ยานอวกาศลำสีขาวมีการเคลื่อนไหว วงแหวนรอบตัวยานหมุนเร็วมากกว่าเดิมจนกลายเป็นภาพเงาเลือนลาง จากนั้นเกิดเสียง ปัง!! แล้วยานอวกาศก็สว่างเสี้ยววิแล้วหายไป ทิ้งไว้เพียงเศษซากของสิ่งที่เคยเป็นดาวเคราะห์มาก่อน เมื่อไม่มีพลังงานจากยานลำนั้น ม่านพลังงานสีขาวที่ขวางกั้นเอาไว้ก็หายไปแล้วผืนดินทั้งหมดก็กระจัดกระจายไปในอวกาศอันมืดมิด
หลังจากที่ยานอวกาศสีขาวส่องแสงโจก็ตาพร่าไปครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็ลืมตาขึ้นแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในห้องบัญชาการบนยานบัญชาการของมายด์
แม้แต่ทุกคนรวมถึงมายด์ก็สับสนเช่นกันที่จู่ๆเขาก็มาปรากฏตัวในนี้ แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มพวกเขาก็รู้สึกโล่งใจ
บนยานอวกาศลำสีขาว กาจู๋วตัวติดแนบกับแท่นกำแพงสีเทา ปีกและขากางออกไม่สามารถขยับได้เพราะแรงดึงดูดจากแท่นกำแพงสีเทา ในตอนนี้เขามีสภาพไม่ต่างจากนักโทษแต่ดีกว่าตรงที่ว่าเขาไม่ได้โดนทรมานและตอนนี้อยู่ในห้องบัญชาการ
รูวเหลือบมองกาจู๋วเล็กน้อยก่อนจะไม่สนใจอีก
“ทำไมเธอต้องจับฉันด้วย!!” กาจู๋วโวยวายเหมือนตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม มันจำได้ว่าไม่เคยไปทำอะไรให้หญิงสาวมาก่อน
“ไม่รู้ตัวจริงเหรอ?” รูวถามอย่างเย็นชา
กาจู๋วรู้สึกกลัวเล็กน้อย เพราะสภาพแวดล้อมในตอนนี้มันเหมือนกับเขาอยู่บนสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น ภายในห้องบัญชาการไม่มีแท่นเครื่องบังคับยานอวกาศ มันเป็นเพียงห้องสีขาวสะอาดตาและมีภาพโฮโลแกรมกลางอากาศ
ก่อนหน้านี้กาจู๋วไม่เห็นรูวสั่งการอะไรเลยแต่ยานอวกาศกลับเคลื่อนไหวเอง ทว่าเขาคิดได้อีกอย่างคือควบคุมยานด้วยความคิด นี่เป็นวิทยาการที่เหนือล้ำไปกว่าเผ่าพันธุ์ของเขามาก จึงไม่แปลกที่เขาจะรู้สึกกลัวบ้าง
ได้ยินคำถามของเธอกาจู๋วส่ายหัวอ้วนกลม “ไม่นี่ อย่างน้อยฉันไม่ได้ทำร้ายเธอหรือเผ่าพันธุ์ของเธอแม้แต่คนเดียว”
“คุณทำร้ายเขา!! คุณให้เขาเข้าไปในนั้นคนเดียว!!” รูวตะคอกด้วยความโกรธ ภาพระเบิดยังคงติดตา ถึงแม้ว่าโจจะไม่เป็นอะไรแต่ความโกรธของเธอยังคงมีอยู่ กลับกันเธอคิดว่าหากโจหนีออกมาไม่ทันล่ะ? เธอแทบไม่อยากคิดถึงตอนนั้นเลยว่าจะเป็นยังไง
ได้ยินหญิงสาวกล่าวกาจู๋วก็อ้างว่า “แต่เขาก็รอดออกมานี่”
“ถ้ายังไม่หุบปาก ฉันจะกินต้มซุปไก่” รูวกล่าวอย่างเยือกเย็นทำเอากาจู๋วขนตั้ง
“นี่ ฉันเป็นสิ่งมีชีวิตภูมิปัญญานะ” กาจู๋วเถียงอย่างกล้าๆกลัวๆ
ปกติแล้วสิ่งมีชีวิตที่มีภูมิปัญญาจะไม่กินสิ่งมีชีวิตที่มีภูมิปัญญาเช่นกัน มันเป็นความรู้สึกขยะแขยง ถ้าพวกที่กินจะถูกเรียกว่าพวกกระหายเลือดและจะถูกไล่ล่า
“ก็แค่เดรัจฉานที่โชคดีได้รับพลัง” รูวกล่าวอย่างดูถูก
เพราะปกติแล้วสิ่งมีชีวิตที่มีภูมิปัญญาจะมีลักษณะที่โดดเด่นคือยืนหลังตั้งฉาก แต่กาจู๋วไม่ใช่ เขาเป็นเหมือนไก่หรือนกมากกว่า
รูวไม่ปล่อยให้กาจู๋วอ้าปากอีกต่อไป ได้มีห่วงลอยมาจากไหนไม่รู้มัดปากของเขาไว้
กาจู๋ว “อู้อี้ๆ”
ตัดไปที่โจในเวลาเดียวกัน เขายังคงนึกถึงภาพสุดท้ายก่อนที่หญิงสาวจะจากไป เขาอยากถามเรื่องราวต่างๆของเธอ แต่สุดท้ายเขาก็ยิ้มออกมาเพราะอย่างน้อยรูวยังคงสบายดี
“หัวหน้า…” มายด์กล่าวเสียงเบาเรียกเขา
โจเงยหน้าและลุกขึ้นยืนก่อนจะยิ้มให้กับเธอและทุกคนๆ “กลับกันเถอะ”
เมื่อเห็นว่าเขาไม่เป็นอะไร มายด์จึงยิ้มออกมาแล้วผงกหัวพร้อมกับหันไปหาลูกเรือคนอื่นๆ “เดินทางกลับสหพันธ์”
ยานบัญชาการส่งเสียงดัง ปัง!! จากนั้นทิ้งไว้เพียงภาพติดตามแล้วหายไป
ระหว่างกำลังเดินทางกลับสหพันธ์ด้วยความเร็วเหนือแสง โจได้พูดคุยกับสองพี่น้องและลูกเรือคนอื่นๆ จึงทำให้เขาเข้าใจเรื่องราวหลายปีที่ผ่านมา
โจแสดงความยินดีแก่ทุกๆคนที่สามารถเป็นนายพันได้ ตอนนี้มีมายด์และรินมียศเป็นพันเอก มิ้นต์น้องสาวของมายด์มียศเป็นพันโท และลูกเรือคนอื่นๆมีพันตรีเพียงไม่กี่คนและที่เหลือเป็นนายร้อย
นอกจากนี้เขายังชื่นชมพวกมายด์ ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียวของเผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถยึดเขตชายแดนได้หลายสิบเขต ทำให้อำนาจของสหพันธ์มีเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตามที่กาจู๋วเคยบอกเขาเอาไว้ว่ายิ่งเข้าไปในส่วนลึกเท่าไหร่ก็จะยิ่งพบกับศัตรูที่อันตรายมากยิ่งขึ้น ตามที่เขาคิดบางทีหากลึกไปกว่านี้อาจจะมีแต่พวกระดับขุนพลก็เป็นได้
ผ่านไปเกือบหนึ่งเดือน ยานบัญชาการได้มาถึงสหพันธ์ โจไม่รู้ว่าเพื่อนซี้ของเขาคายเฟอร์จะเป็นยังไงบ้างหลังจากที่เขาหายตัวไปหลายปี
เมื่อลงมาจากยานโจรู้สึกเหมือนตัวเองได้กลับบ้าน สถานที่คุ้นเคยของที่แห่งนี้ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย
อย่างที่ใครต่อใครกล่าวว่า ไม่มีที่ไหนอุ่นใจเท่าบ้าน
“ยินดีต้อนรับกลับนะพันเอกโจ” ไซน๊อตกล่าวด้วยรอยยิ้ม หลังจากที่ได้ข่าวเขาก็มารอชายหนุ่มที่ท่าจอดยาน
ด้วยฐานะผู้นำสหพันธ์หากคนอื่นได้รับการต้อนรับจากไซน๊อตคงต้องตกใจและตื่นเต้นจนตัวสั่น ทว่าไม่ใช่กับโจเพราะเขารู้สึกกับไซน๊อตมานานมากและเป็นไซน๊อตที่สั่งสอนเขาตั้งแต่เด็ก โจจึงให้ความเคารพแก่ไซน๊อตมาก
“ขอบคุณท่านนายพลมากนะครับที่มารอต้อนรับผม” โจกล่าวพร้อมกับใช้มือขวากำหมัดไว้ตรงหัวใจแล้วตวัดลงมาข้างลำตัว นี่เป็นวิธีทำความเคารพทางการทหารของสหพันธ์
“คุณไม่ต้องซีเรียสขนาดนั้น เพราะถึงยังไงคุณเองก็เป็นคนที่ผมปั้นมากับมือ คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น” ไซน๊อตกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาและกล่าวต่อว่า “ผมดีใจที่คุณไม่เป็นอะไร หากเกิดอะไรกับคุณขึ้นมาสหพันธ์จะต้องสูญเสียพลังการรบไปไม่น้อย”
“เป็นเพราะคุณสั่งสอนผมดี ผมถึงรอดมาได้” โจกล่าวอย่างถ่อมตน
“ฮ่าๆ ไม่ต้องถ่อมตนมากขนาดนั้น ผมเป็นคนสอนคุณก็จริงแต่จะเอาชีวิตรอดได้หรือไม่นั้นอยู่ที่ตัวคุณไม่ใช่ผม” ไซน๊อตยิ้ม
หลังจากทั้งคู่เดินมาสักพัก ไซน๊อตก็กล่าวขึ้นว่า “ตอนนี้ที่สหพันธ์ยังไม่มีอะไรสำคัญให้คุณทำ คุณไม่ลองกลับไปที่โลกล่ะ ไปช่วยเผ่าพันธุ์ของคุณที่นั่นจะดีกว่า”
โจลังเลเล็กน้อยก็จะตอบตกลง “ตกลงครับ”
เขาไม่ได้เล่าเรื่องที่เขาไปพบมา เขารู้ดีว่าไซน๊อตคงจะได้รับรายงานแล้วเขาจึงไม่จำเป็นต้องบอกอีก อย่างไรก็ตามโจไม่รู้ว่าไซน๊อตจะตัดสินใจทำอะไรต่อไป
โจตัดสินใจกลับโลกไปพร้อมกับพวกมายด์ ทุกคนต่างรู้สึกดีใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ชายหนุ่มกลับไปพร้อมพวกเขา
ทุกคนนั้นไม่ได้กลับโลกมาหลายปีตั้งแต่ออกจากโลกในครั้งนั้น เพราะพวกเขายุ่งกับการตามหาโจและทำสงครามกับพวกสเปค
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาจะได้กลับบ้านเกิด มันทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นและกลัวเล็กน้อย มันเป็นความรู้สึกแปลกๆของคนที่จากบ้านตัวเองไปหลายปีและกลับมาอีกครั้ง
แม้ว่ามายด์จะสงสัยว่ารูวหายไปไหนแต่เธอไม่ได้ถาม
หลังจากนั้นสองวันยานบัญชาการก็ได้มุ่งหน้าสู่โลก