ควันที่ลอยกรุ่นขึ้นจากอ่างไม้จันทน์หอมที่โรยด้วยกลีบดอกไม้หลากสีไม่ได้ช่วยให้จิตใจของ เม่ยเหลียน สงบลงได้เลย น้ำอุ่นที่โอบอุ้มร่างกายของนางไว้นั้นช่างแตกต่างจากััที่หยาบกร้านทว่ารุ่มร้อนของอาซานที่ยังคงประทับแน่นอยู่ในความทรงจำ ทุกครั้งที่น้ำอุ่นััลงบนรอยแดงจางๆ ที่ซอกคอและเนินอก นางจะรู้สึกวูบวาบราวกับเปลวไฟที่ยังไม่มอดดับ ความเ็ปเล็กน้อยที่กึ่งกลางกายาสาวเตือนให้นางรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ใช่เพียงความฝัน แต่มันคือการทรยศที่แสนหวานที่สุดเท่าที่สตรีคนหนึ่งจะพึงกระทำได้
นางหลับตาลงพรางนึกถึงภาพของ แม่ทัพเฉินหยาง ผู้เป็สามี แววตาของเขาที่มองนางด้วยความชิงชังในคืนเข้าหอช่างตรงข้ามกับแววตากระหายรักของพรานหนุ่มอย่างสิ้นเชิง ความเ็าของสามีคือสิ่งที่ผลักให้นางก้าวเข้าสู่เงามืด และบัดนี้เงามืดนั้นกลับกลายเป็พื้นที่เดียวที่นางรู้สึกว่าตนเองมีตัวตน
"ฮูหยิน... อนุชิงขอเข้าพบเ้าค่ะ" เสียงของสาวใช้คนสนิทที่หน้าห้องทำให้นางต้องลืมตาขึ้น แววตาที่เคยอ่อนไหวพลันเปลี่ยนเป็นิ่งสงบและเ็าเยี่ยงน้ำแข็ง
"ให้นางเข้ามา" เม่ยเหลียนสั่งพลางหยิบผ้าเช็ดตัวมาคลุมกายอย่างมิดชิด นางรู้ดีว่าการมาของอนุชิงในเช้านี้ไม่ใช่เพื่อคารวะตามธรรมเนียม แต่เป็การมาเพื่อ "ส่องสำรวจ" และเยาะเย้ยความพ่ายแพ้ของเมียเอกที่สามีไม่เหลียวแล
เมื่อ อนุชิง ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นแป้งร่ำที่ฉุนกะทัดรัดก็โชยมาปะทะจมูก นางเดินกรีดกรายเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เสแสร้ง แววตาคู่นั้นพยายามกวาดมองไปทั่วเรือนร่างของเม่ยเหลียนเพื่อหาจุดบกพร่อง "ท่านพี่เม่ยเหลียน... เมื่อคืนท่านพี่เฉินหยางอยู่กับข้าทั้งคืนจนเกือบแจ้ง ข้าจึงเกรงว่าท่านจะเหงาปนเศร้าใจ เลยรีบนำน้ำแกงบำรุงมาให้เ้าค่ะ"
เม่ยเหลียนยิ้มที่มุมปากเบาๆ นางก้าวออกจากอ่างน้ำด้วยท่าทีที่สง่างามโดยไม่แสดงอาการสะทกสะท้าน "ลำบากเ้าแล้วอนุชิง แต่ดูท่าทางเ้าจะเหนื่อยกว่าข้านะ รอยคล้ำใต้ตาของเ้าบ่งบอกว่าเมื่อคืนท่านพี่คงจะ 'ใช้งาน' เ้าหนักไปเสียหน่อย แต่เสียดายที่เขาคงลืมไปว่ารสชาติที่ซ้ำซากมักจะจืดจางได้ง่ายกว่าที่คิด"
คำพูดของเม่ยเหลียนทำให้อนุชิงชะงัก รอยยิ้มบนหน้าเริ่มบิดเบี้ยว "ท่านพี่หมายความว่าอย่างไรเ้าคะ?"
"ข้าหมายความว่า... ความสดใหม่มักจะน่าตื่นเต้นกว่าของตายในพานเสมอ" เม่ยเหลียนเดินเข้าไปใกล้ แล้วแสร้งทำเป็จัดอาภรณ์ให้อีกฝ่าย ทว่าในใจนางกลับสะใจที่เห็นความมั่นใจของอนุชิงเริ่มสั่นคลอน นางเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้ "มารยา" และความเงียบเป็อาวุธในการปกป้องเกียรติของตนเอง
หลังจากไล่อนุชิงกลับไป เม่ยเหลียนก็นั่งลงที่โต๊ะเครื่องแป้ง นางมองดูจี้หยกที่ตกอยู่บนพื้นห้อง มันคือจี้หยกเรียบๆ ที่ไม่มีลวดลายวิจิตรบรรจง แต่นางจำได้แม่นว่ามันคือของที่นางหยิบติดมือมาจากกระท่อมของอาซานเมื่อเช้า นางลูบไล้ผิวหยกที่เย็นเยียบ ทว่าความทรงจำที่ผูกพันกับมันกลับร้อนระอุ
ในขณะเดียวกัน ที่ป่าลึกท้ายจวน อาซาน กำลังยืนจ้องมองไปยังทิศทางของจวนแม่ทัพ เขาสวมเพียงกางเกงผ้าเนื้อหยาบเผยให้เห็นแผ่นอกที่กว้างขวางและรอยแผลเป็ที่พาดผ่านไหล่หนา รอยแผลเ่าั้ไม่ใช่รอยที่เกิดจากการสู้กับสัตว์ป่า แต่มันคือรอยจาก "คมดาบ" ของทหารหลวง เขาไม่ได้เป็เพียงพรานป่าธรรมดาอย่างที่เม่ยเหลียนเข้าใจ แต่เขาคืออดีตนายกองที่ถูกเฉินหยางใส่ร้ายจนต้องหนีตายมากบดานอยู่ในเงามืด
อาซานหยิบจดหมายลับฉบับหนึ่งออกมาจากกระบอกไม้ไผ่ เนื้อความในนั้นระบุถึงแผนการส่งเสบียงของกองทัพแม่ทัพเฉินหยาง "ในเมื่อเ้าทำลายชีวิตข้า ข้าก็จะทำลายทุกอย่างที่เ้ารัก... เริ่มจากเมียเอกที่เ้าไม่เคยใยดีคนนี้แหละเฉินหยาง" เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นทว่ามีความโปรยปรายของอารมณ์เสน่หาที่เขามีต่อเม่ยเหลียนเจือปนอยู่
ความรู้สึกที่เขามีต่อนางเริ่มซับซ้อนขึ้น มันไม่ใช่แค่การใช้ร่างกายของนางเป็เครื่องมือในการแก้แค้น แต่เขากลับเริ่มหลงใหลในกลิ่นอายความเศร้าที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของนาง ความร้อนแรงที่ทั้งคู่แลกเปลี่ยนกันเมื่อคืนคือ "การสื่อสารทางจิติญญา" ที่เขาไม่เคยพบจากสตรีใดมาก่อน
กลับมาที่จวน ยามบ่ายที่เงียบสงบ แม่ทัพเฉินหยาง นั่งอยู่ในห้องตำราด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขารู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรงเมื่อนึกถึงแววตาที่เปลี่ยนไปของเม่ยเหลียนในเช้านี้ นางดู "อิ่มเอม" และ "เย่อหยิ่ง" จนผิดสังเกต เขาสั่งให้องครักษ์เงาลอบติดตามนางอย่างใกล้ชิด เพราะความสงสัยที่ว่าเมียเอกของตนอาจกำลังมี "ความลับ" บางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
"ท่านแม่ทัพเ้าคะ ท่านพี่เม่ยเหลียนดูแปลกไปจริงๆ นะเ้าคะ เมื่อเช้านางพูดจาแปลกๆ กับข้า ราวกับว่านางกำลังมีชายอื่นมาให้ความสนใจ" อนุชิงลอบเข้ามาเติมเชื้อไฟด้วยความอิจฉา
เฉินหยางทุบโต๊ะดังสนั่น "หากนางกล้าทำเช่นนั้นจริง ข้าจะขยี้ทั้งนางและชู้ของนางให้แหลกคามือ!" แม้เขาจะไม่รักนาง แต่กามารมณ์และการคือสิ่งที่ชายผู้มีอำนาจอย่างเขายอมเสียไม่ได้ ความรู้สึกการถูกสวมเขาหรือการถูกลบหลู่เกียรติในฐานะสามีเริ่มกัดกินใจเขา
ตกค่ำ เม่ยเหลียนแสร้งทำเป็เข้านอนเร็ว นางดับเทียนในห้องจนมืดมิด รอคอยจนกระทั่งเสียงในจวนเงียบสงบลง นางหยิบชุดสีดำทะมัดทะแมงที่ซ่อนไว้มาสวมใส่ แล้วลอบออกจากจวนทางประตูลับเดิมที่นางพบ ทุกก้าวย่างของนางเต็มไปด้วยความเสี่ยง ทว่าความเสียวซ่านจากการกระทำที่ผิดกฎเกณฑ์กลับเป็แรงผลักดันชั้นดี
เมื่อนางมาถึงกระท่อมกลางป่า อาซานกำลังรออยู่อย่างเงียบเชียบในเงามืด ทันทีที่นางก้าวเข้าไปในอ้อมแขนของเขา พลังงานดิบเถื่อนก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง "ข้าคิดว่าท่านจะไม่มาเสียแล้ว ฮูหยินเอก" เขากระซิบชิดใบหูพรางใช้ลิ้นละเลียดขบเม้มติ่งหูของนางเบาๆ
"ข้าขาดท่านไม่ได้... อาซาน มอบความร้อนแรงที่ข้าโหยหาให้ข้าที" เม่ยเหลียนตอบสนองด้วยการโอบรอบคอเขาพรางบดเบียดเรือนกายเข้าหาอกแกร่ง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนนี้ไม่ใช่เพียงการนอกใจเพื่อแก้แค้น แต่มันเริ่มกลายเป็ "ความเสพติด" ที่ยากจะถอนตัว
ในเงามืดนอกกระท่อม องครักษ์เงาของเฉินหยางซุ่มมองอยู่ด้วยความตระหนก เขาเห็นทุกการกระทำและได้ยินทุกเสียงครางรัญจวนที่เล็ดลอดออกมาจากกระท่อมไม้ไผ่หลังนั้น... ความลับที่แสนจะอันตรายกำลังจะถูกนำกลับไปรายงานยังท่านแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดในไม่ช้า