War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 33

    วันที่ สี่ เมษายน ช่วงห้าโมงเย็น ทางด้านฟีนิกซ์ร่างจริง ที่เพิ่งเข้ามายังร้านนั่งเล่นกับอ้อนทางด้านประตูหน้าร้าน


    คนที่เข้ามา ก็มุ่งมานั่งยังโต๊ะหนึ่งที่อยู่กลางร้าน แต่ก่อนที่ฟีนิกซ์จะได้นั่งยังเก้าอี้ คนก็สั่งโกโก้ปั่นสองแก้ว แก่ฝัด พอสั่งเสร็จ คนก็นั่งลง


    ระหว่างที่รอโกโก้ปั่นมาเสิร์ฟ ฟีนิกซ์ก็กล่าวขึ้น " น้องซันคอนัวร์เป็นไงบ้าง สามวันมานี้ เราไปไหว้พระกันมาตลอดเลย วันนี้ก็เก้าวัดพอดี เลขสวยด้วยนะ น้องซันคอนัวร์ พอจะลืมเรื่องทุกข์ๆได้บ้างยัง "


    อ้อนตอบ " คอนัวร์ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ขอบคุณพี่กระตั้วน้อยนะคะ ที่พาคอนัวร์ไปไหว้พระอะค่ะ ความสงบของวัดและความสวยงามของวัด ช่วยคอนัวร์ได้เยอะเลย "


    หลังจากอ้อนบอกเสร็จ โกโก้ปั่นก็มาเสิร์ฟพอดี


    เมื่อโกโก้ปั่นมาเสิร์ฟแล้ว ฟีนิกซ์ก็บอกอ้อนขึ้น " น้องซันคอนัวร์ กินโกโก้ปั่นเย็นๆดับกระหายก่อนเถอะจ้ะ "


    อ้อนบอกกลับ " พี่กระตั้วน้อย ก็กินด้วยสิคะ "


    " โอเคจ้ะ งั้นเรามากินพร้อมกันนะ " ฟีนิกซ์กล่าว


    ครั้นฟีนิกซ์กล่าวเสร็จ คนที้งสองก็นับหนึ่งถึงสาม จากนั้นก็ดูดน้ำจากหลอดพร้อมๆกัน


    กินไปได้สองสามอึก อ้อนกับฟีนิกซ์ก็คลายการดูดหลอด 


    พอฟีนิกซ์คลายการดูดหลอดแล้ว คนที่อยากใช้เวลาอยู่กับอ้อนในที่ที่โรแมนติก คนก็พลันนึกเรื่องที่ตนกับอ้อนเคยสัญญากันเอาไว้ แต่เลิกกันไปก่อน ก่อนที่จะได้ทำ 


    คนจึงกล่าวรื้อฟื้นความทรงจำขึ้น " น้องซันคอนัวร์ จำได้มั้ย ที่ครั้งหนึ่งพี่เคยชวนน้องซันคอนัวร์ไปเที่ยวตั้งแคมป์ปิ้งกันที่ชะอำน่ะ "


    อ้อนมองบนคิดสักครู่ ก่อนจะตอบ " อ๋อ จำได้แล้วค่ะ " 


    " ว่าแต่พี่กระตั้วน้อยถามทำไมหรอคะ " อ้อนถาม


    " คือ พี่อยากชวนคอนัวร์ไปอีกครั้ง ไปตั้งแคมป์กันที่หาดบางเกตุ จังหวัดเพชรบุรี ที่ที่เราสัญญากันว่าจะไป น้องคอนัวร์ไปกับพี่จะได้มั้ย เพื่อที่เราสองคน จะได้ขจัดเรื่องที่คาในใจออกไป "


    อ้อนนึกคิด ก่อนจะตอบ " โอเคค่ะ คอนัวร์จะไปกับพี่กระตั้วน้อย "


    " ดีจริง ดีมากๆเลย ในที่สุดเราสองคนก็จะได้ชมพระอาทิตย์ยามเช้าริมทะเล ชมดาวยามค่ำคืน และนั่งกินปิ้งย่างด้วยกันสักที " ฟีนิกซ์กล่าว


    " เดี๋ยวก่อนนะครับคุณฟีนิกซ์ ถ้าคุณฟีนิกซ์ไปเที่ยวกันกับคุณอ้อน แล้วใครจะมารับหน้าที่มือคีย์บอร์ดล่ะครับ ถ้าไม่มีมือคีย์บอร์ด แล้ววงดนตรีเราจะสมบูรณ์ได้ไงล่ะครับ " โอมถาม


    " พวกมึงกับกู ก็ลางานกับเจ๊เพ็ญสิวะ บอกไปว่าเราขอพักผ่อนสักสี่ห้าวัน " ฟีนิกซ์บอก


    " ที่คุณฟีนิกซ์บอกมาแบบนี้ คือจะลากับเจ๊เพ็ญเองใช่ไหมครับ " โอมถาม


    ฟีนิกซ์ตอบ " ไม่ มึงหรือไอ้ฝัดเป็นคนบอก "


    โอมที่ได้ฟังก็เบือนหน้าหนีและกล่าว " กูว่าแล้ว "


    อ้อนที่ได้ยินว่า หากฟีนิกซ์ลางานพวกโอมก็ต้องหยุดงานด้วย เพราะวงดนตรีคนไม่ครบ คนจึงกล่าวชวน " ไหนๆพวกฝัด ก็ต้องหยุดงานด้วยแล้ว งั้นไปตั้งแคมป์ด้วยกันไหมคะ "


    " จะดีหรอครับ มันจะไม่รบกวนเวลาคุณอ้อนกับคุณฟีนิกซ์ที่ต้องการอยู่ด้วยกันสองต่อสองหรอครับ " โอมถาม


    " ที่มึงถามแบบนี้ คือมึงจะไม่ไป " ฟีนิกซ์ถาม


    โอมตอบทันควัน " ไปสิครับ "


    " ถุย พูดซะเหมือนเกรงใจ ที่ไหนได้มึงก็ไปนี่หว่า " ฟีนิกซ์กล่าว


    " โธ่ คุณฟีนิกซ์ครับ นานๆทีผมจะได้หยุดงาน ผมก็ขอไปเที่ยวมั่งสิครับ " โอมกล่าว


    " แล้วมึงก็เสือกเลือกไปกับกูเนี่ยนะ " ฟีนิกซ์ถาม


    โอมตอบ " ใช่ไงครับ "


    ฟีนิกซ์บอก " เจริญล่ะ มารรังควานกูชัดๆ "


    " ไหนๆ มึงก็จะไปด้วยแล้ว มึงก็ชวนดางหางไปด้วยกันกับเราดิ " ฟีนิกซ์บอก


    " ดาวหางคงไปไม่ได้หรอกครับ เพราะดาวหางเขาไปจีนกับพ่อเขา " โอมบอก


    " งั้นหรอ งั้นคงมีแต่มึงกับไอ้ฝัดที่ไปด้วยกับกูสินะ " ฟีนิกซ์กล่าว


    " ที่พี่พูดมาแบบนี้ พี่รู้ได้ยังไงว่าผมจะไปด้วย " ฝัดถาม


    " แล้วมึงจะไปมั้ยล่ะ " ฟีนิกซ์ถามกลับ


    " ไหนๆก็ชวนแล้ว ไปก็ไป " ฝัดกล่าว


    " ดีแล้วที่มึงไป มึงจะได้ไปตกปลา ชมพระอาทิตย์ ชมหมู่ดาวกับพวกกู เผื่อมันอาจจะช่วยให้มึงหาซึมเศร้าได้บ้าง " ฟีนิกซ์บอก


    " แล้วเราจะไปวันไหนกันครับ " โอมถาม


    " เอาเป็นวันที่ เก้า เมษายนนี้ก็แล้วกัน พวกมึงก็เตรียมหม้อเตรียมกระทะปิ้งย่างให้พร้อม ส่วนพวกมึงอยากกินอะไรก็ซื้อมาและมาเก็บตังค์ที่กู เอาตามนี้นะ " ฟีนิกซ์ออกปาก


    " แหม พออยู่ต่อหน้าสาวพี่ก็ใจปล้ำขึ้นมาทันทีเลยนะ " ฝัดกล่าว


    ' ถ้าไม่ติดว่ามึงเศร้าอยู่นะ กูตบหัวให้ ' ฟีนิกซ์คิด


    " คอนัวร์อย่าไปฟังไอ้ฝัดมันนะจ๊ะ มันใส่ร้ายพี่ ตัวจริงพี่เป็นยังไงน้องคอนัวร์ก็รู้อยู่ ว่าพี่เป็นคนชอบดูแลคนอื่น " ฟีนิกซ์กล่าว


    " คอนัวร์รู้ค่ะ ว่าพี่กระตั้วน้อยเป็นคนใจดี " อ้อนกล่าว


    ฟีนิกซ์ที่ได้ฟังดังนั้นก็ยิ้ม ก่อนจะหันมากล่าวกับฝัด " ไอ้ฝัด เอาเค้กวานิลลาใส่กล่องให้หนึ่งกล่อง และทำโกโก้ปั่นให้หนึ่งแก้ว กูจะเอาให้อ้อนไปกินที่ห้อง "


    พอฟีนิกซ์กล่าวกับฝัดเสร็จ คนก็มากล่าวกับอ้อน " น้องคอนัวร์นั่งรอสักครู่นะ เดี๋ยวพอเค้กใส่กล่องกับโกโก้ปั่นเสร็จ พี่จะไปส่งน้องที่ห้อง "


    อ้อนตอบกลับ " โอเคค่ะ "


    หลังจากอ้อนตอบกลับได้ไม่นาน เค้กกับโกโก้ปั่นก็เสร็จ และส่งมาถึงมือของฟีนิกซ์ แต่ก่อนที่ฟีนิกซ์กับอ้อนจะได้ออกจากร้านไป


    โอมก็ถามขึ้น " แล้วคุณฟีนิกซ์จะไปชะอำ หาดบางเกตุยังไงหรอครับ อย่าบอกนะ จะขับมอไซค์ไปอะ "


    ฟีนิกซ์ตอบกลับ " มึงจะบ้าหรอ จากราชรีไปเพชรบุรี มึงคิดได้ไงใช้มอไซค์ไป กูไม่ใช่คนโนสนโนแคร์รถใหญ่ที่ต้องเจอเยอะขนาดนั้น "


    " แล้วคุณฟีนิกซ์จะไปยังไงล่ะครับ " โอมถาม


    " ยืมรถกระบะไอ้กิลด์ไปดิ " ฟีนิกซ์บอก


    " แล้วคุณกิลด์จะยอมให้ยืมหรอครับ " โอมถาม


    " ถ้าไม่ให้ยืมก็เช่าสิวะ " ฟีนิกซ์กล่าว


    " แล้วถ้าคุณกิลด์ยังไม่ให้อีกล่ะครับ จะไปยังไง " โอมถาม


    ฟีนิกซ์ตอบ " เอาเป็นว่าถ้าถึงตอนนั้น กูก็มีวิธีหารถไปก็แล้วกัน "


    พอฟีนิกซ์ตอบโอมเสร็จ คนก็หันมากล่าวกับอ้อน " คอนัวร์ พี่ว่าพวกเราไปกันเถอะจ้ะ "


    คอนัวร์พยักหน้าและกล่าว " ค่ะ " 


    ทันทีที่อ้อนตอบรับ ฟีนิกซ์กับอ้อนก็เดินคู่กันออกไปจากร้าน ไปยังรถมอเตอร์ไซค์ พอฟีนิกซ์ขึ้นขี่อ้อนขึ้นซ้อน รถก็ออกตัวไปส่งอ้อนตามคำบอก


    และแล้ววันที่ เก้า เมษายน เวลาสี่โมงเย็ดก็มาถึง ฟีนิกซ์ ฝัด โอม ที่ปิดร้านนั่งเล่นเสร็จและออกมาจากร้านนั่งเล่นแล้ว พวกคนก็มุ่งหน้ามายังห้องของฝัด เพื่อที่พวกตนจะได้อาบน้ำแต่งตัว พอห้าโมงเย็น จะได้เริ่มออกเดินทาง


    พวกคนจึงผลัดกันอาบน้ำคนละสิบห้านาทีและแต่งตัวคนละห้าสิบวินาที เมื่อพวกคนใส่เสื้อผ้าที่พวกคนเตรียมกันเอาไว้เสร็จแล้ว


    ฟีนิกซ์ก็กล่าว " เอาล่ะ พวกมึงช่วยกันตรวจสอบเลย ว่าของกินและอุปกรณ์ตั้งแคมป์อุปกรณ์ตกปลาที่ซื้อมาเมื่อวันก่อนพร้อมครบมั้ย ไอ้โอมตรวจสอบอาหาร ไอ้ฝัดตรวจสอบอุปกรณ์ "


    โอมที่ได้รับคำสั่งมาก็ไปเปิดตู้เย็น และกล่าวนับ " กุ้งสิบกิโลครบ เนื้อหมูห้ากิโลครบ หมึกกล้วยห้ากิโลครบ เนื้อไก่ห้ากิโลครบ มันหมูห้าขีดครบ น้ำแข็งแช่ของสดกับกล่องแช่ครบ เหล้าเบียร์ครบ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เห็ดฟาง น้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำมะนาว พริกขี้หนูสด ผักชี ครบครับ "


    ฝัดกล่าวต่อ " ส่วนทางด้านผม กระทะปิ้งย่างสองใบครบ หม้อต้มสองใบครบ เตาอั้งโล่สี่อันครบ ถ่านไม้ครบ อุปกรณ์ตักคีบอย่างละสองครบ เต็นท์ตั้งแคมป์สี่เต็นท์ครบ ไฟฉายพร้อมถ่านใหม่สี่กระบองครบ ผ้าห่มสี่ผืนครบ กระบอกใส่น้ำกินพกพาสี่กระบอกครบ คันเบ็ดตกปลาสี่คันครบ เหยื่อปลอมเหยื่อเป็นมีครบ "


    " แล้วอุปกรณ์เกี่ยวกับโทรศัพท์ล่ะวะ " ฟีนิกซ์ถาม


    ฝัดตอบ " พาวเวอร์แบงค์สี่ลูกครบพี่ "


    " จากที่ฟังมา คงไม่มีอะไรขาดแล้วมั้ง เอาล่ะพวกมึงช่วยกันยกทยอยของไปขึ้นรถ " ฟีนิกซ์บอก


    หลังจากฟีนิกซ์บอกเสร็จ ฟีนิกซ์ก็มุ่งหน้าไปอยู่ที่รถก่อน และปล่อยให้ฝัดกับโอมช่วยกันยกของขึ้นมายังรถกันเอง


    พอฝัดกับโอมยกเอาของขึ้นรถมาหมดแล้ว ฟีนิกซ์ก็ขึ้นไปขับรถ ส่วนฝัดกับโอมก็ขึ้นไปนั่งด้านหลังรถ จากนั้นรถก็ออกตัวไปรับอ้อน


    ครั้นรับเสร็จ ฟีนิกซ์ก็มุ่งหน้าออกเดินทางไปชะอำ หาดบางเกตุในทันที พอหกโมงเย็น พวกคนก็เดินทางมาถึง


    เมื่อมาถึงแล้ว ฟีนิกซ์ก็ไม่รีรอช้าพาพวกคนไปยังจุดพักแรมในทันที พอถึงจุด ฟีนิกซ์ก็ออกคำสั่ง " ไอ้ฝัด มึงทำหน้าที่กางเต็นท์ ส่วนมึงไอ้โอมทำหน้าที่ใส่ถ่านใน

    เตาอั้งโล่และจุดไฟ และเตรียมความพร้อมหม้อและกระทะปิ้งย่างให้พร้อมย่างต้มของกิน เอาตามนี้นะ "


    โอมที่ได้ฟังก็ถามฟีนิกซ์ขึ้นเพราะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหน้าที่ของฟีนิกซ์ " แล้วคุณฟีนิกซ์ล่ะครับ ทำหน้าที่อะไร ไม่เห็นคุณฟีนิกซ์บอกเลย "


    ฟีนิกซ์ที่ได้ฟัง ก็กล่าวบอก " มึงไม่ต้องกลัวว่ากูจะกินแรงพวกมึงหรอก เพราะงานเตรียมของกินเป็นหน้าที่ของกูกับอ้อนเอง "


    " อ๋อ งั้นหรอครับ " โอมกล่าวรับทราบเข้าใจ


    หลังจากโอมกล่าวรับทราบเข้าใจแล้ว เมื่อไม่มีใครถามต่อ เพราะไปทำหน้าที่ตามคำสั่งของฟีนิกซ์ ฟีนิกซ์ที่เห็นแบบนั้น ก็ไปทำหน้าที่ตน ที่ตนได้เลือกเอาไว้เหมือนกัน


    ไม่นานประมาณหนึ่งชั่วโมงพวกคนทั้งสี่ก็ทำหน้าที่ของตนกันเสร็จ


    เมื่อเต็นท์เสร็จแล้ว เตาอั้งโล่ใส่ถ่านจุดไฟลงหม้อและกระทะแล้ว ทิ้งเวลามาสักพัก ฝัดที่เห็นว่าควรลงของกินได้แล้ว คนก็ลงมือใส่ในทันที


    ฝัดใส่แต่หมูไปเรื่อยๆทั้งในหม้อและในกระทะ จนทำให้โอมไม่เห็นช่องที่จะใส่หมึกเลย คนที่เห็นดังนั้นก็มองไปยังหม้อและกระทะของอ้อนกับฟีนิกซ์


    เมื่อเห็นว่ายังมีที่ว่างให้ใส่หมึก คนก็กำลังจะใส่หมึกลงไปยังหม้อต้มที่ฟีนิกซ์ทำเป็นต้มข่าไก่


    ฟีนิกซ์ที่เห็นว่าโอมกำลังจะลงหมึกใส่ยังต้มข่าไก่ของตนที่ตนจะกินกับอ้อน คนก็ร้องห้ามออกมาเสียงดัง

    " อย่า "


    โอมที่โดนดังนั้น ก็ชะงักและมองหน้าฟีนิกซ์ จากนั้นค่อยถาม " ทำไมหรอครับ คุณฟีนิกซ์ ทำไมไม่ให้ผมลงหมึกล่ะครับ หรือว่าคุณฟีนิกซ์จะเติมหมูเต็มหม้อเต็มกระทะเหมือนกันกับพี่ฝัด "


    " ผมว่าถ้าคุณฟีนิกซ์จะกินหมู ไปกินที่พี่ฝัดย่างและต้มเอาไว้จะดีกว่ามั้ยครับ เพราะเจ้าตัวลงเยอะเหลือเกิน และเอากระทะกับหม้อต้มมาให้ผมใช้ดีกว่าครับ ผมอยากกินหมึกต้มหมึกย่างน่ะครับ " โอมบอก


    " กูไม่ได้จะลงหมูจนไม่เหลือที่ว่างเลยเว้ย แต่ที่กูไม่ให้มึงเอาหมึกลงยังกระทะและหม้อของกูกับอ้อน เป็นเพราะว่าอ้อนเขาแพ้หมึก " ฟีนิกซ์กล่าว


    "อ๋อ เป็นงั้นเองหรอครับ " โอมตอบรับเข้าใจ


    " งั้นผมคงต้องรอกระทะกับหม้อของผมกับพี่ฝัดว่างสินะครับ ถึงจะได้กินหมึก " โอมกล่าว


    " หรือไม่มึงก็กินหมูที่ไอ้ฝัดลง จนกว่าจะเหลือที่ว่างวางหมึก " ฟีนิกซ์บอก


    " จริงด้วย ยังมีวิธีที่คุณฟีนิกซ์บอกอยู่หนิครับ " โอมกล่าวตระหนักรู้


    หลังจากโอมกล่าวตระหนักรู้เสร็จ โอมก็ลงมือตั้งหน้าตั้งตากินหมูที่ฝัดลงในกระทะและหม้อต้มอย่างดุเดือด จนมีที่ว่างให้วางหมึกในกระทะและหม้อต้ม


    เมื่อมีที่ว่างแล้ว โอมก็ไม่รีรอช้า รีบลงหมึกในกระทะย่างกับหม้อต้มในทันที เพราะคนเสี้ยนอยากกินทั้งหมึกย่างและหมึกต้มจนเต็มแก่แล้ว


    พวกคนค่อยๆทยอยกินอาหารเครื่องดื่มอย่างไม่รีบไม่ช้า คือกินทีละนิดพลางคุยกันและเล่นโทรศัพท์ไปพลาง


    ใช้เวลาจนถึงสี่ทุ่มพวกคนก็อิ่มอาหาร ฝัด โอม กับอ้อนที่กินเหล้าเบียร์ด้วย จึงมีอาการเมา 


    แต่อ้อนมีอาการเมาน้อยกว่ามากๆ เรียกได้ว่ายังมีสติอยู่ แค่ง่วงเท่านั้น


    เมื่อฟีนิกซ์ที่เห็นว่าโอมกับฝัดเมามากแล้ว คนก็เข้าไปพยุงตัวนำร่างของทั้งโอมและฝัด เข้าเต็นท์ของแต่ละคนให้เข้าไปนอน


    ครั้นทำเสร็จ คนก็กลับมานั่งข้างๆอ้อน อ้อนที่เมาก็กำลังนั่งเท้าคางหลับอยู่ ทันทีที่ฟีนิกซ์มานั่งข้างๆและคนชนกายอ้อนเบาๆ ทันควันนั้นอ้อนก็ตัวเอียงแนบกายและหัวซบไหล่ของฟีนิกซ์


    ฟีนิกซ์ที่โดนดังนั้น ก็นำมือลูบหัวของอ้อนพลางยิ้มอ่อนโยน จากนั้นจึงค่อยมองขึ้นฟ้าชมหมู่ดาว


    ไม่นานประมาณหนึ่งชั่วโมง ฟีนิกซ์ก็นั่งหลับไปทั้งๆที่มีอ้อนซบอยู่


    และแล้ว เวลา หกโมงเช้า วันที่ สิบ เมษายน ก็มาถึง เสียงนาฬิกาปลุกที่พวกฟีนิกซ์ตั้งในโทรศัพท์ก็ดังขึ้น


    เมื่อนาฬิกาปลุกดัง ฟีนิกซ์ที่ไม่เมาก็ตื่นขึ้นอย่างง่ายดาย พอตื่นขึ้นแล้วและคนเห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นขึ้นตรงหน้า คนก็ปลุกอ้อนให้ตื่นขึ้นมาชม


    อ้อนตื่นมาด้วยอาการงัวเงีย ฟีนิกซ์ที่เห็นดังนั้น ก็ยื่นกระบอกน้ำกินที่มีน้ำอยู่ให้อ้อนเอาไปล้างหน้า อ้อนก็รับมา และนำไปล้างหน้า


    เมื่ออ้อนล้างหน้าเสร็จ คนก็นำกระบอกน้ำมาคืนฟีนิกซ์และมานั่งข้างๆฟีนิกซ์ดั่งเคย


    เมื่ออ้อนมานั่งข้างๆฟีนิกซ์แล้ว คนที่มองไปยังเบื้องหน้าเห็นทิวทัศน์ทะเลกับพระอาทิตย์ คนก็กล่าวขึ้น " ทะเลกับพระอาทิตย์สวยจังเลยค่ะ พี่กระตั้วน้อย "


    ฟีนิกซ์ได้ยินคำบอกแบบนั้น คนที่เห็นด้วยก็ส่งเสียงตอบรับในลำคอ " อืม "


    ทั้งคู่ดูทะเลกับพระอาทิตย์ไปจนถึง หกโมงเช้าสามสิบนาที ก่อนที่เสียงท้องอ้อนจะร้องว่าหิว


    พอเป็นเช่นนั้น ฟีนิกซ์ก็กล่าวขึ้น " ถ้าน้องคอนัวร์หิวแล้ว งั้นพี่ตั้งเตาย่างกุ้งกับอุ่นต้มข่าไก่ให้เอามั้ย "


    อ้อนที่หิวจริงและได้ฟังแบบนั้น คนก็ยิ้ม จากนั้นก็ตอบกลับ " รบกวน พี่กระตั้วน้อยแล้วค่ะ "


    ฟีนิกซ์ที่ได้ฟังดังนั้น ก็ลงมือจุดถ่านในเตาอั้งโล่และนำกระทะวาง จากนั้นก็ย่างกุ้ง ส่วนเตาอั้งโล่อีกเตาก็ลงหม้ออุ่นต้มข่าไก่ที่เหลือ


    ไม่นานทั้งกุ้งย่างกับต้มข่าไก่ก็เสร็จพร้อมกิน อ้อนที่เห็นว่าเช้าแล้ว แต่พวกโอมกับฝัดยังไม่ตื่น คนที่อยากให้พวกโอมมาชมวิวทะเลกับพระอาทิตย์พร้อมกับกินอาหารด้วยกัน จึงบอกให้ฟีนิกซ์ไปปลุกพวกคน " พี่กระตั้วน้อย คอนัวร์ว่า ปลุกพวกฝัดมาชมวิวพระอาทิตย์กับทะเล และกินอาหารเช้าด้วยกันดีกว่ามั้ยคะ เดี๋ยวจะเสียดายกันที่ไม่ได้ชมทะเลกับพระอาทิตย์ยามเช้า "


    " ถ้าน้องคอนัวร์ว่ามาแบบนั้น เดี๋ยวพี่ปลุกให้ก็ได้ " ฟีนิกซ์กล่าว พอกล่าวเสร็จ คนก็ลุกเข้าไปปลุกโอมกับฝัดในเต็นท์นอนในทันที


    เมื่อโอมกับฝัดตื่นแล้ว ฟีนิกซ์ก็ไล่ให้ไปล้างหน้าล้างตาและค่อยมากินอาหารเช้า


    เวลา หกโมงเช้าสี่สิบห้าตรง พวกฟีนิกซ์ก็กินอาหารเช้ากันอิ่มเสร็จ พวกคนนั่งพักกันห้านาที ก่อนที่ฟีนิกซ์จะกล่าวขึ้น " ทุกคนหายอิ่มกันรึยัง "


    " คอนัวร์หายอิ่มแล้ว " อ้อนกล่าว


    " ผมก็หายอิ่มแล้ว พี่ฟีนิกซ์ " ฝัดกล่าว


    " ผมก็หายแล้วครับ " โอมกล่าว


    " งั้นพวกมึงสองคน ไอ้โอม ไอ้ฝัด มาช่วยกูเก็บของขึ้นรถกัน เราจะเดินทางไปขึ้นเรือที่หาดเจ้าสำราญ เพื่อออกทะเลไปตกปลากัน เข้าใจนะ " ฟีนิกซ์บอก


    " เข้าใจแล้วพี่ " ฝัดกล่าว


    " เข้าใจแล้วครับ " โอมกล่าว


    " ถ้าเข้าใจแล้ว ก็รีบๆสิวะ เขาบอกว่าลงเรือเจ็ดโมงนะเว้ย ไปช้ากูเกรงใจเขาที่ต้องรอ " ฟีนิกซ์บอก


    หลังจากฟีนิกซ์บอกมาแบบนั้นเสร็จ ฟีนิกซ์ โอม ฝัด ก็ช่วยกันลงมือเก็บอุปกรณ์ที่เอามาใช้ทั้งหมด กลับไปขึ้นรถ


    ครั้นทุกอย่างขึ้นรถครบแล้ว โอมที่ถือวิสาสะเป็นตัวแทนกล่าวบอกความพร้อม ก็กล่าวบอกขึ้น " พวกผมพร้อมแล้วครับ "


    " เราไปกันเลยมั้ยครับคุณฟีนิกซ์ " โอมกล่าวถาม


    " โอเค ถ้าพร้อมกันแล้ว ก็ไปกันเลย " ฟีนิกซ์กล่าว


    พอฟีนิกซ์กล่าวเสร็จ พวกคนก็พากันขึ้นรถและมุ่งสู่หาดเจ้าสำราญ คนจอดรถที่รีสอร์ท จากนั้นก็พากันเดินมุ่งเข้าหาเรือออกทะเลที่ฟีนิกซ์จองเอาไว้


    เมื่อพวกคนขึ้นเรือครบแล้ว เรือก็ออกสู่ทะเลในเวลาต่อมา


    พวกคนออกทะเลไปตกปลา กันตั้งแต่เช้า จนห้าโมงเย็นค่อยกลับมายังฝั่งทะเล


    ครั้นพวกคนกลับมาถึงฝั่งแล้ว ฝัดที่อยากรู้ว่าคืนนี้นอนไหนก็กล่าวถามขึ้น " คืนนี้เรานอนไหนพี่ หรือกลับไปตั้งแคมป์พักที่เดิม "


    ฟีนิกซ์บอก " ไม่เว้ย คืนนี้เราจะพักที่รีสอร์ทเว้ย "


    " พี่จองรีสอร์ทไว้ ทำไมพี่ไม่จองสำหรับคืนเมื่อวานด้วยวะพี่ จะได้ไม่ลำบากตั้งแคมป์ปิ้ง " ฝัดถาม


    " ก็กูสัญญากับอ้อนเอาไว้ว่าจะมาตั้งแคมป์กันไง เมื่อตั้งแคมป์กันลุล่วงแล้ว กูก็เลยอยากพักสบายๆ เลยจองรีสอร์ทเอาไว้วันนี้ไง " ฟีนิกซ์บอก


    " อ๋อ เป็นเช่นนี้นี่เอง " ฝัดกล่าวรัยทราบเข้าใจ


    เมื่อฟีนิกซ์กับฝัดสนทนากันเสร็จ พวกคนทั้งหมดก็พากันเดินทางไปยังรีสอร์ทที่ฟีนิกซ์จองเพื่อเข้าพักเอาไว้


    และแล้ววันที่ สิบ ก็ผ่านไป เข้าสู่เช้าวันที่ สิบเอ็ด เมษายน พอเช้าแล้วและฟีนิกซ์ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วคนก็แชทบอกทุกคนให้ไปรอที่รถ เพื่อจะไปเทียวที่ใหม่ต่อ


    ครั้นพอทุกคนมาถึงที่รถแล้ว ฝัดก็กล่าวถามฟีนิกซ์ " เราจะไปเที่ยวที่ไหนกันต่อพี่ และเราจะพักกันที่ไหนพี่ "


    ฟีนิกซ์ตอบ " เราจะไปเที่ยวที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่เป็นทั้งสวนน้ำและรีสอร์ทเว้ย และเราจะพักที่นั่นเลย เพราะกูติดต่อเอาไว้แล้ว "


    " มีใครจะถามอะไรอีกมั้ย " ฟีนิกซ์ถาม


    ทุกคนส่ายหัว


    " ดี งั้นขึ้นรถ เราจะได้ออกเดินทางกัน " ฟีนิกซ์พูด


    พอฟีนิกซ์บอกเสร็จ ทุกคนรวมคนบอกก็พากันไปขึ้นรถ จากนั้นรถก็ออกเดินทาง


    ใช้เวลาไม่นาน คนก็เดินทางมาถึงยังรีสอร์ทที่เป็นสวนน้ำด้วย


    เมื่อคนมาถึง ฟีนิกซ์ก็พาทุกคนไปหาพนักงานเพื่อบอกว่าพวกตนคือคนที่ติดต่อเข้าพักเอาไว้


    พอเก็บของเข้าที่พักเสร็จ พวกคนก็พากันลุยเล่นสวนน้ำ ถ่ายรูป จนหนำใจจนเย็น


    ครั้นเย็นแล้ว พวกก็พากันไปกินอาหารเย็น จากนั้นก็แยกกันนั่งเล่นโทรศัพท์ จนมืด พอมืด ก็แยกกันเข้านอน


    เช้าวันที่ สิบสอง มาเยือน พอฟีนิกซ์ทำธุระส่วนตัวเสร็จ คนก็แชทบอกทุกคนว่ารออยู่ที่รถเตรียมพร้อมออกเที่ยวต่อแล้ว


    ครั้นทุกคนมาอยู่บนรถแล้ว ฝัดที่อยากรู้ว่าวันนี้จะไปเที่ยวไหนบ้าง จึงกล่าวถาม " วันนี้เราจะไปเที่ยวไหนกันบ้างพี่ "


    ฟีนิกซ์ตอบ " วันนี้เราจะตะลุยเที่ยวไหว้พระเมืองเพชรบุรีกันเว้ย "


    " ไหว้พระทั้งวันเลยหรอพี่ " ฝัดถาม


    ฟีนิกซ์ตอบ " ใช่ "


    หลังจากฟีนิกซ์ตอบรับเสร็จ รถก็ออกตัวไปเที่ยว พวกคนเที่ยวไหว้พระกันจนเย็น เมื่อเย็นแล้ว คนก็ออกเดินทางกลับราชรี ใข้เวลาถึงประมาณสองทุ่มของวันที่สิบสอง พวกคนก็กลับมาถึงราชรี ถึงยังที่อยู่ของอ้อน ซึ่งเป็นคอนโด 


    เมื่ออ้อนมาถึงที่อยู่ของตนแล้ว คนก็ลงจากรถและกล่าวลา จากนั้นก็ขึ้นคอนโดไป


    ทันทีที่อ้อนลงรถไปแล้ว ใช้เวลาห้าลมหายใจ ฟีนิกซ์จึงค่อยออกตัวรถมุ่งสู่ห้องของฝัด เพื่อไปนอนที่นั่น


    รุ่งเช้าวันที่ สิบสาม เมษายน ฟีนิกซ์ก็ขับกระบะไปส่งฝัดกับโอมที่ร้านนั่งเล่น ก่อนจะขับรถกระบะไปคืนกิลด์ยังที่อยู่ของกิลด์ ณ โลกแห่งนี้


    พอคืนเสร็จ คนก็เดินมายังจุดโบกรถมอไซค์รับจ้าง จากนั้นจึงค่อยโบกให้รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาส่งตนที่ร้านนั่งเล่น


    นับตั้งแต่ วันที่ สี่ เมษายน จนถึง วันที่ สิบสอง เมษายน ทางด้านเยี่ยหลง ณ ห้องสมุดส่วนกลาง คนที่มารอเจอคนที่น่าสงสัยสำหรับตน คนก็ไม่เจอคนที่น่าสงสัยอีกสี่คนเลย นอกจากเย่าเยว่ ที่ตนเข้าหาคนไปแล้ว เพื่อดูว่าใช่คนของนิกายมารฟ้าหรือไม่ แล้วสรุปคือไม่ใช่


    และปัจจุบันวันนี้ วันที่ สิบสาม เมษายน เยี่ยหลงก็มานั่งดักรอ รอดูว่าคนที่ตนสงสัยอีกสี่คนจะเข้ามายังห้องสมุดส่วนกลางหรือไม่


    คนนั่งรอจนไปถึง สิบเอ็ดโมงสี่สิบห้า และแล้วหนึ่งในคนที่น่าสงสัยสำหรับเยี่ยหลงที่ชื่อ ตงเป่า ก็เข้ามายังห้องสมุด


    เมื่อคนเข้ามายังห้องสมุด คนก็หยิบหนังสือสมุดมานั่งอ่านที่โต๊ะ


    คนอ่านได้ไม่นาน คนก็เริ่มทำพฤติกรรมน่าสงสัย คนก็ยกหยิบหนังสือสมุดที่ตนหยิบมาอ่าน กับไปยังที่หยิบมา ซึ่งเป็นมุมอับสายตา 


    และคนอยู่ตรงนั้นได้ไม่นาน คนก็กลับมานั่งที่เดิมพร้อมกับสมุดหนังสือเล่มเดิมไม่ได้เปลี่ยน


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็รอให้คนเข้าไปที่ชั้นที่เก็บหนังสือสมุดอีกครั้ง


    และก็รอไม่นาน ตงเป่า ก็เดินไปที่ชั้นหนังสือสมุดที่เดิมอีกครั้ง


    ทันทีที่เป็นแบบนั้น เยี่ยหลงก็เดินมุ่งเข้าหา ตงเป่า ในทันที


    เมื่อเดินมาถึงหน้าซอยที่ตงเป่าอยู่ คนก็มองเข้าไปยังในซอยนั้น ก่อนจะเจอตงเป่ากำลังหันหลังให้และกำลังทำอะไรยุกยิกยุกยิกอยู่


    ครั้นเห็นเช่นนั้น เยี่ยหลงก็ไม่รีรอช้า เข้าไปจับไหล่

    ตงเป่าจากด้านหลังในทันที และกล่าวถามด้วยเสียงเบา" เจ้ากำลังทำอะไรอะ "


    ตงเป่าที่โดนจับไหล่พลางได้ยินเสียงใกล้หูกล่าวถาม คนก็สะดุ้งและหยุดทำอะไรยุกยิกยุกยิก และหันกลับมามองคน ก่อนจะพูดอย่างลนลาน " ไม่มี ไม่มี ไม่มีอะไร "


    เยี่ยหลงที่โดนคนพูดกลับมาแบบนั้น คนก็กล่าวบอกไปให้ใจเย็น " ใจเย็น ใจเย็น สหาย ข้าไม่ได้จะทำอะไรเจ้า "


    เยี่ยหลงกล่าวต่อ " สูดหายใจเข้าลึกๆและค่อยๆปล่อยออกมา "


    เมื่อเยี่ยหลงกล่าวเสร็จ ตงเป่า ก็ทำตาม


    เยี่ยหลงที่เห็นตงเป่าเริ่มทำตามที่ตนบอก คนก็กล่าว " อย่างงั้นแหละ ค่อยๆทำ "


    ไม่นานตงเป่าก็สงบจากอาการลนลานตกใจ พอเป็นเช่นนั้น เยี่ยหลงก็กล่าว " ในเมื่อเจ้าสงบลงแล้ว ข้ามีเรื่องที่อยากจะถามกับเจ้าหน่อย ได้โปรดตอบมาตามความจริง "


    " ข้าสังเกตเจ้ามาอยู่พอควร และพบว่าเจ้าชอบทำตัวลับๆล่อๆ บอกข้ามา เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดกฏสำนักใช่มั้ย อย่างเช่นแอบเก็บเงินหนังสือสมุดในห้องสมุดนี้อะ " เยี่ยหลงกล่าวถาม


    ทันทีที่เยี่ยหลงกล่าวถามกับคนมาแบบนั้น คนก็กล่าวปฏิเสธอย่างรวดเร็ว " ข้าไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฏสำนัก อย่างที่เจ้าพูดและเจ้าคิดเลยนะ "


    " ถ้าเจ้าไม่ได้ทำ งั้นบอกมาทำไมเจ้าชอบทำตัวลับๆล่อๆ " เยี่ยหลงถาม


    " คือข้า คือข้า คือข้า ข้าบอกไม่ได้จริง มันคือเรื่องส่วนตัวของข้าที่บอกใครไม่ได้ แต่เอาเป็นว่าข้าไม่ได้ทำอะไรผิดกฏสำนักก็แล้วกัน " ตงเป่าบอก


    " ถ้าเจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดกฏสำนักจริงๆ ก็บอกข้ามาสิว่าเจ้าทำตัวลับๆล่อๆทำไม หรือเป็นเพราะเจ้าเป็นสายให้กับคนนอกสำนักที่ถูกวานให้เข้ามาสืบความเป็นไปของสำนักใช่หรือไม่ " เยี่ยหลงกล่าวถาม


    ตงเป่าสวนกลับทันควัน " ไม่ใช่ ไม่ใช่ ข้าไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าพูดนะ "


    " ถ้าเจ้าไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าบอกไป งั้นบอกมาว่าทำไมเจ้าถึงทำตัวลับๆล่อๆ ถ้าเจ้าไม่บอก ข้าคงต้องส่งเรื่องของเจ้าให้กับเหล่าอาจารย์เป็นผู้ตรวจสอบแล้วล่ะ " เยี่ยหลงกล่าวถามและกล่าวบอก


    " ถ้าเจ้าไม่ต้องการให้เรื่องเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น หรือกลัวว่าถ้าบอกข้าไปแล้ว ข้าจะนำความลับของเจ้าไปโพนทะนาถูกเปิดเผยโดยข้า งั้นเรามาแรกความลับกันมั้ย " เยี่ยหลงกล่าวบอก


    ตงเป่าคิดสักพัก ก่อนจะกล่าว " แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่าความลับของเจ้าคุ้มกับความลับของข้า "


    เยี่ยหลงตอบ " เอาเป็นว่าความลับของข้ามีมูลค่ามากพอที่จะถูกโบยก็แล้วกัน แต่ถ้าเจ้ายังไม่มั่นใจ จะให้ข้าบอกความลับของข้าก่อนก็ได้นะ "


    " งั้นเจ้าบอกความลับ ของเจ้ามาก่อนเลย " ตงเป่าบอก


    " ได้ ความลับของข้าคือ ข้าแอบฮั้วกับศิษย์พี่แอบเก็บเงินหนังสือสมุดในห้องนี้ ความลับนี้เพียงพอต่อความลับของเจ้าหรือไม่ " เยี่ยหลงกล่าว


    " ในเมื่อเจ้ากล้าบอกความลับโทษปานกลางของเจ้ากับข้ามาแบบนี้ ได้งั้นข้าจะบอกความลับของข้าให้ ข้าเป็น " ตงเป่ากล่าว พอถึงต่อคำว่า ข้าเป็น คนก็ลดเสียงลงจนเยี่ยหลงไม่ได้ยินว่าคนพูดว่าอะไร


    เยี่ยหลงที่ไม่ได้ยิน ก็กล่าวถาม " เป็นอะไรนะ "


    ตงเป่ากล่าวอีกครั้งเพิ่มเสียงขึ้นนิดหน่อย " ข้าเป็น "


    เยี่ยหลงไม่ได้ยินดั่งเคย ก็กล่าวถาม " เป็นอะไรนะ "


    ตงเป่าที่หมดความอดทนกับการไม่ได้ยินของเยี่ยหลง คนก็กล่าวเสียงดังแบบพอให้คนได้ยินว่า " ข้าเป็นสังคัง "


    เยี่ยหลงซึ่งได้ยินดังนั้น ก็ร้อง " ฮะ " ขึ้นมา และจึงค่อยกล่าวถาม " ตกลง ความลับ ที่เจ้าเก็บเอาไว้ คือเจ้าเป็นสังคังเนี่ยนะ "


    ตงเป่าที่ได้เยี่ยหลงกล่าวถามด้วยเสียงดัง คนนำนิ้วแนบริมฝีปากบอกให้เยี่ยหลงเบาเสียงลง และกล่าว " เบาๆหน่อยสิ "


    เยี่ยหลงกล่าวถามต่อ " ถ้าเจ้าเป็นสังคัง ทำไมไม่ไปหายาทา มาทำตัวลับๆล่อๆในห้องสมุดทำไม "


    ตงเป่าตอบ " ก็ข้าอายที่จะไปซื้อยาทาหนิ และก็ที่ห้องสมุดก็เหมาะสำหรับกับการเกาสังคังน่ะสิ และอีกอย่างข้าก็ต้องการมาอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มเขี้ยวเล็บเวทมนต์ของข้าด้วย เพราะอีกไม่นานงานประลองเวทปัญจภาคีแห่งสำนักเมฆาอรุณ ก็จะเริ่มแล้ว "


    " งานอะไรนะ " เยี่ยหลงถาม


    " ก็งานประลองเวทปัญจภาคีไง เจ้าไม่รู้หรอ " ตงเป่าบอก


    " ก็เพิ่งรู้ตะกี้นี้แหละ " เยี่ยหลงกล่าวบอก


    " เจ้าไปอยู่ที่ไหนมาเนี่ย " ตงเป่าถาม


    " แล้วเจ้ามีอะไรกับข้าอีกหรือไม่ " ตงเป่าถามอีก


    " ไม่มีแล้วล่ะ งั้นข้าขอตัวก่อนสหาย " เยี่ยหลงกล่าวเสร็จก็หันหลังเตรียมจะเดินจาก แต่ก่อนจะได้เดินจาก ตงเป่าก็จับไหล่รั้งเอาไว้


    เยี่ยหลงที่โดนจับไหล่ ก็หันกลับมาถาม " มีอะไรกับข้าอีกฤา สหาย "


    ตงเป่าเรียกถุงเงินออกมาจากแหวนมิติและยัดถุงเงินใส่มือเยี่ยหลงและกล่าว " ไหนๆ เจ้าก็รู้ความลับของข้าแล้ว ฝากเจ้าซื้อยาทาให้ข้าที พรุ่งเวลาใกล้ๆตะวันตรงหัว ข้าจะมารับ ฝากด้วยนะข้าขอร้องล่ะ ขอบคุณมาก " 


    ตงเป่ายัดเงินและกล่าวเสร็จ คนก็เดินจากเยี่ยหลงไปในทันที ไม่รอให้เยี่ยหลงตอบรับว่าจะช่วยคนหรือไม่เลย


    เยี่ยหลงที่โดนดังนั้น ก็ได้แต่รับมาและยอมทำให้อย่างจำใจ