบก็เป็ลมเธอคิดว่าฉันจะลักหลับลงหรือไง…’
เขาไม่ใช่แค่พูดแต่ยังพาเธอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเป็การยืนยันไม่ยอมให้เธอปรักปรำเขาเด็ดขาดโกรธก็ไม่ได้ ชื่นชมเขาก็ไม่ลงเธอโดนเขาปั่นหัวจนหาทิศทางไม่เจอได้แต่ตกเป็เบี้ยล่างให้เขารังแกจะโงหัวขึ้นมาสู้เขาก็ยังคิดหาทางข่มเหงให้เธอเป็ลูกไก่ในกำมือจนได้
“อย่าให้ถึงตาธาราบ้างก็แล้วไป”
แม้จะยื้อเวลาอยู่บนห้องนอนหลายชั่วโมงแต่ก็ไม่อาจทำให้จิตใจสงบลงได้เลยกระทั่งถึงมื้อกลางวันก็ถูกมารดาตามลงมาจนได้ธารธาราเดินลงส้นเท้าดังปึงปังมาจาก้าทำให้กลายเป็จุดสนใจของคนทั้งบ้านโดยเฉพาะใบหน้านั้นหงิกงอแสดงความเกรี้ยวกราดอยู่หลายส่วนเรียกได้ว่าใครก็อย่าเข้ามาใกล้เธอพร้อมจะอาละวาดใส่ได้ทุกเวลา
ยิ่งการแต่งตัวของหญิงสาวด้วยแล้วทำให้คนมองเกิดความฉงนไม่น้อยเสื้อคอเต่าแขนยาวในฤดูร้อนเนี่ยนะถึงจะต้องตามแฟชั่นอยู่บ้างแต่นี่ออกจะเกินไปหน่อยจะอย่างไรสุขภาพต้องมาก่อนจะมาทนร้อนเพื่อความสวยงามก็ใช่เื่เสียเมื่อไหร่
“ฮั้ย ยัยธารานี่มันหน้าร้อนนะลูกทำไมถึงใส่เสื้อผ้าแบบนี้ไม่สบายหรือไง”เมื่อเห็นเสื้อผ้าที่สวมอยู่บนร่างบางมารดาอย่างเธอก็อดถามไม่ได้
“เปล่าค่ะแม่ธาราแค่เห็นว่าซื้อมานานแล้วเลยเอามาลองใส่ดู”ธารธาราแก้ตัวข้างๆคูๆ กับมารดาด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนก็จะให้เธอพูดอะไรได้นอกจากข้อแก้ตัวพิลึกนี่หรือจะให้พูดตรงๆออกไปเลยว่าที่ต้องใส่ชุดแบบนี้เพราะหลานชายสุดที่รักของแม่ฝากรอยรักไว้เต็มไปหมดขืนทำแบบนั้นพรุ่งนี้คงต้องได้ตื่นมารับขันหมากกันแต่เช้าอย่างไม่ต้องสงสัย
คามินทร์เหล่มองคนข้างๆที่นั่งตัวแข็งทื่อก็ได้แต่นึกขำแววตาเ้าเล่ห์เต้นระริกสมใจรู้สาเหตุดีว่าทำไมธารธาราถึงแต่งตัวเช่นนี้ในวันที่อากาศร้อนจัด
“พาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์นี่ยังไงเมื่อเช้าพ่อถามไอ้พวกนั้นก็เอาแต่ปิดปากเงียบแม่เราโทรหานายกันต์ก็ปิดเครื่องหนี”จอมทัพเปิดประเด็นถามแต่ทั้งคู่ยังทำหูทวนลมไม่ยอมตอบอะไรจนเขาต้องถามย้ำ “อ้าวจะไม่มีใครตอบพ่อเลยสักคนหรือไงบ้านช่องก็ไม่กลับ ไปไหนกันมา”
“พอดีเมื่อคืนเรา….”เป็คามินทร์ยอมเสนอตัวพูดแต่กลับทำท่าทางอึกๆอักๆ ทำตัวมีพิรุธดูก็รู้ว่าเขา้าแกล้งแต่ก็ทำได้เท่านั้น“ซี้ดดดดด”หลังเท้าของเขาก็โดนกระแทกอย่างแรง
ธารธาราถลึงตาใส่ชายหนุ่มเกลียดท่าทางแบบนี้ของเขาเหลือจะทน“หุบปากเน่าๆ กับท่าทางทุเรศๆของนายไปเลย น่ารำคาญ”
“ยัยธารานิสัยเสียจริงๆเลย พูดกันดีๆ ไม่ได้หรือไงเราเดี๋ยวเถอะ”ทิพย์ธาราดุบุตรสาวแต่เพราะไม่ได้สังเกตท่าทีของทั้งสองคนจึงมองว่าเป็เื่ปกติของทั้งคู่ที่ทะเลาะกันเป็ประจำ
“แม่ก็เห็นว่านายนี่กวนธาราก่อน”ธารธาราหันมาฟ้อง
“แต่ที่แม่เห็นคือคามน์กำลังจะตอบคำถามคุณลุงในขณะที่ลูกเอาแต่จ้องตาคามน์เหมือนจะฆ่ากันให้ได้”
“นั่นสิครับป้าทิพย์คามน์แค่จะบอกว่าเมื่อคืนคามน์เมามากเลยเสียงดังไปหน่อยพวกนักข่าวก็จับนั่นผสมนี่เขียนจนเวอร์อีกอย่างคามน์กลัวขับรถแล้วจะเกิดอุบัติเหตุเลยแวะนอนที่เซฟเฮ้าว์เท่านั้นเอง”คามินทร์อธิบายเสียงอ่อยทำหน้าละห้อยเรียกคะแนนสงสารจากผู้เป็ป้า
“แล้วทำไมไม่ให้เ้าพวกนั้นขับให้พากันไปนอนที่เซฟเฮาว์ทำไมให้ยุ่งยาก”จอมทัพเจาะจงถามบุตรชายนึกระแวงสงสัยจ้องจับพิรุธ
“ก็…พ่อลองถามธาราเองสิครับ”พอเห็นว่ากำลังโดนสอบสวนจริงจังคามินทร์ก็เสมองไปทั่วหันหน้าหนีเอาดื้อๆแกล้งโบ้ยคำถามให้หญิงสาวทำเอาคนไม่ทันตั้งตัวถึงกับสำลักข้าวต้มไอจนหน้าดำหน้าแดงแต่ก็ไม่วายตวัดค้อนส่งให้ชายหนุ่มที่จงใจแกล้งโยนคำถามบ้าบอนี่มาให้เธอ
“ว่าไงล่ะยัยธาราทำไมเมื่อคืนถึงไม่กลับมานอนบ้านกัน”นารีนาทสงสัยกับรอยยิ้มมีเลสนัยของบุตรชายในใจก็นึกหวาดระแวงด้วยอีกคน
“เอ่อ…เมื่อคืนธาราท้องเสียค่ะกันต์ให้ชิมโน่นนี่เยอะแยะธาราเลยให้คามน์แวะเซฟเฮ้าว์เพราะอยู่ใกล้ๆพอดี กว่าธาราจะเสร็จธุระออกมาคามน์ก็หลับแล้วธาราเลยไม่อยากปลุกแถมในงานคามน์ยังอาละวาดยกใหญ่เอ่อ…อาละวาดเื่งานน่ะค่ะพวกการ์ดเลยโดนไล่ตะเพิดกลับมาก่อน”หญิงสาวอธิบายไปเหงื่อตกไปคิดหาคำอธิบายจนหัวหมุนทำไมต้องเป็เธอทุกที
“แค่เื่งานเ้าพวกนั้นถึงกับหลบหน้าหลบตาปิดปากเงียบเชียวหรือดูพวกมันจะรักเ้านายมากไปหน่อยนะ”วายุว่าแล้วตวัดสายตามองคามินทร์กับธารธาราให้ได้รู้ว่ายังไม่เชื่อทั้งหมด
“คุณแม่บ่ายนี้มีประชุมธาราขอขับรถไปเองนะคะ”คนมีชนักติดหลังอาศัยเื่งานเลี่ยงคำถามจากบิดาทำเป็หูทวนลมไม่ได้ยินตามคามินทร์ไปอีกคน
“ทำไมล่ะลูกแม่ว่าไปกับตาคามน์ก็ดีอยู่แล้ว”ทิพย์ธาราคัดค้านกับคำขอั้แ่ธารธาราพาเ้ารถคู่ใจไปขับจนเกือบตกสะพานนางก็ไม่ค่อยอยากให้บุตรสาวขับรถไปไหนคนเดียวอีกเลยหากไม่มีบอดี้การ์ดหรือคนในบ้านนั่งไปด้วย
“นั่นสิครับป้านาทจะวุ่นวายขับรถไปทำไม 2-3คัน ถึงบ้านเราจะรวยแต่ก็ต้องรู้จักใช้เงินซะบ้าง”ปากก็คอยสั่งสอนเสียดิบดีแต่มือหนากลับขยับเข้ามาบีบมือก้มลงกระซิบข่มขู่ให้ได้ยินกันเพียงสองคน“วันนี้จะไปทำงานกับฉันหรือว่าจะแต่งงานกันพรุ่งนี้ดี”
“แต่งกับผีสิแล้วฉันก็จะไม่ไปกับนายด้วย”เสียงกระซิบรอดไรฟันตอบกลับรวดเร็วทันใจจนคนฟังทั้งโมโหทั้งขำกับท่าทีดื้อดึง
“จริงด้วยลุงยุคามน์มีเื่จะเล่าให้ฟัง…”ผละจากหญิงสาวก็หันไปหาผู้เป็ลุง ปากก็ไวพอๆกับใจ กำลังจะพูดแต่กลับถูกขนมปังชิ้นหนาถึงสามแผ่นยัดปากจนสำลัก
“จะไปทำงานแล้ว”รอยยิ้มหวานส่งให้ชายหนุ่มแต่มือบางกลับฝังรอยเล็บลงบนท่อนแขนกำยำทำให้ใบหน้าหล่อเหลาหันกลับมามองเธอพลางเลิกคิ้วราวกับจะถามว่าทำไมไม่ไปทำงานคนเดียวแล้วล่ะ
“งั้นคามน์ไปทำงานก่อนดีกว่าไว้คามน์ค่อยมาเล่าวันหลังแปะโป้งไว้ก่อนนะครับลุงยุ”คามินทร์หันมายิ้มประจบวายุแล้วขอตัวลุกออกจากโต๊ะอาหารเดินฮัมเพลงออกไปรอที่รถโดยมีธารธาราลุกตามออกไปติดๆ
“ตกลงคำตอบเมื่อกี้เชื่อถือได้ไหม”นารีนาทว่าพลางมองหน้าสามีและเพื่อนรักแต่สิ่งที่ได้รับคือการส่ายหน้า
“ไม่ร้อน?”
ไม่แน่ใจว่าเป็ประโยคคำถามหรือคำพูดกวนโมโหธารธาราถึงได้ทำเป็หูทวนลมหันหลังให้ชายหนุ่มสนใจวิวข้างทางแทนเธอรู้สึกว่าวันนี้เส้นทางไปบริษัทดูจะอ้อมเป็พิเศษแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเรียกว่าไม่อยากเปิดปากพูดกับคนหน้าด้านอย่างคามินทร์ดูจะตรงประเด็นมากกว่า
“เห้อ อุตส่าห์ระวังแล้วเชียวไม่คิดว่ารอยจะชัดขนาดนี้”ดูสิว่าจะทำเป็ไม่สนใจเขาได้อีกสักกี่น้ำ
“หุบปากนะ”เธอรู้ว่าเขาร้ายมาั้แ่ไหนแต่ไรคิดจะเมินเฉย เขาก็ต้องหาวิธีทำให้เธอสนใจจนได้
“อะไร ฉันพูดถึงเสื้อต่างหากเธอด่าฉันทำไมเนี่ย”ชายหนุ่มทำหน้าเหรอหราใสซื่อเหมือนไม่เข้าใจว่าตัวเองทำผิดอะไร
ธารธาราจ้องคนตรงหนาเขม็งนิสัยเขาเกินจะเยียวยาแล้วจริงๆชาติก่อนเธอทำบาปทำกรรมอะไรไว้กับเขานักหนาถึงได้ราวีเธอไม่เลิกมือบางกำชายกระโปรงจนยับยู่ยี่คิดว่ามันเป็อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของเขาที่เธออยากจะสับระบายแค้นแล้วโยนให้สุนัขกิน
กระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากกระเป๋าสะพายบนตักมือบางรีบควานหาเพราะจำเสียงเรียกเข้าที่ตั้งไว้เฉพาะบุคคลได้ว่าใครโทรมา
คามินทร์เหลือบมองร่างบางที่กระตือรือล้นจนออกนอกหน้าคิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความอยากรู้จนได้ยินชื่อปลายสายเท่านั้นแหละใบหน้าหล่อเหลากลับตึงขึ้นมาทันทียิ่งได้ยินบทสนทนาพูดจาออดอ้อนด้วยแล้วชายหนุ่มอยากจะจอดรถแล้วจับแม่ตัวดีมาฟาดก้นให้สักยก
“ค่ะพี่ก้องโทรฯ มาแต่เช้ามีอะไรหรือว่าคิดถึงธาราจนทนไม่ไหวธาราจะได้ไปหาพี่ก้องที่บ้านเดี๋ยวนี้เลย”ธารธาราพูดหยอกเย้ากับปลายสายเสียงหวานไม่สนใจความเร็วรถที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามอารมณ์คนขับที่เริ่มเดือดดาล
‘พูดแบบนี้แสดงว่าต้องมีคนอยู่ด้วยล่ะสิยัยตัวแสบพี่แค่จะโทรมาบอกว่าพี่กับกันต์จะล่วงหน้าไปก่อน’
“รับทราบนัดของคนสำคัญธาราไม่ลืมหรอกนี่ถ้า…โอ้ย!!!”ยังไม่ทันพูดจบประโยครถที่วิ่งมาด้วยความเร็วกลับหักเลี้ยวเข้าข้างทางจนร่างบางแทบจะร่วงลงไปกองกับพื้นดีที่ได้เข็มขัดนิรภัยช่วยรั้งเอาไว้
‘เป็อะไรรึเปล่าคะธารา’ปลายสายถามด้วยความเป็ห่วงได้ยินเสียงร้องใจากหญิงสาว
“ไม่…ไม่เป็ไรค่ะพี่ก้องพอดีหมามันวิ่งตัดหน้ารถน่ะค่ะ”ธารธาราถลึงตาให้‘หมา’ที่นั่งแยกเขี้ยวมองเธออย่างเอาเื่อยู่ข้างๆ
‘ไม่เป็ไรก็ดีแล้วงั้นเดี๋ยวเจอกันนะ’
พอกดวางสายธารธาราก็หันมามองตัวปัญหาที่นั่งกอดอกนิ่งราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งทำลงไปชายหนุ่มเอาแต่มองเธอด้วยสายตาตำหนิไม่มีใครยอมพูดอะไรจนคนตัวเล็กเริ่มทนไม่ไหวเอื้อมมือหมายจะเปิดประตูรถแต่ยังไม่ทันจะได้ทำตามใจระบบล็อครถอัตโนมัติก็เริ่มทำงานอีกครั้ง
“จะไปไหน”คามินทร์เอ่ยถามเสียงห้วน
“เื่ของฉันคนอื่นไม่ต้องมายุ่ง”
คำว่า’คนอื่น ’ส่งผลให้คนที่นั่งข้างๆหันขวับมามองตาวาว ร่างสูงเอี้ยวมาหามือทั้งสองข้างยันเบาะนั่งกับคอนโซลหน้ารถ“ออ!ฉันคงใจดีกับเธอมากไปใช่หรือเปล่าธาราแหม!เสียใจจังเมื่อคืนฉันไม่น่าแค่ลูบๆคลำๆ”
น้ำเสียงยียวนทั้งสายตารุ่มร่ามมองเธอศีรษะจรดปลายเท้าทำเอาธารธาราถึงกับตบะแตกหันซ้ายแลขวาจนเจอแฟ้มวางอยู่บนเบาะด้านหลังหมายจะคว้ามาจัดการคนตรงหน้าแต่หญิงสาวก็ยังช้ากว่าชายหนุ่มเสมอเมื่อคามินทร์ที่มือไวกว่าคว้าแฟ้มได้ก็โยนทิ้งไปทางอื่นแล้วยังยื่นหน้ามาจูบเข้าเต็มๆริมฝีปากบาง ที่หันมาชนเขาพอดีนี่มันไม่ใช่ฉากจ้องตาแล้วเขินอายแบบในละครที่พระเอกอย่างเขาจะเอาแต่จ้องนางเอกตาปรอยด้วยความเป็สุภาพบุรุษอย่างยัยตัวแสบมันต้องเจอจุมพิตหนักๆลงโทษความอวดดีให้สำนึก
“ไอ้……”ธารธารามองหน้าชายหนุ่มอย่างโกรธจัดเพราะไม่ว่าเธอจะทำหรือคิดอะไรก็เหมือนคามินทร์จะรู้ทันเธอไปเสียหมดทุกอย่าง
“จุ๊ จุ๊เขาว่าด่าผัวจะทำให้ไม่เจริญนะจ๊ะเมียจ๋า”คามินทร์ส่งสายตาเ้าชู้กรุ้มกริ่มให้ร่างบางที่หน้าเริ่มซับสีแดงระเรื่อไม่รู้ว่าเพราะเขินอายหรือโกรธแต่ทำอะไรเขาไม่ได้มากกว่ากันแน่
“ไอ้บ้าคามน์ ฉันไม่ใช่”
“ฉันทำให้ใช่ตอนนี้เลยก็ได้”เขาไม่ใช่คนพูดมากถ้าคิดจะลงมือคือทำให้เห็นร่างสูงคว้าหญิงสาวกระชากเข้ามาได้ก็จุมพิตลงโทษจมูกโด่งซุกไซ้ไปตามลำคอระหงมือหนาสอดเข้าไปลูบแผ่นหลังขาวเนียนวนมาจนถึงหน้าท้องแบนราบหยอกเย้าจนร่างบางสั่นสะท้าน
“ไม่…ไม่เอาคามน์”มือบางผลักไส้ขัดขืนไม่ยินยอม
“กลัวทำไม”คามินทร์กระซิบถามริมฝีปากยังคงวนเวียนอยู่ที่ริมฝีปากบางคลอเคลียไม่ห่าง“ฉันใจดีกับเธอไม่ได้ตลอดไปหรอกนะธาราฉันถือว่าเมื่อคืนฉันเตือนเธอเป็ครั้งสุดท้าย”
เงียบ!ไร้เสียงตอบกลับทำให้ชายหนุ่มยอมผละจากหญิงสาวเขาจ้องคนที่นั่งเช็ดน้ำตานิ่งไม่พูดอะไรต่อ
ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองที่ได้ชื่อว่าหรูหราไฮโซที่สุดในเวลานี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายร่างบางสมส่วนของหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่ใครเห็นก็เป็ต้องเหลียวหลังมองพยายามกดโทรศัพท์หาปลายสายมือเป็ระวิงแต่ก็ไม่มีใครยอมรับสักคนธารธาราเอาแต่ก้มหน้ามองนาฬิกาทั้งยังรีบสาวเท้าก้าวไปให้ถึงที่นัดหมายให้เร็วที่สุดโดยไม่ทันได้มองทางก็ชนเข้ากับคนที่เพิ่งเดินออกมาจากอีกด้านของมุมเสา
“ว้าย”เสียงร้องใทั้งยังหลับตาปี๋เพราะคิดว่าอย่างไรเธอคงได้ลงไปนอนวัดพื้นอย่างแน่นอน
“เป็อะไรหรือเปล่า”เสียงทุ้มห้าวถามด้วยภาษาไทยสำเนียงแปร่งๆ
ธารธารารีบลืมตาขึ้นมองก็พบกับเ้าของดวงตาสีอำพันความหล่อเหลาสไตล์ยุโรปเป็ที่พูดถึงกันมากในบรรดาสาวๆแม้ธารธาราจะฟังบ้างเห็นบ้างจากลูกค้าของบริษัทที่เขามาร่วมลงทุนแต่เธอก็ไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนที่มีดวงตาสวยแบบนี้มาก่อน‘ดุดันแต่สวยงาม’ ร่างบางรีบผละออกจากอ้อมกอดของชายตรงหน้า
“ขอโทษค่ะฉันผิดเองที่เดินไม่ดูทางขอโทษจริงๆ นะคะ”ธารธารารีบขอโทษทั้งขอตัวเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากยืนมองเธอนิ่งด้วยสายตาที่เธออ่านไม่ออกทั้งยังร่างั์ของชายชุดดำอีกสามคนที่เดินมาสบทบกับเขาทำให้หญิงสาวนึกรู้ว่าคนตรงหน้าคงไม่ธรรมดาถ้าฉลาดควรจะรีบหลีกหนีไปให้ไกลจะดีกว่า
“เธอเป็ใคร”ประโยคคำถามที่ทำให้หนึ่งในชายชุดดำต้องรีบปลีกตัวออกไปจัดการหาคำตอบ
ร้านอาหารญี่ปุ่นส่งตรงทั้งเ้าของและพนักงานมาจากฮอกไกโดซึ่งกำลังเป็ที่นิยมเต็มแน่นไปด้วยลูกค้าที่ต่างทยอยเดินตามพนักงานเข้าร้านเมื่อได้ยินหมายเลขคิวที่ตัวเองได้รับแต่สำหรับเธอคงต้องยกเว้นเพราะกันตพลจองมาล่วงหน้าแล้วเธอเพียงแค่เดินตามพนักงานเข้ามาเท่านั้นเมื่อเข้ามาด้านในก็เจอทั้งมุมน้ำตกจำลองสวนไผ่ กระทั่งูเาไฟฟูจิจำลองที่ทางร้านตั้งใจสร้างเอาไว้กลางลาน ยิ่งขับเสริมบรรยากาศรอบๆเหมือนยกเอาประเทศญี่ปุ่นมาไว้กลางเมืองไม่มีผิดเธอจึงไม่แปลกใจเลยที่ร้านนี้มักจะมีคิวจองเต็มตลอดทั้งวัน
“ยัยธาราทางนี้”กันตพลโบกไม้โบกมือเรียกเมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาถึงก็รีบลุกขึ้นมาหาสายตาก็สำรวจั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าวนแล้ววนอีกจนแน่ใจว่าเพื่อนรักไม่มีส่วนไหนบุบสลายจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก“ฉันนึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอแกอีกแล้วยัยธาราแกไม่เป็ไรใช่ไหมคามน์ทำอะไรแกหรือเปล่า”
ความห่วงใยของกันตพลทำให้ธารธารารู้สึกตื้นตันกับความสัมพันธ์ของพวกเขาั้แ่รู้จักกันมาไม่มีสักครั้งที่คนตรงหน้าจะทอดทิ้งเธอเขาอยู่เคียงข้างเธอเสมอไม่ว่าเื่อะไร
“อย่าห่วงฉันสบายดี”มือบางตบหลังมือเขาเบาๆให้คลายใจ
“แต่แกร้องไห้มาแน่ๆนี่!ยัยธาราฉันเป็เพื่อนแกนะแกอย่าโกหกฉันเชียว”แม้หญิงสาวจะยืนยันแต่เขาไม่เชื่อใจคามินทร์
“เขาไม่ได้ทำอะไรอย่าห่วงเลย แค่ทะเลาะกัน”ธารธารายืนยันอีกครั้งหวังให้อีกฝ่ายเลิกกังวล“ชั่งเถอะแล้วนี่พี่ก้องไปไหนล่ะ”ธารธาราถามหาอีกคนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
“เห็นว่าจะออกไปรับเ้านายน่ะนั่นไงมาพอดี”กันตพลบุ้ยใบ้ไปด้านหลังเมื่อเห็นเ้าของชื่อที่อยู่ในบทสนทนาเดินเข้ามาพอดี
“คุณ!!!”ดวงตากลมโตมองร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างก้องภพอย่างแปลกใจแต่พอเข้าใจฐานะของชายหนุ่มตรงหน้าก็ได้แต่เหงื่อตกถ้าเขาถอนหุ้นเพราะความซุ่มซ่ามของเธอไม่อยากคิดเลยว่านายคามน์จะหักเธอเป็กี่ท่อนถึงตัดใจโยนลงกะทะทอดได้
“สวัสดีครับเจอกันอีกแล้วนะ”ราฟาเอลมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างมีความหมายจนธารธาราต้องเป็ฝ่ายหลบสายตาคู่นั้นเสียเอง
“รู้จักกันด้วยเหรอครับ?”ก้องภพตาแทบถลนเห็นสายตาเ้านายแล้วไม่ไว้ใจทันที
“ไม่รู้จักหรอกค่ะพี่ก้องแต่เมื่อกี้ธาราเพิ่งจะเดินชนเขามา”เ้าของคำตอบเสียงอ่อยนึกหวาดเสียวในใจตงิดๆ
คนยืนฟังถึงกับกลั้นขำไม่อยู่หัวเราะออกมาชนิดที่ไม่เกรงใจการกระทำนั้นทำเอาบอดี้การ์ดอีกสองคนของราฟาเอลถึงกับมองหน้ากันอย่างตื่นตะลึงทั้งแปลกใจพวกเขาไม่เคยเห็นเ้านายยิ้มหรือหัวเราะมานานมากแล้ว
“คุณราฟน์เชิญนั่งดีกว่าครับ”ก้องภพเอ่ยปากชวนและต้องอ้าปากค้างอีกหนเมื่อราฟาเอลเลือกนั่งลงข้างธารธาราแทนเก้าอี้ที่เขาเลื่อนให้
กันตพลลอบสบตาก้องภพแม้จะมีคำพูดอยู่ภายในใจเป็หมื่นล้านคำแต่ก็ทำได้แค่คร่ำครวญกับตัวเองอยู๋ภายในใจอย่าให้เป็อย่างที่คิดนะพวกเขายังอยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ต่ออีกหลายๆปี
‘อัครเมฆินทร์กรุ๊ป’บอกถึงนามผู้เป็เ้าของและคงไม่มีใครไม่รู้จักตัวอาคารทั้งหมดถูกตกแต่งเอาไว้อย่างหรูหราสมฐานะของผู้แต่เวลานี้ภายในชั้นสามสิบซึ่งเป็ชั้นของผู้บริหารบรรยากาศคุกรุ่นเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อหลายสิบนาทีก่อนทำให้เลขาสาวใหญ่ถึงกับนั่งไม่ติดที่กระทั่งเห็นร่างสูงของอติวัตรเดินเข้ามาถึงกลับพุ่งปรี่เข้าไปหาพร้อมทั้งล็อกแขนบอดี้การ์ดหนุ่มเอาไว้มั่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีหาย
“เป็ไงคะคุณวัตรหาคุณธาราเจอหรือเปล่า”เสียงตื่นเต้นระคนลุ้นระทึกของอรุณีคนสนิทของท่านรองประธานแทรกถามขึ้นมาทำให้อติวัตรต้องตบหลังมืออวบอิ่มที่เกาะเขาไว้เป็เชิงปลอบใจแล้วพามานั่งลงบนโซฟาที่เอาไว้สำหรับรับรองแขก
“เจอครับ คุณอรุณีสบายใจได้เดี๋ยวผมขอเข้าไปบอกคุณคามน์ก่อนนะครับ”อติวัตรแทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นคุณเลขาที่ปกติมักจะวางมาดเพื่อให้คนยำเกรงนั่งถอนหายใจโล่งอกเหมือนคนที่เพิ่งรอดตายออกมาอย่างหมดสภาพ
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเขาได้รับสายตรงจากเ้านายให้ตามหาตัวคุณธาราให้เจอภายในครึ่งชั่วโมงทำให้เขาและการ์ดคนอื่นๆต้องรีบควานหาข่าวกันจ้าละหวั่นกระทั่งพบว่าเธอหนีเ้านายของเขาออกไปทานข้าวกับคนที่เ้าตัวเกลียดขี้หน้าส่วนคนที่โดนท่านประธานใหญ่เล่นงานก่อนใครก็คือคุณเลขาคนสนิทที่เ้านายหายไปไหนกลับตอบไม่ได้ซ้ำพวกการ์ดที่คอยดูแลก็โดนเ้านายสาวปั่นหัวหลบหนีไปจนได้ทำเอาคุณคามน์โมโหเล่นงานเ้าพวกนั้นปางตาย
ร่างสูงของอติวัตรหายเข้าไปในห้องของผู้เป็นายได้เพียงไม่นานประตูไม้โอ้กสีน้ำตาลเข้มก็ถูกเปิดออกอย่างแรงใครๆ ต่างก็พากันหลบวิถีพายุอารมณ์ของชายหนุ่มกันเป็แถวสายตายามที่ตวัดผ่านพาเอาใจของสองเลขาเสียววูบอติวัตรที่เดินตามออกมาต้องก้าวยาวๆเพื่อให้ทันใจของผู้เป็นายที่ป่านนี้คงจะแล่นไปอยู่กับหญิงสาวเ้าของรอยเล็บปริศนาบนต้นคอเสียแล้วกระมัง
ด้านธารธาราก็นั่งตัวเกร็งตลอดมื้ออาหารพยายามส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังกันตพลกับก้องภพแต่ดูเอาเถอะคนพวกนี้ไม่สนใจเธอเลยเอาแต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ช่วยชีวิตเธอทำไมเจอแต่คนแบบนี้นะส่วนคนข้างๆ ก็ขยันตักอาหารให้ไม่ขาดมือเอาอกเอาใจจนชวนเวียนหัวทำเอาเธอแทบไม่กล้าแตะอาหารเลยทั้งๆที่หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วจะเอ่ยปากห้ามก็เกรงใจเพราะเป็เ้านายของพี่ชายซ้ำชายหนุ่มยังเป็ลูกค้าคนสำคัญของบริษัทธารธาราจึงได้แต่กล้ำกลืนกับมื้ออาหารอันแสนรันทดในครั้งนี้
“คุณราฟน์คะ พอเถอะค่ะธาราทานไม่ไหว”ธารธาราตัดใจหันมาปฏิเสธเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะคีบปลาดิบเพิ่มให้เธออีกหลายชิ้น
“ผมยังไม่เห็นคุณทานสักคำ”ราฟาเอลเลิกคิ้วมองหญิงสาวที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างชอบใจ
สายตาที่ชายหนุ่มใช้มองหญิงสาวเล่นเอาสองคนที่คอยลอบสังเกตุการณ์ถึงกลับกลืนอะไรไม่ลงเหมือนกันในใจได้แต่สวดภาวนาอ้อนวอนขอชีวิตตัวเองกับพระเ้าซ้ำไปซ้ำมาขอให้พวกเขารอดพ้นจากน้ำมือของคามินทร์ขอให้มีชีวิตสงบสุขยืนยาวด้วยเถอะ
“เอ่อ…คุณราฟาเอลจะเข้าไปประชุมที่บริษัทด้วยไหมคะธาราจะได้แจ้งคุณพ่อ”ธารธาราพยายามหาเื่เฉไฉเพื่อให้รอดพ้นจากสายตาสีอำพันคู่นั้นเขาเล่นจ้องจนเธออึดอัด
‘ให้ตายเถอะเธอหนีคามินทร์มาได้แต่ดันมาตกอยู่ในสภาพนี้เนี่ยนะมันคุ้มกันไหมเนี่ย’แม้อยากะโออกมาดังๆแต่ก็ทำไม่ได้
“ยังดีกว่าครับผมมาเมืองไทยคราวนี้เพราะมีเื่สำคัญยังไงก็ให้คุณก้องจัดการไปได้เลยแล้วค่อยมารายงานผมอีกที”ราฟาเอลมองอีริคหนึ่งในบอดี้การ์ดของเขาที่เพิ่งกลับเข้ามาพร้อมซองเอกสารในมือทำให้รู้ว่าธุระที่ทำให้เขาต้องรีบแจ้นมาเมืองไทยคงมีความคืบหน้าแล้วจึงเอ่ยขอตัวจากเพื่อนร่วมโต๊ะ
“พอดีผมมีงานบางอย่างต้องไปจัดการคงต้องขอตัวก่อนก้องดูแลงานทุกอย่างด้วยนะ”ราฟาเอลสั่งความกับก้องภพ“แล้วพบกันใหม่นะครับธารา”ประโยคบอกลาเฉพาะเจาะจงเล่นเอาเ้าของชื่อสะดุ้งโหยงเมื่อรู้สึกว่าคำอำลาที่ได้ยินนั้นกำลังจะสร้างปัญหาให้เธอในอีกไม่ช้า
ราฟาเอลยังเดินไปไม่พ้นหน้าร้านทั้งสามคนก็ถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่คล้ายกับว่าร่างกายหมดเรี่ยวแรงขึ้นมาเฉยๆธารธาราที่รู้สึกตัวก่อนใครหันมาเล่นงานทั้งเพื่อนและพี่ชายที่เอาแต่นั่งเฉยไม่ยอมช่วยอะไรเธอเลยแต่ที่ทำให้หญิงสาวยิ่งโมโหหนักกว่าเดิมเพราะกันตพลไม่สนใจฟังเธอเลยเอาแต่นั่งอ้าปากค้าง ตัวเกร็งหน้าซีดอย่างกับเห็นผี
“นี่กันต์ได้ยินที่ธาราพูดหรือเปล่าแกเป็เพื่อนฉันนะทำไมถึงไม่สนใจช่วยฉันเลยแกนี่มัน…”
“คามินทร์!”ชายหนุ่มที่เคยท้าทายเ้าของชื่อเมื่อหลายวันก่อนถึงกับตัวสั่นขึ้นมาวันนี้เขากลัวไอ้หมอนี่ชะมัด
นี่เรียกว่าคิดถึงผีผีก็โผล่มาใช่ไหม
แย่แน่!เธอต้องไปวัดต้องไปทำบุญ ต้องรดน้ำมนต์บวชชีตลอดชีวิตเลยยิ่งดีทำไมความซวยถึงยังเกาะเธอไม่ยอมปล่อยยิ่งเห็นท่าทางของอีกสองคนไม่ต้องเดาก็รู้ได้ทันทีว่าคามินทร์มาด้วยอารมณ์ไหนหัวใจดวงน้อยๆส่งเสียงตึกตักจนเธอคิดว่าได้ยินมันอย่างชัดเจนรังสีอำมหิตที่แผ่ขยายเข้ามาในร้านทีละน้อยทำเอาหญิงสาวต้องเบ้หน้าอยากร้องไห้ขึ้นมาธารธาราค่อยๆ หันไปตามสายตาที่คนทั้งสองมองก็เห็นร่างสูงคุ้นตากำลังมองหาเธอไปทั่วร้านและเมื่อเขาหันมาสบตากับเธอ…..ไอ้รอยแสยะยิ้มแบบนี้ไม่ต้องได้ไหมเธอไม่อยากได้รอยยิ้มจากเขา
ส่วนกันตพลกับก้องภพตัวจุดชนวนทั้งสองก็ได้แต่สวดภาวนาจนลิ้นพันพวกเขาสองคนนั่งหันหน้าออกนอกร้านจึงได้เห็นคามินทร์ั้แ่แรกไอ้ที่มาตามธารธารานั่นก็เื่หนึ่งแต่ที่พวกเขากลัวที่สุดก็ตอนที่คามินทร์เดินสวนกับ ราฟาเอลต่างหากเื่ของทิชากรจะน้อยจะมากคิดว่าสองคนนี้คงสืบกันมาพอสมควรแต่ยังดีที่์ยังเมตตาทำให้พวกเขาไม่ได้สนใจกันหากแต่สีหน้าราวกับฆาตรกของคามินทร์ก็ไม่ได้ลดความอำมหิตลงทำเอาคนทั้งสามพยายามคิดหาทางเอาตัวรอดกันจนเหงื่อตก
“คามน์มาได้ไงน่ะกินอะไรมาหรือยัง”กันตพลกลั้นใจยิ้มระรื่นออกตัวเอาหน้าหวังกู้สถานการณ์ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นสายตาที่เพื่อนส่งมาให้นี่สินะคือการด่าทางสายตาว่าอย่าเจือก
“เออ…กันต์ ก้องเพิ่งนึกได้คุณแม่ฝากให้ไปเอาชุดนี่ใช่ไหม”ก้องภพหัวไวกว่าหาข้ออ้างชวนกันตพลให้ออกจากสถานการณ์คับขันอย่างว่องไวทั้งยังกระตุกชายเสื้ออีกฝ่ายยิกๆให้รีบเออออ จะได้รีบเผ่นก่อนที่ภัยจะมาถึงตัวเอง
“ใช่ๆ เสื้อของคุณแม่ตายแล้วกันต์ลืมสนิทเลยงั้นกันต์กับพี่ก้องขอตัวก่อนดีกว่าเดี๋ยวคุณแม่จะรอ”กันตพลรีบรับมุกต่อจากชายหนุ่มกุลีกุจอหยิบข้าวของเพ่นออกจากโต๊ะทันทีไม่มีการรีรอให้ใครไล่ไม่ร่ำลาธารธาราที่หัวช้ากว่าสักนิดด้วยรักษาตัวรอดเป็ยอดคน
“ธาราไปด้วยธาราไม่ได้ไปหาคุณป้านานแล้วคิดถึงท่านม๊ากมาก”มือบางคว้าหมับที่แขนของกันตพลหาเื่จะเกาะไปกับกลุ่มเพื่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่กับชายหนุ่มตามลำพัง
“จะไปไหนครับคุณภรรยาสามีอุตส่าห์รีบมาทานกลางวันด้วยนะนี่”ประโยคเรียกขานชัดเจนหนักแน่นจนธารธาราถึงกับหยุดชะงักก้องภพกับกันตพลเองก็หูผึ่งเมื่อได้ยินอยากรู้ก็อยากรู้ ชีวิตก็ต้องรักษาจะมีใครลำบากลำบนเท่าพวกเขาอีก
“สามี!ภรรยา!”ก้องภพตาโตมองคามินทร์ั้แ่หัวจรดเท้า
“จะนั่งด้วยกันต่อไหมจะได้เล่าให้ฟัง”คนถามกัดฟันกรอดสีหน้าไม่เป็มิตร
“ไว้…ไว้วันหลังนะวันนี้กันต์ไม่ว่าง”กันตพลสลัดมือธารธาราได้ก็รีบโกยอ้าวไม่เหลียวหลัง
ธารธาราถลึงตามองชายหนุ่มไม่พอใจที่เขาเรียกเธอแบบนั้นต่อหน้าคนอื่นแต่คามินทร์ที่โมโหเกินกว่าจะยอมลงให้หญิงสาวกลับกดร่างบางให้นั่งลงกับเก้าอี้ตามเดิมแล้วลงมือคีบอาหารมากินหน้าตาเฉยไม่ชวนหญิงสาวสักคำแม้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารจะเงียบสงบหนึ่งคนกินหนึ่งคนจ้องแต่ดั่งสุภาษิตคลื่นลมที่สงบเกินไปมักมากับหายนะร้ายเพราะทุกครั้งที่สายตาของทั้งคู่เหลือบมองกันพาลเอาบอร์ดี้การ์ดที่ยืนรออยู่ไม่ไกลพากันเสียวสันหลังวาบ
แต่ก่อนที่จะมีใครเปิดศึกเสียงหวีดแหลมเรียกชื่อชายหนุ่มก็ดังมาแต่ไกลหญิงสาวในชุดสีแดงเพลิงรีบวิ่งถลาเข้ามาหาชายหนุ่มหอมซ้ายขวาราวกับคิดถึงเสียเต็มประดา
“คามน์ คุณหายไปไหนมาคะไม่เห็นไปหาจูดี้บ้างเลย”หญิงสาวถามเสียงออดอ้อนท่าทางกระเง้ากระงอดจนน่าหมันไส้แล้วนั่งกระแซะลงข้างๆชายหนุ่ม เชิดหน้าพยายามแสดงความเป็เ้าข้าวเ้าของ
“่นี้ผมยุ่งนิดหน่อยเอาไว้ว่างๆผมจะไปหานะ”คามินทร์พูดหวานเอาใจสาวสวยปล่อยให้หญิงสาวอีกคนเป็อากาศธาตุ
ธารธารามองชายหนุ่มตาขวางแม้จะเริ่มส่งเสียงฮึ่มฮัมเป็สัญญาณแต่ก็ไม่ได้มีใครสนใจเพราะมัวแต่พะเน้าพะนอกันจนเธออยากจะหาโรงแรมใกล้ๆแล้วเตะโด่งทั้งคู่เข้าไปเสียเดี๋ยวนั้น
“เอ๊ะ!!แล้วนี่ใครค่ะน้องครีมหรือเปล่า”จุลีพรเหมือนรู้สึกได้ถึงสายตาไม่เป็มิตรจึงหันมามองหญิงสาวที่ส่งสายตาวาววับอยู่อีกฝั่งแต่เมื่อไม่เห็นเขาพูดอะไรเธอจึงเข้าใจว่าหญิงสาวข้างๆคือคริมาน้องสาวคนเดียวของเขา
จุลีพรจึงรีบหาโอกาสทำคะแนนอย่างน้อยวันนี้ก็น้องสาวต่อไปถ้าโชคดีอาจจะได้พบคุณนารีนาทมารดาของเขาก็ได้แล้วก็ใช้ยัยเด็กนี่เป็สะพานเชื่อมเพื่อเป็สะใภ้ตระกูลอัศวเมฆินทร์หญิงสาวคิดกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่คนเดียวแล้วเอ่ยแนะนำตัวเอง”สวัสดีค่ะพี่ชื่อจูดี้นะคะ เป็คนรักของคามน์นี่คงเป็น้องครีมสินะคะหน้าตาน่ารักจังเลย”
ดวงหน้าสวยบึ้งตึงคิ้วขมวดแทบจะผูกเป็โบว์กับคำแนะนำตัวแต่ชายหนุ่มยังนั่งเฉยราวกับยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเล่นเอาธารธาราถึงกับเกร็งมืออยากจะข่วนหน้าคนออ!อยากเปิดศึกกับเธอใช่หรือเปล่า
“สวัสดีค่ะคุณจูดี้ได้ยินพี่คามน์พูดถึงมานานแล้วตัวจริงสวยกว่าที่คิดไว้อีกนะคะนี่แต่เอ๊ะ!พี่คามน์คะคนเมื่อวันก่อนไม่ใช่คนนี้นี่ค่ะที่พาไปบ้านพบคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ใช่คนนี้ด้วยตกลงยังไงคะเนี่ยคนไหนที่เป็พี่สะใภ้ครีมกันแน่น้องสาวงงไปหมดแล้ว”มือบางเท้าคางยิ้มหวานให้พี่ชายกำมะลอมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังหรี่ตามองเธออาศัยจังหวะจิกเล็บที่ตะไบเสียคมลงไปบนแขนอย่างแรงเมื่อเห็นรอยเืซิบขึ้นเป็แนวเ้าตัวก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ“ว่ายังไงคะ ถ้าพี่คามน์ไม่อธิบายเกิดพี่จูดี้เข้าใจผิดจะแย่เอานะคะ”
“ที่น้องครีมพูดเป็ความจริงหรือคะใช่นังลินดากับนังส่องแสงหรือเปล่าคะ”
มือบางกระชากแขนธารธาราจนเ้าตัวนิ่วหน้าพาลโกรธตัวต้นเื่ไปด้วย“อันนี้ก็ไม่ทราบคุณจู้ดี้อยู่ถามพี่คามน์เองเถอะคะรีบเค้นเอาคำตอบไวๆ นะคะถ้าเกิดเ้าสาวไม่ได้ชื่อจุลีพรขึ้นมาจะหาว่าน้องครีมไม่เตือนขอตัว”
ไม่รอให้ใครบังคับถามร่างบางก็ลุกพรวดเดินออกจากร้านไม่สนใจเสียงเอ็ดตะโรที่ดังอยู่ด้านหลัง
“คามน์นี่มันยังไงกันค่ะ”จุลีพรหันมาคาดคั้นชายหนุ่มจริงดังคำเป่าหูของธารธารา
“คุณเป็ใครแค่คู่นอนที่ใช้ตัวแลกเงินใช่หรือเปล่าเราแค่ทำธุรกิจเรียกเหงื่อร่วมกันอย่าได้คิดเป็จริงเป็จัง”คามินทร์ไม่รอให้ใครเข้ามายุ่มย่ามรีบตามร่างบางออกไปแทบจะทันที
“ไม่ขี้หึงเลยสักนิด”คามินทร์ก้มลงมากระชิบชิดใบหูหมายใจจะหอมหญิงสาวสักหลายฟอดแต่กลับโดนฟ้อนเล็บโต้กลับมาจนได้แผลเขารู้สึกว่าแค่นี้ก็เกินคุ้มแล้วธารธาราไม่ใช่คนที่ไม่พอใจแล้วจะอาละวาดตบตีกับคนอื่นยกเว้นเขาที่เธอจะลงมืออย่างไม่ไว้ไมตรีแต่เธอมีวิธีจัดการในแบบของตัวเองสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เพียงพอแล้วสำหรับเขา