แม้จะยืนห่างออกมาสองจั้งกวงตงก็ยังได้กลิ่นฉุนเล็กน้อยเขาขมวดคิ้วแต่ร่างกายผู้บำเพ็ญของเขาไม่มีสัญญาณเตือนว่าพบภัยคุกคามจากสิ่งแปลกปลอมกวงตงสำรวจเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาอย่างถี่ถ้วนแล้วก็ไม่รู้สึกถึงอันตรายอันใดแม้แต่น้อยเขาจึงเพียงประสานมือกล่าวทักทาย
"ข้ามาจากวังหมื่นมรรคามีนามว่ากวงตงท่านคนเป็หมอผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรใช่หรือไม่?"
หมอ?! ชายหนุ่มนิ่งไปเล็กน้อยนี่ต้องโทษที่ตัวเขาไม่ระมัดระวัง แม้ว่าเขาจะพยายามเว้นระยะห่างจากผู้อื่นแล้วแต่ย้อนกลับไปตอนที่เขาพบเจอฮูหยินตระกูลหวังครั้งแรกต่างคนต่างใจับจ้องซึ่งกันและกัน แต่ไม่มีใครกระโตกกระตากเหมือนดั่งเช่นในนิยายไม่มีเสียงกรีดร้องเอะอะโวยวายว่าถูกชายหนุ่มอายุน้อยแอบมองไม่มีฉากหวานซึ้งกิ่งไม้ส่ายไหวกลีบดอกไม้ปลิดปลิวอะไรทำนองนั้นนางมองเห็นชายหนุ่มเหมือนคนหลงทางไร้ที่มาไร้ที่ไปส่วนเขามองเห็นนางแล้วรู้สึกถึงความเศร้า ความคับแค้นและความแตกสลายในจิตใจของนาง
จากนั้นก็ไม่มีอะไรเป็พิเศษเขาช่วยนางตักน้ำไปที่โอ่ง นางเอาน้ำมาให้เขาดื่มไม่มีใครพูดอะไรกันเขากลับไปที่กระท่อมในป่าตามเดิม เื่ราวเป็เช่นนี้แล้วก็เป็ต่อเนื่องต่อไปบางทีเขาก็ซ่อมแซมสิ่งของให้นางบ้างบางทีนางก็แบ่งเนื้อที่ซื้อมาจากในเมืองให้เขาทาน เขาจึงเอาผักป่าที่เก็บมาได้มอบให้นางตอบแทนเมื่อนางเห็นสิ่งตอบแทนเป็ผักป่าที่เขาเก็บมาให้แล้วสีหน้าของนางก็ดูปั้นปึ่งอยู่บ้างแต่นางก็ยังคงรับมันไว้
จากนั้นชีวิตของทั้งสองก็ไปมาหาสู่กันบ่อยครั้งด้วยประการฉะนี้ด้วยความเกียจคร้านของหลานหลิงเองที่ไม่้าจะเดินทางไกลบ่อย ๆเขาจึงมาสร้างกระท่อมใกล้ ๆ กับที่ที่นางอยู่นางนั่งมองอยู่แต่ในบ้านโดยไม่กล่าวอะไรอันที่จริงพวกเราแทบไม่กล่าวอะไรตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันนางไม่อยากรู้เื่อดีตของเขา เขาก็ไม่อยากรู้เื่อดีตของนางเช่นกันพวกเราก็อยู่ด้วยกันในลักษณะนี้
จนใจที่ต้นไม้อยากหยุดนิ่งแต่ลมไม่หยุดพัด [1] กว่าเขาจะรู้ตัวว่าเื่ของเขาและม่ายตระกูลหวังข้างบ้านเป็ที่ติฉินนินทาไปทั่วในหมู่บ้านก็เมื่อมีเด็กเล็กแอบฟังญาติผู้ใหญ่ของตนกระซิบกระซาบส่งต่อข้อความพร้อมเสริมเติมแต่งเื่ราวกันอย่างสนุกปากที่รกร้างห่างไกลเช่นนี้จะมีอะไรให้พอสนทนาพูดคุยกันยามดื่มชาดื่มสุราได้บ่อย ๆเล่าเหล่าเด็กเล็กได้ฟังแล้วนึกสนุกสนานต่างพากันมาแอบมองดูพวกเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
น่าแปลกที่แม้เขาจะไม่ชอบสุงสิงกับใครแต่ก็ไม่ได้รู้สึกกระดากใจอะไรเวลาพูดคุยกับเด็กๆ เขาไม่โกรธด้วยซ้ำเมื่อเหล่าเด็ก ๆเริ่มกลั่นแกล้งหนักขึ้นโดยการนำหินมาขว้างปาใส่เขายังไงเขาก็เป็ผู้ฝึกตนคนหนึ่งก้อนหินกับเด็กธรรมดาทำอะไรเขาไม่ได้อยู่แล้วแต่เป็ม่ายตระกูลหวังข้างบ้านของเขาเองที่โกรธเป็อย่างยิ่ง เขาคิดว่าอย่างนั้นนะเพราะนางที่ไม่พูดไม่จาถึงกับกล่าวตำหนิเขาออกมาเป็ครั้งแรกที่ยอมปล่อยให้เด็กปีศาจพวกนั้นกลั่นแกล้ง
เขาไม่ได้ตอบโต้อะไรเพียงยิ้มเล็กน้อยแต่พอเขาเริ่มสอนให้เด็กพวกนั้นทานผักโดยนำผักป่าหลายสิบชนิดทั้งต้มทั้งดิบมาให้พวกเขาฝึกทานเท่านั้นแหละเด็กพวกนั้นก็ทำหน้าสยดสยองดูสงบเสงี่ยมลงไปนานทีเดียววันเวลาผ่านไปเื่ที่นินทาเป็ประจำก็กลายเป็นาน ๆ ครั้งพูดถึงทีหนึ่ง แต่เด็กๆ ที่มาวิ่งเล่นไม่ได้จากไป เขาพยายามสอนเขียนอ่านให้พวกเด็ก ๆบ้างบางครั้งแต่ก็ไม่ได้ผลอะไรเป็ชิ้นเป็อันนักเด็กสมัยนี้ช่างไม่รู้คุณค่าของตัวหนังสือเสียเลย
วันหนึ่งมีเด็กสามคนวิ่งหน้าตาตื่นมาจากชายป่าร้องว่าเพื่อนถูกงูกัดเมื่อหลานหลิงไปถึงริมฝีปากของเด็กผู้โชคร้ายก็เขียวคล้ำเสียแล้วหากเขาไม่ลงมือช่วยแก้พิษให้ ก็เดินไปตัดไม้ข้างกระท่อมมาช่วยต่อโลงให้ได้เลยยังไงก็ถือว่าได้ลงมือช่วยเหมือนกัน เขาไม่คิดอะไรมากจึงลงมือช่วยแก้พิษให้ทันทีโดยมีเพื่อนของเด็กน้อยมุงล้อมมองดูอยู่ด้วยความกังวล
ไม่นานหนึ่งในเด็กที่มาด้วยกันผู้หนึ่งเคยติดตามบิดาเข้าป่าั้แ่เล็กกลับจำได้ว่ายาที่เขาใช้มีพิษร้ายอยู่หลายตัวเด็กน้อยใบหน้าซีดเผือดรีบวิ่งร้องไห้ส่งเสียงดังลั่นเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อเรียกชาวบ้านมาช่วยกันแหกปากด้วยแรงของเด็กเพิ่งหย่านมไปไม่กี่ปีว่า ไอ้บอดฆ่าคนแล้ว
ทันใดนั้นทั้งหมู่บ้านก็ยกโขยงกันออกมาชายหนุ่มกลัวมากหากแต่ไม่ได้กลัวจะถูกทำร้ายอะไรเพียงแต่ไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรเวลามีคนมากขนาดนี้ล้อมบ้านเอาไว้โชคยังดีที่ได้พี่สาวข้างบ้านช่วยเขาไว้เหมือนเดิมเด็กถูกรีบพากลับไปโดยพ่อแม่ของเขาเอง
ก่อนไปพวกเขาสาปแช่งข้าทั้งยังสาปแช่งบรรพบุรุษข้าสิบแปดรุ่นของข้าอีกด้วยข้ากังวลเล็กน้อยเพราะเกรงว่าบรรพบุรุษของข้าอาจจะไม่เยอะพอถึงสิบแปดรุ่นให้พวกเขาสาปแช่งจนหมดได้พอข้าใช้สายตา 'มอง' ก็พอเดาได้ว่าพวกชาวบ้านกำลังจ้องมองข้าด้วยสายตาเคียดแค้นหวาดกลัว และรังเกียจเพียงใดทำให้ข้ารู้สึกเหงาและเศร้าใจอยู่บ้างเหมือนกัน
หลังจากนั้นก็มีเด็กมาเล่นกับเขาน้อยลงมากแต่ฟังจากปากพวกเขาแล้วอย่างน้อยเด็กที่ถูกพิษงูคนนั้นก็ปลอดภัยหากจะมีอะไรที่เขาทำให้รู้สึกเสียใจ ก็คงจะเป็ฉายาหมอพิษที่พวกชาวบ้านเขาเรียกกันเื่นี้พี่สาวข้างบ้านเป็คนเล่าให้ฟัง แม้เขาจะไม่สนใจใครแต่เขาไม่้าให้มีชื่อเสียงที่ไม่ดีเพราะนั่นจะนำพาความสนใจและเื่ยุ่งยากตามมาอีกโดยไม่จำเป็
อย่างเช่นในครั้งนี้ดูเหมือนผู้มาจะไม่ธรรมดาทีเดียว บุรุษแซ่กวงตรงหน้าท่วงท่ายืนองอาจลมหายใจลึกยาวนาน กระแสปราณิญญาไหลวนดังสายน้ำทั่วร่างทำตัวเหมือนพูดคุยทักทายสบาย ๆแต่แท้จริงแล้วลอบเตรียมพร้อมจู่โจมเขาทันทีหากเขาขยับตัวผิดปกติไปเขาไม่อยากมีปัญหาจึงกล่าวตอบเสียงเรียบเฉย
"เรียนผู้าุโข้ามีนามว่า หลานหลิง เพียงรู้จักพืชพรรณอยู่บ้างมิอาจหาญเรียกตัวเองว่าหมออันใด ไม่ทราบผู้าุโกวงมีอะไรให้ข้ารับใช้หรือ"
"มิกล้ามิกล้า" กวงตงกล่าว "ข้าเป็ผู้ฝึกตนพเนจรไปทั่วเท่านั้นไม่จำเป็ต้องมีพิธีรีตอง ข้าขอเรียกเ้าว่าน้องชายหลานแล้วกันที่มาแถวนี่เพียงมาสืบข่าวเกี่ยวกับการตายแปลก ๆ ในขุนเขาน้องหลานพักอยู่แถวนี้มิรู้ว่าเคยได้ยินอะไรมาบ้างหรือไม่"
หลานหลินประหลาดใจที่เห็นอีกฝ่ายคุยด้วยกันง่ายเจอหน้าไม่ทันไรก็เรียกพี่เรียกน้องกันแล้วจึงสบายใจขึ้นคิดเล็กน้อยก็พยักหน้าก่อนจะกล่าว "ข้ามิค่อยสุงสิงกับใครนักดังนั้นเื่ราวต่าง ๆ เป็แม่นางบ้านข้าง ๆ เอ่ยปากเตือนแต่ไม่คิดว่าจะมีผู้ยิ่งใหญ่เช่นท่านมา สถานการณ์เลวร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ"
กวงตงหรี่ตามองแต่บอกไม่ถูกว่าหลานหลิงแกล้งไม่รู้หรือไม่ทราบเื่ราวจริง ๆกันแน่สีหน้าของหลานหลิงเด็กผู้นี้เขารู้สึกอยู่ระหว่างความกระด้างเ็ากับความเฉยเมยไม่สนใจ"สถานการณ์ไม่ค่อยจะดีจริง มีคนหลายคนตายใน่สองสามเดือนมานี้"
หลานหลิงคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าว"ที่ท่านผู้าุโมาหาข้าเป็เพราะข้าอยู่ใกล้ชายป่าหรือว่าพวกท่านได้ยินเื่ราวของหมอพิษจากคนในหมู่บ้านกันเล่า"
ขณะที่กวงตงจะกล่าวตอบหงลี่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับม่ายตระกูลหวังข้างบ้านสายตาหงลี่จับจ้องไปยังหลานหลิงอย่างระแวง "อาจารย์อาท่านเป็อย่างไรบ้าง"
กวงตงรู้สึกลำบากใจอยู่บ้างมากคนก็มากความแต่เขามีประสบการณ์ยังสงบใจได้อย่างรวดเร็ว"น้องชายหลานนี่เป็ศิษย์หลานของข้าชื่อว่าหงลี่ หงลี่นี่คือหลานหลิง"
'ชื่ออย่างกับสตรี' [2] หงลี่คิดในใจหลานหลิงทำท่าคารวะแม่นางแซ่หง นางพยักหน้าตอบอย่างถือตัวแต่หลานหลิงไม่ได้ใส่ใจกวงตงกะพริบตาทำหน้ากระดากใจอยู่บ้างแต่ม่ายตระกูลหวังขมวดคิ้วแล้ว
"พวกเรามาตรวจสอบตามหน้าที่หากน้องหลานช่วยให้ความร่วมมือกับพวกเราด้วยจะดีมาก"กวงตงรีบเอ่ย
"เชิญพวกท่านเข้ามาก่อน"หลานหลิงผายมือเชิญแขกผู้มาเยือนทั้งสอง กวงตงลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยังเดินเข้าไปหงลี่ดูไม่อยากเข้าไปอยู่บ้าง หากไม่ได้ยินเื่พิษมาก่อนนางคงเดินดุ่ม ๆเข้าไปโดยไม่สนใจอะไรแล้ว แต่ฮูหยินหวังกลับเดินตัดหน้านางนำเข้าไปก่อนหน้าตาเฉยทำให้นางโมโหนัก
'หญิงชั่วชายโฉด'นางคิดในใจก่อนเดินตามเข้าไป
เชิงอรรถ
1. ^สำนวนจีนมักใช้เปรียบเปรยถึงความจำเป็ที่ต้องเผชิญปัญหาหรือการที่โชคชะตาไม่เป็ใจตามที่หวัง
2. ^ในที่นี้ภาษากลางของใต้หล้าชื่อหลานหลิง อาจแปลความหมายได้ว่าเนินกล้วยไม้