เฟยหลงส่งรายชื่อสมุนไพรจำนวนมากมายให้กับอู่หวังเฉาในทันทีรายชื่อสมุนไพรทั้งหมดที่ส่งให้กับอู่หวังเฉาเฟยหลงสามารถนำมันมาหลอมกลั่นโอสถได้ทุกระดับตั้งแต่ระดับหนึ่งไปจนถึงระดับหก
ส่วนสมุนไพรหายากเขาได้จัดหมวดหมู่แยกเอาไว้ต่างหาก
“ภารกิจที่สองข้าอยากให้ศิษย์ของสำนักเทพวายุที่สนใจปลูกสมุนไพรข้าสามารถสอนพวกเขาให้ดูแลสมุนไพรได้เมื่อสมุนไพรโตเต็มที่พวกเขาสามารถนำมาแลกของรางวัลได้เช่นกันส่วนเมล็ดพันธุ์นั้นข้าเองก็มีอยู่บางส่วนแล้ว”
“แล้วข้าจะมั่นใจได้ยังไงว่าเจ้าจะสามารถหลอมโอสถออกมาได้เพียงพอสำหรับศิษย์สำนักเทพวายุของข้า”
“ศิษย์พี่ข้าเป็นถึงนักหลอมโอสถระดับหกขั้นสูงสุด ท่านคิดว่าโอสถระดับหกเพียงไม่กี่เม็ดจะสามารถแลกสมุนไพรได้จำนวนมากมายเท่าไหร่ และหากข้านำสมุนไพรเหล่านั้นมาหลอมโอสถตั้งแต่ระดับหนึ่งไปจนถึงระดับหกท่านคิดว่าข้าจะทำไม่ทันเช่นนั้นหรือ?”
“อะไรนะนี่เจ้าเป็นนักหลอมโอสถระดับหกตั้งแต่อายุเท่านี้นี่นะ ทำไมข้าไม่เห็นรู้เรื่องนี้ไม่มีใครล่วงรู้เลยหรือไงว่าเจ้าเป็นนักหลอมโอสถระดับหก”
“คงมีน้อยคนที่รู้ที่แน่ ๆ โอสถหิมะหยกขาวที่ท่านทานไปเมื่อวาน ก็เป็นโอสถระดับหกเช่นเดียวกัน”
“เช่นนั้นข้าจะเพิ่มสองภารกิจนี้ให้กับเจ้าเองเจ้ามั่นใจนะว่าจะยกโอสถที่เจ้าหลอมให้กับสำนักข้าว่าเจ้าควรเก็บเอาไว้ใช้ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งมอบให้กับสำนักก็ได้”
“ข้าจะเก็บเอาไว้เฉพาะที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้นอย่าลืมสิว่าข้าต้องออกเดินทางหากตอนนี้พวกท่านสามารถหาสมุนไพรมาให้ข้าได้เยอะเท่าไหร่พวกท่านก็สามารถประหยัดเงินค่าโอสถได้มากเท่านั้น”
“ขอบใจเจ้ามากที่คิดถึงสำนักข้าจะทำตามที่เจ้าต้องการ ส่วนเจ้าจะหลอมกลั่นโอสถได้มากเพียงใดหรือว่าเจ้าจะนำไปใช้มากเท่าไหร่ก็แล้วแต่เจ้าก็แล้วกันข้าจะให้คนไปติดภารกิจทั้งสองให้กับเจ้าเอง”
“ขอบคุณศิษย์พี่เจ้าสำนัก”
หลังจากพูดคุยกันไปนานพอสมควรเฟยหลงจึงได้เดินทางกลับมายังที่พักของเขา ซึ่งในตอนนี้ฉีเค่อและศิษย์พี่เปียวกงและศิษย์พี่หญิงหนิงเซียนเองก็มารอเฟยหลงอยู่ที่บ้านพักของเฟยหลงแล้วเมื่อทั้งสามเห็นเฟยหลงกลับมาจึงรีบเดินปรี่เข้ามาหาเฟยหลงในทันที
“เฟยหลงฉีเค่อบอกพวกเราว่าเจ้ามีความคิดดี ๆ เจ้ารีบบอกพวกเรามาว่าเจ้ามีความคิดยังไงพวกเรากลุ่มมังกรทะยานยินดีช่วยเหลือเจ้าอย่างเต็มที่”
“พวกท่านไม่ต้องรีบร้อนไปสิ่งที่ข้าจะให้พวกท่านทำมันสามารถทำให้พวกท่านแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว”
“พวกเราต้องทำอย่างไรเช่นนั้นหรือเฟยหลง”
“พวกท่านแค่ประชุมสมาชิกกลุ่มมังกรทะยานให้พวกเขาตามหาสมุนไพรที่มีอายุหนึ่งพันปีขึ้นไป หรือสมุนไพรตามรายชื่อเหล่านี้หากกลุ่มมังกรทะยานของพวกเราจะเน้นการออกค้นหาสมุนไพรหายากภายในหนึ่งเดือนนี้หลังจากนั้นพวกเราจะเริ่มปลูกสมุนไพรในเดือนที่สอง ข้าจะสอนพวกเขาเองพรุ่งนี้จะมีภารกิจค้นหาสมุนไพรให้กลุ่มของพวกเราออกตามหาสมุนไพรและนำชุดแรกที่พวกท่านหาได้มาให้ข้าก่อนข้าจะคัดเลือกส่วนที่จำเป็นสำหรับกลุ่มมังกรทะยานของเราจำเป็นต้องใช้เอาไว้ก่อนส่วนที่เหลือท่านค่อยเอาไปแลกรางวัล”
“เจ้าจะเอาสมุนไพรพวกนั้นไปทำอะไร?”
“เรื่องนั้นข้าบอกท่านไม่ได้เพียงแค่พวกท่านทำตามที่ข้าบอกเท่านั้นภายในสามเดือนข้ารับรองว่ากลุ่มมังกรทะยานของพวกเราจะต้องแข็งแกร่งกว่ากลุ่มอื่นๆ อย่างแน่นอน”
“ได้พวกเราจะทำตามที่เจ้าบอกคืนนี้ข้าจะเรียกทุกคนมาประชุมเองคิดว่าภายในกลุ่มของพวกเราคงไม่มีใครคัดค้าน เพราะเป็นภารกิจที่ดูแล้วไม่อันตรายมากเท่าไหร่”
“พวกท่านอย่าได้ประมาทไปสมุนไพรอายุมากเท่าไหร่ สัตว์อสูรที่ดูแลอยู่ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้นให้พวกท่านหาสมุนไพรเฉพาะที่อายุไม่เกินห้าพันปีเท่านั้นหากเจอสมุนไพรที่อายุมากกว่านั้นอย่าได้เข้าใกล้เด็ดขาดให้แจ้งไปยังผู้อาวุโสแทน”
“เข้าใจแล้วพวกเราจะระวังตัว และทำตามที่เจ้าแนะนำ”
“ขอบคุณศิษย์พี่ทั้งสองมาก”
.........ทางด้านอาณาจักรกาลเวลา.........
“พวกเจ้าสืบหาเจ้าแก่กับเด็กนั่นไปถึงไหนแล้วนี่มันจะสิบหกปีเต็มแล้ว พวกเจ้ายังไม่สามารถหาเบาะแสของพวกมันได้อีกหรือ พวกเจ้านี่มันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ”
“เรียนองค์กษัตริย์พวกเราส่งคนไปทั่วทุกอาณาจักรแล้ว แต่ยังไม่พบเบาะแสเลยแม้แต่น้อยตอนนั้นเจ้าแก่นั่นบาดเจ็บไปไม่น้อย ไม่แน่ตอนนี้อาจจะตายไปแล้วก็ได้พระองค์อย่างได้เป็นกังวลมากไปเลยพะยะค่ะ”
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าแก่อู๋ซวงนั่นมันจะตายง่าย ๆ หากเจ้าแก่นั่นสามารถรักษาตัวเองได้เช่นนั้นจะเป็นภัยที่ใหญ่หลวงสำหรับข้าเลยทีเดียวเจ้ารู้ไหมว่าเจ้าแก่นั่นเป็นถึงจักรพรรดิมนตราระดับที่สิบสามแล้วอีกเพียงไม่กี่ก้าวจะก้าวข้ามระดับเป็นปราชญ์จอมเวทแล้ว หากมันสามารถรักษาตัวของมันได้มีพวกเจ้าร้อยคนก็ไม่สามารถสู้กับเจ้าแก่นั่นเพียงคนเดียวได้”
“เหตุผลที่ข้าไม่กล้าที่จะสังหารท่านพี่และภรรยาเพราะหากเจ้าแก่นั่นกลับมาจริงๆ เจ้ารู้ไหมว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากพวกเราไม่มีตัวประกันพวกนี้เจ้าคิดว่าเจ้าแก่นั่นจะทำอะไรกับอาณาจักรกาลเวลาแห่งนี้บ้างตราบใดที่เจ้าแก่นั่นยังไม่ตาย หรือข้ายังไม่เห็นศพของพวกมันข้าไม่มีวันวางใจได้มันเหมือนกับหอกที่อยู่ข้างแคร่ข้ามาตลอดสิบหกปีนี้ พวกเจ้ารีบสืบมาให้ได้ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม”
“พะยะค่ะฝ่าบาท”
ทางด้านเฟยหลงและกลุ่มมังกรทะยานพวกเขาเริ่มออกค้นหาสมุนไพรในวันรุ่งขึ้นทันทีคนจำนวนกว่าสองร้อยคนออกเดินทางอย่างพร้อมเพียงกันพวกเขาออกจากสำนักเทพวายุมุ่งตรงไปยังภูเขาใหญ่ที่ตั้งตระหง่าอยู่ด้านหลั้งสำนักเทพวายุภูเขานั้นเรียกว่าภูเขาเมฆาทมิฬ ที่นั่นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นแหล่งสมุนไพรชั้นยอดของอาณาจักรสายลมแห่งนี้เลยก็ว่าได้และก็เป็นสถานที่อันตรายอันดับต้น ๆ ของอาณาจักรสายลมแห่งนี้ด้วยเช่นกัน
ภูเขาใหญ่ลูกนี้กินเนื้ออาณาบริเวณครอบคลุมไปกว่าสองร้อยกิโลเมตรเลยทีเดียว
“พวกเจ้ากระจายตัวกันออกตามหาสมุนไพรให้ได้มากที่สุดพวกเราจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่นี่ในอีกเจ็ดวันข้างหน้าจำไว้ให้พวกเจ้าจับกลุ่มกันออกตามหา หากเกิดอันตรายจะได้ช่วยเหลือกันได้อย่าได้แยกตัวไปเพียงลำพัง จำเอาไว้ให้ค้นหาสมุนไพรที่อายุไม่เกินห้าพันปีเท่านั้นหากพวกเจ้าเจอสมุนไพรอายุมากกว่านั้น ให้รีบออกห่างโดยเร็วที่สุดอย่าได้เข้าไปใกล้โดยเด็ดขาดพวกเจ้าเข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้วศิษย์พี่”
“เช่นนั้นก็แยกย้ายกันไปได้แล้วเจอกันอีกเจ็ดวันข้างหน้า”
...................
“องค์ชายสามท่านแน่ใจแล้วหรือว่าจะไม่ออกตามหาตาแก่อู๋ซวงนั่นแล้ว”
“ตามหาไปก็เปล่าประโยชน์สู้ข้าออกหาสัตว์อสูรมาเป็นสัตว์พาหนะสักตัวข้าจะได้เดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกยิ่งขึ้นอีกไม่กี่เดือนก็ถึงกำหนดห้าปีที่พระบิดกำหนดเอาไว้แล้วพวกเราคงหาตาแก่กับเจ้าเด็กนั่นไม่เจออย่างแน่นอนท่านพี่ทั้งสองคนเองก็คงจะตามหาเจ้าสองคนนั่นไม่เจอเช่นเดียวกันก่อนกลับไปหากข้ามีสัตว์พาหนะสักตัวก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรกลับไปเลย”
“เป็นความคิดที่ไม่เลวเลยขอรับองค์ชายอีกเพียงแค่สามเดือนก็ครบกำหนดห้าปีที่องค์กษัตริย์กำหนดให้พวกเราออกตามหาตาแก่อู๋ซวงนั่นแล้วไม่ว่าจะหาเจอหรือไม่พวกเราก็ต้องกลับไปอาณาจักรกาลเวลาหากองค์ชายสามารถจับสัตว์อสูร เป็นสัตว์พาหนะได้สักตัวก็ถือว่าไม่เลวเหมือนกันพวกเราจะช่วยองค์ชายสามจับสัตว์อสูรในภูเขาเมฆาทมิฬมาเป็นสัตว์พาหนะขององค์ชายอย่างเต็มที่ขอรับ”
“ขอบใจพวกท่านมากกลับไปข้าจะขอให้พระบิดาแต่งตั้งพวกท่านให้เป็นองครักษ์ประจำตัวข้าไปเลยพวกเราเดินทางร่วมกันมาก็เกือบห้าปีแล้วพวกเจ้าเองก็มีผลงานไม่น้อยข้าจะสนับสนุนพวกเจ้าเอง”
“ขอบคุณองค์ชายสาม”
“องค์ชายสามพวกเราควรไปที่ป่าต้นน้ำของภูเขาเมฆาทมิฬเพราะที่นั่นจะเป็นแหล่งที่มีสัตว์อสูรระดับสูงอยู่พวกเราพอที่จะจัดการกับพวกมันได้ หากเดินทางไปที่นั่นจะใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงองค์ชายสาม สามารถเลือกสัตว์อสูรตัวที่ชอบพวกเราจะสร้างค่ายกลจับสัตว์อสูรให้องค์ชายเองขอรับ”
“ดีเช่นนั้นพวกเราก็เดินทางไปยังป่าต้นน้ำนั่นกันเถอะ”
“ขอรับองค์ชายสาม”
...........................
“เฟยหลงเจ้าคงมาที่ภูเขาเมฆาทมิฬแห่งนี้เป็นครั้งแรกเจ้าคิดดีแล้วอย่างนั้นหรือที่จะแยกตัวไปตามลำพังเจ้าเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือไงว่าให้กลุ่มของพวกเราเกาะกลุ่มกันเอาไว้เพื่อความปลอดภัย”ฉีเค่อพูดขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง
“จริงด้วยเฟยหลงเจ้ามั่นใจในตัวเองไปหน่อยกระมังภูเขาเมฆาทมิฬแห่งนี้นับเป็นสถานที่อันตรายเป็นอย่างมากข้าว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องแยกตัวไปตามลำพังหรอก” เปียวกงเอ่ย
“ฉีเค่อเจ้าลืมแล้วหรือไง ข้ายังมีเสี่ยวเทียนเป็นผู้ช่วยเจ้าคิดว่าสัตว์อสูรในป่านี้จะสามารถเข้าใกล้ข้าได้อย่างนั้นหรือไง”
ฉีเค่อถึงกับเงียบพูดไม่ออกเพราะเขาเพียงคนเดียวที่เคยเห็นเสี่ยวเทียนที่เฟยหลงพูดถึงส่วนคนอื่น ๆหากพบเจอเสี่ยวเทียนมีหวังทุกคนวิ่งกันเป็นป่าราบอย่างแน่นอน
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าเองก็ระวังตัวเอาไว้ด้วย”
“ขอบใจที่ทุกคนเป็นห่วงแต่ข้าเอาตัวรอดได้ แล้วเจอกัน”
เฟยหลงทะยานออกไปอย่างรวดเร็วเขามุ่งหน้าไปทางทิศเหนือของภูเขาเมฆาทมิฬหลังจากที่ได้รับข้อความจากเสี่ยวเทียนว่าสถานที่แห่งนั้นมีสมุนไพรอยู่เป็นจำนวนมาก
“ฉีเค่อเสียวเทียนคือใครอย่างนั้นหรือ?”
“เสี่ยวเทียนเป็นสัตว์อสูรที่เฟยหลงเลี้ยงเอาไว้พวกท่านวางใจได้ไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนกล้าเข้าใกล้เฟยหลงอย่างแน่นอนหากมีเสี่ยวเทียนอยู่ใกล้ๆ”
“ข้าอยากจะเห็นสัตว์อสูรของเฟยหลงสักครั้งเหมือนกันข้าอยากจะรู้ว่าสัตว์อสูรที่เชื่อฟังมนุษย์นั้นจะเป็นสัตว์อสูรประเภทไหนกันนะ”
“ข้าว่าพวกท่านอย่าได้คิดเจอกับเสี่ยวเทียนเลยข้าขอเจอเพียงครั้งเดียวพอ แค่นึกภาพข้าก็ขนลุกไปทั้งตัวแล้วพวกเจ้าอย่าคิดเจอเลยจะดีกว่า”
“มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ?”