"ตัวของเจ้าอสูรนี่มันช่างทนทายาดจริงๆ เลยนะ ข้าไม่คิดเลยว่าสัตว์อสูรอย่างเจ้าจะสามารถทนการโจมตีของข้าได้นานถึงเพียงนี้"
เยี่ยซุนพูดขึ้นพร้อมกับอมยิ้ม เขาค่อนข้างที่จะประทับใจกับเจ้าอสูรตัวนี้ นอกจากพละกำลังมหาศาลของมันแล้วความทนทานของมันนับว่าไม่เลวเลย
ตูม!!!
เป็นอสูรพยัคฆ์ที่กระโจนเข้าใส่เยี่ยซุนเมื่อรู้ตัวว่าการโจมตีของตนพลาดเป้า มันจึงรีบกระโจนถอยหลังก่อนจะแยกเขี้ยวพร้อมกับส่งเสียงคำรามในลำคอเข้าใส่เยี่ยซุนที่กลิ้งหลบไป
เยี่ยซุนที่ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล บัดนี้หอบหายใจอย่างหนังหน่วง การต่อสู้กับอสูรพยัคฆ์ตัวนี้กัดกินพละกำลังของเขาไปมหาศาล
"ขืนยังต่อสู้เช่นนี้ต่อไป มีหวังคงได้ไปเยี่ยมเยือนนรกเป็นแน่...เจ้าอสูรพยัคฆ์ตัวนี้ไม่มีท่าทีว่าจะเหนื่อยอ่อนบ้างเลยได้อย่างไร? เช่นนี้นับว่าเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว! " เยี่ยซุนบ่นออกมา
และดูเหมือนว่าเจ้าอสูรพยัคฆ์จะรับรู้ได้ถึงถ้อยคำประชดประชันเหล่านั้นมันพลันคำราม ก่อนที่จะกระโจนเข้ามาตะปบใส่เยี่ยซุนอีกครั้ง
เยี่ยซุนชิงจังหวะเลี่ยงการโจมตีเหล่านั้นก่อนที่หลบไปทางด้านซ้าย
"คิดหรือว่าแค่นี้...จะทำอะไรข้าได้ ช่างอ่อนหัด! "
ตูม!!!
ไม่ทันที่เยี่ยซุนจะพูดจบ เจ้าอสูรพยัคฆ์ก็สะบัดหางของมันสวนกับร่างของเยี่ยซุนที่พุ่งไปทางซ้ายอย่างพอดิบพอดี ร่างของเยี่ยซุนถูกฟาดจนกลิ้งไปตามพื้น เขากระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะฝืนใจกลืนลงไป
แม้ว่าหางของอสูรพยัคฆ์จะไม่ได้ดูร้ายกาจนัก แต่หากดูจากขนาดของตัวมันที่มีความสูงเกือบ 2 เมตรแล้ว หางของมันก็ไม่ต่างจากท่อนแขนอันกำยำของชายชาตรีคนหนึ่งเลยทีเดียว
"เจ้าเสือขี้โกง! มีพยัคฆ์ที่ไหนเขาใช้ห่างโจมตีกัน เจ้ามันเกิดมาเสียชาติพยัคฆ์จริงๆ ต้นตระกูลเจ้าจะต้องเสียใจที่มีลูกมีหลานเช่นเจ้า!!! "
เยี่ยซุนที่ตอนนี้ถูกความโกรธเข้าครอบงำก็ได้ตะโกนด่าทออสูรพยัคฆ์เสียงดังลั่น สภาพของเยี่ยซุนในตอนนี้ช่างดูแตกต่างจากมาดชายหนุ่มผู้เงียบขรึมเป็นอย่างมาก
เพราะภาพที่เห็นในตอนนี้มีแต่ภาพชายหนุ่มผมยาวเลือดร้อนผู้หนึ่งที่กำลังชี้กระบี่ไปทางอสูรพยัคฆ์พรางด่าทออย่างเมื่อรู้จักเหน็ดจักเหนื่อย
หลังจากด่าทอไปพอสมควร เยี่ยซุนก็เงียบเสียงลงและกล่าวขึ้นว่า
"ในทีแรกข้าก็คิดที่จะใจดี เอาซากของเจ้าไปต้มจนเนื้อมันเปื่อย จากนั้นก็นำกระดูกของเจ้ามาประกอบขึ้นใหม่ เจ้าจะได้โชว์ตัวอยู่ในห้องโถงเลิศหรู...แต่ตอนนี้ถ้าเปลี่ยนใจแล้ว...ข้า...จะจับเจ้าไปดอง! ดองพันปีเลยคอยดู! มา! เจ้าพยัคฆ์น้อย! มาให้ข้าจับดองยาซะดีดี"
เยี่ยซุนตะโกนออกไป ก่อนจะใช้มือซ้ายที่ว่างอยู่ หยิบไปที่ขวดยาในกระเป๋าข้างเอวจากนั้นจึงราดสิ่งที่อยู่ภายในลงบนกระบี่ของเขา
มันเป็นของเหลวสีเขียวกระจ่างใสเมื่อสะท้อนกับแสงแดดพลันเปล่งประกายแสงสีมรกตออกมาอย่างน่าประหลาดใจ
หากแม้แต่จะมีสีสันชวนมองถึงเพียงนั้น หากแต่กลับไร้ซึ่งกลิ่นอะไรออกมา ไร้กลิ่น! นิยามของพิษอันชั่วร้าย ยามที่เยี่ยซุนราดมันลงบนคมกระบี่ของเขา แววตานั้นช่างดูลึกล้ำอย่างน่าประหลาด
หากมีใครสักคนได้จ้องมองไปยังใบหน้าของเยี่ยซุนในยามนี้ คงบอกได้เพียงคำเดียวว่า'อัศจรรย์'เป็นความอัศจรรย์ที่จะไม่มีวันได้พบเห็น หากคนผู้หนึ่งมิได้หลงใหลในสิ่งที่ตนนั้นรัก ชนิดที่ว่ายอมตายเพื่อมัน
ดั่งเช่นในตอนนี้ เยี่ยซุนผู้ที่กำลังจ้องมองไปยังพิษเบื้องหน้าไม่ต่างจากการมองสตรีผู้เป็นที่รักของตน
เมื่อเห็นสิ่งที่เยี่ยซุนกำลังทำอสูรพยัคฆ์ก็รับรู้ได้ถึงความอันตรายได้โดยสัญชาตญาณของมันเอง มันพลันก้าวถอยหลังไปสองก้าวอย่างไม่ตั้งใจ
"เดิมที่ข้าคิดจะเก็บมันไว้เผื่อวันข้างหน้า ที่ข้าต้องพบเจอกับสิ่งที่คาดไม่ถึง ไม่คาดคิด ว่าวันนี้ข้าจะต้องใช้มันกับเจ้า...จงตาย อย่างทรมาน โทษฐานที่ทำให้ข้าโกรธ เจ้า จะต้องไม่ตายดี! "
ว่าแล้วเยี่ยซุนก็เดินเข้าไปอย่างไปหวาดกลัว เขาเดินเข้าไปที่ซึ่งๆ หน้ากับอสูรพยัคฆ์ใบหน้าเรียบเฉยเย็นยะเยือกอย่างถึงที่สุด ในแววตาบ่งบอกความก้าวร้าวอยู่อย่างชัดเจนเขากำลังของขู่พยัคฆ์ตัวนี่ให้กลัว
ตูม!!!
อสูรพยัคฆ์พลันฟาดกรงเล็บมาที่เยี่ยซุนอย่างรวดเร็ว เยี่ยซุนกระโดดหลบไปอีกทางก่อนที่จะรีบแทงกระบี่เข้าไปตรงข้างลำตัวของอสูรพยัคฆ์
อสูรพยัคฆ์พลันคำรามด้วยความเจ็บปวดมันรีบสะบัดตัว หวังให้กระบี่เล่มนั้นหลุดออกจากร่าง น่าเสียดายที่กระบี่ปักอยู่ลึกจนเกินไป ไม่ว่าอย่างไรมันย่อมไม่สามารถทำให้กระบี่หลุดออกมาได้โดยง่ายดาย เช่นการสะบัดออกมาเป็นแน่
" เจ้าอย่าคิดเลยว่าจะสามารถทำให้มันหลุดออกมาได้ ด้วยพิษที่ข้าใช้ มันมาจากอสูร อสรพิษมรกต เมื่อถูกพิษบาดแผลจะเกิดอาการหดตัวคล้ายการสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเจ้าจะค่อยๆ เหี่ยวแห้ง สิ่งที่รอเจ้าอยู่ คงมีเพียงความตายเท่านั้น"
เยี่ยซุนพูดขึ้นพร้อมกับใช้มือกุมไปที่บาดแผลจากกรงเล็บบริเวณไหล่ซ้ายของเขา