"เช่นนั้นข้าขอตัวไปฝึกฝนก่อน" เทียนฉินเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนที่ร่างของเขาพลิ้วหายเข้าไปในห้องพักของเขา แล้วปิดประตูตัดขาดจากโลกภายนอกทันที
ภายในห้องฝึกฝน เทียนฉินพลิกเปิดเคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์ขึ้นอ่านและจดจำเนื้อหาภายในนั้นอย่างตั้งใจ
ส่วนตาเฒ่าหม่าหลังจากแยกจากเทียนฉินก็รีบเข้าไปในห้องฝึกฝนของเขาทันทีเหมือนกัน
หนึ่งหนุ่มหนึ่งเฒ่าต่างฝึกฝนกันอย่างขะมักเขม้นอยู่ภายในห้องฝึกฝนของตนเอง จนเวลาล่วงเลยเข้ามาสู่วันที่ห้า เสียงของหลงยู่หมิงก็ส่งผ่านกระแสจิตมาให้เทียนฉินได้ยิน
"เจ้าหนูเอ๊ย! สิ่งที่เจ้ากำลังทำอยู่มันไม่ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง?"
"หืม!"
"ที่ท่านกล่าวมามันหมายความว่าอย่างไรหรือ?"เทียนฉินเอ่ยถามออกมาถามกลับไปอย่างสงสัย
"ก็หมายความตามที่ข้าบอกเจ้านั่นแหละ ว่าสิ่งที่เจ้าฝึกฝนอยู่ตอนนี้มันไม่ถูกต้อง!"หลงยู่หมิงยังกล่าวออกมาคำเดิม
"เอ่อ!ท่านช่วยอธิบายให้ข้าใจมากกว่านี้ได้มั้ยอาวุโสหลง!"เทียนฉินเอ่ยถามอย่างใคร่รู้
"เฮ่อ!"
"ข้าไม่รู้จริงๆเลยว่าเจ้าฝึกฝนมาจนถึงป่านนี้ได้อย่างไรกัน!"
"ดวงจิตอีกดวงไม่เคยบอกเจ้าเลยหรือว่า การฝึกฝนเคล็ดวิชายุทธแบบนี้ มันไม่อาจจะทำให้เจ้าเข้าถึงทักษะยุทธที่แท้จริงได้!"หลงยู่หมิงกล่าวถามออกมาอย่างยาวเหยียด
"เอ่อ!"
เทียนฉินอยู่ในอาการที่ใบ้กินทันทีที่ได้ยินหลงยู่หมิงกล่าวถามออกมาแบบนั้น ที่จริงแล้วเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทักษะยุทธที่แท้จริงมันต้องทำแบบไหนกันแน่
"เฮ่อ!"
"เจ้าหลับตาแล้วทำสมาธิซะ ข้าจะถ่ายทอดความรู้ที่ข้ามีให้กับเจ้าอีกครั้ง!" หลงยู่หมิงทอดถอนใจออกมาก่อนส่งต่อความรู้ที่เขามีผ่านทางกระแสจิตให้เทียนฉิน
เพียงชั่วพริบตาความรู้ของหลงยู่หมิงก็ถ่ายทอดเข้าสู่จิตสำนึกของเทียนฉินจนหมดสิ้น และด้วยความรู้ที่หลงยู่หมิงถ่ายทอดมาให้นี้เอง ทำให้เทียนฉินได้เข้าใจทักษะการฝึกฝนที่แท้จริงว่าเป็นแบบไหน
ทักษะยุทธในโลกนี้ไม่ว่าจะลึกซึ้งซับซ้อนถึงเพียงใด ล้วนมีพื้นฐานมาจากกระบวนท่าไม่กี่ท่าเท่านั้น หากร่างกายและจิตใจของผู้ฝึกฝนไม่อาจใช้กระบวนท่าพื้นฐานทั้งหมดได้อย่างอิสระ ก็จะไม่มีทางประสบความสำเร็จในทักษะยุทธนั้นได้อย่างแน่นอน!"
ส่วนทักษะยุทธของเพลงดาบนั้นแบ่งระดับความสำเร็จออกเป็นสี่ระดับคือ ขั้นพื้นฐาน ขั้นเชี่ยวชาญ ขั้นผสานกายและขั้นผสานใจ
ขั้นพื้นฐานนั้นคือต้องฝึกฝนจนสามารถออกกระบวนท่าได้ตามหลักของเคล็ด
วิชานั้นๆ
ขั้นเชี่ยวชาญคือการฝึกฝนจนสามารถควบคุมกระบวนท่านั้นให้ได้ดังใจ
ขั้นผสานกายคือการฝึกฝนจนร่างกายผสานกับกระบวนท่านั้นๆราวกับว่าคนกับดาบรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งยากเย็นยิ่งกว่าหลายเท่า
ส่วนขั้นผสานใจนั้นคือการฝึกฝนจนเข้าใจถึงเจตจำนงค์ในจิตวิญญาณของดาบ ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มิอาจจะสอนกันได้ มีเพียงแค่ต้องทำการรู้แจ้งด้วยตัวเองเท่านั้น
ทว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่เข้าถึงจิตวิญญาณของดาบนั้นมีน้อยยิ่งนัก บางคนชั่วชีวิตนี้ก็ไม่อาจจะสัมผัสได้ถึงสิ่งนั้นจนจวบสิ้นอายุไขเลยก็มี
"ที่ผ่านมาข้าแค่เข้าถึงทักษะยุทธขั้นพื้นฐานเท่านั้นเองหรอกหรือ?"
เทียนฉินครุ่นคิดอยู่ในใจ วันนี้เขาได้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าโลกของการฝึกฝนนั้นสลับซับซ้อนเพียงใด
เพราะที่ผ่านมาเขามีความมั่นใจในฝีมือของตนเองมาก แต่กลับกลายเป็นว่าตนเองนั้นเป็นเพียงแค่กบที่อยู่ในกะลาเท่านั้นเอง
"ขอบคุณอาวุโสหลงมากที่ช่วยชี้แนะ!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยความซาบซึ้ง
"แค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง เจ้าแค่ตั้งใจฝึกฝนมันก็พอแล้ว"หลงยู่หมิงกล่าว
อย่างไม่ได้ใส่ใจนัก
"อืม!"
"ถ้าอย่างนั้นลองไปทดสอบที่ลานประลองก่อนดีกว่า!"เทียนฉินตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นไม่นานเทียนฉินก็ได้เดินมาถึงลานประลอง เพียงแต่ลานประลองในวันนี้กลับมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากแต่เดิมที่เคยมีคนพลุกพล่านเต็มไปหมด กลับกลายเป็นเงียบเหงาราวกับป่าช้า
เทียนฉินมองซ้ายมองขวาก็เห็นมีคนยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ จึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปสอบถามทันที
"ศิษย์พี่ทั้งหลายข้าขอรบกวนเวลาสักครู่จะได้หรือไม่!"
"หืม!"
"มีอะไรจะสอบถามพวกเราอย่างนั้นรึ?"
ชายหนุ่มในกลุ่มนั้นเอ่ยถาม
"คือข้าอยากรู้ว่าทำไมลานประลองวันนี้ถึงไม่ค่อยมีคนมากันเลย"เทียนฉินเอ่ยบอกในสิ่งที่เขาสงสัย
"อ่อ! เรื่องนี้เองหรอกรึ"
"เจ้าคงพึ่งกลับมาจากข้างนอกแน่เลยถึงไม่รู้สถานการณ์ในนิกายตอนนี้!"ชายอีกคนกล่าวออกมา
"รบกวนไขข้อสงสัยให้กับข้าด้วยเถอะ"เทียนฉินได้ยินก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกันแน่
ฮ่าๆ!
"ตี่เม้งเจ้าไม่เห็นหน้าศิษย์น้องคนนี้หรือว่ามึนงงขนาดไหนแล้ว"ชายอีกคนเอ่ยหัวเราะออกมาหลังจากที่สหายของเขาไม่ยอมเล่าความจริงให้เทียนฉินรู้เสียที
"ข้าก็จะเล่าอยู่นี่ยังไงเล่า!"คนที่ชื่อตี่เม้งหันมาบอกกับสหายของเขาก่อนจะเล่าให้เทียนฉินรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น
"ไม่รู้ว่าเจ้าได้ยินมาหรือยังว่าทางนิกายจะจัดการประลองในอีกสองเดือนข้างหน้านี้"
"หลังจากที่ทางนิกายประกาศออกมา ศิษย์ในนิกายทุกคนต่างเก็บตัวฝึกฝนกันอย่างหนัก เพื่อหวังว่าจะมีโอกาสมีรายชื่อขึ้นไปอยู่ในกระดานจัดอันดับที่หอกิจกรรม"
"และนั่นแหละคือเหตุผลที่ทำไมเจ้าไม่เห็นคนในนิกายพลุกพล่านเหมือนอย่างเคย!"ตี่เม้งบอกกล่าวกับเทียนฉินอย่างละเอียด
"อ๋อ! เป็นอย่างนี้นี่เอง!"
"ขอบใจศิษย์พี่มากที่สละเวลามาช่วยบอกข้าได้เข้าใจ"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยความจริงใจ
"เรื่องเล็กน้อยแค่นั้นเอง คนที่อยู่ในนิกายต่างรู้กันทั้งนั้น!"ตี่เม้งเอ่ยออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก
หลังจากนั้นไม่นานเทียนฉินก็เดินไปเรื่อยเปื่อย เพื่อสังเกตุผู้คนในนิกายว่าเป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า สุดท้ายก็ได้รับคำตอบแล้วว่า ศิษย์ในนิกายส่วนใหญ่บ้างก็เก็บตัวฝึกฝนเพื่อบรรลุระดับพลังที่สูงขึ้น บ้างก็ออกไปทำภารกิจเพื่อให้ได้คะแนนมาแลกกับเม็ดยาสำหรับฝน
"เหลือเวลาอีกเพียงสองเดือน ข้าก็ต้องหาหนทางเพิ่มความสามารถของตนเองให้ได้!"
เทียนฉินตั้งปณิธานใว้ในใจอย่างแน่วแน่แล้วว่า เขาจะต้องมีรายชื่ออยู่ในสิบอันดับแรกให้ได้
หลังจากนั้นไม่นานเทียนฉินได้เดินทางมาที่บ้านพักหลังหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน
"ศิษย์เทียนฉินคารวะท่านอาจารย์!"
"หืม!"
"เจ้ามาหาข้าได้แล้วอย่างนั้นรึ?"เสิ้นจื่อเอ่ยถามออกมาอย่างอารมณ์ดี
"ศิษย์ขออภัยที่ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนอาจารย์"เทียนฉินเอ่ยออกไปด้วยความละอายใจ
"เข้ามาก่อนสิ!"เสิ้นจื่อเรียกเทียนฉินให้เข้าไปนั่งคุยกันด้านใน
"เจ้ามีอะไรก็กล่าวออกมาเถอะไม่ต้องเกรงใจอาจารย์!"
หลังจากเข้ามาด้านในเสิ้นจื่อก็กล่าวออกมาอย่างรู้ทัน เพราะเขาคิดว่าที่เทียนฉินมาหาเขาคงไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับการประลองแน่นอน
"เอ่อ! ตอนนี้ศิษย์ใกล้จะบรรลุระดับผันแปรขั้นกลางแล้ว เพียงแต่ยังขาดยาเพิ่มปรานอีกจำนวนหนึ่ง"
"ถ้าเป็นไปได้ศิษย์ขอรบกวนอาจารย์โปรดช่วยอนุเคราะห์ให้ศิษย์คนนี้ด้วยเถิด!"
เทียนฉินเอ่ยออกมาได้ไม่เต็มเสียงนัก เนื่องจากเขารู้ดีว่าแต่ละเดือน อาจารย์ของเขาก็ได้มอบยาเพิ่มปราณให้แก่เขามากกว่าศิษย์ในนิกายคนอื่นได้รับอยู่แล้ว
"ศิษย์เอ๋ย! เจ้าไม่ต้องทำท่าเหมือนกับลำบากใจขนาดนั้นหรอก!"
"ที่จริงอาจารย์ก็ได้จัดเตรียมในส่วนของเจ้าไว้ให้แล้ว แต่อาจารย์ไม่เห็นเจ้ามาหาก็หลงคิดไปว่าเจ้ามีหนทางของตนเองอยู่แล้วเสียอีก!"
เสิ้นจื่อเอ่ยออกไปพร้อมกับลอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่น อันที่จริงแล้วเขาได้เตรียมยาเพิ่มปราณไว้ให้กับลูกศิษย์ของเขาทั้งสามแล้ว ตั้งแต่ที่รู้ว่าจะมีการประลองเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า
"ขอบคุณในความเมตตาของท่านอาจารย์!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างนอบน้อม หลังจากได้รับยาเพิ่มปราณที่อัดแน่นอยู่ในขวดแก้วใสสองขวด
"ข้าหวังว่าเจ้าจะมีชื่ออยู่บนกระดานจัดอันดับในการแข่งขันคราวนี้!"เสิ้นจื่อเอ่ยออกมาอย่างเป็นกันเอง
"ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
"ดีๆ!"เสิ้นจื่อเอ่ยเพียงสั้นๆแต่น้ำเสียงเจือปนไปด้วยความดีใจ
"ศิษย์ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากรบกวนท่านอาจารย์!"เทียนฉินเอ่ยออกมาเพื่อหวังสอบถามเกี่ยวกับสถานที่ที่ให้เขาได้ขัดเกลาเคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์นั่นเอง
จบตอนที่ 55