บทที่ 17
การเคลื่อนไหวของบุรุษขี้โรคนั้นไม่ได้พิสดารพันลึกแต่อย่างใดตรงกันข้ามออกจะทื่อด้านมีดีแค่แรงโทสะเท่านั้นที่เหลือแทบจะไม่สามารถส่งผลต่อจิตใจของเอเลนได้เลยแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็นและย้ำกับตนเองว่าเขากำลังถูกเทพเจ้าแห่งเวทมนต์ไกอัสทดสอบอยู่
ชื่อก็บอกอยู่ว่านี่คือการทดสอบที่ 1 หมายความว่านี่จะต้องเป็นด่านที่ง่ายและธรรมดาที่สุดหากยึดชุดความคิดนี้ผนวกเข้ากับสภาพอ่อนแอราวกับจะลมจับได้ทุกเมื่อของมอนสเตอร์ตรงหน้าแล้วนี่ไม่ใช่สถานการณ์วิกฤตแต่อย่างใด เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างกายเอเลนก็ตอบโต้อีกฝ่านด้วยกำลังล้วนๆสวนกลับการพุ่งสุดแรงด้วยกายเหวี่ยงร่างบางๆลงกับพื้น
โครม กร็อบ
[บุรุษขี้โรคแถมยังแรงน้อย เสียชีวิต]
[ท่านได้รับแต้มสังหาร 1 แต้ม]
[การทดสอบที่ 1 เสร็จสิ้น]
และก็จริงดังที่เขาคาดเพียงสวนกลับง่ายๆเจ้ามอนสเตอร์ตนนี้ก็ถูกกำจัดอย่างง่ายดาย ไม่มีค่าความเสียหายปรากฏขึ้นดังที่ไกอัสได้ระบุเอาไว้แต่แรกเพียงเท่านี้กลยุทธมากมายที่มุ่งนั้นการเล่นงานจุดตายดูจะเป็นวิธีการผ่านการทดสอบที่ดีที่สุดแต่อย่างไรเสียเอเลนก็อดหงุดหงิดไม่ได้
“คลาสของผมเป็นสายการผลิตนะ จะให้เอาแต่ฆ่าคนมันก็ออกจะ...”
“หากเจ้าเป็นคลาสสายผลิตปกติแบบชาวบ้านข้าคงไม่โยนเจ้าเข้ามาในโลกจินตภาพของข้าให้เสียเวลาหรอก แต่บังเอิญว่าเจ้าดันได้รับพรของเซเลสเทียร์ เพียงเท่านั้นคลาสสายผลิตของเจ้าก็ไร้ความหมาย”
ไกอัสอธิบายขึ้นทันควันหากอยู่ตรงหน้าเอเลนจะเห็นว่าไกอัสกำลังยักไหล่
“พรแห่งเทพคำอวยพรแด่เทพนักรบระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าทุกๆ 50 ระดับทักษะอาวุธเจ้าจะได้รับทักษะที่สอดคล้องกับอาวุธชิ้นนั้นๆหนึ่งชนิด เมื่อประเมินจากการที่คลาสช่างฝีมือไม่ได้จำกัดประเภทอาวุธแค่นั้นก็เพียงพอจะทำให้คนอื่นไม่อาจประเมินศักยภาพของเจ้าได้อย่างแน่ชัด ที่สำคัญพรชนิดนี้ยังมีความลับซ่อนอยู่”
“ความลับ?”
“ก็ทักษะที่เจ้าได้รับยังไงเล่า ทักษะทุกชนิดที่เจ้าจะได้รับจะเป็นทักษะต่อสู้ของเซเลสเทียร์ทั้งหมด แน่นอนว่ามันเป็นทักษะของเทพถึงจะถูกลดพลังลงมามากเพื่อให้มนุษย์ได้ใช้ก็เถอะ”
“เดี๋ยวก่อน นี่คุณกำลังจะบอกว่าแม้แต่ทักษะดาบผ่ามิติก็ถูกทำให้อ่อนลง?”
สารภาพตามตรงนี่ค่อนข้างจะฟังดูเหลวไหล พลังสุดโกงของทักษะผ่ามิติที่เชิดเจ้าโกเล็มศิลาพิสุทธิ์ทิ้งได้ในพริบตาพอมาถูกบอกว่าเป็นทักษะที่โดนลดระดับลงแล้วมันทำใจให้เชื่อได้ยากเหลือเกิน
“ก็ใช่น่ะสิคิดเหรอว่าทักษะดาบของเซเลสเทียร์จะมีพลังโจมตีตั้งต้นแค่หนึ่งหมื่นหน่วย? เจ้ายังไม่รู้จักนางดีพอหากลงมือกันจริงๆดาบผ่ามิติของนางจะมีพลังโจมตีต้นต้นราวสามแสนหน่วย”
!
“ที่สำคัญนางมีทักษะมากมายที่จะเร่งประสิทธิภาพของทักษะพื้นๆอย่างดาบผ่ามิติให้มีค่าพลังทำลายล้างเกินหนึ่งล้านหน่วย นี่ยังไม่รวมเรื่องที่นางสามารถปลดปล่อยดาบผ่ามิติได้ในพริบตา ไม่เหมือนเจ้าที่ต้องใช้เวลาสะสมพลัง 10 วินาที”
เมื่อได้ยินดังนั้นเอเลนก็ลอบกำหมัดแน่น
“หึหึไม่ต้องเจ็บปวดไป ยังไงซะในอนาคตซักวันหนึ่งเจ้าก็สามารถปลดปล่อยทักษะดาบนั่นได้เทียบเท่านางได้นั่นเองแหละอย่าเพิ่งรีบร้อนไป”
ไกอัสกล่าวก่อนที่มวลมิติรอบข้างของเอเลนจะบิดเบี้ยวพร้อมกับที่ร่างเล็กๆสองร่างจะผุดออกมาจากความว่างเปล่าในสภาพหน้าทิ่มดิน
“เดี๋ยวจะหาว่าข้าไม่ยุติธรรม ข้าอนุญาตให้เจ้าใช้พลังภูติได้จะใช้อย่างชาญฉลาดซะละ”
ไกอัสพูดทิ้งท้ายเอาไว้เบาๆก่อนที่บรรยากาศกดดันแปลกจะเลือนหายไป สลามันเดอร์และโนมดูจะตื่นตระหนกเมื่อถูกดึงมายังโลกที่พวกมันไม่รู้จักแต่เมื่อเห็นเอเลนความกังวลของพวกมันก็สลายเป็นปลิดทิ้งและพุง่เข้าจับจองพื้นที่บนไหล่เอเลนคนละข้าง
“เปลี่ยนอารมณ์ไวกันจริงๆ”
เอเลนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจก่อนที่เสียงของโลกจะดังขึ้น
[การทดสอบที่ 2 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น]
[หญิงชราข้างบ้านที่มีนิสัยดุร้าย ปรากฏตัว]
[หญิงชราข้างบ้านที่มีนิสัยดุร้าย ปรากฏตัว]
[จงกำจัดศัตรู]
??
เอเลนเลิกคิ้วเมื่อครู่เขาไม่ได้หูฝาดใช่ไหมที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อมอนสเตอร์สองครั้งซ้อน แทนคำตอบวงแหวนเวทมนต์สองวงได้เสกร่างหญิงชราวัยประมาณสี่สิบปลายๆแต่งกายโทรมๆเหมือนคนชนบทในยุคกลาง ใบหน้าดุร้ายจ้องมองมาที่เขาอย่างไม่เป็นมิตรและที่สำคัญที่สุดในมือพวกเธอยังถือมีดคนละหนึ่งเล่ม
“แกใช่มั้ยที่ชอบเล่นจ้ำจี้กันยันสว่างน่ะ”
“วัยรุ่นสมัยนี้ช่างยโสนักเห็นคนแก่แล้วยังไม่ทำความเคารพอีก”
เล่นจ้ำจี้? ไม่เคารพ? ถ้อยคำสุดเหลวไหลพรั่งพรูออกมาจากปากของหญิงชราทั้งสองไม่หยุดด่ากราดราวกับโกรธแค้นมาตั้งแต่ชาติปางไหนก็ไม่ทราบฝีปากดีขนาดนี้ถ้าเป็นโลกแห่งความเป็นจริงหากไม่โดนด่ากลับก้คงจะปากแตกไปแล้ว เอเลนยืนนิ่งประหนึ่งปลาตายด้วยความสับสน
เมื่อตั้งสติได้เอาตอนที่คุณป้าทั้งสองเงื้อมีดเข้ามาหมายจะทำร้ายเขารีบสั่งให้ภูติทั้งสองที่กำลังสับสนไม่ต่างกันถอยออกไปก่อน มือข้างหนึ่งคว้าข้อมือของหญิงชราได้เอเลนก็ต้องประหลาดใจเพราะพวกพวกเธอทั้งสองมีเรี่ยวแรงมากกว่าชายขี้โรคเมื่อครู่อยู่พอสมควร
“ไร้สัมมาคารวะ ไม่รู้รึไงว่าชั้นแก่กว่าแม่ของแกซะอีก”
“หน้าด้าน หน้าด้าน”
ถ้อยคำก่นด่าสาปแช่งตามมาทุกๆการกระทำเอเลนปกติแล้วไม่ชอบทำร้ายคนที่ไม่มีทางสู้(?)แต่เมื่ออีกฝ่ายเป็นแค่มอนสเตอร์เอเลนก็ไม่ลังเลที่จะออกแรงดันมีดทำครัวของคุณป้าทั้งสองให้เสียบทะลุคอหอยของคุณป้าเอง
“แค่ก แก ไอ้เด็ก....”
ยังด่าไม่ทันจบคำเสียงคุณป้าก็ขาดห้วงไปก่อนที่จะสลายกลายเป็นฝุ่นโดยมีเอเลนยืนมองตาปริบๆและไม่ได้รู้สึกยินดีไปกับชัยชนะแม้แต่น้อยแถมมีเสียงหัวเราะของไกอัสดังขึ้นไม่ขาดสาย
[หญิงชราข้างบ้านที่มีนิสัยดุร้าย เสียชีวิต]
[หญิงชราข้างบ้านที่มีนิสัยดุร้าย เสียชีวิต]
[แต้มสังหารเพิ่มเป็น 3 แต้ม]
[การทดสอบที่ 2 เสร็จสิ้น]
“ก๊าก ฮ่าๆๆๆ เป็นไงล่ะมอนสเตอร์ท่ข้าสร้างด่าได้เจ็บดีมั้ยล่ะ”
“รสนิยมในการสร้างของท่านห่วยแตกเป็นบ้า”
เอเลนบ่นอุบอิบแต่ไกอัสยังคงทำเป็นหูทวนลมก่อนที่เขาจะสังเกตุว่ามีดทำครัวเปื้อนเลือนสองเล่มนั้นยังคงไม่สลายไปไหนซึ่งเอเลนรีบเก็บมันขึ้นมาทันที
“สิ่งนี้คือ?”
“ตัวช่วยเล็กๆน้อยๆ”
ไกอัสตอบ
“ทุกครั้งที่มอนสเตอร์ตายพวกมันจะสุ่มของติดตัวจำนวนหนึ่งชิ้นทิ้งไว้เสมอ ยกเว้นไอ้หนุ่มขี้โรคเท่านั้นที่จะไม่ได้รับสิ่งใดเลย แน่นอนนอกจากอาวุธอย่างมีดพวกนี้แล้วยังรวมไปถึงเสื้อผ้า”
เอเลนพยักหน้ารับนึกขอบคุณโชคที่มีอยู่น้อยนิดของตัวเองที่ทำให้เขาได้มีดมาใชถึงสองเล่มและคงจะกระอักกระอ่วนไม่น้อยหากเขาได้เสื้อผ้าไร้รสนิยมของคุณป้าทั้งสองมาแทน เด็กหนุ่มเหน็บมีดทำครัวทั้งสองเล่มในเหนือเข็มขัดก่อนที่เสียงของโลกจะดังขึ้น
[การทดสอบที่ 3 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น]
[ชาวนาผู้เลี้ยงงูเห่า ปรากฏตัว]
[การทดสอบที่ 4 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น]
[อันธพาลมือใหม่ผู้ยังคงพรหมจรรย์เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ปรากฏตัว]
[การทดสอบที่ 5 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น]
[โจรสาวพราวสเน่ห์แต่โคตรซุ่มซ่าม ปรากฏตัว]
.
.
.
.
หากไม่นับการตั้งชื่อที่ค่อนข้างไร้รสนิยมของไกอัสแล้วมอนสเตอร์แต่ละตัวค่อนข้างหน้าสนใจไม่ใช่น้อย ทุกครั้งที่ผ่านด่านมอนสเตอร์จะค่อยทวีความแข็งแกร่งและจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ มีดทำครัวในตอนแรกก็มีความทนทานที่จำกัดและได้พังลงไปตั้งแต่ด่านที่สี่แต่ก็คุ้มค่าเมื่อเอเลนได้รับพลองไม้ความทนทานสูงจากอันธพาลหนุ่มหน้าอ่อนมาแทน
ยิ่งการทดสอบด่านสูงมากเท่าไหร่สติปัญญาของพวกมันก็จะยิ่งสูงมากขึ้นตามไปด้วยแต่เอเลนก็ยังสามารถรับมือได้ด้วยการใช้เพียงแค่สติปัญญาเพียงอย่างเดียว เมื่อเผชิญกับศัตรูมากๆเขามักจะไม่ปะทะโดยตรงแต่จะอาศัยแรงที่หยิบยืมมาจากมอนสเตอร์ในการสังหารพวกมันลง
ในการทดสอบนี้มีกับดักอยู่อย่างหนึ่งคือแม้ท่านจะผ่านการทดสอบหนึ่งด่านแล้วแต่เรี่ยวแรงของคุณจะไม่ได้รับการเติมเต็ม หมายความว่าคุณจะต้องสู้โดยที่ยังเหนื่อยสายตัวแทบขาดในขณุที่มอนสเตอร์ที่ดาหน้าเข้ามาห้เชือดนั้นมีพละกำลังเต็มเปี่ยม
เอเลนเลือกที่จะออมแรงเอาไว้และไม่ใช้พลังเวทมนต์แม้จะมีอัตราการฟื้นฟูตามธรรมชาติที่สูงราวกับสัตว์ประหลาดเมื่อครอบครองกาลอนันต์ เด็กหนุ่มรับมือกับปัญหาอย่างฉลาดด้วยการมองพวกมันเป็นเหมือนปริศนาที่มีไว้แก้ไข หากมองโจทย์ออกก็ไม่มีสิ่งใดน่ากลัวเขาสามารถผ่านด่านต่างๆมาได้อย่างราบรื่นจนกระทั่งมาถึงด่านที่ 10
[การทดสอบที่ 10 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น]
[โปรดระวังทุกสิบด่าน ท่านจะพบมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง]
[นักบวชคลั่งยุทธ ปรากฏตัว]
“คนเดียว?”
เอเลนพึมพำด้วยน้ำเสียงแปลกใจก่อนที่ชายหนุ่มวัยฉกรรย์ศีรษะล้านเลี่ยนสะท้อนแสงและมีจุดสีบนหน้าผากหกจุดจะก้าวออกมาจากวงเวทย์เอเลนพัลนม่สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อบรรยากาศแปลกได้แผ่ออกมาจากร่างของชายตรงหน้านั้นแตกต่างจากมอนสเตอร์ที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง
“ฮั้ย ย่ะ”
…
หากไม่นับเรื่องที่มันชอบส่งเสียงแปลกๆมอนสเตอร์ตรงหน้านับว่าน่าหวาดหวั่นไม่น้อยร่างกายของมอนสเตอร์ตัวนี้กำยำไม่ต่างจากบุรุษที่มีสุขภาพแข็งแรงเพียงแค่ท่วงท่าที่ยืนก็แฝงไปด้วยการเปลี่ยนแปลงนานับประการและที่สำคัญมันฉลาดกว่ามอนสเตอร์ตัวอื่นชนิดเทียบกันไม่ได้
“อะโจ้ว”
ไวเท่าความคิดในวินาทีเดียวกับที่มันส่งเสียงจมูกเท้าก็ทิ่มแทงมาที่บริเวณข้อเท้าของเขาราวกับอสรพิษโดยไม่ทันระวังตัวเอเลนก็เสียหลักอย่างง่ายดาย
“เจ้าบ้านี่”
เด็กหนุ่มขบกรามแน่นอาวุธมากมายที่รวบรวมมาล้วนกลายเป็นหมันต่อหน้าท่วงท่าพิสดารของนักบวชคลั่งยุทธเขาจำใจทิ้งอาวุธยาวเหลือไว้เพียงมีดจากมือสังหารสาวไว้หนึ่งเล่มก่อนจะกลิ้งตัวหลบส้นเท้าที่ฟาดลงมาอย่างทุลักทุเล
ฉึก
ส้นเท้าจมลงไปในดินมากถึงสี่นิ้วหากเปลี่ยนเป็นศีรษะของเขาละก็คงจะแหลกเหลวเป็นเมือกไปแล้ว เด็กหนุ่มไม่มีเวลาคิดเล็กคิดน้อยเมื่อสบโอกาสมีดสั้นในมือก็พุ่งสวนกลับไปอย่างรวดเร็วแต่แทนที่จะตระหนกเอเลนกลับมองเห้นรอบยิ้มแสยะบนใบหน้าของมันแทนเอเลนรู้ได้ทันทีว่าเขาพลาดแล้ว
นักบวชคลั่งบิดตัวครึ่งรอบใช้ร่างกายตนเองเป็นสะพานเหวี่ยงทุ่มร่างเอเลนสุดแรงพื้นหญ้าช่วยลดทอนความเสียหายไปหลายส่วนแต่ก็ไม่อาจป้องกันแรงสะท้านจะการโดนทุ่มเด็กหนุ่มรู้สึกมึนงงก่อนที่เงาดำจะฉาบลงบนใบหน้าแล้วพบว่าเจ้านักบวชบ้านี่กำลังทิ้งศอกลงมา
โครม
พื้นดินที่เอเลนเคยอยู่แหลกกระจุยแสดงถึงความรุนแรงของท่าร่างได้เป็นอย่างดี
“ถึงจะรุนแรงแต่ทำไมมันไม่ยอมปิดฉากซะที”
สู้กันมาครู่หนึ่งเอเลนก็สังเกตว่าเจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้ยังคงมีบางอย่างเหมือนมอนสเตอร์ที่แล้วมานั่นก็คือพวกมันล้วนไม่ใช้พลังเวทมนต์ ตอนนั้นเองที่เอเลนกำลังที่จะใช้ทักษะผนึกเวทย์เพื่อปิดบัญชีจู่ๆความคิดอย่างหนึ่งก็แล่นเข้ามาในโสตประสาทของเขา
“เราจะใช้มันเป็นบันไดในการขัดเกลาทักษะต่อสู้มือเปล่า”
แต่ไหนแต่ไรทักษะการต่อสู้มือเปล่าที่เป็นทักษะการใช้อาวุธประเภทหนึ่งนั้นล้วนมีระดับบเท่าห่างอึ่ง ฝีมือการใช้มือเปล่าของเขานั้นไม่ต่างจากมือสมัครเล่นเนื่องจากไม่มีครูฝึกให้ทำให้เขาไม่อาจเพิ่มระดับทักษะได้เร็วนักผิดกับตอนถืออาวุธในมือ
เท่าที่ดูมาเจ้านักบวชคลั่งนั้นสามารถโจมตีได้อย่างเฉียบคมแถมยังมองเห็นจุดอ่อนของเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง มันเลือกเล่นงานเขาในระยะเผาขนอย่างต่อเองเพื่อให้เขาตั้งตัวไม่ทันแต่หากพิจารณาดีๆแล้วพละกำลังของมันนั้นไม่ได้มากไปกว่าเขาเลยสักนิดหากตามลูกเล่นอันแพรวพราวของมันทัน
เอเลนจับจ้องไปยังนักบวชคลั่งด้วยแววตาเป็นประกายโดยไม่รอให้มันบุกมาหาเอเลนชิงสืบเท้าเขาไปหามันเองดวงตาสีทับทิมจับจ้องการเคลื่อนไหวของมันตาไม่กระพริบและเป้นนักบวชคลั่งที่ยกเข่าขึ้นมาครึ่งก้าว
จะเป็นเข่าลอย ตวัดเตะ หรืออย่างอื่น?
เอเลนครุ่นคิดอย่างเงียบงันก่อนจะนึกสนุกชิงชะลอท่าร่างลงครึ่งจังหวะเพราะเขาจะไม่ยอมเต้นรำอยู่บรมือศัตรูเด็ดขาด เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงจากตอนแรกที่นักบวชคลั่งก็พลันขมวดคิ้วตั้งใจจะเข่าลอยสวนมันก็ต้องเปลี่ยนกระบวนท่าอย่างฉับพลันปลายเท้าถูกดีดขึ้นมาราวกับแส้เส้นหนึ่งจนเอเลนยกมือขึ้นป้องแต่นั่นก็ส่งร่างของเขาลอยละลิ่วไปไกลกว่าสี่เมตร
พรืดดด
สองเท้าลากไปกับพื้นดีที่เขาสามารถเปลี่ยนแปลกระบวนท่ากลางคันทำให้จบลงแค่ถูกทำให้ถอยออกมาพร้อมแผลถลอกเล็กน้อยก่อนจะได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นพร้อมกับหมัดคู่ที่ประเค็นตามมาติดๆ ในโลกจินตภาพไม่มีตัวเลขความเสียหายปรากฏขึ้นแต่ความเจ็บปวดที่ได้รับล้วนเป็นของจริง
ผลัก
“อึก”
เอเลนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเขากำลังถูกซ้อมไม่ต่างจากนักมวยชั้นกระจอกทุกการโจมตียี่สิบครั้งเด็กหนุ่มจะสามารถโจมตีสวนกลับไปได้ครั้งหนึ่งแต็ไม่มากพอจะคุกคามปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ผี้ได้แต่ก็ใช่ว่าทุกๆการกระทำของเขาจะสูญเปล่า
[ทักษะต่อสู้มือเปล่า(ขั้นต้น) เพิ่มระดับเป็น 10]
[ทักษะต่อสู้มือเปล่า(ขั้นต้น) เพิ่มระดับเป็น 12]
[ทักษะต่อสู้มือเปล่า(ขั้นต้น) เพิ่มระดับเป็น 13]
[ทักษะต่อสู้มือเปล่า(ขั้นต้น) เพิ่มระดับเป็น 14]
.
.
ทุกๆความพยายามมักจะได้รับผลตอบแทนเสมอระดับทักษะการต่อสู้มือเปล่าที่ค้างอยู่หลักหน่วยมาตลอดหลายปีค่อยๆถูกยกระดับเช่นเดียวกับฝีมือและประสาทสัมผัสของเด็กหนุ่มที่ค่อยๆถูกขัดเกลาดุจดาบทื่อด้านที่รอวันถูกฝนจนแหลมคม จำนวนครั้งในการโจมตีสวนกลับค่อยๆเพิ่มพูนขึ้นบาดแผลและความเจ็บปวดไม่ใช่อุปสรรคที่คอยขวางกั้น
เปรี้ยง
หลังจากพัวพันกันอยู่ในในที่สุดเด็กหนุ่มก็สามารถออกอาวุธได้ก่อนที่การโจมตีของนักบวชคลั่งจะมาถึงตัว ร่างของมอนสเตอร์หัวล้านไถลไปสามเมตรพร้อมกับที่เอเลนส่งเข่าลอยตามไปติดๆส่วนเจ้านักบวชคลั่งที่มีท่าทีอวดดีจนถึงเมื่อครู่ตาเบิกโพล่งไม่คิดว่ากลยุทธเล่นงานจุดอ่อนที่มันใช้มาตลอดจะถูกย้อนกลับมาใช้กับตัวเอง
แม้จะมีทักษะที่ดีเยี่ยมและสมรรถนะร่างกายที่สูงแต่เจ้านักบวชคลั่งยุทธมีจุดอ่อนอยู่สองอย่าง อย่างแรกก็คือมันไม่อาจชพลังเวทมนต์ได้หากเปลี่ยนจากเอเลนเป็นคนอื่นเจ้านักบวชคงถูกบดขยี้ด้วยทักษะเวทมนต์อันเหนือชั้นส่วนจุดอ่อนอีกอย่างที่ร้ายแรงที่สุดก็คือทุกๆครั้งที่มันจะโจมตีมันมักจะตะโกนเสียงดังก่อนเสมอ
“อะโจ....”
“หุบปาก”
เอเลนที่สลับตำแหน่งจากผู้ถูกล่ากลับมาเป็นผู้ล่ากระแทกมุดสั้นเข้าที่ลิ้นปี่ของอีกฝ่ายทำให้เสียงของมันขาดห้วงก่อนจะเตะกวาดลานจนเสียหลัก หมัดและเท้าถูกประเคนใส่ร่างอีกฝ่ายแม้จะไม่สวยงามแต่แฝงไปด้วยความดุดันร้อนแรง
[ทักษะต่อสู้มือเปล่า(ขั้นต้น) เพิ่มระดับเป็น 50]
[ทักษะคำอวยพรแด่เทพนักรบ ทำงาน]
[ระดับทักษะต่อสู้มือเปล่าของท่านมีระดับเพิ่มขึ้นจนถึงเกณฑ์ที่เทพธิดาเซเลสเทียร์ถึงพอใจ]
[เทพธิดาเซเลสเทียร์มอบทักษะให้ท่าน 1 ทักษะ]
[ท่านได้รับทักษะ ท่าเท้าทะยานเมฆ]
เสียงของโลกดังขึ้นแต่เอเลนที่กำลังมัวเมากับการอัดนักบวชคลั่งจนมีสภาพไม่ต่างอะไรกับผ้าขี้ริ้วนั้นไม่ได้ใส่ใจ ผ่านไปเกือบห้านาทีในที่สุดนักบวชคลั่งก็สลายกลายเป็นฝุ่น
[นักบวชคลั่ง เสียชีวิต]
[แต้มสังหารเพิ่มเป็น 50 แต้ม]
[การทดสอบที่ 10 เสร็จสิ้น]
“แฮ่กๆ ตายยากตายเย็นซะจริง”
เอเลนนอนแผ่กับพื้นด้วยรอยยิ้มถึงจะเหนื่อยไปบ้างแต่ก็คุ้มค่ากับทักษะใหม่ๆที่ได้มาความพยายามของเขาไม่สูญเปล่านอกจากนี้ร่างกายที่เคยถูกอัดจนเละก็ฟื้นสภาพกลับมาจนสมบูรณ์แต่เสียงของโลกยังไม่จบแค่นั้น
[ท่านผ่านการทดสอบ 10 ด่านแรกด้วยตัวของท่านเองทำให้ท่าได้รับรางวัลพิเศษ]
[เทพเจ้าไกอัสจะมอบรางวัลให้หลังจากการทดสอบจบลง]
[โปรดสุขสำราญกับการพักผ่อน ท่านมีเวลาเพียง 30 นาที]
“แค่นั้นก็เกินพอ”
เด็กหนุ่มฉีกยิ้มก่อนจะรีบรวบรวมอาวุธที่หล่นกระจายอยู่ตามพื้นมาไว้กับตัว ส่วนเจ้านักบวชนั่นนอกจากผ้าสีเหลืองที่มันเคยใช้พันมือทั้งสองข้างเอาไว้ปรากฏว่าหลังจากตรวจสอบแล้วผ้าพันแผลนี้จัดเป็นอาวุธแรงค์ D ประเภทสนับมือพลังโจมตีค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับอาวุธมีคมแต่สามารถมอบค่าสถาะผิดปกติทางร่างกายให้กับศัตรูได้สารพัด
โดยสรุปแล้วอุปกรณ์ที่ยังหลงเหลือมาจากการทดสอบสิบด่าแรกประกอลไปด้วยชุดและมีดสั้นของมอนสเตอร์มือสังหารสาวที่มีร่างกายเป็นผู้ชาย สนับมือที่อยู่ในรูปของผ้าพันแผลสีเหลือง หน้าไม้กลที่ตั้งตั้งอยู่ใต้ข้อมือ ดาบยาวโค้งและหอกยาวสองเมตรอย่างละหนึ่งเล่ม
“ต่อไปก็ทักษะใหม่”
รู้เขารู้เรายังไงก็รบชนะ นั่นคือคติที่เอเลนยึดถือเสมอมาทักษะที่ได้รับใหม่ใหม่ทุกทักษะเขาไม่เคยที่จะละเลยเพื่อประโยชน์ของเขาในอนาคต
ท่าเท้าทะยานเมฆ
ระดับ 1 / 10
ประเภท ทักษะเรียกใช้
มานาที่ใช้ 100 หน่วย / วินาที
ระยะร่าย 0 วินาที
ระยะหน่วง 0 นาที (สามารถใข้ได้เรื่อยๆจนกว่ามานาจะหมด)
- ท่าเท้าที่เทพธิดาแห่งศาสตราวุธใช้ท่องไปทั่วดินแดน ใช้ได้ทุกสภาวะโดยไม่สนใจกฎเกณฑ์ใดๆ
- เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 200%
- พลังโจมตี 1000 หน่วย เมื่อโจมตีด้วยเท้า
- สละมานา 50 หน่วยเพื่อสร้างแท่นเหยียบเล็กขึ้นกลางอากาศ สามารถใช้ได้เรื่อยๆจนกว่ามานาจะหมด
“เป็นทักษะที่ดี”
เอเลนระบายยิ้มก่อนที่จะได้ยินสียงปรบมือดังขึ้นทุกทิศทาง
“น่าประทับใจ เจ้าช่างยอดเยี่ยมสมกับที่เซเลสเทียร์ให้ค่าเจ้าไว้สูง”
ไกอัสชื่นชม
“รู้ไหมว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมามมีเพียงสิบคนเท่านั้นที่สามารถผ่านสิบด่านแรกไปได้โดยไม่ใช้ทักษะใดๆเลย แต่มีเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่พึ่งพาแม้แต่การผนึกเวทมนต์”
“แล้วมันต่างกันยังไง? การผนึกเวทย์คือทักษะเวทมนต์ไม่ใช่เหรอ”
เอเลนนเลิกคิ้วถามขึ้นไกอัสที่ชื่นชอบเอเลนก็ยินดีอธิบาย
“สำหรับข้าพลังเวทมนต์รวมไปถึงทักษะอย่างผนึกเวทย์นั้นคือการหายใจ ส่วนทักษะอื่นๆอย่างทักษะอาวุธนับเป็นการกระทำ”
ที่ไกอัสไม่ได้พูดเพิ่มเติมก็คือในบรรดาคนพิเศษทั้งสอบคนนั้นมีเพียงเอเลนเท่านั้นที่ตั้งใจศึกษาคู่ต่อสู้ทั้งหมดที่เขาสร้าง ส่วนคนอื่นๆเพียงต้องการผ่านการทดสบเท่านั้น
“แล้วของรางวัลคืออะไร”
เด็กหนุ่มไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าเขาคือคนพิเศษนั่นยิ่งทำให้ไกอัสทวีความชื่นชอบในตัวเขามากขึ้นไปอีก
“ใจเย็นๆเก็บเอาไว้ลุ้นทีหลังจะสนุกกว่า ขอแนะนำในฐานะผู้สร้างหลังจากนี้เจ้ามีทักษะอะไรก็ไม่ควรหวงแหน ใช้มันออกมาให้เต็มที่เพราะการทดสอบต่อไปคือของจริง”
“ไม่มีรางวัลจากการกระทำแล้วเหรอครับ?”
“ฮ่าๆ ไม่มีหรอกจริงๆรางวัลนั่นข้าใส่เอาไว้สนุกๆเท่านั้น”
ไกอัวหัสเราะชอบใจ
“แล้วสองคนที่มากับผมตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”
ภายในมิติโลกจินตภาพการรับรู้วันเวลาจะผิดเพี้ยนไป เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขาใช้เวลาไปกับนักบวชคลั่งยุทธไปนานกว่าเวลาที่ใช้ในการผ่านด่านทดสอบด่านอื่นๆรวมกันเสียอีก
“ไม่ต้องห่วงพวกนางหรอกเทียบกับเจ้าที่กังวลศัตรูจนเกินเหตุแล้วพวกนางคล่องแคล่วกว่าเจ้าเยอะตอนนี้พวกนางนำเจ้าไปหกด่าน”
ไกอัสแม้จะถูกใจเอเลนแต่ก็อดหงุดหงิดเอเลนไม่ได้เพราะศัตรูบางตัวนั้นไม่ได้มีอะไรน่ากลัวแท้ๆเอเลนกลับใช้เวลาจัดการกับมันนานกว่าปกติ เขามองเวลาเด็กหนุ่มผมดำคนนี้เป้นโรควิตกกังวลเกินเหตุเพราะมัวแต่ใช้ด่านทดสอบของเขาผิดวัตถุประสงค์
แต่ถึงอย่างนั้นเอเลนกลับมาคะแนนสังหารสูงกว่าสองสาวอย่างชัดเจน คะแนนพวกนี้มาจากประสิทธิภาพในการลงมือซึ่งเอเลนจัดอยู่ในระดับที่สูงแม้จะใช้เวลานานกว่าก็ตาม