ฉางเฟิงนั้นไม่คิดจะเข้าร่วมความขัดแย้งของโลกกระบี่ในตอนนี้หนึ่งเพราะตนเองยังอ่อนแอเกินไป สองกลัวว่าตัวตนจะถูกเปิดเผยซึ่งถ้าตัวตนของฉางเฟิงถูกเปิดเผยละก็รับลองได้ว่าคนในโลกกระบี่จะต้องมุ่งเป้ามาที่ตนแน่
หลังจากที่ฉางเฟิงให้คนของตนเองไปแลกศิลาเทพมาจนมากพอแล้วฉางเฟิงและซีรั่วหยานพร้อมกับคนอื่นๆก็ออกจากเมืองการค้าอย่างเงียบๆขณะที่พวกฉางเฟิงเดินทางออกไปเจ้าเมืองของเมืองการค้าก็รับรู้ได้แล้ว
“พวกเขาออกไปแล้วงั้นเหรอ”หญิงสาวกล่าว
“ท่านต้องการให้ข้าส่งคนติดตามไปหรือไม่”
“ไม่ต้องให้พวกเขาไปเถอะ ถึงอย่างไรสงครามอะไรพวกนั้นก็ไม่เกี่ยวกับพวกเราและเจ้าบอกให้คนของหอการค้าทั้งหมดห้ามเข้าร่วมสงครามอีกหากฝ่าฝืนใช้กฎสูงสุดของหอการค้าได้เลย”หญิงสาวกล่าว
“ขอรับนายหญิง”เจ้าเมืองกล่าว
พวกฉางเฟิงใช้เวลา1 เดือนในการซ่อนตัวและเดินทางอย่างช้าๆจนมาถึงประตูโบราณซึ่งตอนนี้มีกองกำลังของนิกายเทพกระบี่คอยปกป้องอยู่และทางเข้าประตูก็มีค่ายกลจำนวนมากถูกวางเอาไว้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาหวาดกลัวว่าโลกโกลาหลจะใช้โอกาสนี้ส่งคนมาสืบข้อมูลของโลกกระบี่
“พวกเราจะทำยังไงกับค่ายกล”ฉางเฟิงกล่าว
“ค่ายกลพวกนี้ไม่ได้ยากที่จะทำลายข้าแค่กังวลอย่างอื่น”ซีรั่วหยานกล่าว
“หรือว่ามีศัตรูแอบตามมา”ฉางเฟิงรู้สึกได้ถึงการจ้องมองแต่ไม่รู้ว่ามาจากใหน
“ใหนๆเจ้าก็มาแล้วใสหัวออกมาได้แล้ว” ซีรั่วหยานจ้องมองไปยังท้องฟ้า
“ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะสัมผัสถึงตัวตนของข้าได้”ชายชราคนหนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกมิติกลิ่นอายที่น่ากลัวของเขาทำให้ฉางเฟิงถึงกับถอยหลัง
“ระดับพระเจ้าบรรพบุรุษนิกายเทพกระบี่” ฉางเฟิงหรี่ตาลง
“ฮ่าฮ่า ถูกต้อง ข้าคือบรรพบุรุษนิกายเทพกระบี่และเป็นคนที่วางแผนเรื่องสระกระบี่อีกด้วยและต้องขอบใจพวกเจ้าที่ทำลายแผนของข้าจนพัง” บรรพบุรุษนิกายเทพกระบี่กล่าว
“แล้วทำไมจะมาล้างแค้นงั้นเหรอ” ซีรั่วหยานนางไม่ได้หวาดกลัวนางลอยตัวสูงขึ้นไปพร้อมกับกลิ่นอายที่น่ากลัวปรากฎบนร่างของนาง
“ปราณโกลาหลเป็นไปไม่ได้ทำไมถึงมีปราณโกลาหลปรากฎตัวขึ้นอีกไม่ใช่ว่าเผ่าภูติโกลาหลถูกทำลายล้างไปแล้วงั้นเหรอ”หญิงสาวที่มาจากวังสวรรค์ตกใจ
“เผ่าภูติโกลาหลดูเหมือนเจ้าจะแอบเข้ามาสืบข้อมูลของโลกกระบี่สินะ ดี ข้าได้ยินว่าวังสวรรค์กำลังต้องการตัวของเผ่าภูติถ้าข้าจับเจ้าได้ข้าจะต้องได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่จากวังสวรรค์แน่”
“อย่างเจ้าหนะเหรอเป็นแค่ระดับพระเจ้าขั้นต้นแต่คิดจะจับตัวข้า และที่สำคัญแม้จิตวิญญาณของโลกจะยินยอมให้เจ้าอยู่ที่นี่แต่มันไม่มีทางยินยอมให้เจ้าใช้พลังของระดับพระเจ้าอย่างเด็ดขาดไม่งั้นโลกนี้คงถูกทำลาย”ซีรั่วหยานเย้ยหยัน
“แล้วไงไม่จำเป็นต้องใช้พลังระดับพระเจ้าแค่เต๋ากระบี่ของข้าก็มากพอแล้ว”
บรรพบุรุษนิกายเทพกระบี่กระตุ้นเต๋ากระบี่ของตนสร้างการโจมตีกระบี่ที่แข็งแกร่งออกมากลิ่นอายกระบี่ที่ถูกสร้างออกมานั้นสามารถผ่าโลกใบหนึ่งได้เลยฉางเฟิงที่เห็นถึงกับต้องสั่นใหวอย่างรุนแรง
“คิดจะวัดกันด้วยเต๋างั้นเหรอเจ้าไม่คู่ควร” ซีรั่วหยายโบกมือ
เต๋าโกลาหลของนางพวยพุ่งขึ้นมากลายเป็นเขตแดนเข้าปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดในพริบตากระบี่ที่ถูกสร้างมาจากเต๋าสั่นไหวและแตกสลายลงเห็นได้ชัดว่าเต๋ากระบี่ของอีกฝ่ายไม่สามารถทนเต๋าโกลาหลของซีรั่วหยานได้
แน่นอนถ้าวัดกันด้วยเต๋าอีกฝ่ายไม่มีทางเทียบกับจ้าวจักรวาลได้อยู่แล้วแค่พระเจ้าขั้นต้นมีหรือจะเทียบกับผู้อยู่จุดสูงสุดอย่างซีรั่วหยานได้
“เป็นไปไม่ได้”บรรพบุรุษนิกายเทพกระบี่ตื่นตระหนกและถอยหลังออกไป
“ดูท่างานจะเข้าแล้วถ้างั้นเล่นงานจุดอ่อนก็แล้วกัน”ศิษย์ของวังสวรรค์พุ่งเข้าหาฉางเฟิงพร้อมกับยิ้มอย่างโหดเหี้ยม
“จักรพรรดิเทพขั้นที่8 งั้นเหรอ” ฉางเฟิงตกใจอีกฝ่ายแข็งแกร่งมากจริงๆและฉางเฟิงในตอนนี้ยากจะต่อสู้ได้
“ช่วงชิงชีวิต”ฉางเฟิงไม่รอช้าใช้งานเนตรแห่งชีวิตเพื่อทำให้อีกฝ่ายสับสนทันที
“อะไรกันพลังชีวิตของข้าหายไปเกือบร้อยปี บัดซบเจ้ากล้าทำร้ายข้า” ศิษย์ของวังสวรรค์โกรธมากและนำกระบี่เทพออกมา
“สังหาร”กระบี่เทพกลายเป็นมังกรเข้าโจมตีฉางเฟิง
“ไม่จำเป็นต้องปกปิดพลังสายเลือดแล้ว”ฉางเฟิงปลดผนึกพลังสายเลือดทำทันทีทำให้รูปร่างของฉางเฟิงกลับมาเหมือนเดิม
“เผ่าภูติอีกคนฮ่า ฮ่า ท่านอาจารย์จะต้องชอบแน่” ศิษย์ของวังสวรรค์ตื่นเต้นอย่างมาก
ฉางเฟิงรู้ดีว่าตนเองหนีไปไม่ได้แล้วเพราะพลังต่างกันเกินไปทำให้ฉางเฟิงตัดสินใจถ่วงเวลาอีกฝ่ายให้มากที่สุดโชคดีที่พลังจิตของฉางเฟิงมาถึงระดับเทพแล้วทำให้สามารถพอจะถ่วงเวลาอีกฝ่ายได้
“พลังจิตระดับเทพช่างน่าสนใจจริงๆไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ถ้าล้างสวรรค์และควบคุมเจ้าได้เจ้าจะต้องกลายเป็นทาสที่แข็งแกร่งมากแน่ๆ” ศิษย์ของวังสวรรค์ยิ่งตื่นเต้นเมื่อได้เห็นความสามารถของฉางเฟิง
“ฮ่าฮ่า ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าทรงพลังแบบนี้ได้ยังไงแต่ว่าดูเหมือนเจ้าเด็กนั่นคงทนได้อีกไม่นานแล้ว”บรรพบุรุษนิกายเทพกระบี่กล่าว
“สมกับเป็นวังสวรรค์ชอบทำตัวไร้ศักดิ์ศรีลังแกแต่คนอ่อนแอ” ซีรั่วหยานโบกมือปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งเข้าโจมตีศิษย์ของวังสวรรค์ทันที
“สู้กับข้าอยู่เจ้ายังคิดจะไปสนใจคนอื่นงั้นเหรอ”บรรพบุรุษป้องกันการโจมตีของซีรั่วหยานได้และสวนกลับทันที
“ใสหัวไป”ซีรั่วหยานเริ่มร้อนใจ
การจะเอาชนะอีกฝ่ายด้วยพลังของนางตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและการจะเข้าไปช่วยเหลือฉางเฟิงยิ่งยากขึ้นไปอีกทำให้นางร้อนใจอย่างมาก
“ฮ่าฮ่า ดิ้นรนเข้าไป กระจกตะวันฉาย” ศิษย์ของวังสวรรค์นำสมบัติระดับเทพออกมา
สมบัติชิ้นนี้เป็นกระจกบานหนึ่งแต่เมื่อมันถูกกระตุ้นลำแสงที่รุนแรงก็ถูกยิงออกมาใส่ฉางเฟิง
“แย่แล้ว”ฉางเฟิงตกใจ
ของเหลวศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นโล่ปกป้องฉางเฟิงทันทีแต่ถึงแบบนั้นพลังทำลายล้างก็ทำให้ฉางเฟิงกระเด็นออกไปพร้อมกับอวัยวะเสียหายอย่างหนัก
“อัก!!!!!”ฉางเฟิงกระอักเลือดออกมาพร้อมกับแขนข้างหนึ่งถูกทำลาย
“ยอดเยี่ยมเจ้าอย่าพึ่งตายละเพราะเจ้ายังมีประโยชน์ต่อวังสวรรค์มาก”ศิษย์ของวังสวรรค์กล่าว
“ข้าจะต้องรีบหาทางเข้าไปในประตูโบราณให้ได้เมื่อไม่มีข้ารั่วหยานจะได้มีสมาธิต่อสู้”ฉางเฟิงวางแผนทันที
แขนที่ขาดของฉางเฟิงถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในพริบตานี่ยิ่งทำให้ศิษย์ของวังสวรรค์สนใจและตื่นเต้น
“เจ้ามีพลังเพียงแค่นี้งั้นเหรอน่าขันจริงๆ”ฉางเฟิงมองไปอีกฝ่ายและยั่วยุออกมาก่อนที่ตนเองจะคอยๆถอยไปยังทางเข้าประตูโบราณที่มีค่ายกลจำนวนมากวางเอาไว้