ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 55 การฝึกฝนที่แท้จริงๆๆ

    "เช่นนั้นข้าขอตัวไปฝึกฝนก่อน" เทียนฉินเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนที่ร่างของเขาพลิ้วหายเข้าไปในห้องพักของเขา แล้วปิดประตูตัดขาดจากโลกภายนอกทันที


    ภายในห้องฝึกฝน เทียนฉินพลิกเปิดเคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์ขึ้นอ่านและจดจำเนื้อหาภายในนั้นอย่างตั้งใจ


    ส่วนตาเฒ่าหม่าหลังจากแยกจากเทียนฉินก็รีบเข้าไปในห้องฝึกฝนของเขาทันทีเหมือนกัน


    หนึ่งหนุ่มหนึ่งเฒ่าต่างฝึกฝนกันอย่างขะมักเขม้นอยู่ภายในห้องฝึกฝนของตนเอง จนเวลาล่วงเลยเข้ามาสู่วันที่ห้า เสียงของหลงยู่หมิงก็ส่งผ่านกระแสจิตมาให้เทียนฉินได้ยิน


    "เจ้าหนูเอ๊ย! สิ่งที่เจ้ากำลังทำอยู่มันไม่ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง?"


    "หืม!"


    "ที่ท่านกล่าวมามันหมายความว่าอย่างไรหรือ?"เทียนฉินเอ่ยถามออกมาถามกลับไปอย่างสงสัย


    "ก็หมายความตามที่ข้าบอกเจ้านั่นแหละ ว่าสิ่งที่เจ้าฝึกฝนอยู่ตอนนี้มันไม่ถูกต้อง!"หลงยู่หมิงยังกล่าวออกมาคำเดิม


    "เอ่อ!ท่านช่วยอธิบายให้ข้าใจมากกว่านี้ได้มั้ยอาวุโสหลง!"เทียนฉินเอ่ยถามอย่างใคร่รู้


    "เฮ่อ!"


    "ข้าไม่รู้จริงๆเลยว่าเจ้าฝึกฝนมาจนถึงป่านนี้ได้อย่างไรกัน!"


    "ดวงจิตอีกดวงไม่เคยบอกเจ้าเลยหรือว่า การฝึกฝนเคล็ดวิชายุทธแบบนี้ มันไม่อาจจะทำให้เจ้าเข้าถึงทักษะยุทธที่แท้จริงได้!"หลงยู่หมิงกล่าวถามออกมาอย่างยาวเหยียด


    "เอ่อ!"


    เทียนฉินอยู่ในอาการที่ใบ้กินทันทีที่ได้ยินหลงยู่หมิงกล่าวถามออกมาแบบนั้น ที่จริงแล้วเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทักษะยุทธที่แท้จริงมันต้องทำแบบไหนกันแน่


    "เฮ่อ!"


    "เจ้าหลับตาแล้วทำสมาธิซะ ข้าจะถ่ายทอดความรู้ที่ข้ามีให้กับเจ้าอีกครั้ง!" หลงยู่หมิงทอดถอนใจออกมาก่อนส่งต่อความรู้ที่เขามีผ่านทางกระแสจิตให้เทียนฉิน


    เพียงชั่วพริบตาความรู้ของหลงยู่หมิงก็ถ่ายทอดเข้าสู่จิตสำนึกของเทียนฉินจนหมดสิ้น และด้วยความรู้ที่หลงยู่หมิงถ่ายทอดมาให้นี้เอง ทำให้เทียนฉินได้เข้าใจทักษะการฝึกฝนที่แท้จริงว่าเป็นแบบไหน


    ทักษะยุทธในโลกนี้ไม่ว่าจะลึกซึ้งซับซ้อนถึงเพียงใด ล้วนมีพื้นฐานมาจากกระบวนท่าไม่กี่ท่าเท่านั้น หากร่างกายและจิตใจของผู้ฝึกฝนไม่อาจใช้กระบวนท่าพื้นฐานทั้งหมดได้อย่างอิสระ ก็จะไม่มีทางประสบความสำเร็จในทักษะยุทธนั้นได้อย่างแน่นอน!"


    ส่วนทักษะยุทธของเพลงดาบนั้นแบ่งระดับความสำเร็จออกเป็นสี่ระดับคือ ขั้นพื้นฐาน ขั้นเชี่ยวชาญ ขั้นผสานกายและขั้นผสานใจ 


    ขั้นพื้นฐานนั้นคือต้องฝึกฝนจนสามารถออกกระบวนท่าได้ตามหลักของเคล็ด

    วิชานั้นๆ  


    ขั้นเชี่ยวชาญคือการฝึกฝนจนสามารถควบคุมกระบวนท่านั้นให้ได้ดังใจ 


    ขั้นผสานกายคือการฝึกฝนจนร่างกายผสานกับกระบวนท่านั้นๆราวกับว่าคนกับดาบรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งยากเย็นยิ่งกว่าหลายเท่า


    ส่วนขั้นผสานใจนั้นคือการฝึกฝนจนเข้าใจถึงเจตจำนงค์ในจิตวิญญาณของดาบ ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มิอาจจะสอนกันได้ มีเพียงแค่ต้องทำการรู้แจ้งด้วยตัวเองเท่านั้น 


    ทว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่เข้าถึงจิตวิญญาณของดาบนั้นมีน้อยยิ่งนัก บางคนชั่วชีวิตนี้ก็ไม่อาจจะสัมผัสได้ถึงสิ่งนั้นจนจวบสิ้นอายุไขเลยก็มี


    "ที่ผ่านมาข้าแค่เข้าถึงทักษะยุทธขั้นพื้นฐานเท่านั้นเองหรอกหรือ?"


    เทียนฉินครุ่นคิดอยู่ในใจ วันนี้เขาได้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าโลกของการฝึกฝนนั้นสลับซับซ้อนเพียงใด 


    เพราะที่ผ่านมาเขามีความมั่นใจในฝีมือของตนเองมาก แต่กลับกลายเป็นว่าตนเองนั้นเป็นเพียงแค่กบที่อยู่ในกะลาเท่านั้นเอง


    "ขอบคุณอาวุโสหลงมากที่ช่วยชี้แนะ!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยความซาบซึ้ง


    "แค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง เจ้าแค่ตั้งใจฝึกฝนมันก็พอแล้ว"หลงยู่หมิงกล่าว

    อย่างไม่ได้ใส่ใจนัก


    "อืม!"


    "ถ้าอย่างนั้นลองไปทดสอบที่ลานประลองก่อนดีกว่า!"เทียนฉินตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว 


    หลังจากนั้นไม่นานเทียนฉินก็ได้เดินมาถึงลานประลอง เพียงแต่ลานประลองในวันนี้กลับมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากแต่เดิมที่เคยมีคนพลุกพล่านเต็มไปหมด กลับกลายเป็นเงียบเหงาราวกับป่าช้า


    เทียนฉินมองซ้ายมองขวาก็เห็นมีคนยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ จึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปสอบถามทันที


    "ศิษย์พี่ทั้งหลายข้าขอรบกวนเวลาสักครู่จะได้หรือไม่!"


    "หืม!"


    "มีอะไรจะสอบถามพวกเราอย่างนั้นรึ?"

    ชายหนุ่มในกลุ่มนั้นเอ่ยถาม


    "คือข้าอยากรู้ว่าทำไมลานประลองวันนี้ถึงไม่ค่อยมีคนมากันเลย"เทียนฉินเอ่ยบอกในสิ่งที่เขาสงสัย


    "อ่อ! เรื่องนี้เองหรอกรึ"


    "เจ้าคงพึ่งกลับมาจากข้างนอกแน่เลยถึงไม่รู้สถานการณ์ในนิกายตอนนี้!"ชายอีกคนกล่าวออกมา


    "รบกวนไขข้อสงสัยให้กับข้าด้วยเถอะ"เทียนฉินได้ยินก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกันแน่


    ฮ่าๆ!


    "ตี่เม้งเจ้าไม่เห็นหน้าศิษย์น้องคนนี้หรือว่ามึนงงขนาดไหนแล้ว"ชายอีกคนเอ่ยหัวเราะออกมาหลังจากที่สหายของเขาไม่ยอมเล่าความจริงให้เทียนฉินรู้เสียที


    "ข้าก็จะเล่าอยู่นี่ยังไงเล่า!"คนที่ชื่อตี่เม้งหันมาบอกกับสหายของเขาก่อนจะเล่าให้เทียนฉินรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น


    "ไม่รู้ว่าเจ้าได้ยินมาหรือยังว่าทางนิกายจะจัดการประลองในอีกสองเดือนข้างหน้านี้"


    "หลังจากที่ทางนิกายประกาศออกมา ศิษย์ในนิกายทุกคนต่างเก็บตัวฝึกฝนกันอย่างหนัก เพื่อหวังว่าจะมีโอกาสมีรายชื่อขึ้นไปอยู่ในกระดานจัดอันดับที่หอกิจกรรม"


    "และนั่นแหละคือเหตุผลที่ทำไมเจ้าไม่เห็นคนในนิกายพลุกพล่านเหมือนอย่างเคย!"ตี่เม้งบอกกล่าวกับเทียนฉินอย่างละเอียด


    "อ๋อ! เป็นอย่างนี้นี่เอง!"


    "ขอบใจศิษย์พี่มากที่สละเวลามาช่วยบอกข้าได้เข้าใจ"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยความจริงใจ


    "เรื่องเล็กน้อยแค่นั้นเอง คนที่อยู่ในนิกายต่างรู้กันทั้งนั้น!"ตี่เม้งเอ่ยออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก


    หลังจากนั้นไม่นานเทียนฉินก็เดินไปเรื่อยเปื่อย เพื่อสังเกตุผู้คนในนิกายว่าเป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า สุดท้ายก็ได้รับคำตอบแล้วว่า ศิษย์ในนิกายส่วนใหญ่บ้างก็เก็บตัวฝึกฝนเพื่อบรรลุระดับพลังที่สูงขึ้น บ้างก็ออกไปทำภารกิจเพื่อให้ได้คะแนนมาแลกกับเม็ดยาสำหรับฝน


    "เหลือเวลาอีกเพียงสองเดือน ข้าก็ต้องหาหนทางเพิ่มความสามารถของตนเองให้ได้!"


    เทียนฉินตั้งปณิธานใว้ในใจอย่างแน่วแน่แล้วว่า เขาจะต้องมีรายชื่ออยู่ในสิบอันดับแรกให้ได้ 


    หลังจากนั้นไม่นานเทียนฉินได้เดินทางมาที่บ้านพักหลังหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน


    "ศิษย์เทียนฉินคารวะท่านอาจารย์!"


    "หืม!"


    "เจ้ามาหาข้าได้แล้วอย่างนั้นรึ?"เสิ้นจื่อเอ่ยถามออกมาอย่างอารมณ์ดี


    "ศิษย์ขออภัยที่ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนอาจารย์"เทียนฉินเอ่ยออกไปด้วยความละอายใจ


    "เข้ามาก่อนสิ!"เสิ้นจื่อเรียกเทียนฉินให้เข้าไปนั่งคุยกันด้านใน


    "เจ้ามีอะไรก็กล่าวออกมาเถอะไม่ต้องเกรงใจอาจารย์!"


    หลังจากเข้ามาด้านในเสิ้นจื่อก็กล่าวออกมาอย่างรู้ทัน เพราะเขาคิดว่าที่เทียนฉินมาหาเขาคงไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับการประลองแน่นอน


    "เอ่อ! ตอนนี้ศิษย์ใกล้จะบรรลุระดับผันแปรขั้นกลางแล้ว เพียงแต่ยังขาดยาเพิ่มปรานอีกจำนวนหนึ่ง"


    "ถ้าเป็นไปได้ศิษย์ขอรบกวนอาจารย์โปรดช่วยอนุเคราะห์ให้ศิษย์คนนี้ด้วยเถิด!"


    เทียนฉินเอ่ยออกมาได้ไม่เต็มเสียงนัก เนื่องจากเขารู้ดีว่าแต่ละเดือน อาจารย์ของเขาก็ได้มอบยาเพิ่มปราณให้แก่เขามากกว่าศิษย์ในนิกายคนอื่นได้รับอยู่แล้ว


    "ศิษย์เอ๋ย! เจ้าไม่ต้องทำท่าเหมือนกับลำบากใจขนาดนั้นหรอก!"


    "ที่จริงอาจารย์ก็ได้จัดเตรียมในส่วนของเจ้าไว้ให้แล้ว แต่อาจารย์ไม่เห็นเจ้ามาหาก็หลงคิดไปว่าเจ้ามีหนทางของตนเองอยู่แล้วเสียอีก!"


    เสิ้นจื่อเอ่ยออกไปพร้อมกับลอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่น อันที่จริงแล้วเขาได้เตรียมยาเพิ่มปราณไว้ให้กับลูกศิษย์ของเขาทั้งสามแล้ว ตั้งแต่ที่รู้ว่าจะมีการประลองเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า 


    "ขอบคุณในความเมตตาของท่านอาจารย์!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างนอบน้อม หลังจากได้รับยาเพิ่มปราณที่อัดแน่นอยู่ในขวดแก้วใสสองขวด


    "ข้าหวังว่าเจ้าจะมีชื่ออยู่บนกระดานจัดอันดับในการแข่งขันคราวนี้!"เสิ้นจื่อเอ่ยออกมาอย่างเป็นกันเอง


    "ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง


    "ดีๆ!"เสิ้นจื่อเอ่ยเพียงสั้นๆแต่น้ำเสียงเจือปนไปด้วยความดีใจ


    "ศิษย์ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากรบกวนท่านอาจารย์!"เทียนฉินเอ่ยออกมาเพื่อหวังสอบถามเกี่ยวกับสถานที่ที่ให้เขาได้ขัดเกลาเคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์นั่นเอง




    จบตอนที่ 55