"ลูกขอตัวไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้าเมืองก่อนนะเ้าคะท่านแม่"เว่ยเจียวจิงกล่าวและกลับห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด เพราะตอนนี้ยังไม่เที่ยงจึงมีเวลา
เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเว่ยเจียวจิงก็เดินออกไปที่ห้องโถงรับแขกทุกคนอยู่รวมตัวกันที่นี้แล้วพร้อมกับมีข้าวเหนียวมะม่วงวางรอนางอยู่ จริงๆแล้วข้าวเหนียวมะม่วงกินตอนไหนแบบไหนเวลาใดก็ได้หรือจะกินเป็ของว่างก็ได้ของหวานก็ดีแต่ที่นางเลือกทำไว้กินตอนเที่ยงเพราะก็ไม่รู้จะทำอะไรให้ทุกคนกินอีกอย่างนางต้องเข้าเมืองด้วย
"พี่เจียวจิงมาแล้วอินเหมยจะได้กินอาหารที่พี่เจียวจิงทำแล้ว"เว่ยอินเหมยเอ่ยขึ้นอย่างดีใจนางชอบอาหารที่พี่สาวทำมากที่สุด
"เจียวจิงเอ๋อร์มันเรียกว่าอะไรหรือ"เว่ยซีห่าวถามอย่างสงสัยมันดูจะไม่เข้ากันยังไงไม่รู้ข้าวเหนียวกับเ้าผลไม้สีเหลืองๆนี่มันจะกินได้จริงหรือ หรงซิ่วฮูหยินตนบอกว่าลูกสาวของพวกเขาได้สูตรอาหารมาใหม่ของชาวต่างชาติ
"มันเรียกว่าข้าวเหนียวมูนมะม่วงเ้าค่ะท่านพ่อ"เว่ยเจียวจิงตอบคำถามบิดาและนั่งลง
"ลองกินกันดูสิเ้าคะ ท่านป้าเจาเพ่ย พ่อบ้านเหอและพี่เซาจางข้าก็ทำไว้เผื่อให้ด้วยนะเ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงกล่าว
"เ้าค่ะคุณหนู/ขอรับคุณหนู/ขอรับคุณหนู"ทั้งสามตอบรับและดีใจที่ตนได้ติดตามเ้านายที่ดีมาครอบครัวเว่ยช่วยเหลือพวกเขามาตลอดแค่เพราะพวกเขาตกอับพวกตนก็จะไม่ทิ้งไปไหน
"อร่อยมากขอรับพี่ใหญ่"เว่ยฮุ่ยิกล่าวเขาติดใจอาหารฝีมือพี่ใหญ่เข้าให้แล้วเหลาอาหารดังๆที่ว่าอร่อยนักอร่อยหนายังไม่สู้อาหารที่พี่ใหญ่เขาทำสักอย่าง
"พ่อชอบมากเจียวจิงเอ๋อร์ทำให้พ่อกินบ่อยๆได้หรือไม่"เว่ยซีห่าวที่ตอนแรกคิดว่ามันไม่น่าจะกินเข้ากันได้เมื่อกินเข้าไปคำแรกเท่านั้นแหละถึงกับติดใจเอ่ยปากบอกลูกสาวให้ทำให้กินบ่อยๆทันที
"ใช่แม่ชอบมากอร่อยมากเลยเจียวจิงเอ๋อร์ อินเหมยกินเยอะๆนะลูก ฮุ่ยิด้วย"เว่ยหรงซิ่วฮูหยินกล่าวนางชอบฝีมือการทำอาหารของลูกสาวคนโตของนางมากและก็หมดห่วงเื่ที่นางจะเปิดเหลาอาหารแล้วด้วยเพราะฝีมือการทำอาหารที่อร่อยไม่เหมือนใครเหลาอาหารของลูกสาวนางจะต้องขายดีมากแน่
"พี่ใหญ่ข้าจะห่อข้าวเหนียวมะม่วงไปด้วยนะขอรับมันอร่อยมากข้าจะเอาไว้กินบนรถม้า"เว่ยฮุ่ยิ กล่าวขึ้นเขาจะเอาไปด้วย
"ได้สิ รบกวนท่านป้าเจาเพ่ยด้วยนะเ้าคะเอาสักสามห่อก็ได้"เว่ยเจียวจิงกล่าวให้ท่านป้าเจาเพ่ยไปจัดการห่อให้สามห่อ นางทำไว้เยอะมากเลยละกินได้ถึงพรุ่งนี้เลยเพราะอากาศที่นี้ไม่ร้อนจึงเก็บอาหารไว้ได้นานไม่เน่าเสีย
"เ้าค่ะคุณหนูป้าจะไปจัดให้เดี๋ยวนี้เลยเ้าค่ะ"เจาเพ่ยกล่าวจบก็เดินออกไปจัดการทันที
เว่ยเจียวจิงและฮุ่ยิขึ้นรถม้ามุ่งหน้าเข้าเมืองโดยวันนี้เหอเซาจางติดตามมาด้วยนางบอกให้เซาจางไปที่ท่าเรือเลยนางอยากได้เมล็ดพันธุ์พืชมาปลุกที่หลังจวนเพิ่มและอาจจะโชคดีมีคนอยากจ้างนักล่ามก็ได้
"ถึงแล้วขอรับคุณหนูคุณชาย"เหอเซาจางเอ่ยขึ้นเมื่อมาถึงท่าเรือ
"พี่ใหญ่แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีคนอยากได้นักล่ามขอรับ"เว่ยฮุ่ยิถามพี่สาว
"พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันแต่คงไม่ยากหรอกเราไปดูเมล็ดพันธุ์พืชกันก่อนดีกว่า"เว่ยเจียวจิงตอบ
ที่นี้นอกจากมีเรือต่างชาติมาเทียบท่าเพื่อค้าขายแล้วก็ยังมีเรือชาวประมงมีอาหารทะเลมากมายเพื่อขายด้วยเช่นกันแต่ก็นะยังมีบางอย่างที่พวกเขารู้จัก แต่ก็ไม่ได้มีแต่ขาวต่างชาติหรอกนะที่มาค้าขายที่ท่าเรือแห่งนี้คนของที่นี้เองก็นำสินค้ามาแลกเปลี่ยนค้าขายกับต่างชาติด้วยเช่นกันและยังมีคนจากเมืองอื่นๆเดินทางมาซื้อขายที่นี้มากมาย
เว่ยเจียวจิงเดินดูของไปเรื่อยๆไม่เร่งรีบอะไรนางเดินไปที่เรือลำหนึ่งที่มีต้นไม้ว่างขายอยู่ด้านหน้าหลายต้นก็เดินเข้าไปดูนางไม่ค่อยรู้เื่ของต้นไม้มากนักแต่ถ้าเป็พวกพืชผักสวนครัวนางรู้จักดี
"ข้า้าซื้อเมล็ดพันธุ์พืชท่านมีชนิดใดบ้างหรือเ้าคะ"เว่ยเจียวจิงถามคนขายที่เป็คนจีนด้วยกันกับนางดูเหมือนจะเป็คนจากเมืองอื่นที่มาค้าขายที่นี้
"คุณหนู้าชนิดไหนเป็พิเศษหรือไม่ขอรับข้ามีแทบทุกชนิดแม้กระทั่งเมล็ดพันธุ์พืชของต่างชาติข้าก็มี"พ่อค้าขายเมล็ดพันธุ์พืชกล่าวเขานั้นรับซื้อและขายพรรณพืชกับชาวต่างชาติมานานจึงรู้จักเมล็ดพันธุ์พืชดี
"ข้า้าเมล็ดพันธุ์พืชผักกาดขาว กะหล่ำปลี ผักบุ้ง..."และอีกมากมายหลายชนิดและซื้อพวกต้นอ่อนของพวกผลไม้เพื่อไปปลูกอีกหลายชนิดเช่นกันไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมีตามที่นาง้าเมื่อซื้อของที่ตั้งใจมาซื้อครบแล้วนางก็ให้เหอเซาจางนำไปเก็บที่รถม้าส่วนนางจะเดินดูของรอแถวนี้
"ข้าบอกเ้าแล้วว่าให้จ้างนักล่ามมาเ้าก็ไม่เชื่อแล้วอย่างนี้เราจะคุยกับพวกนั้นรู้เื่รึ"หยู่เปิงเฉียวแกล้งพูดเสียงดังกับหลีมู่จงเพื่อให้คุณหนูเว่ยได้ยินเขาไม่เข้าใจท่านอ๋องเทียนหลงเลยทำไมไม่เดินเข้าไปบอกกับคุณหนูเว่ยตรงๆเลยละก็บอกไปว่าอยากช่วยเหลือนางก็สิ้นเื่
พวกเขานั้นมารอคุณหนูเว่ยที่ท่าเรือั้แ่เช้าแล้วเพื่อมาดักรอและมองเห็นคุณหนูเว่ยเดินทางมาถึงั้แ่แรกแล้วแต่ยังไม่ได้ทำอะไรรอคำสั่งจากท่านอ๋องก่อนและพอได้จังหวะจึงได้เริ่มเรียกร้องความสนใจจากนาง
ด้านเว่ยเจียวจิงที่เดินอยู่กับเว่ยฮุ่ยิได้ยินแบบนั้นก็มองหน้ากันและยิ้มออกมาเล็กน้อยแต่ก็ยังเก็บท่าทีเอาไว้นางจึงเดินเข้าไปหาทั้งสองทันที
"ขออภัยท่านทั้งสองบังเอิญว่าข้าผ่านมาได้ยินว่าพวกท่าน้านักล่ามหรือเ้าคะ ข้าสามารถช่วยท่านได้"เว่ยเจียวจิง กล่าวกับทั้งสองและเดินมาใกล้ๆพร้อมกับน้องชาย
"คุณหนูท่านสามารถพูดภาษาพวกเขาได้จริงหรือขอรับ พอดีว่านายท่านของพวกข้า้าจะซื้อขายกับคนต่างชาติและยังหานักล่ามไม่ได้หากคุณหนูไม่ติดอะไรพวกข้าขอเชิญไปพบนายท่านของเราทางนี้ขอรับ"หลีมู่จงกล่าวและเดินนำหน้าเว่ยเจียวจิงกับเว่ยฮุ่ยิไปทางที่ท่านอ๋องเทียนหลงนั่งรออยู่ ซึ่งท่าเรือแห่งนี้จะมีโรงเตี๊ยมอยู่ใกล้ๆท่าเรือไม่ไกลนักเพื่อให้ชาวเรือแวะพักผ่อน
เว่ยเจียวจิงเดินตามทั้งสองคนเข้าไปในโรงเตี๊ยมขนาดกลางแห่งหนึ่งพวกเขาพานางเดินไปที่ห้องส่วนตัวห้องหนึ่งซึ่งคาดว่าเ้านายของพวกเขาน่าจะอยู่ในห้องนี้
"นายท่านขอรับข้าพานักล่ามมาแล้วขอรับ"หยู่เปิงเฉียวเอ่ยรายงานเมื่อมาหยุดอยู่หน้าห้องแล้ว
"เข้ามา"โม่เทียนหลงเอ่ยเวลาเขาออกมาข้างนอกจะให้เรียกนายท่านหรือคุณชายตามแต่โอกาสจะไม่ให้เรียกท่านอ๋องเขาไม่ชอบความวุ่นวายหากไม่ใช่คนในราชสำนักก็จะไม่รู้จักว่าเขาคือท่านอ๋องโม่เทียนหลง
เขาอยากรู้นักว่าถ้านางเห็นเขาแล้วจะเป็เหมือนสตรีอื่นหรือไม่ที่วิ่งเข้าหาเขาโดยไม่สนความเป็กุลสตรีคุณหนูในห้องหอเลย นางจะแตกต่างจากสตรีเ่าั้หรือไม่หากเป็เช่นนั้นคงจะได้พบกันแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเขาไม่ชอบสตรีที่หิวเงินใช้จ่ายโดยไร้หัวคิด
เว่ยเจียวจิงที่ได้ยินเสียงก็รู้สึกใจเต้นแรงแปลกๆทำไมน้ำเสียงแบบนี้โทนเสียงนี้มันช่างฟังแล้วให้ความรู้สึกเซ็กซี่มากเสียงยังขนาดนี้แล้วจะหล่อเหลาขนาดไหนเนี่ย บ้าไปแล้ว!นี่นางคิดเื่ไร้สาระอะไรอยู่ เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาเว่ยเจียวจิงก็มองเห็นบุรุษหนุ่มรูปงามคิ้วกระบี่เฉียงดวงตาคมดุปากอมชมพูอย่างคนสุขภาพดีแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหรูหราราคาแพงคงจะร่ำรวยไม่เบา
"คารวะนายท่านขอรับ/คารวะนายท่าน ขอรับ"หยู่เปิงเฉียงและหลีมู่จงทำความเคารพท่านอ๋องของตน
"สวัสดีเ้าค่ะข้าเว่ยเจียวจิงเ้าค่ะ และเว่ยฮุ่ย ิน้องชายคนรองของข้าเ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงกล่าวทักทายแนะนำตัวเองกับน้องชาย
"สวัสดีขอรับ"เว่ยฮุ่ยิมองหน้าบุรุษผู้นี้แล้วก็ให้คุ้นหน้าเขาคิดว่าเขารู้จักคนผู้นี้แน่แต่ก็คิดไม่ออกว่ารู้จักแบบไหนและเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
"สวัสดีข้าโม่เทียนหลงหรือเรียกเทียนหลงก็ได้เชิญนั่งก่อน"โม่เทียนหลงเอ่ยเมื่อนางแนะนำตัวเขาลอบสังเกตนางเงียบๆเสียงของนางช่างนุ่มนวลฟังแล้วรื่นหูดูไม่มีจริตจะก้านเป็ตัวของตัวเอง
หยู่เปิงเฉียวถึงกับขนลุกไปทั้งตัวเมื่อได้ยินว่าท่านอ๋องบอกชื่อด้วยน้ำเสียงแม้จะเรียบเฉยแต่ก็ไม่ได้เฉยช้าเหมือนกับตอนที่เอ่ยกับใครๆอีกอย่างชื่อนี้ไม่เคยมีใครหานกล้าเรียกเลยแม้แต่คนเดียวยกเว้นองค์ฮ่องเต้พระองค์เดียวปกติแล้วผู้คนจะเรียกแค่ท่านอ๋องโม่หรือโม่เทียนหลงอ๋องไม่ใช่แค่โม่เทียนหลงเฉยๆ
หลีมู่จงเองก็เช่นกันเขาใจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงชื่อที่ท่านอ๋องเอ่ยอนุญาตให้คุณหนูเว่ยเรียกตีได้ความหมายเดียวเท่านั้นคือนางอาจจะได้แต่งเข้าจวนอ๋องเป็พระชายาเป็แน่
เว่ยเจียวจิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะในโลกก่อนทุกคนจะให้เกียรติกันโดยการเรียกชื่อหรือจะเรียกพี่นำหน้าก็ได้แต่นางไม่รู้เลยว่ามันคนละสถานที่กันและที่นี้ก็ต่างจากโลกก่อนที่นางจากมามากนัก
"เ้าค่ะคุณชายเทียนหลง เรียกข้าว่าเจียวจิงก็ได้เ้าค่ะ"เว่ยเจียวยิ้มให้อย่างไม่คิดอะไรแต่จริงๆแล้วนางแก่กว่าเขาอีกนะก็นะตอนนี้นางคือสาวน้อยเว่ยเจียวจิงไม่ใช่วิภาอีกต่อไปแล้วนางนั่งลงเก้าอี้ข้างโม่เทียนหลงและน้องชายนางก็นั่งด้านข้างนาง
"ไม่ทราบว่าคุณชายเทียนหลงจะให้เป็นักล่ามกับชาติใดหรือเ้าคะ ข้าสามารถพูดได้สองภาษา.."ก่อนที่เว่ยเจียวจิงจะทันพูดจบประโยคดี เสียงอันเป็เอกลักษณ์ที่เซ็กซี่ขยี้ใจนางก็เอ่ยขัดขึ้น
"แทนตัวเองว่าเจียวจิงหรือจิงเอ๋อร์ก็ได้"โม่เทียนหลงเอ่ยขัดคำพูดของนางอย่างเผด็จการซึ่งก็เป็เื่ปกติของเขาอยู่แล้วที่ชอบออกคำสั่งและทุกคนต้องทำตามและมองนางด้วยสายตาคมดุที่เป็เอกลักษณ์ของเขา
"เ้าคะ? อ่อ..เ้าค่ะ เจียวจิงพูดได้สองภาษาคุณชายเทียนหลงจะให้เจียวจิงแปลภาษาใดหรือเ้าคะ"เว่ยเจียวจิงถึงกับงงไปชั่วขณะ และด้วยเป็คนโลกสมัยใหม่จึงคิดได้เร็วว่าเขา้าอะไรจะสนิทกันเร็วเกินไปหรือไม่พ่อรูปหล่อเสียงเซ็กซี่ แต่ด้วยเพราะเงินนางจึงต้องตามใจเขาไปอีกอย่างมันก็ไม่ได้เกินไปอะไร เป็เื่ปกติของพวกคนรวยๆอยู่แล้วที่จะมีความเื่มากนั้นนู้นนี้จากโลกก่อนก็มีให้เห็นเยอะแยะ
แตกต่างจากเว่ยฮุ่ยิที่เริ่มจะตะขิดตะขวงใจแล้วว่าบุรุษผู้นี้กำลังสนใจในตัวพี่ใหญ่ของตนเป็แน่ก็ต้องดูกันก่อนละว่าจะมีนิสัยใจคอเช่นไรมิใช่ว่ารวยแล้วเขาจะยกพี่ใหญ่ของเขาให้ง่ายๆนะ
เช่นเดียวกับสององครักษ์หยู่เปิงเฉียวและหลีมู่จงที่ใจนแข็งเป็หินไปแล้วกับมุขเกี่ยวพาสตรีเอะหรือไม่ใช่นี่ท่านอ๋องไม่มีวาทศิลป์ในการพูดคุยกับสตรีเลยสินะแล้วแบบนี้จะรอดไหมออกคำสั่งอย่างกับสั่งเหล่าองครักษ์แบบนั้น
"เช่นนั้นหรือ ข้า้าให้คุณหนูเจียวจิงคุยกับพวกหัวแดง..."โม่เทียนหลงกำลังจะอธิบายให้นางฟังแต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อนางยกมือขึ้นและกล่าวค้าน
"คุณชายเทียนหลงประเดี๋ยวเ้าค่ะ ขอถามจักคำแล้วทำไมว่าท่านถึงไม่จ้างนักล่ามมาด้วยหรือเ้าคะ"ดูๆไปแล้วคนระดับเขาน่าจะมีเงินจ้างนักล่ามได้สบายๆเว่ยเจียวจิงทำหน้าตาขึงขังถามแบบจริงจังแต่ด้วยเพราะหน้าตาที่งดงามและน่ารักจึงทำให้นางดูน่าเอ็นดูมากกว่า
โม่เทียนหลงได้แต่มองใบหน้าใส่น่ารักนิ่งเงียบไปไม่ใช่ว่าเขาไม่พอใจที่นางพูดขัดเขาแต่เพราะว่าเขารู้สึกหัวใจกระตุกอย่างรุนแรงจนเสียอาการพูดอะไรไม่ออกสักคำจึงได้แต่นิ่งเงียบนี่เขาเป็อะไรไปใช่ว่าเขาไม่เคยพบเจอพูดคุยกับสตรีใดมาก่อน
แย่แล้วคุณหนูเว่ยกำลังทำให้ท่านอ๋องโกรธเป็แน่ไม่เคยมีใครกล้าพูดขัดเวลาท่านอ๋องกำลังพูดอยู่และยิ่งไม่มีใครกล้ามาออกคำสั่งกับท่านอ๋องโม่เทียนหลงมาก่อนแม้แต่องค์ฮ่องเต้ก็เถอะหลีมู่จงคิดอย่างเหงื่อตกในใจ
"อ่อ..ขออภัยแทนพี่สาวของข้าด้วยขอรับนางคงเย้าเล่นเท่านั้นขอรับ"เว่ยฮุ่ยิกล่าวขออภัยด้วยเพราะว่าสตรีในห้องหอที่ดีไม่ควรต่อล้อต่อเถียงกับบุรุษและยิ่งเป็บุรุษที่พึ่งเจอหน้ากันครั้งแรกยิ่งไม่ควรแค่พี่สาวเขาพูดกับบุรุษหลายคนั้แ่มาถึงท่าเรือก็เกินไปแล้วและที่สำคัญสตรีที่ดีก็ไม่ควรพูดขัดขึ้นโดยที่บุรุษยังพูดไม่จบ
"มีเื่ผิดพลาดเกิดขึ้นนักล่ามติดปัญหาจึงมาไม่ได้ ข้าจะให้คุณหนูเจียวจิงคุยกับพวกหัวแดงเอาละข้าจะให้ค่านักล่ามแก่คุณหนูเจียวจิงคนละสองพันตำลึงทองคุยกับสองคนก็ได้สี่พันตำลึงทองเป็เช่นไรคุณหนูเว่ยเจียวจิงพอใจหรือไม่"โม่เทียนหลงกล่าวเมื่อตั้งสติได้เขาไม่ถือสานางดีเสียอีกที่นางเป็ตัวของตัวเองไม่เสแสร้งและเขาไม่เคยเรียกสตรีนางใดเช่นนางมาก่อน
หยู่เปิงเฉียวและหลีมู่จงได้ยินท่านอ๋องกล่าวเช่นนั้นก็ต้องใอีกครั้งที่ท่านอ๋องยอมตอบคำถามที่คุณหนูเว่ยถามโดยง่ายและไม่มีท่าทีโมโหหรือไม่พอใจอะไรเลยแถมยังจ่ายหนักอีกด้วย นี่ก็เท่ากับว่าคุณหนูเว่ยคุยกับสิบคนก็ได้เป็หมื่นตำลึงเชียวหรือ