ตอนที่สามสิบสี่ บาบาเรี่ยนปริศนา
อุ๊ก
เขามีหลายชื่อมากมายแต่ชื่อตอนนี้ที่เขาใช้คือ “เวเนียร์”
สัมผัสเลือดที่ไหลออกจากปากของเขา จากอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการชมดูการต่อสู้ของคนที่เรียกว่า“คัล”นี้
เขาได้ส่งข้อความไปที่เทพเจ้าของเขาแล้วและท่านก็บอกว่าจะส่งคนมาตรวจสอบเร็วๆนี้
เวเนียร์มองอาการบาดเจ็บของเขาที่ไม่หายไปง่ายๆแม้จะใช้การรักษาในระดับสูงแล้วก็ตามและนั่นคือการโจมตีของคัลที่ไม่ใช่มุ่งร้ายที่จะโจมตีเขาโดยตรงด้วยซ้ำ
แต่ผู้ชายบาบาเรี่ยนท่าทางป่าเถื่อนแต่เต็มไปด้วยพลังคนนั้น มาทำอะไรที่เมืองนี้กันแน่?
เขาได้รับคำสั่งจากเทพเจ้าโซลให้คอยจับตาดูความเป็นมาเป็นไปของสถานที่สำคัญเช่นเมืองนี้และไม่สามารถออกจากโรงเลี้ยงม้าไปที่ไหนได้ง่ายๆ
แม้กระทั่งคนที่สามารถใช้คำพูดประโยคเดียวหยุดสงครามได้อย่างเขา
ยังเจอความรู้สึกเวลาเจรจากับบาบาเรี่ยนคัลเมื่อเจรจากับก้อนหินหรือภูเขาที่หนาวเหน็บ
ไม่สนใจต่อองค์ประกอบภายในอกใดใด
โจมตีมาด้วยตัวตนของตนเองแต่เพียงอย่างเดียวอย่างป่าเถื่อนไร้ชั้นเชิงและไร้ทางแก้
ฟู่
“เวเนียร์”สูบไปป์เพื่อสงบใจของตนเองและค่อยๆรักษาอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการต่อสู้ของคัลกับเทวทูตฮาลิเอล
“ทั้งสงครามของพวกลอร์ดบีสต์และเจ้าชายของดินแดนภูตกับบาบาเรี่ยนปริศนางั้นหรือ โชคชะตาที่โซลท่านกำหนดให้พวกเรานี่จะมีอะไรอีกกันนะ”
ฟู่
“เวเนียร์”ถอนหายใจขณะที่พ่นควันจากไปป์ขึ้นไปบนฟ้า
นึกถึงว่าคัลบาบาเรี่ยนนั้นจะทำอะไรต่อไปกันแน่?
Divination พยากรณ์
ขี้เถ้าที่ไปป์ลุกขึ้นวูบและเวเนียร์ได้จ้องมองดูขี้เถ้าอีกครั้ง
“ฮืม เทพแห่งโชคชะตานั้นเชื่อถือไม่ได้อย่างนั้นหรือ?พูดได้ดี”
...
Lore of Fae ประวัติของพวกภูต
อิทมาริผู้เฉลียวฉลาดได้พยายามเก็บแอปเปิ้ลทองคำให้กับดูนินดาผมทองผู้งดงาม...
ผมชะงักการจดบันทึกเสียดายกระดาษที่ราคาแสนแพงในโลกนี้ที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล
ใช่แล้วครับในโลกนี้กระดาษราคาแพงมหาศาลแม้แต่ค่าเข้าห้องสมุดต่อหนึ่งวันก็ราคา 1 g
เป็นราคาที่ชาวบ้านคนธรรมดาไม่สามารถเข้าไปได้
หากเราสังเกตดีดี
คนที่เรียนเวทย์ได้นั้นจะมากจะน้อยทางบ้านฐานะต้องร่ำรวย
ไม่มีเชื้อสายขุนนางก็ต้องเป็นพ่อค้าที่ฐานะดี
หรือมุกมาตรฐานอย่างเด็กกำพร้าที่อาจารย์พ่อมดเก็บมาดูแลตั้งแต่เด็ก
ตอนนี้ผมกลับมาที่ห้องหนังสือของกิลด์นักผจญภัยอีกครั้ง
ที่มีพวกพ่อมดอยู่ด้านข้างและเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุคอยหาข้อมูลอยู่ด้วยเช่นกัน
แม้จะไม่เท่าห้องสมุดส่วนตัวของจอมเวทย์ชั้นสูงแต่ห้องสมุดของกิลด์นักผจญภัยก็ยังพอมีคนใช้บริการบ้าง
เป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งนั่นเอง
“เดี๋ยวนะ อิทมาริเจ้าคงไม่ได้ขโมยแอปเปิ้ลทองคำจากภูตตนอื่นหรอกใช่ไหม”
ผมถามอิทมาริขณะที่กำลังจดข้อมูลประวัติ Lore ลงไปในบันทึกการผจญภัยของผม
“แม้ ไม่ใช่นายท่าน เจ้าแซตเตอร์ตนนั้นมันขโมยปลาของอิทมาริไปเมื่อสองร้อยปีก่อนหน้านั้นอิทมาริไม่ได้ขโมยของใคร แม้”
ล่ออิทมาริกล่าวตามหลักตรรกะของพวกภูต
ที่หากมีหนี้ต่อกันก็นับว่าขโมยของกันไปมาได้โดยไม่ถือว่าทำผิด
เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกนี้เป็นที่รังเกียจของนักผจญภัยนั่นเอง
หรืออย่างน้อยก็แค่พวกผมล่ะ
หากผมมีกองทัพผมคงยกกองทัพบุกเข้าไปในป่ากระทืบพวกภูตให้ราบเป็นหน้ากลองแล้ว
แต่จากการที่ผมสังเกตว่าป่าและภูตยังอยู่ดีมีสุข
ผมเลยอนุมานว่าคนในโลกนี้จริงๆไม่ได้เกลียดพวกภูตเท่าผม