มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 128 สละแก่นโลหิตหลบหนี

            ".เจ้าหนุ่ม..เจ้ายังมีอะไรที่ยังปิดบังซ่อนเร้นไว้อีก..แต่ถึงแม้เจ้าจะเป็นราชันย์แล้วจะยังไง..ในเมื่อมาเจอกับข้าชะตากรรมของเจ้าก็มิอาจเปลี่ยนแปลงไปได้..!!"


           "ที่ผ่านมายังมิเคยมีราชันย์คนใดรอดพ้นจากเงื้อมมือข้า..เจ้าจงยอมสยบอย่างง่ายดายเสียเถอะ.."


           "พยัคฆ์เบญจอัสนีพันธนาการ..!!"


           สิ้นเสียงได้บังเกิดเป็นพยัคฆ์สีขาวที่ลำตัวล้อมรอบไปด้วยสายฟ้าสีขาวขนาดเท่าช้างศึกจำนวนถึงห้าตัวพุ่งโผนโจนทะยานเข้าล้อมรอบกังหลงจากห้าทิศทางพยัคฆ์แต่ละตัวอยู่ในระยะห่างเท่า ๆกันปลดปล่อยสายฟ้าสีขาวขนาดเท่าลำแขนเหมือนสายโซ่เชื่อมต่อกันเป็นตาข่ายกักขังกังหลงไว้ภายในตาข่ายสายฟ้าเกิดประกายแลบแปลบปลาบอยู่ตลอดเวลาดูน่าหวาดเสียวยิ่งได้หดเล็กเข้าไปอย่างช้าๆ ฟู่ดาซิงเห็นเช่นนั้นจึงหัวเราะดังสนั่นกล่าวขึ้นอย่างลำพอง

     

            "ฮ่า ฮ่า ฮ่า..เจ้ามิต้องดิ้นรนไป จงยอมสยบแต่โดยดีบอกเคล็ดลับวิชาท่าร่างและทักษะยุทธที่เจ้าใช้มาเจ้าจะได้มิต้องทรมานภายใต้กรงขังสายฟ้าของข้าภายใต้พยัคฆ์เบญจอัสนีพันธนาการของข้าแม้แต่ปราณครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิสงครามยังมิอาจหลุดรอดไปได้ "


            ฟู่ดาซิงมองดูบุรุษหนุ่มที่ถูกกักขังอยู่ภายในกรงสายฟ้า แม้อยู่ในสภาวะเช่นนี้แต่มิเห็นความตื่นตระหนกหรือความกระวนกระวายใจจากบุรุษหนุ่มอายุเยาว์แม้แต่น้อย บุรุษหนุ่มยังคงเศิลาบินลอยตัวอย่างสงบนิ่งภายในกรงขังคล้ายมิได้กังวลต่อกรงขังสายฟ้าแม้แต่น้อย


            สำรวจดูบุรุษหนุ่มไปมาด้วยอายุที่เยาว์วัยระดับความสำเร็จปัจจุบันที่มีหากสามารถเกลี้ยกล่อมให้เข้ามาอยู่ในกลุ่มพยัคฆ์โลหิต และส่งเสริมทั้งทรัพยากรและสิ่งจำเป็นอื่น ๆ ต่อไปเจ้าหนุ่มนี้ต้องเป็นมือไม่ชั้นเลิศให้แก่ตนในอนาคตอย่างมิต้องสงสัย จึงกล่าวขึ้น

            "อืม...ยังมีอีกวิธีหนึ่ง หากแม้นเจ้ายอมเข้าสังกัดกลุ่มพยัคโลหิต ยอมภักดีต่อข้ามาเป็นสมุนมือขวาของข้าแทนองค์ที่สิ้นชีพไป ข้าจะอภัยละเว้นชีวิตเจ้า ด้วยวัยและความสามารถของเจ้าขณนี้หากถูกกำจัดทิ้งคงจะน่าเสียดาย หากเจ้ามาอยู่กับข้าอย่างจงรักภักดี ในวันหน้าข้าจะส่งเสริมเจ้าจนเจ้ามีโอกาสก้าวหน้าเหนือล้ำกว่าข้าได้อย่างแน่นอน เป็นอย่างไรเจ้าสนใจรึไม่.?"


            กังหลงมิสนใจและมิตอบโต้อันใด สังเกตุถึงลักษณะท่าทางสายตาที่กลอกกลิ้งอยู่ตลอดเวลาทราบว่า ฟู่ดาซิงผู้นี้เป็นคนที่มิอาจเชื่อใจได้ เพื่อผลประโยชน์คนผู้นี้ยอมทำทุกอย่าง ตอนนี้คนผู้นี้คงเห็นคงเห็นศักยภาพและคำนึงถึงผลประโยชน์จากตัวเขาจึงคิดจะเกลี้ยกล่อมเข้าเป็นพวก  หากตนหมดประโยชน์เมื่อใดก็พร้อมที่จะกำจัดทิ้งได้ทุกเวลา จึงมิสนใจอันใดกับคำชักจูงเหล่านั้น


            พิจารณาสายฟ้าที่ล้อมรอบตนจากท่าพยัคฆ์เบญจอัสนีพันธนาการ สายฟ้าเหล่านี้มิได้สร้างแรงกดดันใดให้แก่ตนแม้แต่น้อย จึงยื่นมือออกไปสัมผัสโซ่สายฟ้าที่ล้อมรอบตนอยู่ ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสกับสายฟ้าฉับพลันตำแหน่งจักระธาตุสายฟ้าได้หมุนวนอย่างเร็วรี่เกิดเป็นหลุมดำดูดกลืนสายฟ้าที่ล้อมรอบตนอย่างรวดเร็วจนมิถึงสิบลมหายใจก็สลายหายวับไป

     

            "แว๊บบ..!!"

     

            "โอ๊ะ..พยัคฆ์เบญจอัสนีพันธนาการ..ถึงกับถูกทำลายไปอย่างง่ายดาย มิน่าเป็นไปได้..!! เจ้าหนุ่มดูท่าเจ้ามิเห็นโลงศพคงมิหลั่งน้ำตาแล้ว เจ้าอย่าโทษข้าก็แล้วกัน หากมิอาจนำมาใช้ประโยชน์ก็คงต้องกำจัดเพื่อมิให้เหลือเพทภัยไว้ในวันหน้า..!!"


            "พยัคฆ์อัสนีทะลายพิภพ..!!"

     

            บังเกิดพยัคฆ์สายฟ้าขนาดใหญ่หนึ่งคนโอบจากฟากฟ้าเหนือศีรษะฟู่ดาซิงขึ้นไปสองเชี๊ยะกางกรงเล็บอันแหลมคมขนาดใหญ่ที่มีประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบพุ่งเข้าหากังหลงในทันที


            พลังอันรุนแรงจากการโจมตีของระดับครึ่งก้าวสู่จักรพรรดิสงครามรุนแรงจนผู้อาวุโสทั้งสามต้องรีบนำพานงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์ถอยห่างออกไปจากรัศมีพลังอย่างรวดเร็ว กังหลงเมื่อเปิดเผยพลังพลันเกร็งพลังเพิ่มขึ้นอีกสองส่วนทุ่มเทใช้ท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยจนปรากฎเงาร่างวูบขึ้นจำนวนสี่ร่างเข้าต้านรับพลังโจมตีอันรุนแรงนี้ เกิดประกายสายฟ้าสีน้ำเงินขึ้นบนฝ่ามือ


            เมื่อสายฟ้าสีขาวพบเจอกับสายฟ้าสีน้ำเงินพลันมีอาการสั่นสะท้านดุจหนูเจอแมว สายฟ้าสีน้ำเงินกลับดึงดูดสายฟ้าสีขาวหายเข้าไปในฝ่ามือของกังหลงจนหมดสิ้นในทันที

     

            "โอ๊ะ..!!..สามารถแยกร่างได้ถึงสี่ร่าง..แล้วนี่มันพลังฝีมือชนิดใดกัน กลับสามารถดูดกลืนสายฟ้าจากท่าโจมตีพยัคฆ์อัสนีพิฆาตไปจนหมดสิ้นได้.."

     

            "เก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอย..อัสนีคำรณ....อัคคีโลกันต์..!!..จงมอดไหม้ไปซะ ..!!"


          "อัสนีคำรณ..!!"

     

            "โพล๊ะ..!!"

     

            "อัคคีโลกันต์..!!"

     

           ปัจจุบันกังหลงผู้ซึ่งเป็นเสมือนราชาของสายฟ้าทั้งปวงก่อนหน้านี้ได้ทดลองสัมผัสกับสายฟ้าจากท่วงท่าพยัคฆ์เบญจอัสนีพันธนาการตนสามารถต้านทานและดูดกลืนได้เมื่อต้องเผชิญกับท่าโจมตีที่มีสายฟ้าเช่นนี้อีกจึงมิอาจทำอันใดกับกังหลงได้ แถมยังถูกพลังสายฟ้าวายุดูดกลืนเข้าเป็นพลังส่วนหนึ่งของตนจนหมดสิ้น


            ผู้ซึ่งโดนดึงดูดพลังโจมตีไปย่อมต้องสูญเสียพลังปราณไปเกือบหมดสิ้นขณะนี้ฟู่ดาซิงสีหน้าจึงเริ่มซีดเผือด พลังถูกดูดกลืนไปจนเกือบหมดสิ้นเมื่อเห็นเช่นนั้นกังหลงจึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้สำแดงพลังทั้งหมดเพื่อกำจัดฟู่ดาซิงใช้ท่วงท่าอัสนีคำรณอาศัยพลังของสายฟ้าวายุทำลายโล่ห์พลังที่สร้างจากสายฟ้าจนแตกออกแล้วจู่โจมสัมทับด้วยท่วงท่าอัคคีโลกันต์เพื่อแผดเผาให้สิ้นซากแม้ฟู่ดาซิงพยายามจะสลัดให้หลุดจากพลังดึงดูดอันรุนแรงนี้แต่ก็มิอาจกระทำได้สายฟ้าวายุเป็นพลังข่มของสายฟ้าทั้งปวงหลังจากดึงดูดมินานก็ทำลายโล่ป้องกันจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ 

     

            สายฟ้าอื่นใดหรือจะริอาจเทียบเทียมกับสายฟ้าวายุได้ฟู่ดาซิงพลันเห็นชายหนุ่มตรงหน้าพลันสำแดงร่างออกถึงแปดร่างถึงกับตกใจอย่างถึงที่สุดที่บุรุษหนุ่มถึงกับมีท่าโจมตีด้วยพลังสายฟ้าเช่นกันแถมสายฟ้าจากบุรุษหนุ่มนี้สามารถทำลายโล่ห์พลังที่แข็งแกร่งอันเป็นที่ภาคภูมิใจของตนแตกสลายไปในเวลาเพียงไม่นาน แต่ละร่างพุ่งโผนโจนทะยานด้วยความรวดเร็วดุจประกายไฟ โจมตีด้วยฝ่ามือสายฟ้าและสัมทับด้วยฝ่ามืออัคคีอันร้อนแรงพลังกดดันอันหนักหน่วงรุนแรงจนยากจะทนทานได้

     

            ก่อนหน้านี้ฟู่ดาซิงเพียงเห็นบุรุษหนุ่มสำแดงร่างออกมาสี่ร่างโจมตีด้วยพลังอัคคีคิดว่าคงเป็นจุดสูงสุดของฝ่ายตรงข้ามแล้ว แต่บัดนี้กลับสามารถแยกร่างขึ้นมากกว่าเดิมอีกสองเท่าเป็นแปดร่างแถมยังโจมตีได้ด้วยพลังสายฟ้าที่รุนแรงกว่าพลังสายฟ้าของตนเสียอีกจนโลห์พลังที่ตนภาคภูมิใจว่าแข็งแกร่งจะหาใดเทียม ถึงกับแตกสลายสิ้นไปในเวลาไม่นาน


            บุรุษหนุ่มผู้นี้จะมีความสามารถอะไรที่นอกเหนือความคาดคิดของตนอีกมายมายเท่าใดกันนี่นับเป็นตัวประหลาดเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวและน่าหวาดหวั่นที่สุดเท่าที่ตนเคยพบเจอมาเพราะตนมิอาจคาดคำนวนได้ว่าคนผู้นี้จะมีความสามารถระดับใด มีความสามารถเพียงไหนกันแน่เสี้ยววินาทีของความคิดได้ผ่านวาบเข้ามาในสมอง..มีเพียงห้าคำเท่านั้น..!!

     

            "น่าสะพึงกลัวยิ่ง..!!"

     

            เมื่อโล่ห์พลังแตกสลายสิ้นหากแม้นฝ่ามืออัคคีจากทั้งแปดร่างจู่โจมโดนตนพร้อมกันมิอาจจะกล้าคาดคิดว่าตนเองจะมีโอกาสรอดไปได้ ยามพบเจอช่วงอันตรายขีดสุดนี้ด้วยประสบการณ์ฟู่ดาซิงจึงตัดสินใจสละแก่นโลหิตอันล้ำค่าเพื่อรักษาชีวิตรอดในทันทีพลังโจมตีจึงเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวอย่างกระทันหันและฟาดพลังทั้งหมดทุ่มเทสุดชีวิตเข้าต้านรับท่าโจมตีของชายหนุ่มแล้วถลันกายหมายหลบหนีไปในทั้นที

     

           "พรวด..!!"

     

           "พยัคฆ์สายฟ้าสลายวิญญาณ..!!"

     

           "เปรี้ยง..!!"

          

           "อ๊ากกกก.."

     

           "พรวด..!!"

     

           แต่ถึงแม้จะสละแก่นโลหิตจนพลังเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งเท่าตัวและทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อต้านทานและโจมตีกลับแต่ท่าโจมตีพยัคฆ์สายฟ้าสลายวิญญาณซึ่งเป็นพลังโจมตีธาตุสายฟ้าธรรมดาก็มิอาจมีอำนาจเหนือกว่าสายฟ้าวายุไปได้



     


    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน