บทที่7.สะสางเื่กลั่นแกล้งกันของเด็กๆ
ผู้ใหญ่บ้านซ่งเดินเข้ามาพร้อมทั้งลากหลานชายตัวดีที่กำลังร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้นเข้ามาด้วย โดยมีท่านผู้าุโของหมู่บ้านเดินตามหลังเข้ามาระหว่างทางที่เดินกันมาถึงที่นี่ลู่จื่อและลู่หยางได้เล่าเื่ราวต่างๆให้ผู้ใหญ่บ้านซ่งรับทราบแล้ว ดังนั้นผู้ใหญ่บ้านซ่งจึงให้คนไปตามเด็กๆที่เหลืออีก3 คนมาที่บ้านสกุลซูด้วย
ตัวผู้ใหญ่ซ่งนั้นเขาทั้งโมโหและผิดหวังกับหลานชายของตนเองยิ่งนักเป็เพราะเขาที่ตามใจหลานชายมากเกินไปเพราะเห็นว่าหลานชายคนนี้กำพร้าทั้งบิดามารดาตัวเขาและภรรยาจึงเลี้ยงดูต้าหนิวอย่างตามใจจนเสียนิสัยไปแล้ว
“ท่านปู่ปล่อยข้านะปล่อยข้านะขอร๊าบบ ฮื่อออ” ต้าหนิวทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นไม่ยอมให้ท่านปู่ลากเข้าบ้านสกุลซูได้ง่ายๆจนผู้ใหญ่ซ่งต้องหิ้วตัวหลานชายมาหนีบไว้ใต้รักแร้แทน
“เ้าอย่าดื้อทำผิดแล้วก็ต้องยอมรับผิด”เมื่อเดินเข้ามาถึงหน้าบ้านสกุลซ่งชาวบ้านที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูรีบหลบทางให้ทันทีดังนั้นภาพที่ทุกคนได้เห็นจึงเป็ผู้ใหญ่บ้านมีหลานชายตัวอ้อนกำลังดิ้นกระแด่วๆอยู่ใต้วงแขนเดินเข้ามานั้นเอง
ยิ่งเข้ามาในบ้านสกุลซูต้าหนิวก็ยิ่งร้องเสียงดังในใจเขานั้นคิดไปไกลแล้วว่าคนปัญญาอ่อนแซ่ซูนั้นต้องตายไปแล้วแน่ๆเขาถึงถูกจับตัวมาลงโทษเช่นนี้
“ท่านปู่ข้าผิดไปแล้วขอรับ ฮื่ออฮื่ออ ท่านปู่ ๆๆ”
“เงียบเดี๋ยวนี้ต้าหนิวเ้าทำผิดก็ต้องยอมรับผลของการกระทำของเ้าเอง เฮ้ออลู่ฮันข้าต้องขอโทษแทนหลานชายตัวดีของข้าด้วยนะนังหนูเหยาเหยาด้วยนะตาผู้ใหญ่ต้องขอโทษแทนหลานชายไม่ได้ความคนนี้ด้วยจริงๆ”ผู้ใหญ่บ้านซ่งกล่าวขอโทษอย่างรู้สึกผิดจริงๆ ทางต้าหนิวที่หลับหูหลับตามาตลอดทางได้ยินเหมือนท่านปู่พูดกับคนปัญญาอ่อนแซ่ซูจึงลืมตาขึ้นมาและเห็นว่านางยังมีชีวิตอยู่แต่บนหัวมีผ้าพันแผลไว้รอบศีรษะตรงหน้าผากมีรอยเืซึมออกมาอยู่นิดหน่อยด้วย
และเพียงไม่นานบิดามารดาและเด็กๆทั้งสามที่ร่วมกันรังแกเหยาเหยาก็มาถึงที่บ้านสกุลซู ท่ามกลางเสียงดังโวยวายดุด่ากันมาตลอดทางเลยทีเดียวเพราะเด็กๆ พวกนี้ขยันก่อเื่ให้ต้องเดือดร้อนรังแกคนไม่เว้นแต่ละวันดีที่บิดามารดาของเด็กเ่าั้รู้นิสัยของบุตรชายบุตรสาวของตนยิ่งมาคบหากับต้าหนิวที่ชอบทำตัวเกเรเป็หัวหน้าเด็กๆ ในหมู่บ้านด้วยแล้วก็คิดว่าเ้าเด็กพวกนี้ต้องรังแกคนเป็แน่แท้
“พวกเ้าจะแห่มาบ้านข้าทำไมกันอีกบ้านข้าไม่ต้อนรับใครแล้วทั้งนั้น”เมื่อเห็นคนมาเยอะผู้เฒ่าซูก็เริ่มไม่พอใจขึ้นมาอีก คิดเพียงแต่ว่าพวกลู่ฮัน้าสร้างปัญหาให้แกเขาต้องอับอายเป็แน่ถึงได้เรียกคนมาเยอะมากมายเพียงนี้
“พวกข้าก็จะพาบุตรชายตัวดีมาขอโทษบ้านลู่ฮันน่ะสิไปกลั่นแกล้งนังหนูเหยาเหยาจนเจ็บหนัก”คนที่พูดน่าจะเป็มารดาของเด็กชายที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม
“ใช่แล้วลูกข้าก็เหมือนกัน”คราวนี้เป็มารดาของเด็กชายอีกคนที่ค่อนข้างผอมกล่าวบ้าง
“แต่เสี่ยวเหยาเหยาพูดไม่ได้ทั้งไม่รับรู้สิ่งใดเช่นนี้พวกเราจะแน่ใจได้เช่นไรว่าลูกๆ ของเรารังแกนางจริงๆไม่ใช่พวกเ้าคิดไปเองแล้วมาใส่ร้ายลูกข้า”มารดาของเด็กผู้หญิงที่เป็สหายสนิทของฉินฟาง เอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากจะยอมรับว่าลูกของตนเองรังแกคนจนเกิดเื่ใหญ่ขึ้นมา
เหยาเหยาเมื่อได้ฟังก็ชี้นิ้วน้อยๆ ไปที่เด็กๆทั้ง 5 คนที่อยู่ตรงหน้า
“กะ แกล้งเหยาตุกคนเยยเ้าก่ะ นี้ขว้างๆดิน นี้พูดไม่ดี นี้แย่งรองเท้า”มือน้อยๆชี้ไปที่เด็กทั้ง 5เรียงคนพร้อมทั้งบอกว่าแต่ละคนทำอันใดนางบ้างสร้างความประหลาดใจและใให้ทุกคนที่อยู่ด้วยกันที่นี่เป็อย่างมากที่อยู่ๆเหยาเหยาก็พูดได้และดูจะรู้ความขึ้นมา แม้ว่าจะยังพูดๆ ไม่ค่อยชัดก็เถอะ
“ดื้อ ต้องตีนะ”เหยาเหยายังส่งเสียงเอ่ยพูดต่อประมาณว่าเด็กดื้อพวกนี้ต้องถูกตี
ต้าหนิวที่กลัวจะถูกท่านปู่ตีก็เริ่มโวยวายขึ้นมาพร้อมทั้งดิ้นจนหลุดจากอ้อมแขนของท่านปู่ลงมายืนเพราะรู้แล้วว่าคนปัญญาอ่อนแซ่ซูไม่ได้ตายไปอย่างที่นึกกลัวั้แ่แรกจึงกล้าโวยวายขึ้นมาอีก
“ไม่เอานะ ข้าไม่ยอมโดนตีหรอก พะพวกข้า พวกข้าก็แค่เล่นเอาก้อนดินปาใส่เ้าก็เท่านะ ใครจะไปคิดว่าเ้าจะอ่อนแอถึงเพียงนั้นถึงกับเืออกแล้วล้มตึงสลบไปเอง”
“ใช่/ใช่”เด็กผู้ชายที่เป็สหายของต้าหนิวกล่าวสมทบขึ้นเช่นกันเพราะกลัวโดนตีเมื่อได้ฟังสิ่งที่ต้าหนิวและเด็กอีกสองคนพูด ลู่ฮัน เฟยเฟย ลู่จื่อลู่หยางก็ยิ่งโกรธจ้องมองไปที่เด็กน้อยที่ดูท่าแล้วจะยังไม่สำนึก
เ้าตัวน้อยเหยาเหยาเมื่อได้ยินก็ดิ้นรนเพื่อลงจากอ้อนแขนของท่านพ่อทันทีนางโมโหเ้าเด็กหัวมันพวกนี้เป็ที่สุดไม่มีสำนึกเอาเสียเลย และเมื่อเท้าน้อยๆแตะที่พื้นดินได้เหยาเหยาก้มลงหยิบเอาก้อนดินที่อยู่บริเวณแถวนั้นมาแล้วขว้างปาออกไปที่ต้าหนิวจนสุดแรงตามมาด้วยขว้างใส่เด็กชายอีกสองคนส่วนฉินฟางและเด็กผู้หญิงที่เป็สหายสนิทของนางไม่โดนเพราะทั้งสองคนไม่ได้ร่วมกันขว้างปาก้อนดินใส่เหยาเหยานางจึงไม่ทำคืน
“โป๊ก โป๊กโอ๊ยยย ฮึก ฮื่อออเ้าแกล้งข้า เ้ารังแกข้า ฮื่ออ”เสียงเด็กชายตัวน้อยทั้งสามแหกปากร้องกันแล้ววิ่งเข้าไปหาบิดามารดาของตนทันที
“ชะ ชอบมั้ย ข้าเล่นด้วยไง”เหยาเหยาพูดว่าเล่นด้วยพร้อมทั้งยังขว้างปาก้อนดินใส่ต่ออีก
“โอ๊ยๆเ้าหยุดเลยนะเล่นอันใดกันแบบนี้พวกข้าเจ็บนะ”
“อื้มม ขะ ข้าด้วย เจ็บเหมือนกัน”สิ้นเสียงพูดของเหยาเหยาเด็กผู้ชายทั้งสามคนจึงชะงักไป แล้วมองนางเป็ตาเดียวพร้อมกับเริ่มเข้าใจความรู้สึกของนางยามถูกขว้างปาก้อนดินใส่ ขนาดนางเพียงแค่ขว้างก้อนดินยังเจ็บถึงเพียงนี้แล้วที่ต้าหวินขว้างก้อนหินก้อนนั้นใส่จนนางหัวแตกละ
เด็กทั้งสามเริ่มคิดและสำนึกได้ขึ้นมาบ้างแล้วจึงเงียบไปและยืนก้มหน้านิ่ง
“ฮึก ฮื่อ ขะ ข้าเข้าใจแล้ว ข้าขอโทษเ้า” ต้าหนิวขอโทษทั้งสูดน้ำมูกไปน้ำตาไหลไปไม่ใช่แค่เพราะสำนึกผิดและเจ็บจากการโดนขว้างด้วยก้อนดินอย่างเดียวแต่เพราะความกลัวและภาพที่เหยาเหยามีเืออกนอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้านั้นยังติดตาเด็กน้อยต้าหนิวอยู่ตลอดนั้นเองส่วนเด็กผู้ชายอีกสองคนก็รู้สึกเช่นเดียวไม่ต่างจากต้าหนิวเลย
“อื้ม” เหยาเหยาพยักหน้ารับรู้พร้อมส่งเสียงรับคำขอโทษนางก็ยังออกเสียงไม่ค่อยได้มากนักจึงพูดน้อยเข้าไว้ก่อนดีกว่าอีกทั้งเด็กพวกนี้ดูท่าทางจะสำนึกผิดจริงๆ และคิดว่าเมื่อกลับไปที่บ้านแต่ละคนคงโดนลงโทษไม่ใช่น้อยทีเดียว
ส่วนสหายสนิทของฉินฟางนั้นเหยาเหยาไม่อยากจะยุ่งกับนางเท่าไหร่ดูแล้วชอบยุยงคนอื่นแต่พอเอาเขาจริงก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับใครนิสัยแบบนี้ไม่น่าคบอย่างมากตอนนี้นางก็แอบอยู่หลังท่านแม่ของนางพร้อมกับมองมาที่เหยาเหยาด้วยสายตาสั่นระริกคงกลัวว่าเหยาเหยาจะเอาก้อนดินขว้างนางด้วยกระมังส่วนฉินฟางนางจะไปแย่งรองเท้าคืนมาแน่ นั้นท่านพ่ออุตส่าห์ถักให้นางเชียวนะ
“หึเื่นี้ก็เป็หลานผู้ใหญ่บ้านกับพวกสหายในกลุ่มทั้งนั้นหาได้เกี่ยวกันใดกับหลานสาวข้าสักนิดเลยนางก็เป็ลูกพี่ลูกน้องกับเหยาเหยาจะหยิบยืมรองเท้ามาใส่ก็ไม่เห็นเป็เื่แปลกอันใดเลยเสียเวลาพวกข้าจริงๆ” นางฟางเถายังอดที่จะแทรกคำพูดเห็นแก่ตัวออกมาไม่ได้เพราะไม่้าให้ชาวบ้านเอาไปพูดว่าคนสกุลซูทะเลาะกันเพียงเพราะเื่รองเท้าฟางคู่เดียว
“เฮ้ออเอาล่ะตอนนี้ต้าหนิวก็สำนึกผิดได้แล้ว แต่อย่างไรข้าก็ต้องสั่งสอนและลงโทษเสียบ้างจะได้หลาบจำและไม่กล้ารังแกคนเช่นนี้อีกต้าหนิวก้มหน้าก้มตาไม่กล้าพูดสิ่งใดกับท่านปู่อีกเพราะกลัวว่าจะมีโทษมากกว่าเดิม
“ส่วนเื่ค่าหมอค่ายาของนังหนูเหยาเหยาข้าขอรับผิดชอบแทนเองนะลู่ฮันนะ พร้อมค่าทำขวัญนังหนูเหยาเหยาด้วย”ผู้ใหญ่บ้านกล่าวออกมาอย่าง้ารับผิดชอบจริงๆส่วนบ้านของเด็กผู้ชายอีกสองคนนั้นไม่มีเงินพอจะออกค่ายาค่าหมอให้ได้จึงบอกเพียงว่ามีเื่ใดให้ช่วยเหลือก็ยินดีอย่างเต็มที่พร้อมทั้งกลับไปก็จะสั่งสอนและลงโทษบุตรชายของตนอย่างแน่นอน
“ค่าหมอค่ายานั้นข้าจะรับไว้ขอรับแต่ค่าทำขวัญไม่เป็ไรขอรับท่านลุงผู้ใหญ่”
“ห้ายย ไม่ได้ๆอย่างไรเ้าก็ต้องรับไว้เก็บเอาไว้เถิดนะถือว่าเก็บไว้ให้แม่หนูเหยาเหยา”
“เช่นนั้นก็ได้ขอรับ”เมื่อทนการรบเร้าของผู้ใหญ่บ้านไม่ไหวลู่ฮันจึงยอมรับไว้ส่วนนางฟางเถาเมื่อได้ยินว่าลูกเลี้ยงจะได้เงินชดเชยจากผู้ใหญ่บ้านก็ตาวาวขึ้นมาด้วยความโลภจะมากจะน้อยเงินนั้นก็ต้องเข้ากองกลางเป็ของนางเท่านั้น
เมื่อตกลงกันได้และผู้ใหญ่บ้านได้มอบถุงเงินจำนวน5 ตำลึงเงินให้ลู่ฮันเรียบร้อยแล้วและกำลังจะขอตัวกลับเพื่อไปสั่งสอนหลานชายของตนเองต่อเมื่อดูท่าเื่ราวจะจบแล้วเหล่าชาวบ้านจึงเริ่มพากันแยกย้าย
“เดี๋ยวก่อนขอรับท่านลุงผู้ใหญ่”ลู่ฮันเอ่ยเรียกผู้ใหญ่บ้านไว้ก่อนทั้งก้มลงอุ้มเหยาเหยาตัวน้อยขึ้นมาแล้วส่งให้ภรรยาอุ้มต่อ
“มีอันใดหรือลู่ฮัน” ผู้ใหญ่บ้านหันกลับมาทันทีเมื่อลู่ฮันเรียกเขาไว้
“ข้าอยากจะขอแยกบ้านขอรับ”สิ้นเสียงนิ่งขรึมที่จริงจังของลู่ฮันก็ทำให้คนบ้านสกุลซูทุกคนถึงกับชะงักงั้นไปเพราะใรวมถึงเฟยเฟยผู้เป็ภรรยาของเขาและบุตรชายทั้งสองคนด้วยส่วนเหยาเหยานั้นนางพยักหน้าหงึกหงักๆ ไปมาอย่างเห็นด้วยกับท่านพ่อเป็ที่สุด….