มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 1 บทที่ 21 ไม่มีอะไรทำก็ฆ่ามันซ้ำอีกสักรอบ

            สีหน้าของคนทั้งห้าแห่งพันธมิตรใบไม้สีชาดเปลี่ยนไปโดยฉับพลันใบไม้สีชาดปราการเหล็กที่พยายามรักษาท่าทีสงบนิ่งไว้ในที่สุดก็เปลี่ยนเป็นมืดมนเขาพูดออกมาเสียงต่ำว่า “แกหมายความว่ายังไง?!”

            “ก่อนหน้านี้นายเอาน้ำยาฟื้นฟูจากฉันไป 5 ขวด ฉันก็แค่รับเงินจากนายมา 100 เหรียญทองแค่นั้นเองพอมาคิดดูดีๆ แล้วก็เป็นการซื้อขายที่เยี่ยมไปเลยแฮะ ฉันยังมีอีก 5 ขวดแน่ะ ถ้าพวกนายยังอยากได้อีกละก็ คราวนี้ฉันคิดแค่ 50 เหรียญทองก็แล้วกัน ว่าไงล่ะ?” ราคาของน้ำยาฟื้นฟูในร้านขายยาของเมืองเริ่มต้นคือ 2 เหรียญทองแดง แต่พอมาถึงเย่เทียนเซี่ยกลับเปลี่ยนเป็น 20 เหรียญทอง เพิ่มขึ้นถึง 1,000 เท่าเวลานี้แม้ภายในใจของใบไม้สีชาดปราการเหล็กจะยังสงบนิ่งแต่เขาก็เกือบจะทนไม่ไหวอีกครั้งแล้ว เขาก้าวไปข้างหน้าแล้วยกดาบขึ้นพร้อมกัดฟันยิ้มเย็น “เซี่ยเทียนดูท่าแล้วนายคงอยากจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเราพันธมิตรใบไม้สีชาดสินะ!”

            “ไม่ว่าพวกนายจะเป็นพันธมิตรใบไม้สีชาดหรือพันธมิตรหมวกสีเขียวอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับฉันสักนิดฉันก็แค่เอาสิ่งที่ฉันควรจะได้รับคืนมาเท่านั้นเอง น้ำยา 5 ขวดคิดพวกนายแค่ 100 เหรียญทอง นี่ถูกสุดๆแล้วนะ” เย่เทียนเซี่ยเหล่ตามองมุมปากยกขึ้นสูงเป็นรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายเขาพบว่าการเปลี่ยนชื่อในเกมก็ดูจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรอย่างน้อยเขาก็มีอะไรสนุกๆ ทำฆ่าเวลา ถ้าเขาใช้ชื่อที่เคยใช้ละก็แม้ว่าจะเป็นพันธมิตรแดนเทพและกิลด์ปีกแห่งท้องฟ้าเมื่อมองเห็นชื่อของเขาก็มักจะเลือกหลีกทางไปอย่างชาญฉลาด

            “ได้เลย...เซี่ยเทียนพวกเราพันธมิตรใบไม้สีชาดจะจดจำแกไว้ พวกเราไป!” ใบไม้สีชาดปราการเหล็กพยายามระงับความโกรธเขาทิ้งคำขู่เอาไว้ ก่อนจะตะโกนออกมาแล้วหันหลังกลับตั้งแต่เขาเข้ามาในพันธมิตรใบไม้สีชาดก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะอับอายได้เท่านี้ในเมืองเริ่มต้นหมายเลข 60001 คนของพันธมิตรใบไม้สีชาดไม่ได้มีเพียงพวกเขา 5 คน เขารู้ตัวดีว่าตอนนี้ไม่อาจจัดการกับเซี่ยเทียนได้จึงเลือกที่จะเก็บกลืนคำพูดต่างๆเอาไว้ก่อน รอให้ออกไปจากเมืองเริ่มต้นได้ซะก่อนเถอะ เขาจะทำให้เจ้าคนที่ชื่อเซี่ยเทียนนั่นรู้ซึ้งถึงคำว่าเสียใจภายหลังนั้นหมายความว่าอย่างไร!

            “เดี๋ยวก่อนสิดูเหมือนว่าพวกนายจะลืมอะไรบางอย่างไปนะ”

            เท้าของใบไม้สีชาดปราการเหล็กชะงักไป เขาหันหน้ากลับมามองเย่เทียนเซี่ยด้วยสายตาน่ากลัว

            เย่เทียนเซี่ยชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้วก่อนจะพูดออกมาอย่างสบายๆว่า “พวกนายทำให้ฉันเสียเวลาไปสามนาทีเวลาของฉันมีค่ามากกว่าชีวิตของพวกนายมากนะ หนึ่งนาที...ก็เท่ากับ 1,000 เหรียญทอง ทั้งหมด 3 นาทีก็คิดเป็น 3,000 เหรียญทอง เพราะงั้นส่งมันมาซะ”

            “เซี่ยเทียน มันจะมากไปแล้วนะ!” แม้แต่พระอรหันต์ยังรู้จักความโกรธยิ่งพวกเขาเป็นคนประเภทที่รักศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไรแล้วนั้น...นักรบฝึกหัดเตรียมจะยกดาบคู่ขึ้นมาดวงตาของเขามีกองไฟลุกโชติช่วงอยู่ภายใน หากไม่ใช่เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าถ้าตนเองโจมตีออกไปก็ไม่ต่างอะไรกับหาเรื่องตายเขาคงโจมตีออกไปตั้งนานแล้ว

            “ให้ไม่ได้งั้นเหรอ?” อารมณ์ของเย่เทียนเซี่ยเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มลงรอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา “น่าเสียดายงั้นคงต้องเอาชีวิตของพวกนายมาชดใช้แล้วละ!”

            ทันทีที่เสียงของเย่เทียนเซี่ยจบลงเท้าของเขาก็เคลื่อนที่อย่างแปลกประหลาดเพียงวูบเดียวเขาก็เคลื่อนตัวผ่านร่างของใบไม้สีชาดปราการเหล็กไปและโดยที่คนทั้งห้ายังไม่ทันได้ตอบสนองใดๆอาวุธสีดำขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในมือของเย่เทียนเซี่ยอีกครั้งสติที่หลุดหายไปเพียงเพิ่งกลับมาเท่านั้น ห้วงเวลาแห่งโชคชะตานิรันดร์ก็วาดผ่านร่างของคนทั้งสี่...

            -110,-103,-108,-208

            นักบวชที่เคยถูกฆ่าตายภายใต้กรงเล็บของหมาป่ายักษ์ดุร้ายถูกโจมตีจนตายภายในเสี้ยววินาทีอย่างน่าสงสารหลอดเลือดของสามคนที่เหลือก็หายไปเกินครึ่งแถมยังได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนน่าเวทนาของนักธนูฝึกหัดตามมาด้วยในโลกจริงแม้แต่รอยถลอกก็ยังไม่ค่อยจะเกิดขึ้น แล้วความเจ็บปวดจากการถูกดาบฟาดฟันใส่จะมีคนทนรับได้สักกี่คนเชียวการตอบสนองของคนทั้งสี่จากพันธมิตรใบไม้สีชาดนั้นตกอยู่ภายใต้ความตื่นตะลึงพวกเขาเลือกที่จะถอยออกมาแต่ขอบเขตการโจมตีของห้วงเวลาแห่งโชคชะตานิรันดร์ช่างกว้างใหญ่เหลือเกินนอกจากนักธนูที่กำลังหนีหัวซุกหัวซุนด้วยความเจ็บปวดทรมานแล้ว นักรบฝึกหัดและนักเวทฝึกหัดก็ถูกเย่เทียนเซี่ยโจมตีใส่สองครั้งติดๆจนหลอดเลือดว่างเปล่ากลายเป็นแสงสีขาวสองสาย

            สายลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านด้านหลังของเขาเย่เทียนเซี่ยไม่ได้หมุนตัวกลับไป เขายกห้วงเวลาแห่งโชคชะตานิรันดร์ที่เพิ่งดึงกลับมาเหวี่ยงไปด้านหลังกระทบกับโล่ที่ใบไม้สีชาดปราการเหล็กยกขึ้นมาทำให้ตัวเลขความเสียหาย -99 ลอยขึ้นมาในเวลานั้นประสิทธิภาพของการโจมตีก็ลดลงเนื่องจากอัตราการสร้างความเสียหายที่ต่ำสุดๆของเขา แต่ก็ยังทำให้ร่างที่ถูกพุ่งเข้าใส่ต้องถอยหลังไปถึงสองก้าวเย่เทียนเซี่ยหมุนตัวกลับทันทีแล้วโจมตีไปที่หน้าอกของใบไม้สีชาดปราการเหล็กต่อเนื่องอีกสองครั้งทำให้ผู้พิทักษ์ฝึกหัดถูกส่งกลับเมืองเริ่มต้นทันทีโดยที่ไม่ได้แตะแม้เพียงปลายเสื้อของเย่เทียนเซี่ยทิ้งไว้เพียงโล่ไม้ลวดลายสวยงามดรอปอยู่บนพื้นข้างๆ ศพของเขา

            ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงนักธนูฝึกหัดที่วิ่งหนีไปเหมือนคนบ้าเมื่อเขาหันมาเห็นเพื่อนร่วมทีมทั้งสี่คนของตนเองถูกจัดการหมดภายในระยะเวลาอันสั้นก็อดไม่ได้ที่จะตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อวิ่งต่อไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต แต่น่าเสียดายที่บนพื้นดินทางที่เขาวิ่งไปนั้นดันมีหินก้อนหนึ่งโผล่มาด้านหน้าเท้าของเขาพอดีทำให้เขาสะดุดล้มลงบนพื้น

            นักธนูฝึกหัดเพิ่งจะลุกขึ้นยืนเงาร่างสูงใหญ่เงาหนึ่งก็มาปรากฏอยู่ด้านหลังเขาเสียแล้วเมื่อมองอาวุธสีดำที่น่ากลัวนั้นนักธนูฝึกหัดก็กลัวจนเข่าอ่อน ทั้งร่างรู้สึกเย็นวูบวาบเหมือนเป็นไข้ก่อนหน้านี้ที่ถูกมันทะลุผ่านร่างกายความรู้สึกเจ็บปวดมหาศาลและความตายเป็นสิ่งที่เขาจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิตเขารีบโบกมือขึ้นพร้อมพูดออกมาด้วยเสียงสั่นๆ “อย่า...อย่าฆ่าผมเลย ค่าความเจ็บปวดของผมปรับไว้ที่ 100% ยังไงก็อย่าฆ่าผมเลยนะ ผมจะเอาเหรียญทองกับไอเทมที่ผมมีทั้งหมดให้พี่ก็ได้ขอร้องละ พี่ชาย อย่าฆ่าผมเลย ยังไงก็อย่าฆ่าผมเลย...”

            เย่เทียนเซี่ยเผยรอยยิ้มที่เหมือนก่อนหน้านี้ออกมาแล้วพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปี่ยมเมตตา “ก็ได้ คนที่คุ้นเคยกับฉันก็รู้ดีว่าจริงๆ แล้วฉันเป็นคนมีความเมตตามาแต่ไหนแต่ไรแล้วถึงนายจะทำให้ฉันเสียเวลาแล้วยังจะชดใช้มันไม่ได้อีกแต่ฉันก็ไม่ควรรีบฆ่านาย...งั้นเอาอย่างนี้แล้วกัน ฉันจะถามคำถามนายถ้าคำตอบของนายทำให้ฉันพอใจได้ฉันจะปล่อยนายไป”

            ถามคำถาม ถามคำถามอีกแล้ว...ความทรงจำอันเจ็บปวดแวบขึ้นมาทันทีนักธนูฝึกหัดพยายามอย่างหนักที่จะไม่ร้องออกมา เขาพูดออกไปเสียงสั่น “ถามอะไรเหรอครับ?”

            “ฉันหล่อไหม?”

            “ผม...ผมไม่รู้”

            ฉัวะ!

            แสงสีดำเส้นหนึ่งวาดผ่านร่างของนักธนูฝึกหัดพร้อมพาเสียงกรีดร้องเหมือนหมูถูกเชือดดังขึ้นมาอีกครั้งเย่เทียนเซี่ยถอนหายใจยาวแล้วพูดช้าๆ “แค่นี่นายยังไม่รู้ แล้วจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม”

            เขาได้แต่มองร่างไร้ชีวิตของนักธนูฝึกหัดที่น่าสงสารสลายกลายเป็นแสงสีขาวอยู่ตรงหน้าเขาเย่เทียนเซี่ยยกห้วงเวลาแห่งโชคชะตานิรันดร์ขึ้นมาแล้วพูดเสียงต่ำ “ไม่ว่าจะเป็นโลกไหนๆจะทำอะไรกับใครก็ควรแยกแยะให้ดี ไม่ใช่ว่าพวกนายจะไปหาเรื่องใครก็ได้ต่อจากนี้ก่อนจะเข้ามาใน World of Fate ทางที่ดีก็ควรจะเช็กภูมิหลังให้ละเอียดซะก่อน”