บทที่ 51 ต้องทำให้เขาหมดหวัง
จิ่งเป่ยเฉินมองอันโหรว ส่วนหลินจือเสี่ยวก็มองจิ่งเป่ยเฉิน
หลินจือเสี่ยวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอรู้สึกว่าการส่งอันโหรวไปอยู่ในบริษัทจิ่งนั้น เหมือนกับการส่งกระต่ายเข้าไปในถ้ำหมาป่า
“ต่อไปนี้ เชิญรับฟังแผนงานโดยละเอียดของฉันค่ะ” อันโหรวดูมั่นใจมากในขณะที่เธอกำลังอธิบายแผนงาน ร่างกายของเธอดูมีชีวิตชีวา ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะมองข้ามใบหน้าที่ซีดเซียวและน้ำเสียงที่แหบแห้งของเธอ
เสียงปรบมือดังขึ้นในห้องประชุม เธอไม่ต้องการเสียงปรบมือ เพราะนี่เป็นแค่หน้าที่ของเธอเท่านั้น
ในขณะที่เธอมองไปรอบ ๆ ดวงตาของเธอก็สบเข้ากับดวงตาลึกล้ำคู่นั้นโดยไม่ตั้งใจ เธอจึงหันกลับไปอย่างไม่แสดงสีหน้า “ทุกคนมีคำถามหรือต้องการเสริมอะไรไหมคะ”
ฉิวซีก้มหน้าลงด้วยความโกรธ เธอไม่คิดว่าอันโหรวจะทำได้ดีขนาดนี้ แผนงานที่ทำมานั้นดีมาก แต่ถึงอย่างนั้นต่อให้แผนงานจะดีแค่ไหน ถ้าไม่สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นก็ไม่มีประโยชน์
“ถ้าไม่มีใครเสริมอะไร ก็ตกลงตามนี้” จิ่งเป่ยเฉินหันไปมองเหอเฉ่า “จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อคุณไปเรื่องสัญญาโดยละเอียด หวังว่าเราจะร่วมงานกันอย่างราบรื่น”
“ขอบคุณท่านประธานจิ่งที่ให้โอกาสฉันค่ะ” เหอเฉ่ารีบลุกขึ้นโค้งคำนับ
แต่จิ่งเป่ยเฉินไม่ได้มองเธออีก เขาลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินตรงออกไป
ทำให้อันโหรวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ผู้คนในห้องประชุมค่อย ๆ ทยอยกันออกไป ฉิวซีคิดจะเข้าไปหาเธอ แต่เมื่อเห็นเหอเฉ่าเดินเข้ามาหาอันโหรว เธอจึงจ้องมองอันโหรวด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวแล้วหันหลังกลับ
“คุณอัน ขอบคุณมากนะคะ ฉันจะไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” ชุดนี้แพงเกินไป เธอไม่ควรใส่มัน
อันโหรวที่กำลังเก็บของ เงยหน้าขึ้นมอง “สวยดีนะ เก็บไว้เถอะ หากมีงานเต้นรำที่มหาวิทยาลัย คุณก็ใส่ชุดนี้ได้”
“แต่ว่า...มันแพงเกินไป” ครอบครัวของเธอไม่ได้ร่ำรวย และแม่ของเธอก็ยังป่วยอยู่บนเตียง ถ้าเธอใส่ชุดราคาแพงแบบนี้ เพื่อนร่วมชั้นต้องนินทาเธอแน่ ๆ
“ถือว่าเป็นสวัสดิการจากบริษัทจิ่งแล้วกัน เชื่อฉันเถอะ จิ่งเป่ยเฉินไม่ขาดแคลนเงินหรอก แค่ชุดเดียวเขาก็ซื้อไหว” อันโหรวเก็บของของเธอเสร็จแล้ว “อีกไม่นานการถ่ายทำโฆษณาคงจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ คุณจำเวลาว่างไว้ให้ดีล่ะ ผู้กำกับและช่างภาพล้วนเป็นคนที่เก่งที่สุดในวงการ ดังนั้น พวกเขาอาจจะอารมณ์ไม่ดีและไม่รอคุณ”
นี่เป็นสิ่งที่เธอรู้มาตั้งแต่อยู่ต่างประเทศแล้ว เบื้องหน้าของดารานั้นดูสวยหรู แต่แท้จริงแล้วเบื้องหลังต่างหากคือคนที่ควบคุมทุกอย่าง
“ค่ะ ฉันเข้าใจ ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคะ คุณอัน” เหอเฉ่ายิ้มและออกไปกับเธอ
ทันทีที่อันโหรวกลับมาถึงที่ทำงาน เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากหมายเลขภายในของบริษัท แถมยังเป็นสายตรงจากประธานบริษัทอีกด้วย
จิ่งเป่ยเฉินว่างมากหรือไง?
“คุณจิ่ง มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เธอพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้ตัวเองสงบใจ
“เห็นว่าคุณทำผลงานได้ดี เย็นนี้ผมจะเลี้ยงข้าว แต่งตัวสวย ๆ มาล่ะ” จิ่งเป่ยเฉินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธ
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ว่าง”
“คุณพาลูกมาด้วยก็ได้ ผมไม่ว่าอะไร” จิ่งเป่ยเฉินยอมถอยหนึ่งก้าว เพราะรู้ว่าเธอกังวลเรื่องลูก
“ฉันไม่สะดวก ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ฉันวางสายเลยนะคะ” พูดจบเธอก็วางสายไปทันที
จิ่งเป่ยเฉินได้ยินเพียงเสียง ‘ตู๊ด ๆ ๆ’ ดังมาจากปลายสาย เขาได้แต่แค่นหัวเราะ ผู้หญิงคนนี้อยากให้เขาทำตัวเป็นสัตว์ป่าแต่ก็ไม่ยอมเปิดโอกาส
นึกว่าจับเธอไว้ในกำมือได้แล้ว แต่กลับพบว่าเธอยิ่งห่างออกไปทุกที
ไม่น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีนัก
เขาต้องหาวิธีจัดการเรื่องนี้ ดูเหมือนจิ่งเป่ยเฉินจะสนใจหน่วนหน่วนมาก ถึงแม้เขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมหน่วนหน่วนถึงมีผมทอง ตาสีฟ้า แต่ถ้าหากเขาได้เจอหยางหยาง ทุกอย่างก็จบสิ้น
จิ่งเป่ยเฉินนั้นเด็ดขาดและเอาแต่ใจมาโดยตลอด เขาจะต้องคว้าทุกอย่างที่เป็นของเขามาครอบครองอย่างแน่นอน
แย่แล้ว จะทำยังไงให้เขาหมดหวังได้นะ?
ตอนนี้วิธีเดียวที่อันโหรวคิดออกคือ ‘สามี’ ที่เธอพูดถึงอยู่เสมอแต่ไม่เคยปรากฏตัว ถ้าเธอทำแบบนี้ เขาน่าจะหมดหวังไปเอง
แต่จะไปหาคนแบบนั้นได้ที่ไหนกัน แถมยังต้องเป็นคนต่างชาติอีก
ช่างน่าหนักใจและน่าหงุดหงิดจริง ๆ! ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของอันโหรว ในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกงาน
เธอรีบออกจากออฟฟิศทันที เผื่อจิ่งเป่ยเฉินเกิดคลุ้มคลั่งมาหาเธอที่นี่ ไม่อย่างนั้นเธอก็จะหนีไม่พ้นอีก
เธอไม่อยากใช้ชีวิตหลังเลิกงานไปกับเขา คอยตามใจเขาตลอดเวลา เดี๋ยวก็ปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง เดี๋ยวก็ไปงานเต้นรำ เธอรู้สึกเบื่อมาก
เธอไม่รอหลินจือเสี่ยว รีบขึ้นแท็กซี่กลับบ้านทันที
พอเปิดประตูเข้าไปก็ถูกอันหน่วนโผเข้ากอด พร้อมกับเสียงหวาน ๆ ที่ดังขึ้นว่า “แม่!”
“เด็กดี แม่จะทำกับข้าวให้พวกลูกกิน แล้วรอป้าจือเสี่ยวกลับมาด้วยกันนะ โอเคไหม?” เธอโน้มหน้าลงจูบที่หน้าผากของลูกสาว จากนั้นก็ปิดประตู
แต่พอทำอาหารเย็นเสร็จ หลินจือเสี่ยวยังไม่กลับมา อันโหรวจึงต้องรีบโทรหาเธอเพื่อถามไถ่
ปลายสายดังอยู่หลายครั้งกว่าจะมีคนรับ เสียงของหลินจือเสี่ยวเบามาก “ฉันกำลังทำงานล่วงเวลา พวกเธอกินก่อนเลย ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน”
“คาดว่าคืนนี้คุณคงจะยุ่งมาก ให้เธอเอาข้าวมาส่งให้เถอะ” หลินจือเสี่ยวมองจิ่งเป่ยเฉินด้วยสีหน้าหวาดกลัว เขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมเธอไม่รู้เรื่องเลย
“คุณจิ่ง ฉันว่าไม่จำเป็นหรอกค่ะ สั่งอาหารเดลิเวอรี่มากินก็ได้” หลินจือเสี่ยวอยากจะปิดโทรศัพท์ไม่ให้อันโหรวได้ยินเสียงของจิ่งเป่ยเฉิน
“ตกลงตามนี้นะ พอดีผมก็ยังไม่ได้กิน ให้เธอเอามาส่งเพิ่มอีกที่ละกัน” พูดจบ จิ่งเป่ยเฉินก็หันหลังเดินจากไปด้วยท่าทางสบาย ๆ ดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งจะมาขอกินข้าวฟรีเลยสักนิด
หลินจือเสี่ยวกลืนน้ำกลืนลงคออย่างยากลำบาก เธอเอาโทรศัพท์กลับมาแนบหูด้วยสีหน้าเหมือนคนจะตาย “เธอได้ยินที่เขาพูดเมื่อกี้ไหม ฉันสาบานได้เลยว่าฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ”
อันโหรวตั้งใจฟังมาตลอด ไอ้คนเลวคนนั้นยังกล้าขอให้เธอเอาข้าวไปส่งให้อีก เขาเก่งนักไม่ใช่เหรอ ดื่มลมไปก็พอแล้ว จะกินอะไรนักหนา!
“ไม่เป็นไร ฉันดูแลหยางหยางกับหน่วนหน่วนกินข้าวก่อน เดี๋ยวฉันเอาไปให้พวกเธอเอง” เธอต้องควบคุมอารมณ์ไว้ ไม่ให้โกรธเด็ดขาด
“แม่ แม่จะเอาข้าวไปให้ป้าจือเสี่ยวเหรอครับ” อันหยางเงยหน้ามองเธอ เมื่อกี้เขาได้ยินคำว่า ‘พวกเธอ’ งั้นแสดงว่าไม่ได้มีแค่หลินจือเสี่ยวคนเดียว หรือว่าจะมีผู้ชายคนนั้นที่คิดไม่ดีกับแม่ของเขาอยู่ด้วย
“อืม อีกเดี๋ยวแม่ก็กลับมาแล้ว กินข้าวกันเร็ว” เธอคิดหาวิธีรับมือได้แล้ว
ขอให้คืนนี้ได้ผลทีเถอะ!
อันโหรวดูแลลูกน้อยสองคนของเธอที่บ้านเรียบร้อยแล้วก็หิ้วกล่องอาหารสองใบไปที่บริษัท มุ่งตรงไปยังชั้นสิบห้า ไปที่ออฟฟิศของหลินจือเสี่ยวก่อน
พอเธอก้าวเข้าไป หลินจือเสี่ยวก็รีบดึงเธอไว้ทันที “โหรวโหรว ทำยังไงดี ฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องไม่เป็นผลดีแน่ ๆ!”
สีหน้าของหลินจือเสี่ยวเต็มไปด้วยความกังวลอย่างที่สุด เธอแทบไม่ได้ทำงานอย่างจริงจังเลย “เธอไม่เห็นสีหน้าของคุณจิ่งตอนที่เธอเผลอหลับไปเหรอ ฉันรู้สึกได้เลยว่าเส้นเลือดของเขาน่าจะปูดออกมาแน่ ๆ ฉันเสี่ยงชีวิตตะโกนเรียกเธอเลยนะ”
ค่ำป่านนี้แล้ว คนในบริษัทก็แทบนับหัวได้ ถ้าจิ่งเป่ยเฉินจะทำอะไรอันโหรว เธอคงช่วยอะไรไม่ได้แน่!
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันคิดถึงวิธีรับมือไว้แล้ว” อันโหรวยื่นกล่องอาหารใบหนึ่งให้เธอ “อาจจะเป็นวิธีที่ทำให้เขาไม่มายุ่งกับฉันอีกเลยก็ได้”
“จริงเหรอ” หลินจือเสี่ยวถามอย่างกังวล
“แน่นอน กินเร็วเข้า ฉันไปก่อนนะ” พูดจบอันโหรวก็หันหลังกลับไป สมรภูมิที่แท้จริงของเธอยังรออยู่