ตอนที่ 60 การเผชิญหน้ากับพวกมิจฉาทิฐิ
หลินเซียงใช้พลังน้ำแข็งสร้างกับดักรอบตัวเพื่อฝึกฝนการป้องกัน เหว่ยหลิงมองดูการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วและแม่นยำของเธอ
“เจ้าทำได้ดีมาก หลินเซียง” เขากล่าวด้วยความชื่นชม “พลังน้ำแข็งของเจ้ามีความแข็งแกร่งและควบคุมได้ดี”
“ขอบคุณเหว่ยหลิง ข้ากำลังพยายามฝึกฝนให้ดีที่สุด” หลินเซียงตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
ต่อมา พวกเขาฝึกฝนการใช้พลังชี่ในการโจมตีและป้องกัน เหว่ยหลิงใช้พลังปราณสายฟ้าในการสร้างการโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรง เส้นแสงสีฟ้าพุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่ตั้งอยู่ข้างหน้า แสงสว่างสีฟ้าส่องประกายไปทั่วลานฝึกซ้อมและเสียงฟ้าร้องดังขึ้น
“การโจมตีของเจ้ามีความรวดเร็วและรุนแรงมาก” หลันเหยากล่าวขณะที่เธอฝึกฝนการใช้พลังปราณของเธอ “ข้าประทับใจในความสามารถของเจ้า”
“ขอบคุณหลันเหยา ข้ากำลังพยายามทำให้ดีที่สุด” เหว่ยหลิงตอบ
การฝึกฝนร่วมกันและการเรียนรู้
การฝึกฝนร่วมกับเพื่อนทำให้เหว่ยหลิงและเพื่อนร่วมทางได้เรียนรู้จากกันและกัน พวกเขาแลกเปลี่ยนเทคนิคและทักษะในการควบคุมพลังชี่ รวมถึงการปรับปรุงทักษะการโจมตีและป้องกัน
“การฝึกฝนร่วมกันทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น” หลินเซียงกล่าว “ข้ารู้สึกถึงความเข้มแข็งและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น”
“ใช่ ข้าก็รู้สึกเช่นเดียวกัน” เหว่ยหลิงตอบ “ข้ารู้ว่าเราจะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคได้ด้วยกัน”
การฝึกฝนร่วมกับเพื่อนทำให้เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและความเข้าใจระหว่างกัน พวกเขาสนับสนุนและให้กำลังใจกันในการฝึกฝน ทำให้ความเข้มแข็งของกลุ่มเพิ่มขึ้น
“ข้ารู้ว่าเราจะไม่ยอมแพ้” หลันเหยากล่าว “เราจะทำให้ดีที่สุดเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์และนำความยุติธรรมกลับมา”
“ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน” เหว่ยหลิงตอบ “ข้าจะไม่ยอมแพ้และทำให้ดีที่สุด”
ท้องฟ้าที่เคยสว่างสดใสกลับกลายเป็นสีเทาหม่น ลมหนาวพัดผ่านลานฝึกซ้อมของนิกายชิงหยุน บรรยากาศหม่นหมองและเงียบเหงา ศิษย์หลายคนกลับเข้าห้องพักของตน เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังคงฝึกฝนอยู่ในลานฝึกซ้อม
เหว่ยหลิง หลินเซียง และหลันเหยา ยังคงฝึกฝนอย่างมุ่งมั่น พวกเขารู้ว่าการฝึกฝนต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาทักษะของตนเองและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่ไม่แน่นอน
ขณะที่พวกเขากำลังฝึกฝน อยู่ๆ กลุ่มศิษย์ที่มีท่าทางหยิ่งยโสและเย้ยหยันก็ก้าวเข้ามาในลานฝึกซ้อม บรรยากาศที่เงียบสงบถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่ดังขึ้น
“ดูสิ ใครกันที่ยังคงฝึกฝนอยู่ที่นี่” หนึ่งในกลุ่มนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เหว่ยหลิง ศิษย์น้อยที่คิดว่าตนเองเก่งกาจ”
เหว่ยหลิงหันมามองกลุ่มนั้นด้วยสายตาที่มั่นคง แม้ว่าใจเขาจะรู้สึกถึงความตึงเครียด แต่เขาก็พยายามสงบใจ “พวกเจ้าต้องการอะไร?”
“ข้าแค่มาดูว่าศิษย์น้อยที่เข้ามาใหม่จะมีฝีมือเพียงใด” หนึ่งในกลุ่มนั้นกล่าวพร้อมกับหัวเราะ “เจ้าไม่คิดหรือว่าตนเองสูงส่งเกินไปที่จะมาอยู่ที่นี่?”
“ข้ารู้ว่าการฝึกฝนในนิกายชิงหยุนต้องการความมุ่งมั่นและความอดทน ข้าพร้อมที่จะพิสูจน์ตนเอง” เหว่ยหลิงตอบด้วยเสียงที่มั่นใจ
กลุ่มศิษย์ที่มีท่าทางหยิ่งยโสหัวเราะเสียงดัง “งั้นเรามาทดสอบความสามารถของเจ้ากันเถอะ” หนึ่งในกลุ่มนั้นกล่าวพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้เหว่ยหลิง
เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความตึงเครียดในอากาศ เขารู้ว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้จะไม่ง่าย แต่เขาก็ไม่ต้องการแสดงพลังทั้งหมดของตนเองในขณะนี้ เขาตัดสินใจยอมถูกรังแกเพื่อเก็บซ่อนพลังที่แท้จริงไว้
หนึ่งในกลุ่มนั้นใช้พลังชี่ในการโจมตีเหว่ยหลิง พลังชี่สีดำพุ่งตรงมาที่เขาอย่างรวดเร็ว เหว่ยหลิงหลบหลีกและป้องกันตัวเองอย่างดีที่สุด แต่เขาตั้งใจไม่ใช้พลังที่แท้จริงเพื่อตอบโต้
“เจ้ามีความสามารถเพียงเท่านี้หรือ?” ศิษย์คนนั้นหัวเราะเย้ยหยัน “เจ้าคือสวะที่ไม่มีค่าอะไรเลย”
เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดและยอมถูกรังแกต่อไป “ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าดูถูกข้า ข้าจะพิสูจน์ว่าข้ามีค่าพอที่จะอยู่ที่นี่”
การโจมตีของกลุ่มศิษย์นั้นยิ่งรุนแรงขึ้น เหว่ยหลิงถูกโจมตีจนล้มลงกับพื้น เลือดไหลออกมาจากปากของเขา แต่เขาก็ยังคงยืนขึ้นและพยายามต่อสู้ต่อไป
“พอแล้ว!” หลินเซียงตะโกนพร้อมกับใช้พลังน้ำแข็งสร้างกับดักรอบตัวศิษย์คนนั้น “ข้าไม่ยอมให้เจ้าทำร้ายเพื่อนของข้า”
หลันเหยาใช้พลังชี่ในการสร้างม่านพลังป้องกันรอบตัวเหว่ยหลิง “เจ้าไม่ต้องสู้เพียงลำพัง เราจะช่วยเจ้าและปกป้องเจ้าจากพวกมิจฉาทิฐิ”
เสียงเย้ยหยันของศิษย์คนนั้นเงียบลงเมื่อเห็นความสามัคคีและความมุ่งมั่นของเหว่ยหลิงและเพื่อนร่วมทาง พวกเขาถอยกลับไปแต่ก็ยังคงมองเหว่ยหลิงด้วยสายตาเย้ยหยัน
“เจ้าคิดว่าจะชนะพวกเราได้หรือ?” ศิษย์คนนั้นกล่าว “ข้าจะกลับมาและแสดงให้เจ้าเห็นว่าเจ้าคือสวะที่ไม่มีค่าอะไร”
เหว่ยหลิงยืนขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม “ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อพิสูจน์ว่าข้ามีค่าพอที่จะอยู่ที่นี่”
หลินเซียงและหลันเหยายิ้มให้กัน “พวกเราจะสนับสนุนเจ้าเสมอ เหว่ยหลิง เราจะผ่านอุปสรรคนี้ไปด้วยกัน”
การเผชิญหน้ากับพวกมิจฉาทิฐิในวันนี้ทำให้เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น เขารู้ว่าการฝึกฝนและการต่อสู้ในนิกายชิงหยุนจะไม่ง่าย แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญกับอุปสรรคและพิสูจน์ความสามารถของตนเอง
ท้องฟ้าในยามเย็นเริ่มมืดลง บรรยากาศเงียบสงบล้อมรอบลานฝึกซ้อมของนิกายชิงหยุน เหว่ยหลิงยืนอยู่กลางลานฝึกซ้อม รอยยิ้มที่เคยมีหายไป กลับมาเป็นความมุ่งมั่นและตั้งใจที่เต็มเปี่ยม หลังจากการเผชิญหน้ากับพวกมิจฉาทิฐิในวันนี้ เขารู้ว่าต้องพัฒนาตนเองมากขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองและเพื่อนร่วมทาง
เหว่ยหลิงสูดลมหายใจลึกๆ และปล่อยลมหายใจออกอย่างช้าๆ สัมผัสได้ถึงพลังชี่ที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของเขา เขารู้ว่าการฝึกฝนในระดับนี้ต้องใช้ความมุ่งมั่นและความอดทนอย่างสูง
“ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้น” เหว่ยหลิงกล่าวกับตัวเอง “ข้าจะไม่ยอมให้พวกมิจฉาทิฐิดูถูกข้าอีกต่อไป ข้าจะพิสูจน์ว่าข้ามีค่าพอที่จะอยู่ที่นี่”
เขาเริ่มต้นการฝึกฝนด้วยการควบคุมลมปราณในร่างกาย พลังชี่ไหลเวียนไปทั่วร่างกายของเขา เหว่ยหลิงใช้เวลานานในการทำสมาธิและฝึกควบคุมพลังชี่ให้มีความสมดุลและมั่นคง
เมื่อรู้สึกว่าพลังชี่ในร่างกายมีความสมดุลแล้ว เหว่ยหลิงยกมือขึ้นสูงและเริ่มรวบรวมพลังปราณสายฟ้า แสงสว่างสีฟ้าส่องประกายออกมาจากฝ่ามือของเขา พลังสายฟ้าเริ่มไหลเวียนไปทั่วร่างกายและเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ข้าจะใช้พลังนี้ในการโจมตีและป้องกัน” เขากล่าวกับตัวเอง เขาเริ่มปล่อยพลังปราณสายฟ้าออกมาเป็นเส้นแสงที่พุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่ตั้งอยู่ข้างหน้า ทุกครั้งที่พลังสายฟ้าถูกปล่อยออกมา แสงสว่างสีฟ้าส่องประกายไปทั่วลานฝึกซ้อมและเสียงฟ้าร้องดังขึ้น
เหว่ยหลิงสร้างเกราะสายฟ้าขึ้นรอบตัว เกราะนี้ทำจากพลังสายฟ้าที่ทรงพลังและสามารถป้องกันการโจมตีจากศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“พลังสายฟ้าของข้าต้องสามารถป้องกันและโจมตีในเวลาเดียวกัน” เขาคิด “ข้าต้องฝึกฝนให้มีความสามารถนี้ได้อย่างสมบูรณ์”