พี่คินดันฉันตัวให้ชิดกับผนังห้องน้ำ ริมฝีปากอุ่นๆ ของเขาซุกไซ้ร่างกายของฉันจนอ่อนระทวยไปหมด มือเรียวยาวของเขาปัดผมยาวของฉันไปด้านหลังเพื่อให้เขาบรรจงจูบเนินอกของฉันได้เต็มที่
” หยุดนะพี่คิน พู่ยังไม่พร้อม”
“แล้วพร้อมเมื่อไหร่ล่ะ” คนตรงหน้าหยุดการกระทำทั้งหมดแล้วมองหน้าฉัน
“พู่ยังเรียนอยู่ ที่สำคัญคือ เราเพิ่งรู้จักกันแค่คืนเดียวและเราไม่ได้เป็อะไรกัน” ดูเหมือนพี่คินจะชะงักไปนิดนึงกับคำพูดฉันแต่เขาก็ยิ้มตอบ
“ก็เป็ั้แ่ตอนนี้เลย” พี่คินประกบจูบปากฉันอย่างอ่อนโยน มือทั้งสองข้างประคองหน้าฉันไว้ไม่ให้เบือนหน้าหนีจากเขาได้ ทันใดนั้นเขาก็ขบริมฝีปากล่างของฉันพร้อมกับมือที่ไปเคล้าคลึงอยู่ที่สะโพก จากััที่อ่อนโยนเริ่มเปลี่ยนเป็ดุดันขึ้นเรื่อยๆ
“โอ๊ย พู่เจ็บ” เขาใที่ฉันร้องออกไป
“พี่ขอโทษ ก็มันมันเขี้ยวนิ ต่อเลยนะ”
” พอเถอะค่ะ คือพู่กลัว พู่กลัวจริงๆ พี่ธามเคยบอกว่าถ้าไม่เต็มใจพี่คินจะไม่บังคับกัน”
“แล้วคิดว่ามาถึงขั้นนี้แล้วพี่จะห้ามใจได้เหรอ ถ้าเป็คนอื่นพี่หยุดได้แต่นี่เป็เราพี่หยุดไม่ได้จริงๆ พี่ขอนะ”
“ไม่ได้ค่ะ” ฉันผลักพี่คินออกไปแล้ววิ่งออกมาจากห้องน้ำ พี่คินตามมาสวมกอดฉันไว้จากด้านหลัง สันจมูกโด่งของเขาคลอเคลียอยู่ที่ใบหู แล้วร่างกำยำที่เปลือยท่อนบนนั้นกำลังแนบชิดกับร่างกายของฉันอยู่ มือของเขาที่ตอนแรกโอบอยู่ที่เอว แต่ตอนนี้มันเขยิบมาลูบๆ คลำๆ อยู่ที่หน้าอกฉันเรียบร้อยแล้ว
“เต็มมือดีจัง” พี่คินกระซิบที่ข้างหูฉัน สองมือที่กอดฉันไว้ก็ขยำแรงขึ้น
“ไม่ทนล่ะนะ”
ร่างของฉันถูกอุ้มมาวางไว้บนเตียง ผ้าเช็ดตัวผืนจิ๋วถูกถลกขึ้นมาจนเห็นขาอ่อน พี่คินคร่อมตัวฉันไว้แล้วยกขาของฉันให้เกี่ยวสะโพกเขา เขาลูบไล้ขาฉัน แล้วช้อนมือไปเคล้นคลึงสะโพกเบาๆ
“ตัวเล็กแค่นี้ แต่อย่างอื่นไม่เล็กเลยนะ” พี่คินพูดพลางสบตากับฉัน ฉันจะทำไงดีเขินหน้าแดงไปหมดแล้ว หรือจะเป็อย่างที่เขาพูดว่าคนมักจะเสียตัวในสถานการณ์แบบนี้ แบบที่แพ้คารมของอีกฝ่ายอย่างย่อยยับ
ก๊อก ก๊อก
“คุณคินคะ คุณโรสให้เข้าไปที่บริษัทด่วนเลยค่ะ”
เหมือนว่าเสียงนี่จะเรียกสติฉันกลับมา ฉันจ้องหน้าพี่คินนิ่งเพื่อดูว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร และสิ่งฉันเห็นคือคำพูดเ่าั้มันชั่งขัดใจเขาเสียเหลือเกิน เขามีสีหน้าหงุดหงิดปนเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
“ป้าแมวบอกแม่ไปเลยครับว่าผมไม่ว่าง” พี่คินะโออกไป
“ป้าบอกไปแล้วค่ะ แต่คุณโรสบอกว่ามันสำคัญต่อฐานะด้านการเงินของบริษัท”
“โอเคครับ บอกแม่ว่ายี่สิบนาทีผมจะไปถึง” พี่คินผละออกจากตัวฉัน ฉันรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวเองไว้ เพราะตอนนี้ฉันโป๊ไปแล้วเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ พี่คินหยิบเสื้อเชิ้ตมาใส่แล้วเชตผมนิดหน่อยให้ดูดีขึ้น
คนตรงหน้าเดินมาหยุดข้างเตียงที่ฉันนอนอยู่ เขาก้มลงมาจุ๊บปากฉันเบาๆ ฉันได้แต่หลับตาปรี่ไม่กล้าสบตา เพราะพลังทำลายเวอร์จิ้นของเขาสูงเหลือเกิน
“เดี๋ยวพี่กลับมา ห้ามออกไปข้างนอก อยากได้อะไรก็บอกป้าแมวไป แล้วหลังจากนี้ก็นอนกับพี่ในห้องนี้แหละ”
“แต่…”
“ไม่มีแต่”
“ค่ะ”
พี่คินออกจากห้องไปแล้ว ฉันแต่งตัวใส่เสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินลงมาป้าแมวที่อยู่ในครัว ดูเหมือนป้าแมวกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหารเช้า ฉันสังเกตว่าที่นี่นอกจากป้าแมวแล้วยังมีคนอื่นๆ อยู่ด้วยสองสามคน คงจะเป็คนที่พี่คินจ้างมาดูแลบ้าน
“มีไรให้พู่ช่วยมั้ยคะ” ฉันเอ่ยทักป้าแมว ป้าผู้หญิงสองคนที่กำลังเตรียมอาหารอยู่หันมามองฉันแปลกๆ คงจะงงว่าฉันเป็ใคร
“ไม่เป็ไรค่ะ พวกป้าจัดการได้ คุณพู่รอแปบนึงนะคะอาหารเช้าใกล้จะเสร็จแล้ว แต่คุณคินคงไม่ได้กลับมากินด้วยนะคะ นี่พวกเรานี่คุณพู่นะเป็เมีย เฮ้ย แฟนคุณคิน”
“ไม่ใช่ค่ะป้า คือ..”
“ป้าเข้าใจ คุณพู่ไม่ต้องเขินป้าหรอกค่ะ” ป้าแมวพูดแล้วหันไปหัวเราะกับคนอื่นในครัว ฉันได้แต่ยืนยิ้มเจื่อนๆ
“ป้าแมวคะ ไม่ต้องเรียกพู่ว่าคุณหรอก เรียกพู่เฉยๆ ดีกว่าค่ะ”
“ก็ได้ค่ะ”
หลังจากที่ฉันกินข้าวเช้าเสร็จป้าแมวก็ได้เอาของใช้ส่วนตัวรวมถึงเสื้อผ้าของฉันมาให้
“ของพวกนี้ ป้าแมวได้มายังไงคะ”
“พี่ชายหนูพู่เอามาฝากกับไอ้เ้าบอยลูกชายป้าั้แ่เช้ามืดแล้ว”
“อ่อค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ป้าแมวคะพู่ถามอะไรหน่อยได้มั้ย”
“ได้สิคะ”
“คนชื่อโรสเป็แม่ของพี่คินเหรอคะ” ฉันถามป้าแมวแบบหยั่งเชิง เผื่อบางทีป้าแมวจะบอกอะไรมากกว่านั้น ซึ่งมันเป็สิ่งที่ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน
“ใช่ค่ะ คุณโรสเป็คุณผู้หญิงของบ้าน คุณพ่อของคุณคินเสียไปั้แ่คุณคินได้ห้าขวบ แล้วคุณคินยังมีพี่สาวอีกคนหนึ่ง คือคุณแคท คุณแคทมีสามีเป็คนญึ่ปุ่นก็เลยย้ายไปอยู่ที่นู้นค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น บ้านหลังนี้ก็อยู่กันสองคนแค่พี่คินกับแม่เหรอคะ”
“คุณคินอยู่บ้านหลังนี้คนเดียวค่ะ คุณผู้หญิงไปทำธุรกิจอยู่ที่ญี่ปุ่น ปีนึงกลับมาแค่สามครั้ง ครั้งนึงก็อยู่ไม่เกินสองอาทิตย์ บริษัทที่เมืองไทย เลยต้องให้คุณคินช่วยดูแล แต่คุณคินไม่ชอบอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ เขาไม่ชอบอะไรที่อยู่ในกฎเกณฑ์ อย่างคุณคินต้องโน่นเลยค่ะ บาร์ของเขาที่หุ้นกันเปิดกับเพื่อนๆ หรือไม่ก็แข่งรถ
“อ่อ ดูเหมือนป้าแมวจะรู้จักนิสัยใจคอพี่คินดีจริงๆ เลยนะคะ”
“ก็ป้าเลี้ยงคุณคินมาั้แ่เล็ก ป้ารู้จักเขาดีเลยล่ะ แล้วรู้ด้วยว่าคุณคินรักหนูพู่มากๆ เพราะนอกจากคนในครอบครัวแล้วไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้
“คงไม่หรอกค่ะ พี่คินไม่ได้คิดจริงจังอะไรกับพู่ั้แ่แรกอยู่แล้ว” ฉันบอกป้าแมวไปอย่างนั้น เพราะฉันรู้ดีว่าที่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้เพราะเงื่อนไขข้อตกลงระหว่างเขากับพี่ชายฉันเท่านั้น
“ถ้าไม่มีไรแล้ว ป้าขอตัวก่อนนะคะ” ป้าแมวพูดแล้วทำท่าจะเดินออกไป ฉันนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงเรียกป้าแมวไว้
“ป้าแมวคะ พู่ขอช่วยอะไรสักอย่างได้มั้ยคะ”
“ว่ามาเลยค่ะ”
30 นาทีต่อมา
“หนูพู่แน่ใจนะคะว่าทำแบบนี้คุณคินจะไม่โกรธป้า” ป้าแมวมองฉันแววตาขอความมั่นใจและ้าคำพูดยืนยันจากปากฉัน
“แน่ใจค่ะ ถ้าพี่คินโกรธเดี๋ยวพู่รับหน้าแทนเองค่ะ”
“ก็ได้ค่ะ ป้าขอตัวก่อนนะคะ”
“ค่ะ” ฉันยืนยิ้มหน้าบานเพิ่มความมั่นใจให้ป้าแมว ใครจะรู้ล่ะว่าในใจลึกแล้วฉันก็แอบหวั่นๆ อยู่เหมือนกัน ถ้าพี่คินกลับมาแล้วรู้ว่าฉันขอแยกมาอยู่อีกห้องหนึ่ง เขาจะเป็ยังไงนะ
ห้องที่ฉันแยกมาอยู่ถัดจากห้องพี่คินไปสองห้อง ป้าแมวบอกว่าเป็ห้องสำหรับแขกที่มาพักที่บ้านสภาพในห้องใหม่เอี่ยม เพราะป้าแมวบอกว่ายังไม่เคยมีแขกมาพักที่บ้านเลยแม้แต่เพื่อนพี่คินเอง ก็เพราะพวกเขาร่ำรวยกันทั้งนั้น บ้านช่องใหญ่โต ฐานะไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน
ฉันกดเบอร์โทรศัพท์โทรหาเชอรีน อยากจะรู้ว่ายัยเชอรีนจะทำหน้ายังไงถ้าได้รู้เื่ราวทั้งหมด
[เพิ่งรู้ตัวเหรอย๊ะ ว่าตัวเองยังมีเพื่อนอยู่] นี่คือประโยคแรกที่ฉันได้ยินหลังจากยัยเชอรีนกดรับสาย
[ฉันขอโทษ แกอย่าโกรธฉันเลยนะ]
[ไม่โกรธก็ได้ แต่บอกฉันมาก่อนว่าแกมีอะไรปิดบังฉันอยู่ แกแอบซุกแฟนไว้ใช่มั้ยยัยพู่]
[ฉันเปล่านะ ฉันไม่ใช่แก่นิ ที่แอบซุกกิ๊กไว้ เดี๋ยวเหอะฉันจะฟ้องพี่เต้] หลังจากฉันพูดจบเสียงปลายสายก็โวยวายใส่ฉันจนหูชาไปหมด
[แกตั้งใจฟังนะ ฉันจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง…]
[ห๊ะ มีเื่อย่างนี้ด้วยเหรอ แหม พล๊อตนิยายน้ำเน่าชัดๆ ให้ฉันเดานะ สุดท้ายแกก็หลงรักพี่คินนั่นแหงๆ แต่ฉันเตือนแกไว้ก่อนเลยว่าพี่คินของแก ผู้หญิงสาวๆ สวยๆ ไม่น้อยจ้องจะงาบอยู่ ฉันไม่อยากให้แกเสียใจตอนหลัง แล้วเื่อย่างว่าถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ป้องกันด้วย หรือถ้าแกไม่เต็มใจก็พกสเปรย์พริกไทยติดตัวไว้ได้เลย]
[หยุดเลย หยุด ไม่ต้องมโนไปไกล แกก็รู้ว่าฉันคือใคร ฉันคือ ปัญชญา เกื้อสกุลกานต์ ผู้หญิงที่จะไม่หลงรักใครง่ายๆ และที่สำคัญฉันเอาตัวรอดได้ ว่าแต่แกเหอะ รู้จักเขาดีจริง แกรู้อะไรมากกว่านี้ใช่มั้ย]
[คิน ภาคิน ภานุวรธรรม ติดอันดับหนุ่มเ้าเสน่ห์ในโพลเด็กมหาลัยเลยนะ พู่แกไม่รู้จริงๆ เหรอว่าพี่คินเขาเรียนจบคณะวิศวะรุ่นเดียวกับพี่พีม]
[เหรอ ฉันไปหาพี่พีมมหาลัยบ่อยนะ แต่ไม่เคยเห็นเขาเลย หรืออาจจะเคยเห็นแต่ฉันจำไม่ได้] ฉันตอบยัยเชอรีนไป คิดไม่ถึงเลยว่าพี่พีมกับพี่คินจะเป็เพื่อนร่วมคณะเดียวกัน เผลอๆ พวกเขาอาจจะรู้จักกันดีกว่าที่ฉันคิด
บ้านเกื้อสกุลกานต์
ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังคุยกัน คนทั้งสองมีท่าทีโต้ตอบกันไปมา สีหน้าเคร่งเครียดคล้ายกับว่ากำลังทะเลาะกันอยู่
“พีมทำแบบนี้ได้ไง น้องพีมทั้งคนนะ ผู้หญิงตัวคนเดียวไปอยู่กับผู้ชายแปลกหน้ามันอันตรายมาก แล้วถ้าหากไม่มีคนมาบอกลิซ พีมก็จะปิดเื่นี้ไปตลอดใช่มั้ย”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะลิซ พีมไม่มีทางเลือกจริงๆ แล้วที่พีมไม่บอกลิซเพราะผมไม่อยากให้พ่อแม่ลิซรู้ว่าพีมเป็หนี้ พ่อแม่ลิซคงไม่ยอมให้ลิซคบกับพีมต่อแน่”
.” ลิซจะเอาเงินไปคืนเขา แล้วพาน้องพู่กลับมา ส่วนเื่พ่อกับแม่ ลิซจะไม่ให้พวกท่านรู้”
“ไม่ได้ ทำอย่างนั้นไม่ได้ พีมตกลงกับไอ้คินแล้ว มันไม่สนเื่เงินหรอก มันชอบพู่”
“ว่าไงนะ คินน่ะเหรอชอบน้องพู่ ไม่มีทางเป็ไปได้ และไม่มีวันเป็ไปได้”
“ทำไมจะเป็ไปไม่ได้ นี่ลิซยังอาลัยอาวรณ์มันเหรอ ลิซยังรักมันใช่มั้ย ใช่มั้ย”
“พีมอย่ามาตะคอกใส่ลิซนะ”
“โอเค ขอโทษ แต่ปล่อยให้พีมจัดการเื่นี้เองนะ”
“อืม” ผู้หญิงที่ชื่อลิซพยักหน้าตอบตกลงไป แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วในใจเธอนั้น เธอคิดจะทำอะไรกันแน่