สิ่งแรกที่หลินรู้สึกเมื่อฟื้นขึ้นมาคือดิน
ไม่ใช่แบบดินในกระถางต้นไม้ที่เคยเอาดินใส่ถ้วยชาแล้วลืมทิ้งไว้บนระเบียงแต่เป็ดินนุ่มจริงๆ ดินที่มีความชื้นและกลิ่นของสิ่งมีชีวิตอยู่ในนั้นดินที่ถ้าคีบขึ้นมาจะจับตัวเป็ก้อนแทนที่จะร่วงเป็ฝุ่น
หลินนอนคว่ำหน้า แก้มแนบพื้น
เธอนอนอยู่อย่างนั้นสักสามวินาทีก่อนที่สมองจะเริ่มทำงาน
สามวินาทีที่รู้สึกว่าโลกยังโอเคอยู่
แล้วสมองก็เริ่มทำงาน
หลินลุกขึ้นทันที กวาดตามองรอบตัวและมองอยู่นานพอที่จะแน่ใจว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ภาพลวงตาจากการหมดสติในห้องเช่าคอนโดราคาถูก
ป่า
ป่าจริงๆ
ไม่ใช่สวนสาธารณะ ไม่ใช่สวนป่าแถวชานเมืองไม่ใช่พื้นหลัง greenscreen ของงานพากย์ที่เธอเคยทำ
ป่าจริงๆที่ต้นไม้แต่ละต้นสูงใหญ่จนเธอต้องแหงนหน้าดูนานกว่าปกติกว่าจะเห็นยอดต้นไม้ที่ลำต้นกว้างกว่าตัวเธอสามคนยืนกางแขนรากของมันโผล่พ้นดินขึ้นมาเป็สันสูงเหมือนกำแพงมีชีวิตใบไม้หนาจนแสงที่กรองผ่านลงมาถึงพื้นเป็แสงสีทองอ่อนๆ เหมือนบ่ายในวันที่อากาศกำลังดี
หลินนั่งอยู่บนพื้น มองดูทุกอย่าง
"โอเค" เธอพูด เสียงสั่นนิดหน่อย"ไม่ต้องตื่นตระหนก นี่คงแค่... ฝันแบบ lucid หรือเปล่านะฉันเคยอ่านเื่นี้ มันเกิดขึ้นได้ บางคนสามารถรู้ตัวอยู่ในฝันแล้วก็ควบคุมฝันได้ ฉันต้องรู้ตัวอยู่ในฝัน เพราะฉันพูดได้ ฉันรู้สึกได้ฉันยังจำได้ว่าตัวเองชื่ออะไรและฉันยังจำได้ว่าเมื่อกี้มีรอยแตกในอากาศแล้วฉันก็..."
เธอหยุด
"แล้วฉันก็หลุดเข้ามา"
ยืนขึ้น ปัดดินออกจากเสื้อยืดมองรอบตัวอีกครั้งด้วยท่าทางคนที่กำลังประเมินสถานการณ์อย่างใจเย็นแม้ว่าข้างในจะไม่ได้ใจเย็นขนาดนั้น
ต้นไม้ต้นที่อยู่ใกล้ที่สุด โน้มกิ่งลงมา
ช้าๆ เงียบๆ ไม่มีเสียงใบไม้ไหวแค่กิ่งงอลงมาต่ำกว่าเดิม ปลายกิ่งห้อยอยู่ระดับไหล่ของหลินใบไม้เรียงกันเป็ระเบียบเหมือนกำลังฟัง
หลินจ้องกิ่งไม้นั้น
กิ่งไม้จ้องกลับ ถ้าจะพูดแบบนั้น
"สวัสดี" หลินพูดเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดีกว่านี้
กิ่งไม้โน้มต่ำลงมาอีกนิด
"โอเค" เธอพูดอีกครั้ง "โอเคมาก"
---
เธอเดิน
ไม่ใช่เพราะรู้ว่าจะไปไหน แต่เพราะนั่งอยู่เฉยๆทำให้รู้สึกแย่กว่า อย่างน้อยถ้าเดินก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
หลินมีนิสัยอย่างหนึ่งที่อันชอบล้อนั่นคือเธอพูดตลอดเวลา ไม่ว่าจะมีคนฟังหรือไม่ก็ตาม เวลาทำอาหารคนเดียวก็บรรยายเวลาขับรถคนเดียวก็วิจารณ์รถคันอื่น เวลาเดินในห้างก็ให้คะแนนสินค้าที่เดินผ่าน
ในป่าแห่งนี้ ไม่มีใครฟัง แต่เธอก็ยังพูด
"โอเค สิ่งที่เห็นตอนนี้"เธอบรรยายให้ตัวเองฟัง น้ำเสียงแบบทำพอดแคสต์ "ต้นไม้ใหญ่มากใหญ่กว่าต้นไม้ที่เคยเห็นในชีวิต ดอกไม้ที่ไม่เคยเห็นในชีวิตมีสีม่วงกับสีส้มที่ไม่ควรจะอยู่ด้วยกัน แต่ดูสวยมาก สัตว์ที่ไม่เคยเห็นในชีวิตตัวนั้น ตัวที่คล้ายกระรอกแต่มีหางสีฟ้า กำลังนั่งมองฉันจากกิ่งไม้ระยะห้าเมตรและดูเหมือนไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย"
กระรอกหางฟ้า หรืออะไรก็ตามที่มันคือนั่งมองเธออยู่
"สวัสดี" หลินพูดกับมัน
สัตว์นั้นกระดิกหางสีฟ้า
"โอเค คุยได้ดีมาก"
เธอเดินต่อ พูดต่อ บรรยายต่อ สิ่งแปลกๆในป่าแห่งนี้มีให้บรรยายไม่หมดดอกไม้ที่เปิดกลีบออกเวลาเธอเดินผ่านแล้วปิดกลับเมื่อเธอเดินพ้นแมลงที่ดูเหมือนแมลงปอแต่มีลำตัวสีขาวและปีกเป็ประกายเหมือนกระจก ลำธารเล็กๆที่น้ำมีสีใสจนมองเห็นก้อนหินใต้น้ำแต่ก้อนหินกลับมีสีอมทอง
แล้วเธอก็สังเกต
ทุกครั้งที่เธอพูด บางอย่างในป่าขยับ
ไม่ใช่แบบสัตว์ใแล้ววิ่งหนี แต่แบบ...หันมาราวกับได้ยิน
ดอกไม้หันมาทางเสียงเธอ
ลมขยับมาจากทิศที่เธอยืนแม้ว่าก่อนหน้านี้ลมจะมาจากทิศตรงข้าม
น้ำในลำธารไหลเร็วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเธอพูดประโยคยาวและช้าลงเมื่อเธอเงียบ
หลินหยุดเดิน มองรอบตัว
"ร้อนจัง" เธอพูดทดสอบ
ลมเย็นพัดมาทันที ไม่แรงแต่พัดมาจากทิศที่ไม่มีลมมาก่อน เย็นพอที่จะรู้สึกได้บนิั
หลินตาโต
ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดอีกครั้ง"หิวข้าวจัง"
ป่าเงียบ
"โอเค ไม่ใช่แบบนั้น"
เธอลองอีกครั้ง "อยากได้น้ำ"
ลำธารข้างๆ ไหลเข้ามาใกล้เธอขึ้นไม่ใช่ลำธารเดิน แต่น้ำบางส่วนในลำธารไหลออกมาตามร่องดินเล็กๆจนมาหยุดอยู่ที่เท้าเธอ
หลินมองน้ำที่ไหลมาหาเธอ
"นี่..." เธอพูดช้าๆ "ไม่ใช่ฝัน"
ป่าไม่ตอบ แต่รู้สึกได้ว่ากำลังรับรู้
หลินพูดต่อ เสียงเบากว่าเดิม"อยากกลับบ้าน"
ป่าเงียบสนิทในทันที
เงียบแบบที่ต่างออกไป ไม่ใช่เงียบแบบไม่มีเสียงแต่เงียบแบบที่รู้สึกว่ามีบางอย่างถอนหายใจ
เหมือนคำถามที่ป่ายังตอบไม่ได้
---
ลำธารนำทางเธอ หรืออย่างน้อยก็ดูเหมือนอย่างนั้นหลินเดินตามทางลำธารเพราะน้ำดูใสสะอาดกว่าที่อื่นและเพราะไม่มีทิศทางอื่นที่ดูสมเหตุสมผลกว่า
ป่าลึกขึ้นเรื่อยๆ ต้นไม้ใหญ่ขึ้น ร่มเงาหนาขึ้นแสงสีทองที่กรองลงมาจากเมื่อกี้เริ่มเปลี่ยนเป็แสงสีเขียวอ่อนๆเหมือนอยู่ใต้น้ำทะเลลึก
หลินพูดน้อยลง
ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรพูดแต่เพราะป่าเริ่มรู้สึกเหมือนสถานที่ที่พูดเบาๆ ดีกว่าเหมือนห้องสมุดในวันที่อากาศหนาว
เธอมาหยุดที่ลำธารกว้างขึ้นมาหน่อยน้ำนิ่งเกือบสนิท ผิวน้ำเหมือนกระจก
หลินก้มลองดูน้ำ
เห็นเงาตัวเอง ผมพัง เสื้อยืดมีดินติดแก้มข้างซ้ายมีรอยดินสีแดงเพราะนอนแก้มแนบพื้นตอนหมดสติโดยรวมแล้วดูเป็คนที่เพิ่งหลุดเข้ามาในป่าไม่รู้จักโดยไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้าซึ่งก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
เธอเอามือล้างหน้า น้ำเย็นและสะอาดกว่าที่คาด
แล้วก็มองเงาตัวเองในน้ำอีกครั้ง
เงาของเธอ เปิดปากอ้า
หลินปิดปาก
เงาในน้ำยังเปิดปากอยู่
เธอไม่ได้เปิดปาก เธอมั่นใจ เธอเพิ่งปิดปากเธอรู้สึกได้ว่าริมฝีปากชนกัน แต่เงาในน้ำยังยืนปากเปิดค้างอยู่ราวกับกำลังร้องเสียงที่หลินยังไม่ได้ร้อง
ขนลุกทั้งตัว
เธอถอยหลังสองก้าว ไม่หันหลังแค่ถอยออกห่างจากลำธาร มองน้ำอยู่
เงาในน้ำปิดปาก
แล้วก็หายไปเหลือแค่เงาสะท้อนปกติของต้นไม้และท้องฟ้า
หลินยืนนิ่ง รู้สึกหัวใจเต้น
"โอเค" เธอพูดเบาๆ ให้ตัวเอง"นั่นแปลกมาก"
เสียงกิ่งไม้หักดังจากด้านหลัง
หลินหันไปอย่างไว
ระหว่างต้นไม้ใหญ่สองต้นยืนอยู่ในเงาที่แสงไม่ส่องถึง มีรูปร่างของคนถือสิ่งที่ดูเหมือนคทายาว
ไม่ขยับ แค่ยืน
หลินก็ไม่ขยับ
ทั้งสองอยู่ในสถานะนั้นนาน อาจจะสิบวินาทีอาจจะนานกว่านั้นก่อนที่หลินจะรู้สึกว่าเธอควรพูดอะไรบางอย่างเพราะเธอเป็คนที่พูดเสมอ
แต่ครั้งนี้
ครั้งนี้เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
---