10 ปีผ่านไป
แสงอาทิตย์ในยามเช้าส่องกระทบเข้ากับใบหน้าเนียนที่นอนอยู่ที่เตียงกว้าง
"อื้ออ... เจ้าอย่าขยับยังเช้าอยู่เลย"
จางเหว่ยส่งเสียงห้ามคนตัวเล็กที่ซุกอยู่ในอ้อมกอด ตอนนี้นางกำลังจะลุกหนีเขาเหมือนทุกวันอีกแล้ว ชายหนุ่มจึงต้องกระชับอ้อมกอดไม่ให้นางลุกไปไหนได้ ซิงอีผลักร่างชายหนุ่มออกเล็กน้อยอย่างไม่ให้เขาเอาแต่ใจ
"นี่มันสายแล้วนะเพคะ พระองค์ควรลุกได้แล้ว"
"แต่ข้าพึ่งได้นอนกอดเจ้าไม่กี่ชั่วยามเองนะ" จางเหว่ยส่งเสียงออดอ้อนเหมือนอย่างเด็กน้อย และใช้ใบหน้าถูไปที่ซอกคอขาวอย่างเอาแต่ใจ
"ท่านหยุดนะเพคะ"
หญิงสาวดิ้นพลางผลักชายหนุ่มออกห่างตัว แต่นั้นยิ่งทำให้เขาได้ใจนอกจากจะถูใบหน้าแล้วยังพรมจูบและไซ้คอหญิงสาวไม่หยุด
"หอมจัง..."
"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ อีกไม่นานจะได้เวลาประชุมหน้าท้องพระโรงแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
เสียงหม่ากงกงตะโกนเข้ามาในห้องบรรทม ซิงอีที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาในทันที จางเหว่ยถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ พลางทำหน้าไม่พอใจ
"พระองค์ควรลุกจริงๆแล้วเพคะ"
เพี้ยะ!! เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับก้นกลมของหญิงสาวไม่แรงนัก ซิงอีทำสีหน้าตกใจและเปลี่ยนเป็นโมโหในทันที
"ท่านตีข้าทำไมเจ้าคะ"
"ก็พูดได้หนิ ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วเวลาอยู่ด้วยกันห้ามใช้คำสรรพนามอะไรพวกนั้น"
"ก็ข้ากลัวพูดผิดนิ่เจ้าคะ"
เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับก้นกลมอีกครั้ง แต่ครานี้จางเหว่ยไม่รอให้หญิงสาวเอ่ยอะไรได้อีก รีบลุกและเดินออกไปจากห้องทันที เป็นช่วงที่หม่ากงกงเปิดประตูพอดี ทำให้หมอนที่หญิงสาวจะขว้างใส่ชายหนุ่มไปโดนหม่ากงกงแทน ซิงอีที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ทำสีหน้าขออภัยส่งไป หม่ากงกงทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าให้ทั้งคู่เล็กน้อย ถ้าถามว่าแผ่นดินนี้ใครคือมังกรก็คงไม่พ้นฮ่องเต้ที่นามว่าจางเหว่ย แต่ผู้ที่มีอำนาจแท้จริงกลับเป็นสตรีข้างกายเพียงหนึ่งเดียว นามว่าห่าวเข่อซิง
.
แคว้นเทียนหลัวในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาหลังจากเปลี่ยนกษัตริย์ปกครองเมื่อ 5 ปีที่แล้วเพราะกษัตริย์องค์ก่อนสิ้นพระชนม์จากโรคที่ไม่มีทางรักษา 'จางเหว่ย' เป็นนามของกษัตริย์คนต่อไป หลังขึ้นครองบัลลังก์ทั่วทั้งแคว้นถูกปฏิวัติครั้งใหญ่ ชาวบ้านอยู่ดีกินดี โจรป่าหนีหายจนแทบไม่เหลือ ปัญหาภัยแล้งหรือน้ำท่วมก็ลดลงจนชาวบ้านต่างสรรเสริญ ขุนนางที่โกงกินบ้านเมืองมานานก็ถูกสับเปลี่ยนให้คนรุ่นหลังที่มีความสามารถเข้ามาทำแทน เรียกได้ว่าที่ใดมีชาวบ้านอาศัยอยู่จำต้องเคยได้เห็นหน้าผู้อยู่เหนือสุดของแผ่นดิน ส่วนองค์ชายสามถูกโทษประหารเนื่องจากก่อกบฏ และหวนกุ้ยเฟยมารดาขององค์ชายสามถูกปลดเป็นสามัญชนธรรมดาห้ามเข้าเมืองหลวงตลอดชีวิต
"ฮองเฮาเพคะ นี้ 3 ปีแล้วนะเพคะ ท่านควรเร่งมือมากกว่านี้"
เสียงของมามาเฉวียนที่นั่งอยู่ที่พื้นข้างๆเอ่ยบอกกล่าวแก่หญิงสาวที่กำลังนั่งปักผ้ารูปดอกโบตั๋นอย่างเพลิดเพลิน ฮองเฮาที่กำลังถูกมามาเฉวียนคะยั้นคะยออยู่นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นก็คือองค์หญิงห่าวเข่อซิงเมื่อ 5 ปีที่แล้วก่อนที่จะเปลี่ยนผู้ปกครองบัลลังก์ จนตอนนี้กลายมาเป็นฮองเฮาแล้ว
" 3 คนที่กำลังนั่งเล่นอยู่นั่นไม่เพียงพออีกหรือมามา"
ซิงอีเอ่ยขึ้นพลางหันไปทางเด็ก 3 คนเป็นชาย 2 หญิง1โดยคนโตสุดคือบุตรชายนามตงหยาง บุตรสาวคนรองนามว่า ลี่อิง และบุตรชายคนสุดท้องนามว่า จินเย่ว
"ไม่พอเพคะ ทุกๆรัชสมัยจะต้องมีโอรสมากกว่า 3 พระองค์ขึ้นไปเท่านั้น ยิ่งฝ่าบาทไม่ยอมรับสนมอื่นเข้ามาเช่นนี้ ฮองเฮาจะต้องเร่งมือแล้วนะเพคะ" มามาเอ่ยด้วยหน้าตาจริงจัง
"เช่นนั้นข้าจะทำตามที่มามาบอกกล่าวเป็นเช่นไร" เสียงเสียงหนึ่งดังออกมาและตามด้วยร่างของชายในชุดสีทองลายมังกร
"ฝ่าบาท" มามาเอ่ยขึ้นอย่างตกใจที่ฝ่าบาทเอ่ยหยอกล้อกับตนเอง
"เสด็จพ่อ"
เสียงเล็กของร่างเล็กที่กำลังเล่นกันอยู่หันมาทางผู้เป็นบิดาและต่างวิ่งกรูเข้ามาด้วยความดีใจ จางเหว่ยย่อกายอุ้มบุตรชายคนเล็กสุดเพราะอายุเพียงแค่4 ปี และก้มหอมที่หน้าผากของบุตรอีกสองคนอย่างใส่ใจ และพาเดินไปทางศาลาที่ซิงอีกำลังนั่งปักผ้าอยู่
"พระองค์ประชุมขุนนางเสร็จเร็วจังเลยนะเพคะ" ซิงอีเอ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติใช้เวลากว่า 1 ชั่วยามแต่วันนี้กลับเลิกเร็วกว่าปกติ
"อาจเป็นเพราะข้าคิดถึงเจ้าเช่นไรล่ะ"
จางเหว่ยเอ่ยพลางขยิบตาให้ซิงอีอย่างคนเจ้าเล่ห์ โดยที่ไม่สนใจนางกำนัล มามาเฉวียงรวมถึงองครักษ์ที่อยู่บริเวณนี้ ทุกคนเองก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเพราะชินกับเรื่องเช่นนี้แล้ว ใครๆต่างรู้ไปทั่วว่าฝ่าบาททรงรักมั่นกับฮองเฮามากเช่นไร จนถึงป่านนี้ก็ไม่รับสนมเข้าวังหลังแม้สักคน
"เสด็จพ่อทรงงานเหนื่อยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" ตงหยางผู้เป็นพี่ใหญ่เอ่ยถามและมักชอบทำตัวโตเกินอายุ
"เหนื่อยเพียงนิด เจ้าจะต้องตั้งใจท่องตำราเพื่อมาแบ่งเบาพ่อเข้าใจหรือไม่"
"ลูกเข้าใจพ่ะย่ะค่ะ ลูกจะตั้งใจท่องตำราให้เก่งกาจ และมีความรู้เพื่อช่วยงานเสด็จพ่อ"
"ดี เช่นนั้นตำแหน่งฮ่องเต้คนต่อไปข้าจะยกมันให้เจ้า"
ทันทีที่จางเหว่ยเอ่ยจบคนที่ได้ยินต่างตกใจกันเป็นตาเดียวที่ได้ยิน นี้คือคำพูดที่คนเป็นฮ่องเต้นึกจะพูดก็พูดได้เช่นนั้นหรือ
แป๊ะๆ! เสียงปรบมือเล็กๆดังมาจากจินเย่วบุตรชายคนสุดท้องวัย 4 ขวบทำให้ทุกคนที่กำลังนิ่งกับเรื่องที่ได้ยินรู้สึกตัว
"เจ้าไม่อยากเป็นฮ่องเต้เหมือนเสด็จพี่หรือ" จางเหว่ยเอ่ยถามร่างเล็กที่ตนกำลังอุ้ม
"ลูกชอบเงินพ่ะย่ะค่ะ ลูกไม่ต้องการเป็นฮ่องเต้ ลูกจะขายของเยอะๆเอาเงินมาให้ท่านแม่ซื้อขนม และค้าขายเก่งๆเหมือนท่านอาผู่เย่วพ่ะย่ะค่ะ"
เด็กน้อยเอ่ยตอบอย่างไร้เดียงสา เมื่อนึกถึงผู่เย่วที่มักเข้ามาเล่าเรื่องที่ตนไปค้าขายต่างแคว้นให้ร่างเล็กฟังเป็นประจำ เพราะเมื่อ 10 ปีที่แล้วชายหนุ่มเลี่ยงก็เข้าสอบราชการ และเดินทางทำการค้าไปทั่วทุกแคว้น โดยมีกู้จวินที่เป็นหมออาสาติดตามไปรัักษาชาวบ้านทุกที่ที่พวกเขาไปทำการค้า ทุกคนที่ได้ยินต่างหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู บรรยากาศโดยรอบดูอบอุ่น เสียงเด็กน้อยวิ่งเล่นหัวเราะกันอย่างร่าเริง จางเหว่ยเองก็เข้าไปวิ่งไล่จับเด็กอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์ตนเอง และนั่นก็เป็นเรื่องปกติที่ทำเป็นประจำและไม่มีใครขัดได้ กลับกันกลับมีความสุขที่ได้เห็นภาพเช่นนี้ที่ไม่เคยมีฮ่องเต้องค์ใดเคยทำมาก่อน กล่าวได้ว่าจางเหว่ยคือฮ่องเต้คนแรกที่ทำให้วังหลังมีความสุขเรียบง่ายเหมือนครอบครัวเหล่าชาวบ้านธรรมดา
จบบริบรูณ์
จากใจนักเขียน
ถึงรี๊ดนักอ่านทุกคน ไรท์ขอบคุณทุกคนจากใจจริงที่ชอบและติดตามเรื่องสาวใช้ของนายตัวร้ายจนจบ ทุกๆคอมเม้นทุกๆการกดติดตาม มันคือยาวิเศษชั้นดีที่ทำให้ไรท์มีพลังในการเขียนเรื่องต่อๆไป จากใจนักเขียนหน้าใหม่ยอมรับว่าเรื่องนี้ประสบความเร็จในชีวิตไรท์เลย ไม่ว่าจะคนอ่านหลังสิบ หรือหลักพัน นั่นก็ถือว่าในใจไรท์ประสบความสำเร็จในการเขียนแล้ว ขอแค่ทุกคนชอบและมีความสุขในการอ่านสามารถสร้างสีสัน คลายเครียดหรืออะไรก็ตามในแต่ละวันหลังจากที่ทำงานมาเหนื่อยๆ ขอบคุณที่เลือกอ่านเรื่องนี้และติดตามมาโดยตลอดน๊าาา
สุดท้ายนี้ไรฝากทุกคนติดตามเรื่องอื่นๆของไรท์ด้วยน๊า เจอกันในเรื่องถัดไปน๊าาา
????????????ประกาศๆ ไรขอฝากผลงานเรื่องไหม่ของไรท์ด้ายน๊าา เรื่องนี้เป็นเรื่องของชายรักชายน๊าทุกคน แต่ใครที่ไม่ชอบแนวนี้ไรท์รับรองว่าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังที่ลองเปิดใจมาอ่านแน่นอน และแน่นอนเรื่องที่ไรท์ทุกเรื่องจบดีแน่นอนคร๊าฟฟฟ
เรื่อง หวนคืนรักคำสาปมาร
'โจวเฟิง' เด็กหนุ่มที่ถูกเก็บมาเลี้ยงในสำนักกระบี่เซียน เมื่ออายุครบ 7 ขวบ กลับไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นคนสายเลือดเซียนหรือมาร 'อวี๋หมิง' ชายที่ได้ชื่อว่าสง่างามในใต้หล้า อีกทั้งวรยุทธยังเป็นที่หนึ่ง แต่ใครจะรู้ว่าเขาได้ถูกคำสาปมารจากสงครามเมื่อครั้งอดีต วิธีแก้มีเพียง 2 ทาง ทางแรกคือเสพสุขกับหญิงสาวบริสุทธิ์ 9 คนเพื่อล้างคำสาป เขาที่ถูกยกให้เป็นที่สุดของความสูงส่งไม่สามารถเข้าใกล้สตรีได้แม้เพียงก้าวเดียว ชายที่ได้ชื่อว่าสุขุม เย็นชา อีกทั้งเป็นที่หมายปองของสตรีมากมาย กลับยอมให้เด็กหนุ่มที่แม้เพียงกฎสำนักข้อเดียวยังทำไม่ได้เข้าใกล้ได้อย่างไม่ถือตัว เห็นทีเขาคงต้องหาวิธีอื่นเพื่อแก้คำสาป เพราะสตรีกลับไม่สามารถทำให้เขาสนใจได้เท่าเด็กหนุ่มนามว่า 'โจวเฟิง' ผู้นี้

ประกาศๆ เนื่องจากช่วงนี้เป็นเทศกาลของความสุข ไรท์จึงมีโปรโมชั่นลดต้อนรับเทศกาลให้กับรี๊ดทุกคน โดยการจัดโปรโมชั่นลดราคาอีบุ๊คทุกเรื่อง 39% ที่ไรท์เขียนเลย ใครยังไม่เป็นเจ้าของรีบเลยน๊าาา ขอให้ทุกคนสนุกกับเทศกาลท้ายปีน๊าาา
