003 ทัณฑ์ที่ต้องรับ
ร่างเล็กบางนั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนเตียงนอนในห้อง ใบหน้ารูปหัวใจซีดเผือดเหมือนกระดาษบริเวณรอบดวงตากลมโตดำคล้ำและลึกโบ๋ลงไป เพราะนอนไม่หลับฉ่ำน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสายริมฝีปากสีซีดสั่นระริกจนต้องขบกัดเอาไว้ ผมเผ้ายุ่งเหยิงระเต็มใบหน้าและแผ่นหลังพันจนไม่เป็ทรงก่นพูดกับตัวเองตลอดเวลาว่าไม่! ไม่และไม่! ด้วยความใ ประหวั่นพรั่นพรึงและขลาดกลัวในสิ่งที่ได้ทำลงไป
“ไม่! ไม่จริง! ฉันไม่ได้ทำ แม่ขา...ผึ้งไม่ได้ตั้งใจนะคะ พี่สองผึ้งไม่ได้ตั้งใจ”
ใบหน้ารูปหัวใจสะบัดใบมาไล่ภาพร่างของนิศามณีที่ถูกอัดก๊อบปี้ติดกับพวงมาลัยรถใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเืที่ไหลออกมาจากทุกทิศทุกทาง เืสีแดงที่ไหลลงบนหิมะสีขาวติดตาจนเธอหลับตาลงไม่ได้ไหนจะสายตาของทุกคนที่อยู่รายรอบมองมาอย่างสมเพชเวทนาและประมาณหยามเหยียดว่าเป็ฆาตกร!
“ไม่นะคะแม่หนูไม่ได้ตั้งใจ แม่เชื่อหนูนะคะ”
แม้กระทั่งแม่ก็ยังมองเธออย่างแทบไม่เชื่อสายตาว่าลูกสาวที่อ่อนแอและใสซื่อจะใจเหี้ยมโหดกล้าขับรถไปชนรถคนอื่นได้หน้าตาเฉยบนใบหน้าและสายตาของแม่เต็มไปด้วยความปวดร้าวและผิดหวังที่มองมาเหมือนกับก้อนหินขนาดใหญ่ที่ทุ่มลงไปอัดลงไปในทรวงจนอึดอัดหายใจไม่ออก
“เธอ...เธอมันฆาตกรผู้หญิงใจร้าย ถ้ามุกเป็อะไรไป ฉันจะเอาเธอเข้าคุก”
เสียงแข็งกร้าวและดุร้ายของศรวัณที่ประณามอย่างไม่แม้แต่จะมองหน้าเมื่อไหร่ที่เขามองมา เธอก็ยิ่งสะดุ้ง ตัวสั่นและเย็นเยียบไปทั่วร่างเพราะสายตาที่เต็มไปด้วยโทสะอันรุนแรง ความห่างเหิน เ็า เหยียดหยามและเคียดแค้น
“ฆาตกร! ฆาตกร!”
“ไม่...ไม่จริง อือๆ ”สองมือเล็กยกขึ้นปิดใบหู พลางะโกลบเสียงที่ดังลั่นก้อนในหู
“ไม่! ผึ้งไม่ได้เป็ฆาตกรนะแม่ แม่ต้องเชื่อผึ้งนะ ผึ้งไม่ได้้าให้เื่มันเป็แบบนี้แม่ต้องเชื่อผึ้งนะ พี่สองผึ้งไม่ได้ตั้งใจนะคะ พี่สองเชื่อผึ้งนะคุณมุก...ผึ้งขอโทษ”
มณีมณฑ์ร้องไห้คร่ำครวญด้วยร่างกายที่สั่นเทาสองแขนเรียวโอบรอบขาที่งอขึ้นมาเหมือนเป็กลไกปกป้องกันตัวเองจากความเ็ปและหวาดกลัวที่เกิดขึ้นด้วยคุมสติเอาไว้ไม่ได้ภาพที่เห็น คำพูดที่ได้ยินเป็คนมีดคมๆที่ทุกคนกรีดบนหัวใจที่มันกำลังเต้นอย่างอ่อนล้า
ไม่ใช่...เธอไม่ได้เป็ฆาตกรไม่ได้ตั้งใจฆ่าผู้หญิงคนนั้นสักหน่อยแค่จะข่มขู่เพื่อให้ล้มเลิกที่จะแต่งงานกับศรวัณเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเื่มันจะไม่เป็อย่างที่คิดกลายเป็เธอทำร้ายอีกฝ่ายจนาเ็สาหัส
แม้ตอนแรกเธอจะตั้งใจขับรถไปหานิศามณีเมื่อใกล้ถึงก็จะรีบหักพวงมาลัยออกไป แต่เพราะเธอขับรถไม่เก่งและมือที่สั่น บวกกับความขลาดกลัวที่มีทำให้ทำตามแผนการที่วางไว้ไม่ได้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้คิดแบบนั้นแม้ว่าเธอจะะโบอกให้รู้ แต่อีกฝ่ายกลับขับสวนกลับมาอย่างรวดเร็ว
รถที่เธอขับกระแทกเข้ากับอะไรก็ไม่รู้ทำให้ส่ายไปมาเหมือนกับงูเลื้อย เท้าที่ควรจะเหยียบเบรกกลับเหยียบเอาคันเร่งทำให้รถพุ่งเข้าชนต้นไม้ข้างทางดังปังใหญ่ร่างโชกเืของนิศามณีถูกงัดออกจากรถและถูกนำส่งโรงพยาบาลโดยความช่วยเหลือของเ้าหน้าที่และศรวัณที่หันมาะโด่าเธอเหมือนกับคนบ้าจนถึงวันนี้เป็วันที่สามแล้วแต่หญิงสาวก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นขึ้นมาบอกความจริงกับทุกคนว่าเธอไม่ได้ทำ
มณีมณฑ์พยายามหาเหตุผลมาลบล้างแต่ก็ไม่มีใครฟัง คำพูดและสายตาของศรวัณที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นฝังอยู่ในความนึกคิดทำยังไงก็สลัดมันออกไม่ได้เลย
“ไหน...ผู้หญิงคนนั้นอยู่ไหนยายฆาตกรอยู่ไหน”
เสียงะโทั้งแหบห้าวและแข็งกระด้างไม่คุ้นเคยที่ดังมาจากด้านล่างยังไม่อาจเรียกความสนใจของมณีมณฑ์ได้แต่เธอก็ลุกขึ้นจากเตียงนอน แต่ไม่ใช่ไปเปิดประตูห้องลงไปดูแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เพราะคิดว่าอีกเดียวแน่งน้อยคงจะไปจัดการสอบถามและไล่ออกไปเองแต่มณีมณฑ์ลืมไปว่า แม่ทนรอฟังข่าวอยู่ที่บ้านไม่ได้ เลยพาแน่งน้อยไปเฝ้ารอฝังข่าวของนิศามณีที่โรงพยาบาลแทนด้วยเป็ห่วงว่าลูกสาวอย่างเธอที่อาจจะต้องติดคุกติดตะรางในข้อหาขับรถโดยประมาททำให้บุคคลคนอื่นาเ็หรือเสียชีวิต
มณีมณฑ์นั่งซึมอยู่บนเตียงกายบอบบางเต็มไปด้วยเหงื่อ จนเธอคิดว่าถ้าได้ชำระล้างร่างกายเสียหน่อย คงจะทำให้อาการร้อนอกร้อนใจที่เป็อยู่ดีขึ้นเธอจะได้ลืมเรืองร้ายที่เกิดขึ้นเสียที
แม้ว่าระยะทางจากเตียงกับห้องน้ำเพียงแค่สี่ห้าก้าวก็ถึงแต่มณีมณฑ์กลับคิดว่ามันช่างไกลเหลือเกิน ขาเธออ่อนแรงจนเดินไปแทบจะไม่ถึงแต่เพียงแค่ยื่นมือไปจับประตูห้องน้ำเท่านั้น ประตูห้องก็เปิดออกมา
ปัง!
ถึงตอนนี้ในหัวจะว่างเปล่าไปหมดแต่เสียงที่ดังมาก็ทำให้มณีมณฑ์ใจนสะดุ้งใบหน้าขาวซีดเผือดคล้ายกับซากศพหันไปยังที่มาของเสียงในทันที
เพราะสติเธอยังไม่เต็มร้อยจึงได้แต่ยืนมองคนที่เดินข้ามาในห้องนอนของตัวเองด้วยความงุนงง เพราะในหัวคิดว่าศรวัณอาจจะพาตำรวจเข้ามาจับเธอไปเขาคุกอย่างที่เขาเคยขู่ไว้
สองหนุ่มสาวยืนสบตากันคนหนึ่งเหม่อลอยและเซื่องซึม ส่วนอีกคนเต็มไปด้วยโทสะ รังเกียจ เคียดแค้น ชิงชัง
“เธอนี่เอง”
เสียงห้าวดุกร้าวราวกับเสือคำรามดังมาทำให้มณีมณฑ์ได้สติ
“คุณเป็ใคร เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง?”ถ้าเป็ก่อนหน้าที่จะเกิดเื่ เธอคงจะถามด้วยความใ แต่ในตอนนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้เธอใและปวดร้าวไปได้มากกว่าสายตาของศรวัณและครอบครัวรวมไปถึงสายตาผิดหวังของแม่ คำพูดที่ถามออกไปจึงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก
“นี่เหรอหน้าตายายผู้หญิงร่าน อยากมีผัวจนตัวสั่น จนถึงกับทำร้ายผู้หญิงอีกคน”
คนที่เข้ามาในห้องนอนเธอโดยไม่ขออนุญาตเอ่ยขึ้นดวงตาคมกริมสีสนิมไล่มองเรือนร่างเล็กบอบบางั้แ่ปลายเท้าไล่ขึ้นไปทีละน้อยก่อนจะหยุดจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตอย่างเคียดแค้นชิงชัง รังเกียจและเหยียดหยาม ใบหน้าคร้ามแสยะยิ้มเหมือนกับพญามัจจุราชจากขุมนรกที่ขึ้นเมื่อเพื่อลากิญญาร้ายอย่างเธอไปกักขังเอาไว้ไม่ให้ผุดให้เกิด
“หน้าตาก็สวยดีอยู่หรอกนะแต่ทำไมใจร้ายนักก็ไม่รู้”
ทั้งสายตาและน้ำเสียงิ่แคลนดูถูกหยามเหยียดดังมาจากชายร่างใหญ่และอีกสองคนที่เดินตามติดมา ใบหน้าแต่ละคนรกครึ้มไปด้วยหนวดและเคราเหมือนกับคนเถื่อนที่ผุดมามาจากขั้วโลกเริ่มทำให้มณีมณฑ์ผวา
แต่อะไรไม่ทำให้มณีมณฑ์กลัวได้เท่ากับไอโกรธเกลียดและเคียดแค้นที่มันแผ่กระจายมาเหมือนรังสีตรงเข้าโอบร่างกายเธอจนเย็นเยียบั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าเลย แม้ปากและใจจะบอกว่าไม่กลัวและไม่คิดจะสนใจอีกฝ่ายแต่ก็เผลอก้าวเท้าถอยไปด้านหลังอย่างไม่ทันจะรู้ตัว
“พวกคุณเป็ใครเข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง พี่น้อย...พี่น้อย เรียกตำรวจเร็วพี่ มีคนบุกรุกบ้านเรา”
ชายหนุ่มยกมุมปากเล็กน้อย
“ฉันเป็ใครหรือ...?”
ชายคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดเป็คนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นก่อนจะหันไปมองอีกสองคนที่ตามติด คิ้วคมเข้มเลิกขึ้นสูง ก่อนจะหันใบหน้ากลับมาดวงตาจับจ้องอยู่ที่ร่างเล็กบางเหมือนกับราชสีห์จ้องตะครุบเหยื่อขณะเดินเข้าหาผู้เป็เ้าของห้องอย่างเชื่องช้า
“เป็คนที่จะพาเธอไปทัวร์ขุมนรกทั้งที่มีลมหายใจไงยายโรคจิตยายผู้หญิงใจดำอมหิต” ชายหนุ่มทรุดนั่งลงบนเตียงนอนขนาดสามฟุตครึ่งที่ตอนนี้ผ้านวมส่วนหนึ่งไปกองอยู่ที่หัวเตียงกับผ้าปูที่ยับย่นจนชายบางส่วนหลุดออกจากมุม
มณีมณฑ์เพิ่งจะรับรู้ว่าตอนนี้มีภัยมาถึงตัวก็เมื่อตีความหมายในคำพูดนั้นเข้าใจความหวาดกลัวตีขึ้นจนมือเท้าเย็นจัด อีกทั้งกายก็สั่นสะท้านหากก็คิดไม่ออกว่าจะทำยังไงดี คงได้แต่มองร่างหนาใหญ่ที่นั่งเด่นเป็สง่าอยู่บนเตียงนอนของตัวเองเตียงที่เธอล้มตัวลงนอนแล้วยังรู้สึกเหมือนกับห้องทั้งห้องเป็โลกที่กว้างใหญ่แต่พอมีผู้ชายคนนี้อยู่ กลับเป็เหมือนช้างนั่งทับรถจักรยานที่พร้อมจะหักงอไปในพริบตา
“นึกว่าจะใจกล้าหน้าด้านกว่านี้ที่จริงก็กลัวเป็กับเขาเหมือนกัน แต่ก็น่ากลัวอยู่หรอกนะ ไปทำเอาคนอื่นเกือบจะตายป่านนี้ก็ยังไม่ฟื้นเลยนี่”
มันเป็เสียงที่ดังมาจากหนึ่งในสองคนที่ยืนจ้องเหมือนกับเธอเป็เศษขยะเน่าเหม็นที่เธอได้แต่สงสัย คนพวกนี้เป็ใคร โกรธเกลียดเธอเื่อะไรกันแน่ ทำไมถึงได้แสดงอาการรังเกียจเกลียดชังเธอถึงขนาดนี้
เท่าที่จำได้เธอไม่เคยเจอคนพวกนี้มาก่อน เพราะชีวิตที่มีก็วนเวียนอยู่แต่บ้านโรงเรียนและโรงพยาบาลที่เหมือนจะเป็บ้านหลังที่สอง มณีมณฑ์เหลียวไปมองร่างหนาใหญ่ที่ดูเหมือนกับจะเป็นายของอีกสองคน
“ฉันไม่สนใจว่าพวกคุณเป็ใครมาที่นี่เพราะ้าอะไร แต่เชิญออกไปจากบ้านฉัน ก่อนที่ฉันจะเรียกตำรวจ”หญิงสาวขู่เสียงสั่น
“เรียกตำรวจ”
คำพูดของเธอกลับทำให้คนที่บุกรุกหันมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะเสียงดังลั่นราวกับได้ยินเื่ตลกโปกฮา
“เรียกมาจับใครพวกฉันหรือ...หรือว่าจับเธอกันแน่ละ ยายฆาตกร” น้ำเสียงเข้มห้าวเน้นหนักในทำลงท้าย
“ไม่จริง! ฉันไม่ใช่ฆาตกร” มณีมณฑ์เถียงเสียงสั่นปากสั่นมือเรียวยกขึ้นชี้หน้าแต่ละคน “ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ตาย พวกคุณอย่ามาโยนขี้ใส่ฉันนะ”
“อ้าว! เหรอ” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ลากเสียงยาวที่ทั้งเย็นและกร้าวแข็ง
มณีมณฑ์ไม่ทันจะได้ตั้งตัวชายร่างใหญ่ก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมาหยุดยืนตรงหน้าเขาจับสองมือเรียวไปตรึงไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะดันร่างเล็กจนลอยขึ้นเหนือพื้นพลางแทรก ขาแข็งแกร่งระหว่างขาเล็กเรียว
เสียงหัวเราะที่ดังอยู่ใกล้หูมือที่แข็งราวกับคีมเหล็กบีบคางมนจนมณีมณฑ์รู้สึกเหมือนกับว่ากระดูกกระเดี้ยวแทบจะหักคำพูดที่จะบอกให้อีกฝ่ายปล่อยตัวเธอเสียก็พูดไม่ได้คงจะมีเพียงแค่น้ำตาที่ไหลซึมเพราะความเจ็บและกลัว
ผู้ชายคนนี้เป็ใครกันแน่ ทำไมถึงได้กล้าบุกรุกบ้านของคนอื่นและขู่เ้าของบ้านแบบนี้กันแน่
‘พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยด้วยผึ้งกลัว’
“ถึงเธอจะไม่ใช่ฆาตกรในตอนนี้เพราะผู้หญิงคนนั้นยังไม่ตายก็จริงแต่โทษของเธอที่ทำให้ผู้หญิงคนนั้นาเ็ก็ยังมีอยู่ เธอต้องชดใช้อย่างสาสม!”
เสียงแข็งกร้าวที่ดังทะลุโสตประสาททำให้มณีมณฑ์ถึงกับตัวเย็นะเื เริ่มโหวงเหวงในอก หายใจแ่เบา เมื่อมือหยาบกระด้างัักับผิวเนื้อนวนเนียน
“อือ...อือ...”(พวกแกเป็ใคร เป็อะไรกับผู้หญิงคนนั้น ปล่อยฉันนะไอ้บ้า) ”