สิบแปดปีต่อมา:-
ที่เมืองหลวงต้าเหลียงวันนี้ช่างคึกคักกว่าปกติถนนสายหลักเต็มไปด้วยผู้คนและเสียงค้าขายร้านน้ำชาต่างแน่นขนัดเพราะวันนี้เป็วันประกาศผลการสอบคัดเลือกเข้าสำนักหลวง บนหลังคาโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเด็กหนุ่มในชุดสีเทากำลังนอนเหยียดยาวอย่างเกียจคร้าน มือหนึ่งถือไหสุราอีกมือรองศีรษะเอาไว้ ใบหน้าของเขาหล่อเหลา ดวงตาเรียวยาวแฝงรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“คุณชาย!แย่แล้วขอรับ!”
เสียงะโดังขึ้นจากด้านล่าง เด็กรับใช้ตัวเล็กรีบปีนขึ้นมาบนหลังคาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“นายท่านใหญ่กำลังตามหาท่านไปทั่วจวน!”
ฟงอี้เฉินถอนหายใจ
“อีกแล้วหรือ”
“ครั้งนี้เื่ใหญ่จริงๆขอรับ...ท่านถูกจับได้ว่าแอบหนีสอบเข้าสำนักหลวง”
ชายหนุ่มยกคิ้วขึ้นอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“แล้วอย่างไรข้าไม่อยากเป็ขุนนางเสียหน่อย”
เด็กรับใช้เริ่มสิ้นหวัง เขารู้สึกเหนื่อยเหลือเกินกับการต้องตามคุณชายที่รักสนุกชอบหนีไปโน่นไปนี่ตลอดเวลา
“แต่นายท่านโกรธมากนะขอรับ”
ฟงอี้เฉินหัวเราะเบาๆ ก่อนลุกขึ้นนั่ง
เขาคือทายาทรุ่นที่สี่ของตระกูลฟงผู้ที่ถูกคาดหวังไว้มากที่สุดในรุ่น แตกต่างจากภาพลักษณ์ของคุณชายตระกูลใหญ่เขากลับเกลียดกฎระเบียบ ชอบเที่ยวเล่น และมักสร้างปัญหาไม่เว้นวัน สิ่งเดียวที่เขาเกลียดที่สุดคือ.....การถูกบังคับ
“คุณชาย...”
เด็กรับใช้ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ
“ดูเหมือนนายท่านจะเตรียมให้ท่านพบคู่หมั้นแล้วขอรับ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของฟงอี้เฉินหายไปทันที
“ว่าอย่างไรนะ”
“คุณหนูจากตระกูลหวังเพิ่งกลับเข้าเมืองหลวงวันนี้นางจะมาที่จวนฟง”
ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ชั่วครู่ ก่อนฟงอี้เฉินจะหัวเราะออกมาเสียงเย็น
“สตรีที่ข้าไม่เคยพบหน้าแต่กลับถูกกำหนดให้แต่งงานด้วยั้แ่ยังไม่เกิด น่าขันสิ้นดี”
เขาะโลงจากหลังคาอย่างคล่องแคล่วก่อนเดินออกไปทางประตูหลังจวน เด็กรับใช้ใ
“คุณชาย! ท่านจะไปไหน!”
ชายหนุ่มโบกมือโดยไม่หันกลับมา
“ในเมื่อพวกเขาอยากให้ข้าพบคู่หมั้นข้าก็จะหายตัวไปเสีย”
ในเวลาเดียวกันนั้นขบวนรถม้าของตระกูลหวังกำลังเคลื่อนเข้าสู่เมืองหลวงอย่างช้าๆ หวังจิ้งเทียนเสร็จภาระกิจการค้ากับต่างแดน และกำลังกลับเข้าเมืองเขาจะแวะพาลูกสาวมาที่ตระกูลฟง ก่อนจะกลับจวน
ภายในรถม้าหญิงสาวในชุดสีขาวนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ใบหน้าของนางงดงามราวภาพวาด ผิวขาวละเอียดดวงตาเ็านิ่งสงบ ที่ข้อมือขวาของนาง มีรอยสีแดงรูปจันทร์เสี้ยวปรากฏอยู่จางๆ
หวังซูลี่ทายาทหญิงของตระกูลหวัง และเ้าของคำสาปแห่งจันทราแดง
“คุณหนู”
หวังชุนเหม่ยสาวใช้เปิดม่านรถเบาๆ
“อีกไม่นานก็จะถึงจวนฟงแล้วเ้าค่ะ”
หวังซูลี่ปิดหนังสือลงช้าๆ
“อย่างนั้นหรือ...”
ดวงตาของหวังซูลี่ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างหิมะเริ่มตกอีกครั้ง นางจำได้ดีว่าั้แ่เด็ก ผู้คนต่างมองนางด้วยสายตาหวาดกลัวเพราะรอยจันทราบนร่างกาย หลายคนกระซิบว่านางคือ “ตัวนำหายนะ” แม้แต่คนในตระกูลเองยังไม่พอใจในการเกิดมาของนาง
และตอนนี้...นางกำลังจะต้องแต่งงานกับชายที่ไม่เคยพบหน้า เพียงเพราะคำสาปงี่เง่านั่น แล้วจู่ๆนางก็ได้ยินเสียงะโโหวกเหวก
“คุณชายอยู่ตรงนั้น”
สีหน้าของเด็กรับใช้จากจวนฟงแทบร้องไห้เมื่อเห็นเขา
“นายท่านใหญ่กำลังตามหาท่านไปทั่ว!”
ฟงอี้เฉินที่กำลังหนีการตามล่าของบ่าวรับใช้ได้วิ่งผ่านหน้ารถม้าของหวังซูลี่ไป
“นั่นใครหรือ?”
หวังซูลี่หันไปถามหวังชุนเหม่ยสาวใช้
“คงเป็คุณชายของตระกูลไหนสักแห่งแหละเ้าค่ะเห็นคนรับใช้ะโเรียกเช่นนั้น”
ขบวนเริ่มเดินทางต่ออีกไม่กี่ก้าวก็ถึงจวนตระกูลฟงแล้ว
เมื่อหวังจิ้งเทียนไปถึงก็พบว่าจวนฟงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย คนวิ่งไปมาเหมือนตามหาอะไรมีเสียงดังลั่นขึ้นมา
“ตามตัวให้เจอให้ได้ไม่เจอไม่ต้องกลับมาพบหน้าข้า...”
เสียงฟงเซวียนอี้ดังสนั่นไปทั่วห้องโถงบ่าวรับใช้ได้แต่ก้มหัวลงด้วยความเกรงกลัว ฟงอี้เฉินหนีออกจากบ้านไปและยังคงตามตัวไม่ได้หวังจิ้งเทียนได้ยินเช่นนั้นจึงรีบลงจากรถม้าและเดินเข้าไปหาฟงเซวียนอี้ทันที
“ได้ยินว่าคุณชายฟงหนีการแต่งงานไปแล้วงั้นหรือท่านเซวียนอี้? แล้วจะทำเช่นไร”
ฟงเซวียนอี้มีท่าทีหนักใจเล็กน้อยหากเป็เช่นนี้อาจจะไม่ทันการณ์ เขาจึงเสนอว่า
“หากเป็เช่นนี้คงต้องให้เป่าอี้ลูกชายคนรองของตระกูลแต่งแทนเสียแล้ว”
หวังชุนเหม่ยที่ไปแอบฟังการสนทนาของหัวหน้าตระกูลทั้งสองได้ยินก็รีบวิ่งกลับมาบอกหวังซูลี่ทันที
“แย่แล้วค่ะคุณหนูนายท่านจะให้คุณหนูแต่งงานกับลูกชายคนรองของตระกูลฟงแทนค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังซูลี่ก็ยิ่งน้อยใจนางพูดออกมาทั้งน้ำตาว่า
“ข้ามิใช่สิ่งของที่จะยกให้คนโน้นบ้าง คนนี้บ้างแบบนี้”
คืนนั้นหวังซูลี่กำลังนั่งเงียบอยู่ที่โต๊ะมีอาหารเรียงราย ตกแต่งสวยงามน่าทาน แต่ทว่านางกลับกินไม่ลงเลยสักคำ
หวังชุนเหม่ยได้แต่ยืนมองอยู่ด้านหลัง
“คุณหนู...ทานหน่อยเถอะค่ะ”
หวังซูลี่ลุกขึ้นและเดินไปที่กระจกที่ตั้งอยู่ข้างๆมองเงาสะท้อนของตนในกระจก ดวงตาของหญิงสาวหม่นลง ั้แ่เด็กนางถูกสอนเสมอว่าเกิดมาเพื่อแต่งเข้าตระกูลฟง เพื่อช่วยชีวิตคนทั้งสองตระกูล ไม่มีใครเคยถามเลยว่านาง้าหรือไม่ หวังซูลี่ยกมือขึ้นลูบรอยจันทราที่ข้อมือช้าๆ ก่อนตัดสินใจบางอย่าง
“ชุนเหม่ย”
“เ้าคะ?”
“เตรียมเสื้อผ้าบุรุษให้ข้า”
สาวใช้เบิกตากว้าง
“คะ...คุณหนู?”
หญิงสาวลุกขึ้นยืนสีหน้าสงบนิ่งแต่หนักแน่น
“ข้าจะหนี”