เมื่อกลับมาถึงหอพักต้นหลิวมรกต หลงเฉินก็ตรงไปยังห้องพักของตนเองทันที
เขาบรรลุสู่ระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์แล้ว และด้วยการจัดการของตระกูลหลิงอู่ เวลานี้เขาได้ย้ายมายังที่พักของผู้ติดตามขั้นหนึ่ง หลงเฉินเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่คุ้นเคยกับเส้นทางนัก
‘มีคะแนนผลงานเหลืออยู่สองร้อยสี่สิบแต้ม ต้องมีสามร้อยแต้มเพื่อที่จะแลก ‘หญ้าวิญญาณ’ นั่นมาได้ แต่อย่างไรก็ตาม ตาเฒ่าเยวี๋ยนก็ต้องการห้าร้อยแต้มจากข้าเพื่อแลกกับวิญญาณสัตว์อสูรระดับลึกล้ำขั้นหกเพราะเขาชื่นชมข้ามาก’
‘ถ้าเช่นนั้นก็ต้องเข้าไปในมิติห้วงนภาสินะ!’
‘อืม... ข้าไปดูห้องพักใหม่ของข้าก่อนดีกว่าว่าเป็นเช่นไร’
ขณะที่อยู่ในเมืองพฤกษาหมอก หลงเฉินได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ และถึงเวลาที่เขาควรใช้พลังทั้งหมดทั้งสั่งสมมาแล้ว
ตระกูลหลิงอู่ร่ำรวยมั่งคั่งอย่างน่าเหลือเชื่อ อาคารต่าง ๆ หรูหราอลังการและแม้แต่ที่พักของผู้ติดตามขั้นสามก็ยังดูหรูหรา มิต้องเอ่ยถึงที่พักของผู้ติดตามขั้นหนึ่ง
เมื่อใช้ตราหยกประจำตัว หลงเฉินก็พบทางเดินขนาดใหญ่ที่นำไปสู่ลานกว้างแห่งหนึ่งราวกับปูด้วยหยกสีขาวและมีคฤหาสน์ที่แสนงดงามตั้งอยู่
‘นั่นคือที่ที่ข้าจะได้อยู่รึ? ตระกูลหลิงอู่นี่ช่างใจกว้างจริง ๆ’
ขณะที่หลงเฉินกำลังจะใช้ตราหยกเพื่อเปิดประตู หลิงซีก็ร้องออกมาทันที
“ดูบ้านที่อยู่ตรงนั้นสิ ประตูมันปิดไม่สนิท และดูเหมือนคนที่อยู่ข้างในจะเป็นน้องสาวของผู้คุมกฎนะ”
“หลิวหลิง? นางก็บรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์เหมือนกันหรือ?”
เมื่อหลิวหลิงกลายเป็นเพื่อนบ้านของเขา และนางก็ปิดประตูไม่สนิท จะเหมาะสมหรือไม่หากหลงเฉินไปเยี่ยมนางสักหน่อย?
“หลังจากที่นางบรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์แล้วนางคงเชิดหน้าขึ้นฟ้าแน่ ๆ ข้าไปแกล้งนางหน่อยดีกว่า!”
จากนั้น หลงเฉินก็เปิดประตูไปยังลานบ้านของนางและเข้าไปข้างใน
“ที่พักของผู้ติดตามขั้นหนึ่งคงจะคล้ายคลึงกับที่ที่พวกเทพเซียนอาศัยอยู่แน่ ๆ”
“ดูเหมือนว่านางจะอยู่ในห้องนั้นนะ ข้าสงสัยจริงว่านางกำลังทำอะไรอยู่”
หลิงซีสามารถสัมผัสได้ว่ามีคนอยู่ที่ใด แต่นางไม่รู้ว่าพวกเขาทำอะไรอยู่
หลงเฉินแนบตัวกับประตูและผลักออก ขณะที่เขากำลังจะแกล้งหลิวหลิงให้ตกใจ เขาก็ผงะกับสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
หลิวหลิงกำลังนอนหลับตาขณะแช่อยู่ในอ่างน้ำอย่างสบายใจ
หลงเฉินมองลงไปและเกือบจะเห็นทุกอย่าง
‘อีกปีหรือสองปีข้างหน้า นางต้องถอดแบบพี่สาวของนางแน่ๆ ...’
หลงเฉินรู้สึกปากคอแห้งผากและหันกลับเพื่อที่จะหนี ทว่าหลิวหลิงเห็นเขาพอดี นางรีบปิดบังร่างกายและกรีดร้องด้วยเสียงอันดัง
“แย่ล่ะสิ!”
หลงเฉินรีบกลับไปยังที่พักของตนเองและปิดประตูสนิท หากไม่มีตราหยกประจำตัว หลิวหลิงก็ไม่สามารถเข้ามาได้
“นางไม่ปิดประตูตอนอาบน้ำเลยรึนี่...”
เมื่อนึกถึงเรือนร่างเย้ายวนและผิวขาวนวลเนียนของนาง หลงเฉินก็รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เห็นมากไปกว่านี้ แต่เขาคงไม่กล้าไปที่นั่นอีก
“มีความสุขเหลือเกินนะ!”
เสียงเกรี้ยวกราดของหลิงซีดังขึ้น หลงเฉินรู้สึกถึงความเจ็บที่หู
“เสี่ยวซี ยกโทษให้ข้าเถอะน่า ข้าไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย!”
หลงเฉินพยายามอธิบายว่าตนเองบริสุทธิ์ เมื่อหลิงซียกโทษให้เขา นางจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุร้าย
“หากเจ้ากล้าทำเช่นนั้นอีกละก็ ชีวิตไร้ค่าของเจ้าต้องชดใช้ ฮึ!”
หลงเฉินไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม เขารู้ดีว่าหลิวหลิงเคยเกลียดเขามากอยู่แล้ว และเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก นางจะต้องเกลียดเขามากขึ้นกว่าเดิมและอาจสร้างปัญหาให้เขาก็เป็นได้
“จะอย่างไรก็เถอะ นางจะต้องรออยู่ข้างนอกแน่ ๆ ข้าจะออกไปหลังจากผสานผลึกแก้วเพลิงอัสนีเสร็จก็แล้วกัน”
ปราณแท้จริงในระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์นั้นมีปริมาณมากกว่าแต่ก่อนมาก เขาสามารถต้านทานผลึกแก้วเพลิงอัสนีได้มากขึ้น ขณะที่หลงเฉินอยู่ที่เมืองพฤกษาหมอก เขาก็ผสานผลึกแก้วชิ้นที่ยี่สิบเอ็ดได้
‘จากที่ข้าคำนวณดูแล้ว ขีดจำกัดของข้าน่าจะอยู่ที่สามสิบชิ้น...’
ในเมื่อเขามีกายาเพลิงอัสนีขั้นหนึ่ง ร่างกายหลงเฉินจึงถูกหล่อหลอมให้แข็งแกร่งขึ้นผ่านการผสานผลึกแก้วเพลิงอัสนีด้วยเช่นกัน
ผลึกแก้วนั้นมีประสิทธิภาพอย่างมาก ด้วยผลึกแก้วเพียงหนึ่งชิ้นก็ทำให้เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มมากขึ้น
‘เวลาผ่านไปสามวัน และข้าก็ผสานผลึกแก้วชิ้นที่ยี่สิบห้าสำเร็จแล้ว หญ้าวิญญาณเป็นหลักประกันชีวิตของหลิงซี ข้าจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้ ดูเหมือนว่าข้าต้องไปที่มิติห้วงนภาเสียที’
หลงเฉินไม่เชื่อว่าหลิวหลิงยังรออยู่ด้านนอก เมื่อเขาเปิดประตูออกไปเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ซึ่งก็เป็นไปตามคาดเมื่อไม่มีใครอยู่ข้างนอกนั่น เขาจึงรีบมุ่งหน้าไปยังมิติห้วงนภาทันที
ชื่อของหลงเฉินเริ่มเป็นที่รู้จักในเหล่ามรกต คนส่วนมากจึงรู้จักเขา แต่ถึงกระนั้นหลงเฉินก็ยังไม่มีเพื่อนดี ๆ สักคนในตระกูลหลิงอู่
‘ปัญหาเรื่องลัทธิเซียนโลหิตก็จัดการไปเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาที่ข้าจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบเสียที’
หลงเฉินมั่นใจในตัวเองอย่างมาก ความมั่นใจนี้มาจากหยกมังกรลึกลับที่หลงฉิงหลานมอบให้เขา เช่นเดียวกับแก่นโลหิตสืบทอด
ตลอดจนวิชา [แปลงร่างวิญญาณมังกร] [สกัดโลหิตสลายปราณ] และ [แดนกลืนโลหิต] ที่เป็นอีกระดับของวิชาสกัดโลหิตสลายปราณ
“[แดนกลืนโลหิต] นั้นโหดร้ายและนองเลือดกว่ามาก หากข้าไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เข้าตาจนจริง ๆ ละก็ ข้าจะใช้มันไม่ได้”
วิชานี้คล้ายคลึงกับการกางเขตแดนที่ส่งผลกระทบต่อทุกคนที่อยู่ภายใน ทำให้เลือดในกายเดือดพล่านและทำให้พลังต่อสู้ของพวกเขาลดลง เมื่อพวกเขาอ่อนแอลงก็จะถูกหลงเฉินดูดกลืนในที่สุด
“หากใช้ให้ดีละก็ [แดนกลืนโลหิต] จะกลายเป็นความสามารถที่ท้าทายฟ้าดินมากยิ่งขึ้น”
หลงเฉินตระหนักดีว่าตราบใดที่เกี่ยวข้องกับเลือด ทุกสิ่งย่อมเกี่ยวข้องกับแก่นโลหิตสืบทอดลึกลับนั้นอย่างแน่นอน
“ด้วยทักษะทรงพลังที่เกี่ยวข้องกับเลือดนี้ แก่นโลหิตนี้อาจจะเป็นของมังกรบรรพชนที่ปกครองด้วยการนองเลือดและการเข่นฆ่า – ‘มังกรวิญญาณโลหิตบรรพกาล’ จริง ๆ ก็เป็นได้!”
หลิงซีขมวดคิ้วและเอ่ยขึ้น
“แต่ว่าหลงเฉิน... มังกรวิญญาณโลหิตบรรพกาลนั้นทรงพลังอย่างมาก เจ้าจำเป็นต้องยึดมั่นในหลักการเพื่อไม่ให้สูญเสียตัวตนในการแสวงหาความแข็งแกร่ง ใช้มันให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ”
หลงเฉินจดจำคำเตือนของหลิงซีเอาไว้ในใจ
ไม่นานนัก เขาก็มาถึงมิติห้วงนภา
เมื่อเทียบกับการแข่งขันของเหล่ามรกตก่อนหน้านี้ มิติห้วงนภาเวลานี้เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ในเหล่ามรกตมีคนอยู่ประมาณสองพันคน และราว ๆ หนึ่งพันคนเป็นผู้ฝึกวิชาขาประจำที่มักจะมายังมิติห้วงนภาแห่งนี้ เวลานี้มีคนที่กำลังเดินเข้า - ออกมิติห้วงนภาราวสองร้อยคน
ภายในมิติห้วงนภา มีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้นที่นำไปยังเขตแก่นสวรรค์ ห้าเส้นทางไปยังเขตแก่นปฐพี และสิบเส้นทางไปยังเขตแก่นมนุษย์
หลงเฉินกำลังจะเข้าไปในมิติห้วงนภาและกำลังมองไปรอบ ๆ เมื่อเขารู้สึกถึงสายตาจงเกลียดจงชังที่กำลังจับจ้องมา เขาจึงหันไปมอง และจะเป็นใครไปได้อีกนอกจากหลิวหลิงที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธพลางจ้องเขม็งมาที่เขา?
“ฉิบหายล่ะ!”
เมื่อไม่มีโอกาสจะหลบหนี หลิวหลิงจึงมาปรากฏตัวเบื้องหน้าเขาแล้ว หลงเฉินสังเกตเห็นชายวัยกลางคนที่สวมชุดเข้ารูปสำหรับการฝึกวิชาซึ่งมีสีแดงและสีขาวสลับกัน
‘เขาเป็นจอมยุทธ์ระดับแก่นปฐพี แต่โชคดีที่เขาเพิ่งจะบรรลุถึงระดับนี้เท่านั้น’
เมื่อรู้ถึงความแข็งแกร่งของชายผู้นั้น หลงเฉินจึงรู้สึกโล่งใจขึ้น
“เจ้าคนลามก!”
หลิวหลิงปรี่เข้ามาหาหลงเฉินพลางกัดฟันและก่นด่าเขา นางรู้ดีว่านางไม่สามารถโจมตีเขาที่นี่ได้
“หืม? เจ้าพูดอะไรน่ะ? ข้าไม่เคยทำอะไรเจ้าสักหน่อย แล้วเหตุใดเจ้าถึงมาเรียกข้าเช่นนั้น?”
หลงเฉินไม่เกรงกลัวพลางเอ่ยขึ้นอย่างไม่สนใจไยดี
“เจ้ายังไม่ยอมรับอีกรึ เมื่อสามวันก่อน เจ้าไม่ได้...”
เวลานี้ ใครบางคนทำเสียงชู่ขึ้นมาดัง ๆ หลิวหลิงจึงตระหนักว่าฝูงชนกำลังจ้องมองนางอยู่ เมื่อคิดถึงคำพูดของตนเองซึ่งอาจจะทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้ นางจึงหน้าถอดสีและอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปเดี๋ยวนั้น
ก่อนหน้านี้ หลิวหลิงและเฟิงอู่เทียนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ในเมื่อเวลานี้เฟิงอู่เทียนถูกหลงเฉินเอาชนะได้แล้ว…
“หลงเฉินนี่ยอดเยี่ยมจริง ๆ เขาเอาชนะเฟิงอู่เทียนได้และยังจัดการกับหลิวหลิงได้อีก”
“นึกว่าฉากทั้งรักทั้งชังจะมีแต่ในนิยาย ข้าไม่คิดว่าจะได้เจอในชีวิตจริงเลยนะนี่”
“บ้าชะมัด ของดี ๆ โดนหมูแย่งไปกินหมด ข้าเองก็มีความสามารถ เหตุใดเรื่องเช่นนี้ถึงไม่เกิดกับข้าบ้าง?”
ท่ามกลางการถกเถียงกัน หลงเฉินมีท่าทีภูมิอกภูมิใจอย่างที่สุดขณะที่หลิวหลิงรู้สึกอยากจะฆ่าตัวตาย สิ่งที่นางต้องการคือเล่นงานหลงเฉิน แต่เมื่อนางกำลังจะลงมือ ชายวัยกลางคืนที่อยู่ด้านหลังก็หยุดนางไว้
“หลิงเอ๋อร์ ตามข้าเข้าไปในมิติห้วงนภา”
“ไม่นะ! ท่านหลุงหยาน ข้าจะฆ่าเขา!”
ชายวัยกลางคนจ้องมองมาที่หลงเฉินอย่างเย็นชา
“เจ้าจะเข้าไปในมิติห้วงนภาด้วยรึ?”
เมื่อเห็นสายตายั่วยุของเขา หลงเฉินก็ไม่ลดราวาศอกเช่นกัน
“แน่นอน ท่านจะพาข้าไปเล่นสนุกรึ?”
ทุกคนต่างรู้ดีว่ายอดฝีมือระดับแก่นปฐพีผู้นี้เตรียมจะสั่งสอนหลงเฉินในมิติห้วงนภา อย่างไรก็ตาม หลงเฉินที่ยังอยู่ในระดับแก่นมนุษย์กลับรับคำท้า เขาช่างไม่รักตัวกลัวตายเอาเสียเลย
“ข้าบอกแล้ว พวกหมูที่ได้ของดี ๆ ไปมักจะจะถูกเชือดไม่ช้าก็เร็ว”
“ดูเหมือนว่าหลังจากที่เอาชนะเฟิงอู่เทียนได้ หลงเฉินก็เริ่มหยิ่งผยองเกินไปหน่อยนะ”
ท่ามกลางความคิดเห็นเหล่านั้น สีหน้าของท่านลุงหยานก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อยขณะที่เขาดึงมือของหลิวหลิงและเอ่ยกับหลงเฉิน
“ถ้าเช่นนั้นก็เจอกันในมิติห้วงนภา”
หลงเฉินกำลังจะตอบกลับ ทว่าหลิวหลิงหัวเราะขึ้นทันที
“หลงเฉิน มีบางสิ่งที่เจ้ายังไม่รู้ใช่ไหม?”
หลงเฉินผงะไปและเอ่ยตอบ
“ใช่เรื่องที่เจ้าตั้งใจจะมอบหัวใจให้ข้าหลังจากที่เกิดเรื่องนั้นขึ้นหรือไม่ล่ะ?”
ฝูงชนระเบิดหัวเราะขึ้นมาทันที หลิวหลิงบันดาลโทสะจนแทบคลั่ง เสียงของนางสั่นเครือ
“พี่อู่เทียนของข้าบรรลุถึงระดับแก่นปฐพีแล้ว และเขาเพิ่งจะได้เข้าเหล่าวิหคแดงใต้ หลงเฉิน เจ้าเตรียมตัวตายได้เลย!”
จากนั้นนางก็เข้าไปในมิติห้วงนภาพร้อมกับลุงของนาง
หลงเฉินหัวเราะเจื่อน ๆ หลังจากเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง
“เหล่าวิหคแดงใต้รึ? เหล่าคนในนี่เข้าได้ง่ายดายเพียงนั้นเชียว?”
“คงเป็นเพราะเขามีสายเลือดวิหคแดงอยู่อย่างไรล่ะ หลงเฉิน ผู้หญิงคนนั้นเกลียดเจ้าเข้ากระดูกดำเลยนะ และนางยังมีเฟิงอู่เทียนคอยหนุนหลัง นางจะต้องสร้างปัญหาให้เจ้าอีกแน่”
หลิงซีอธิบายด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“เช่นนั้นก็รอดูว่าใครจะแข็งแกร่งกว่าก็แล้วกัน หลังจากพ่ายแพ้ให้ข้าไปหนหนึ่ง พวกเขาคงไม่สามารถชนะข้าได้อีกหรอก!”
เมื่อเอ่ยถึงเฟิงอู่เทียน ทุกคนรู้ดีว่าหลงเฉินกำลังเจอปัญหาใหญ่ เฟิงอู่เทียนพ่ายแพ้ให้กับหลงเฉินในขณะที่เขาไม่ได้มีสติครบถ้วน เขาจะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไรกัน?
“เขาก็มีฝีมืออยู่บ้าง แต่หยิ่งจองหองเสียเหลือเกิน ท่าทางเขาคงไม่รอดแน่”
เมื่อได้ฟังความเห็นต่าง ๆ ดูเหมือนภาพลักษณ์ของหลงเฉินจะกลับตาลปัตรเสียแล้ว
“คอยดูก็แล้วกัน!”
หลงเฉินไม่เสียเวลาแก้ต่างให้ตนเองและเดินเข้าสู่เขตแก่นมนุษย์ในมิติห้วงนภาทันที
************************