บุปผาราชัน

    24 งานเลี้ยงเต้นรำ (1)


    24งานเลี้ยงเต้นรำ (1)
    จานิสต้ารู้สึกจุกในอกไม่น้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น แม้จะคิดไว้บ้างอยู่แล้วว่าสักวันเรื่องแบบนี้จะต้องมาถึง พระองค์มักจะเลือกนางเป็นที่หนึ่งเสมอหากเทียบกับพระสนมคนอื่น แต่นั่นก็คงไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นไปตลอดกาล แม้จะพอเข้าใจ แต่อารมณ์เสียใจน้อยใจก็ไหววูบขึ้นมาอย่างหนักหน่วงกว่าที่คิดยิ่งนัก
    “ยินดีด้วยนะราญารี เจ้าได้เข้าเฝ้าแล้ว” จานิสต้าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
    “ข้าไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอย่างนี้เลย” ราญารีปฏิเสธออกมาอย่างร้อนตัวทีเดียว
    “ไม่เห็นเป็นไรเลยเจ้าเองก็เป็นคนโปรด ฝากดูแลฝ่าบาทด้วยนะ พรุ่งนี้คงเหนื่อยกันอีกมากข้าจะกลับไปพักผ่อนแล้ว” พูดจบจานิสต้าก็เดินจากไปในทันที ทิ้งราญารีกับจีโอเรียให้ยืนนิ่งอึ้งอยู่ที่เดิม
    “เจ้าเองก็อย่าคิดมากเลยนะ รู้กันอยู่ว่าตอนนี้ฝ่าบาทโปรดจานิสต้าที่สุดนี่นา การไม่ถูกเลือกบ้างคงจะทำให้เสียใจนั่นแหละ”
    “ข้าเข้าใจ ข้าเองก็ผ่านจุดๆ นั้นมาก่อน แต่ข้าก็ไม่ได้ตั้งใจใช้อุบายอะไรทั้งนั้นจริงๆ นะ”
    จีโอเรียนิ่งมองราญารีเล็กน้อยแล้วยิ้มออกมา
    “ถ้าเป็นเมื่อก่อนข้าอาจจะไม่เชื่อเจ้านะ แต่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ ข้าเองก็คิดว่าเจ้านิสัยดีกว่าที่คิดเยอะเลย หากมีช่วงไหนจานิสต้าได้เข้าเฝ้าถี่ๆ ติดกันเจ้าเองก็อย่าน้อยใจไปล่ะ”
    เป็นราญารีที่นิ่งงันไปเช่นกัน ก่อนหน้าเป็นพระสนมหญิงสาวรู้เพียงว่าจีโอเรียไม่เป็นที่โปรดปราน แต่ตอนนี้เริ่มจะสงสัยขึ้นมาแล้วจริงๆ ว่านั่นเป็นเพราะอะไรกันแน่ เพราะหากถามนางล่ะก็ราญารีคิดว่าจีโอเรียน่ารักน่าคบหายิ่งกว่าจานิสต้าเสียอีก
    “แล้วเจ้าล่ะ เจ้าเองไม่เสียใจไม่น้อยใจบ้างหรือ ทำไมดูเหมือนเจ้าไม่กังวลใจเรื่องนี้เลย”
    “โอ้ยข้าน่ะเหรอ จะกังวลไปทำไมกัน อยู่ในวังอีกร้อยปีฝ่าบาทก็ไม่เรียกหาข้าหรอก ข้ารู้ตัวเองดีว่าทรงให้ข้าเป็นพระสนมเพราะอะไร รู้ไหมแม้แต่ชื่อของข้าฝ่าบาทก็ไม่ทรงเอ่ยเรียกเลย อย่างที่เคยบอกไปนั่นแหละ ขอให้พวกเจ้ามีพระโอรสพระธิดาไวๆ เถอะ แล้วข้าจะช่วยดูแลเป็นอย่างดีทุกคนเลย ตั้งแต่เป็นพระสนมมาเจ้าเองก็เพิ่งจะได้เข้าเฝ้าใช่ไหม ยินดีด้วยนะ ข้าขอไปดูจานิสต้าสักหน่อย”
    จีโอเรียเดินจากไปอีกคน ราญารีได้แต่ถอนใจแล้วหันมองออกไปยังท้องฟ้าอมส้มในยามเย็น
    ตั้งแต่ได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นพระสนม เรื่องการแย่งชิงความสนพระทัยของฝ่าบาทไม่เคยอยู่ในความกังวลของราญารีเลยสักนิด เพราะรู้ว่าทำไปก็ไม่ได้รับการตอบสนองจากพระองค์แน่นอน แค่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ในตำแหน่งนี้ ก็นับได้ว่าเป็นชีวิตที่เกินความคาดหมายเอามากๆ แล้ว
    สิ่งที่หนักใจอย่างแสนสาหัสในตอนนี้กลับเป็นอีกเรื่องมากกว่า เรื่องที่นางจะตั้งใจขอคำปรึกษาจากฝ่าบาทในคืนนี้...

    ในที่สุดวันเวลาที่ทุกคนตั้งตารอคอยก็ได้มาถึง มันคือค่ำคืนที่เหล่าข้าราชสำนักในพระราชวังแห่งจีโอเนราฟาเหนื่อยแทบล้มประดาตายเพื่อจัดเตรียมการทุกสิ่งทุกอย่างให้ออกมาสมบูรณ์ หลังจากที่ร้างราห่างหายไปนานกว่าสิบห้าปี ในที่สุด... สีสันรอยยิ้มเสียงหัวเราะและความมีชีวิตชีวาก็เริ่มกลับมาสู่พระราชวังอีกครั้ง
    เพื่อไม่ให้เสียหน้าอาคันตุกะต่างแดนไม่ว่าใกล้หรือไกล เหล่าต้นไม้ใบหญ้าในอุทยานทั่วทั้งพระราชวังต่างถูกปรับปรุงแทบทั้งหมดให้สวยสดร่มรื่นตระการตา เรือนรับรองในเขตพระราชฐานตะวันตกทุกหลังถูกซ่อมแซมให้แข็งแรง และตกแต่งแบบเรียบหรูจนออกมาเสมือนสร้างเสร็จใหม่ ท้องพระโรงสำหรับประกอบพระราชพิธีต่างๆ ได้เริ่มปัดฝุ่นขนานใหญ่ ทั้งพรม ผ้าม่าน โคมตะเกียงไฟ พื้นผนังเพดานต่างก็ถูกปรับเปลี่ยนจัดการออกแบบใหม่ให้งดงามอลังการและทันสมัยมากยิ่งขึ้น
    ที่วุ่นวายไม่แพ้กันคงเป็นฝ่ายทหารรักษาการณ์ในเขตพระราชวัง ทั้งระบบเวรยาม จำนวนคนที่ต้องเพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษในช่วงนั้น และสถานที่ออกเดินตรวจตราต่างถูกหยิบยกมาหารือกันอย่างเคร่งเครียด เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างความรอบคอบที่สุด
    นอกจากภายในพระราชวังแล้วดูเหมือนในตัวเมืองหลวงเองก็มีบรรยากาศที่คึกคักไม่แพ้กัน วันนี้ถูกประกาศให้เป็นวันหยุดทำการของหน่วยราชการต่างๆ ผู้คนต่างออกมาเฉลิมฉลองให้กับองค์กษัตริย์ จัดกิจกรรมรื่นเริงอย่างสนุกสนานครื้นเครงดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา แม้ภายในวังจะไม่มีการจัดงานรื่นเริงร่วมสิบกว่าปีแล้ว แต่ภายในตัวเมืองก็ไม่ได้มีการห้ามปรามแต่อย่างใด
    แขกเหรื่อทั้งหลายที่ได้รับเทียบเชิญจากทั้งในและนอกอาณาจักรต่างก็เริ่มทยอยกันเข้าร่วมงาน สตรีแต่ละคนนั้นล้วนแต่แต่งกายกันชนิดที่ไม่มีใครยอมแพ้ใคร ห้องเสื้อช่างตัดเย็บที่มีชื่อเสียงในตัวเมืองหลวงล้วนถูกจับจองตัวกันถ้วนหน้า แบบชุดต้องไม่ซ้ำ สีต้องไม่เหมือนใคร ลวดลายต้องทันสมัย เครื่องประดับต้องโดดเด่นแปลกใหม่เข้าชุดกัน ต้องใช้วัสดุที่ดีที่สุด เลอเลิศที่สุด เข้ากับหญิงสาวเหล่านั้นที่สุด เพื่อให้ทุกอย่างออกมาดูดีที่สุดนั่นเอง
    ธรรมเนียมการแต่งกายของหญิงสาวชาวจีโอเนราฟานั้นคือกระโปรงยาว และต้องเป็นเสื้อแขนยาวโดยรอบคอปกปิดมิดชิด ยกเว้นสตรีที่แต่งงานแล้วจึงจะสวมชุดกระโปรงแขนสั้นอยู่บ้างในบางโอกาส เพราะภูมิอากาศโดยปกติแล้วจะค่อนข้างเย็นและหนาวมากในฤดูหนาว มีเพียงฤดูร้อนเท่านั้นที่อากาศจะร้อนขึ้นมากสมกับคำว่าฤดูร้อนอย่างแท้จริง
    เหล่าสาวโสดทั้งหลายยังคงรูปแบบชุดกระโปรงยาวแขนยาวไว้ แต่เปิดระบายความร้อนในร่างกายที่ช่วงบนอันเผยให้ช่วงไหล่ หรือร่องอกร่องใจกันถ้วนหน้า แต่ก็ยังรักษาภาพลักษณ์ของชุดที่ให้ความรู้สึกสวยสง่าตามแบบประเพณีนิยม
    ดังนั้น...หญิงสาวที่แต่งตัวแปลกตาไปนอกจากนั้นจึงตกเป็นเป้าสายตาแทบจะในทันที
    ไม่ว่าจะเป็นท่านหญิงจากเมโดริน เจ้าหญิงจากโมธ่า ท่านหญิงจากเฟอร์มแฟเรียล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหญิงจากรัฐแดนตอนใต้สุดอย่างคาบันเน่ย์ ที่ผู้คนล้วนจับจ้องมองพระนางผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายเหล่านั้นซึ่งมาในชุดพื้นเมืองของอาณาจักรตนเอง
    เจ้าหญิงมาโมเนตปรากฏตัวขึ้นด้วยชุดโทนสีแดง ผมยาวสีน้ำตาลสลวยของพระนางถูกปล่อยยาวออกประดับรัดเกล้าทองคำ ซึ่งประดับอัญมณีโทนสีแดงอย่างงดงาม ฉลองพระองค์ตามแบบฉบับหญิงสาวคาบันเน่ย์นั้นเป็นเสื้อรัดรูปแขนสั้นซึ่งประกอบด้วยชิ้นผ้าหลายสีสันปักเลื่อมให้ดูลุกวาวกว่าเสื้อผ้าปกติในโทนสีแดงชมพูและทอง ชายเสื้อมีความยาวปล่อยลงจากใต้ช่วงอกราวครึ่งคืบ และตามขอบเสื้อนั้นมีสายสร้อยเงินเส้นเล็กประดับด้วยอัญมณีสีแดงสลับชมพูติดกันถี่ยิบห้อยอยู่รอบตัวเสื้อหน้าหลัง ราวกับเป็นม่านที่ปกปิดช่วงหน้าท้องแบนราบไปจนถึงขอบกระโปรงที่อยู่ช่วงใต้สะดือ กระโปรงยาวสีแดงนั้นมีการต่อช่วงเป็นชั้นบานพลิ้วยามขยับหมุนตัวไปมา หากพระนางอยู่ในวงเต้นรำล่ะก็ ยามได้หมุนตัวทุกองค์ประกอบในเครื่องแต่งกายคงจะชวนให้น่าพึงมองอย่างที่สุดทีเดียว
    ฟีออนที่ในวันนี้ก็แต่งกายด้วยชุดข้าหลวงสีเทาเข้มดังเช่นทุกวัน หญิงสาวกวาดสายตาไปโดยรอบอย่างสดชื่นเพลินตา นางได้รับหน้าที่จากท่านข้าหลวงใหญ่ให้มาสำรวจความเรียบร้อยโดยภาพรวมก่อนที่ฝ่าบาทจะเสด็จเข้ามาในงาน
    เมื่อเดินไปประสานงานตามจุดต่างๆ เรียบร้อยจนหมด และเตรียมตัวจะกลับไปรายงานอีกครั้ง ขณะที่กำลังจะก้าวออกจากท้องพระโรงนั่นเอง
    “ฟีออน”
    เสียงที่คุ้นเคยแต่ห่างหายไปนานในช่วงนี้ดังขึ้นอย่างแสนคิดถึง ฟีออนหันกลับไปแล้วก็ได้พบคนที่อยากพบตลอดหลายวันมานี้แล้วจริงๆ
    “ท่านคาอูล”
    ชายหนุ่มเองก็อยู่ในชุดเครื่องแบบทหารสีน้ำเงินดังเช่นทุกวัน หญิงสาวอมยิ้มขึ้นมาที่ได้เห็นเขา ในขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ว่าน้ำตามันเอ่อคลอขึ้นมาอย่างประหลาดเหลือเกิน
    สองคนจ้องมองกันนิ่งอยู่ชั่วขณะราวกับเรื่องที่อยากจะพูดมีมากมายจนไม่รู้ว่าจะเอ่ยเรื่องใดออกมาก่อนดี
    “วันนี้หลังเลิกงานเลี้ยงแล้วเจ้าพอมีเวลาบ้างไหม”
    “ขึ้นอยู่กับว่าฝ่าบาทจะสั่งให้ข้าไปทำอะไรหรือเปล่าค่ะ”
    “ข้าจะรอ... หลังเลิกงานเลี้ยงไปส่งเสด็จองค์หญิงแล้วข้าจะมารอเจ้าที่นี่ ดึกแค่ไหนก็จะรอ มาเจอข้าได้ไหม”
    ได้ฟังแล้วก็ช่างชวนให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน นางเองก็อยากพบอยากพูดคุยกับเขาบ้างจะแย่แล้วเช่นกัน
    “ค่ะ ถ้าเป็นข้าที่เสร็จงานก่อนข้าก็จะมารอท่านที่นี่เช่นกัน”
    คาอูลยิ้มกว้าง ก่อนจะโน้มใบหน้าไปใกล้หญิงสาวกระซิบคำ ‘คิดถึง’ อย่างรวดเร็วก่อนจะเดินสวนผ่านไป

    เมื่อทุกอย่างอยู่ในขั้นเตรียมพร้อมอย่างที่สุด ในช่วงแดดร่มลมตกพอดีก็เป็นเวลาที่องค์ราชาแห่งจีโอเนสเสด็จเข้ามาในงาน วงเครื่องสายบรรเลงที่นำโดยพระสนมราญารีถูกแนะนำก่อนที่เสียงดนตรีจะดังขึ้น
    ทรงเป็นกษัตริย์ที่ไม่โปรดการสวมมงกุฏ แต่ด้วยบริบททุกสิ่งที่ประกอบกันอยู่รอบพระองค์นั้น ก็เฉิดฉายมากพอที่จะทำให้รู้ว่าพระองค์เป็นใครได้โดยที่ต้องไม่มีสัญลักษณ์บ่งบอกใดๆ วันนี้ทรงอยู่ในฉลองพระองค์สีน้ำเงินขาว ผ้าคลุมยาวสีน้ำเงินเข้มปักลวดลายสีทองนั้นถูกปลดออกเมื่อทรงเสด็จผ่านกลางงานแล้วไปประทับอยู่บนพระที่นั่ง เส้นพระเจ้าสีดำสนิทนั้นถูกหวีรวบจัดแต่งไปด้านหลังอย่างเรียบร้อยกว่าปกติ ทำให้พระพักตร์นั้นได้อวดสิริโฉมอันเปล่งประกายอย่างเต็มที่ จนสตรีหลายคนที่เห็นนั้นแทบจะลืมหายใจ
    จากนั้นข้าหลวงของกรมพิธีการประกาศทูลเชิญให้องค์แดริสกล่าวอะไรบางสิ่งกับแขกเหรื่อทั้งหลายในงาน
    “ข้าขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ทั้งที่มาจากต่างแดนและภายในอาณาจักร ที่มาร่วมแสดงความยินดีอวยพรให้กับข้าในวันคล้ายวันเกิดครบรอบยี่สิบเก้าในปีนี้ จีโอเนสไม่ได้มีงานเลี้ยงเช่นนี้มานาน หวังว่าหลังจากวันนี้แล้วจีโอเนราฟาจะได้มีการจัดพิธีมงคลอีกครั้งในเร็ววัน”
    เป็นถ้อยรับสั่งที่แฝงความนัยไว้อย่างตีความได้ไม่ยาก และเรียกรอยยิ้มจากหญิงสาวทั้งหลายให้มีประกายความหวังขึ้นในทันที แขกเหรื่อทั้งจากในและนอกอาณาจักรต่างนั่งลงประจำที่ของตัวเอง ทุกโต๊ะจะมีป้ายกระดาษพันติดอยู่กับก้านดอกจีโอเรียสีฟ้าระบุชื่อเจ้าของที่นั่งเตรียมไว้แล้ว และเจ้ากรมพิธีการก็ได้ประกาศขั้นตอนลำดับถัดไป
    สตรีทั้งหลายได้ถูกบอกกล่าวชี้แจงและบอกลำดับหมายเลขของตนเองไว้ตั้งแต่ตอนลงทะเบียนเข้างานพิธี ทุกคนที่ได้รับเทียบเชิญจะมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฝ่าบาททีละคนเพื่อถวายพระพร หากใครมีของพระกำนัลจะมอบให้ฝ่าบาท ก็จะต้องนำมาในตอนนี้เช่นกัน และแล้วชื่อของเจ้าหญิงมาโมเนตแห่งคาบันเน่ย์ก็ถูกประกาศขึ้นเป็นอันดับแรก
    “ไม่ต้องฝืนใจอวยพรข้าก็ได้นะมาโมเนต หากที่จริงแล้วเจ้าอยากจะสาปแช่งข้าแทน”
    ก่อนที่เจ้าหญิงต่างแดนจะได้อ้าปากพูด องค์แดริสก็ทรงดักพระนางขึ้นอย่างอารมณ์ดี
    “แน่นอนเพคะ หม่อมฉันอยากสาปแช่งพระองค์จะแย่อยู่แล้ว ทรงใจร้ายกับหม่อมฉันเหลือเกิน แต่ทำยังไงได้ในเมื่อเป็นหน้าที่ หม่อมฉันขออวยพรให้ทรงมีพระสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงเพคะ ถึงจะเป็นไปได้ยากก็เถอะ หากฝ่าบาทจะยังทรงงานหนักทุกวันเช่นที่ผ่านมานี้”
    เสียงหัวเราะขององค์ราชาดังขึ้นพร้อมกับเจ้าหญิงจากคาบันเน่ย์ ช่างเป็นภาพที่ชวนให้น่าอิจฉาสำหรับผู้ที่ไม่ได้ยินว่าทั้งสองพระองค์สนทนาเรื่องใดกัน
    “ของขวัญเพคะ สิ่งนี้เรียกว่าปากกา...นำเข้ามาจากทวีปอาตูกูส หม่อมฉันเชื่อว่ามันจะมีประโยชน์ในการทำงานของพระองค์อย่างแน่นอน หม่อมฉันได้เขียนอธิบายวิธีการใช้ไว้ในนั้นแล้ว หากใช้หมดจนเขียนไม่ออกแล้ว ส่งจดหมายมาสั่งซื้อกับหม่อมฉันได้นะเพคะ รับรองว่าจะให้ราคาพิเศษเป็นกันเอง”
    “เจ้านี่นะ แม้แต่ยามนี้ก็อยากจะค้าขายหรือ ก็ได้...หากข้าลองใช้แล้วชอบล่ะก็ ข้าจะเป็นลูกค้าพิเศษให้กับเจ้าแน่นอน เรื่องอื่นไว้คุยกันตอนเต้นรำเถอะนะ”
    มาโมเนตยิ้มรับเมื่อได้ฟังก่อนจะถวายพระพรขอทูลลาแล้วให้สตรีลำดับถัดมาเข้าเฝ้าต่อ
    การเข้าเฝ้านี้ยืดยาวนับชั่วโมงทีเดียวกว่าจะเรียงลำดับมาครบกันทุกคน ระหว่างนั้นเหล่านางกำนัลก็เริ่มนำอาหารออกมาลำเลียงขึ้นโต๊ะ คณะบรรเลงดนตรียังคงบรรเลงไปเรื่อยคลอบรรยากาศงานเลี้ยง ฟ้าใกล้มืดค่ำแล้วทีเดียวเมื่อเจ้ากรมพิธีการออกมาประกาศอีกครั้งว่า ลำดับถัดไปจะเป็นการแสดงต้อนรับจากจีโอเนราฟา โคมตะเกียงไฟในห้องเริ่มถูกจุดขึ้นทั่วทั้งท้องพระโรงทำให้บรรยกาศร้อนขึ้นมาทีเดียว
    แต่เมื่อการแสดงชุดแรกที่นำโดยพระสนมจานิสต้าเริ่มขึ้น แม้อากาศจะยังไม่ร้อน แต่มันอาจทำให้ชายหนุ่มที่อยู่มีจำนวนหนึ่งในงานร้อนรุ่มขึ้นมาได้อย่างแน่นอน พระสนมจานิสต้าอยู่ในเครื่องแต่งกายของสาวนางรำด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้นและบางเบากว่าปกติสีแดงสด การร่ายรำในจังหวะเร้าใจร่วมกับเหล่านางกำนัลหญิงสาวทั้งหลายนั้น กระตุ้นให้แทบทุกสายตาตื่นตัวและจับจ้องมองตาไม่กะพริบ แม้แต่องค์แดริสก็ยังนั่งมองไปอมยิ้มไปเลยทีเดียว เพราะไม่เคยได้เห็นพระสนมคนโปรดในภาพลักษณ์แบบนี้มาก่อนเลย
    การแสดงต่อมาเป็นการขับร้องบทเพลงโดยพระสนมจีโอเรีย เสียงอ่อนนุ่มทว่ากลับดูทุ้มมีพลังของพระนางสะกดผู้ฟังทุกคนให้นิ่งเงียบตกอยู่ในภวังค์ในบัดดล เมื่อจบเพลงแรกเสียงปรบมือก็ดังขึ้นทั่วท้องพระโรง ก่อนที่เหล่านักดนตรีจะเริ่มบรรเลงขึ้นใหม่ในจังหวะที่เร่งเร้าใจยิ่งขึ้น บทเพลงจังหวะสนุกสนานถูกขับร้องออกมา พร้อมกับเหล่านางรำผู้งดงามเริ่มขยับร่างกายไปตามจังหวะต่อไป แม้แต่องค์เหนือหัวก็ทรงลุกขึ้นปรบมือให้เหล่านักแสดงเช่นเดียวกับแขกคนอื่นๆ หลังการแสดงได้เสร็จสิ้น
    และแล้วการเต้นรำก็กำลังจะเริ่มขึ้น ลำดับพิธีการที่แทบทุกคนในงานเฝ้ารอดูชมกันว่า หญิงสาวคนใดกันที่องค์ราชันจะเสด็จไปโค้งเชิญให้ออกมาร่วมเปิดพิธีรื่นเริงนี้ด้วย หลายเสียงเดาว่าคงไม่พ้นเจ้าหญิงจากคาบันเน่ย์ แว่วข่าวลือก่อนงานเลี้ยงบ้างว่าจะทรงเดินไปหาพระสนมคนโปรด
    ทว่า…ทุกสายตาต่างเริ่มแสดงอาการแปลกประหลาดใจ เมื่อรัศมีโดยรอบของทิศทางที่พระองค์เสด็จไปนั้น กลับไม่ใช่ที่นั่งของแขกเหรื่อคนใดเลย แต่กลับเป็นจุดที่มีเหล่าข้าหลวงนางกำนัลวิ่งวุ่นคอยทำโน่นนี่ เพื่อดูแลจัดเตรียมงานอยู่ที่ด้านหลังซุ้มตั้งเตรียมอาหารและของว่าง
    ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบราวกับไม่มีใครยืนอยู่ วงเครื่องสายหยุดบรรเลงไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อเจ้ากรมพิธีการออกมาประกาศ และรอจังหวะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเมื่อองค์แดริสเดินออกมาเตรียมพร้อมที่ลานเต้นรำ แม้แต่เหล่าผู้ดำเนินการจัดงานเบื้องหลังแทบทุกคนยังต้องหยุด เมื่อเจ้าเหนือหัวนั้นหยุดอยู่ตรงหน้าใครคนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยอยู่ในความคาดหมายของใครมาก่อนเลย
    ฟีออนได้แต่ยืนเบิกตาโตขึ้นอย่างตื่นตระหนก หญิงสาวแทบไม่กล้าขยับตัวหายใจ เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องมองมา เบื้องหน้าของหญิงสาวคือพระราชาแห่งอาณาจักร สายพระเนตรที่จ้องมองนางมาอย่างคาดเดาอารมณ์ไม่ถูกเลยนั้น ยิ่งทำให้หญิงสาวทำอะไรไม่ถูกอีกต่อไป
    ก่อนที่คาอูลซึ่งยืนขมวดคิ้วนิ่วมองอย่างแตกตื่นไม่แพ้ใครจะได้เผลอตัวทำอะไร หนึ่งประโยคถ้อยรับสั่งจากใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทนั้น ก็ทำเอาทุกคนอ้าปากค้างด้วยอาการเหวอไปในที่สุด



    คล้ายกับเรื่องบุปผาราชัน ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592