บทที่ 21 เก้ ๆ กัง ๆ
สีหน้าของเสิ่นชิงชิงก็เปลี่ยนไปเช่นกัน “ซ่งเจี๋ย เธอเป็บ้าหรือไง? ถ้าไม่สบายก็ไปหาหมอซะ!”
ซ่งเจี๋ยตื่นตระหนกไม่น้อย ยังไม่ต้องพูดถึงเื่จะทำลายหรือไม่ทำลายการแต่งงานของทหารแล้วกัน เอาเป็ว่าตอนนี้เสิ่นทิงหง้าให้เธอชดใช้ค่าเสียหาย
กระติกน้ำร้อนราคาไม่ใช่ถูก ๆ แถมยังต้องใช้คูปองอีก เธอจะเอาที่ไหนมาชดใช้ได้เล่า
“ขอ...ขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ซ่งเจี๋ยทำท่าเหมือนได้รับความอยุติธรรมอย่างรุนแรง มองเสิ่นทิงหงด้วยความระแวดระวัง
เสิ่นทิงหงหมดคำจะพูดจริง ๆ ในสถานการณ์แบบนี้ยังคิดจะเสแสร้งทำตัวให้น่าสงสารเพื่อตบตาเอาตัวรอดอยู่ไหม?
“ซ่งเจี๋ย เราไปหาคุณครูดีกว่า!” เสิ่นทิงหงพูดจบก็เดินไปทางห้องทำงานของคุณครูที่ปรึกษา
ซ่งเจี๋ยตื่นตระหนก “เสิ่นทิงหงเราคุยกันได้ ฉันจะชดใช้ให้เธอ แต่ไม่ไปหาคุณครูได้ไหม?”
เมื่อเห็นท่าทีแข็งกร้าวของเสิ่นทิงหง ซ่งเจี๋ยก็รู้ว่าเื่ราวในวันนี้ต้องไม่จบลงแค่นี้แน่ ๆ แต่เมื่อลองคิดดูแล้ว หากข้าวของของเธอถูกเสิ่นทิงหงทำลาย ตนเองคงไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ เหมือนกัน
“งั้นเธอก็ชดใช้แล้วกัน!” เสิ่นทิงหงมองหล่อนอย่างเ็า
ซ่งเจี๋ยรู้สึกว่าตอนนี้ตนเองไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว “เอ่อ...ตอนนี้ฉันยังไม่มีเงินมากขนาดนั้น ขอแบ่งจ่ายเป็งวด ๆ ได้ไหม?”
เสิ่นทิงหงรับลูกไม้นี้ไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ดูเ้าเล่ห์เพทุบาย ถ้ายอมให้ง่าย ๆ แบบนี้ ต่อไปอาจจะหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเธอพูดเื่หมั้นหมาย ก็ไม่รู้ว่าคำพูดที่จงใจทำให้เกิดการเข้าใจผิดในวันนี้จะแพร่งพรายไปไกลแค่ไหน
อย่าคิดว่าเธอทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่เลยนะ แต่กระแสสังคมในยุคนี้รุนแรงสุด ๆ ไม่เปิดกว้างเหมือนคนรุ่นหลัง บางทีพูดคุยกับเพศตรงข้ามมากหน่อย ก็จะถูกลือไปว่าเป็คู่รักกัน ไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่ซ่งเจี๋ยพูดไว้ก่อนหน้านี้เลย
แน่นอนว่าที่พูดเื่การหมั้นหมายออกมานั้น เพราะเยี่ยเสิ่นเหยียนเป็ทหาร และการแต่งงานของทหารต้องได้รับการคุ้มครอง
อีกอย่างก่อนที่เยี่ยเสิ่นเหยียนจะไป ตอนที่เ้าของร่างเดิมยังมีชีวิตอยู่ เยี่ยเสิ่นเหยียนบอกว่าหลังจากกลับถึงกองทัพเขาจะเขียนรายงานเื่การแต่งงาน เ้าของร่างเดิมที่มีความรู้สึกดีต่อเยี่ยเสิ่นเหยียนอยู่แล้ว จึงได้ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
นี่ไม่ได้หมายความว่านึกจะถอนหมั้นฝ่ายเดียวก็ทำได้
แน่นอน ถ้าเยี่ยเสิ่นเหยียนเป็คนซื่อตรงเหมือนในความทรงจำ ถ้าเขาปฏิบัติต่อเธอเป็อย่างดี ตนก็จะไม่ปฏิเสธเื่นี้
ท้ายที่สุดแล้ว ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม หน้าตาของเยี่ยเสิ่นเหยียนผู้นี้ก็ถูกใจเสิ่นทิงหงมาก
“ไม่ได้อยู่แล้ว เราไปหาคุณครูกันดีกว่า!”
ยังคิดจะขอแบ่งจ่ายคืนเป็งวด ๆ อีกเหรอ ใครจะไปรู้ว่าหลังจากนี้ผู้หญิงคนนี้จะบิดพลิ้วอะไรอีกรึเปล่า
ซ่งเจี๋ยรู้สึกว่าเสิ่นทิงหงทำเกินไป “เสิ่นทิงหง พวกเราทุกคนเป็เพื่อนร่วมชั้นกัน เธอไม่จำเป็ต้องไร้เยื่อใยขนาดนี้หรอกมั้ง? ฉันว่าฐานะเธอก็ไม่ได้แย่นะ แค่นี้ต้องกัดฉันไม่ปล่อยเพื่อกระติกน้ำร้อนแค่ใบเดียวเหรอ ฉันก็ไม่ได้จะไม่ชดใช้เสียหน่อย”
เฮอะ พูดมาได้เต็มปากเต็มคำ แต่ที่สำคัญคือมีผู้คนรอบ ๆ พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของซ่งเจี๋ยเนี่ยสิ
เสิ่นทิงหงยิ้มเกรี้ยวกราด “ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆ ก็แค่กระติกน้ำร้อนใบเดียวนี่แหละ ในเมื่อเธอคิดว่ามันเป็เื่เล็ก แล้วทำไมเธอไม่ชดใช้ให้ฉันเลยล่ะ”
ซ่งเจี๋ย “...”
เธอถึงกับพูดไม่ออกในทันใด แต่ก็ยังคิดจะแถต่อ ถึงอย่างไรพวกเธอก็ยังเป็นักเรียน ไม่มีใครไม่กลัวคุณครูหรอก ซ่งเจี๋ยไม่อยากให้ถึงคุณครู ถ้าพวกหล่อนเปิดเผยสิ่งที่เธอเคยพูดไป ภาพจำที่คุณครูมีต่อเธออาจจะติดลบ
“เสิ่นทิงหง เราคุยกันก่อนได้จริง ๆ นะ!”
“ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับเธอ หากเธอไม่อยากไปหาคุณครูจริง ๆ เธอจะรอตรงนี้ก็ได้ ชิงชิง ไปเรียกคุณครูมาที่นี่ จะได้ให้คุณครูดูที่เกิดเหตุด้วย!” เสิ่นทิงหงพูดกับเสิ่นชิงชิง
ได้ยินดังนั้นดวงตาของเสิ่นชิงชิงก็เปล่งประกาย เธอชอบงานแบบนี้ที่สุด มีอะไรสนุก ๆ ให้ดูอีกแล้ว ดังนั้นจึงวิ่งแจ้นไปแทบจะทันที
แม้ว่าซ่งเจี๋ยอยากจะห้ามไว้ แต่ก็ห้ามไม่ทัน
เธอกระทืบเท้าอยู่กับที่ด้วยความโมโห
บริเวณรอบ ๆ คนมุงดูเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าซ่งเจี๋ยอยากจะวิ่งหนีไป แต่อยู่ท่ามกลางสายตาคนมากมายเลยไม่กล้าวิ่งหนี
หากวิ่งหนีไปเลย บางทีเื่ทำกระติกน้ำร้อนของเพื่อนนักเรียนแตกโดยไม่ได้ตั้งใจอาจเลวร้ายขึ้นกว่าเดิม
ดังนั้นเมื่อเสิ่นชิงชิงไปแล้ว เธอจึงก้มหน้าลง บางครั้งที่เผลอเงยหน้าขึ้นมาก็เผยให้เห็นดวงตาที่แดงก่ำเหมือนกระต่าย
สิ่งนี้ดึงดูดความเห็นอกเห็นใจจากเพื่อนนักเรียนชายได้หลายคน
“เพื่อนก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าจะค่อย ๆ ใช้คืนให้เธอ ไม่ต้องไปบอกคุณครูก็ได้มั้ง?”
“ใช่แล้ว เธอดูหล่อนสิจะร้องไห้แล้ว พวกเธอเป็เพื่อนร่วมชั้นกันไม่ใช่เหรอ ต่อไปก็ต้องเจอกันบ่อย ๆ อยู่ดี”
“ใช่แล้ว กะอีแค่กระติกน้ำร้อนใบเดียวเองไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่ด้วย”
“...” ปากจะพูดอย่างไรก็ได้ เพราะยังไงเสิ่นทิงหงเองก็ไม่คิดจะปล่อยไปอยู่แล้ว
เริ่มโดยการชี้ไปที่เพื่อนนักเรียนชายคนที่บอกว่าเป็แค่กระติกน้ำร้อนก่อน “นายน่ะ ฟังจากคำพูดเมื่อกี้แล้วน่าจะเป็เพื่อนที่ดี ไม่ขัดสนเงินทอง ซ้ำยังมีความเห็นอกเห็นใจอีก ทำไมนายไม่ช่วยชดใช้แทนซ่งเจี๋ยเสียเลยล่ะ?”
คนคนนั้นสำลักน้ำลายทันที ทำาปากน่ะได้ แต่เขาจะไปช่วยคนอื่นชดใช้สิ่งของราคาแพงแบบนั้นได้อย่างไร เพื่อนก็ไม่เชิงญาติก็ไม่ใช่
ใครจะรู้ว่าซ่งเจี๋ยมองไปที่คนคนนั้นด้วยสีหน้าคาดหวังจริง ๆ
“ฮ่า ๆ ฉันก็ไม่ได้มีเงินติดตัวมากขนาดนั้นเหมือนกัน ฉันแค่...”
คนคนนั้นยังพูดไม่ทันจบ เสิ่นทิงหงก็ด่ากลับทันที “ถ้าไม่มีเงินก็เก็บความเห็นอกเห็นใจที่ไร้ประโยชน์ของนายไว้ดีกว่า!”
จากนั้นก็มองไปที่เด็กนักเรียนชายสองสามคนที่พูดก่อนหน้านี้ “แล้วนายล่ะ คนอื่นทำของนายเสียหายนายจะให้ชดใช้หรือเปล่า ไหน ๆ ก็หนีกันไม่พ้นอยู่แล้ว ทำไมฉันเจอคนที่ไม่ชอบหน้าก็หลับตาไม่ได้เหรอ”
“แล้วก็นายคนนั้นด้วย นาย! ใช่แล้วนายนั่นแหละ! นายบอกใช่ไหมว่าเื่เล็กน้อยไม่ต้องบอกคุณครู เอาอย่างนี้แล้วกัน ตอนนี้ฉันกำลังปล้นอยู่ เอาเงินทั้งหมดในตัวนายออกมา ต่อไปฉันจะค่อย ๆ ใช้คืนให้นาย แบบนี้ก็เื่เล็กน้อยใช่ไหม เราไม่จำเป็ต้องบอกคุณครูหรอกเนอะ?”
หลังจากโดนเสิ่นทิงหงชุดใหญ่ บรรยากาศรอบ ๆ พลันเงียบลง แทบไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก หากเผลอไปทำให้เธอโมโหเข้า จะต้องถูกด่าเปิดเปิงแน่
ในเวลานี้จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นจากนอกวงล้อมที่กำลังมุงดูความสนุก “พวกเธอกำลังทำอะไรอยู่?”
นักเรียนทุกคนมองตามเสียงนั้นไป คุณครูใหญ่และหัวหน้าแผนกต่าง ๆ ในโรงเรียนก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมเพรียง ในนั้นยังมีผู้ชายสวมชุดทหารสีเขียวอีกคนหนึ่งด้วย
เสิ่นทิงหงมองตามเสียงไปเช่นกัน พอมองออกไปก็ทำให้สายตาแทบพร่า
นี่ไม่ใช่เยี่ยเสิ่นเหยียนหรอกเหรอ เขาควรอยู่ในกองทัพไม่ใช่เรอะ? ทำไมถึงมาปรากฏตัวในโรงเรียนได้
เยี่ยเสิ่นเหยียนก็นึกไม่ถึงว่าตัวเอกของเื่ตลกนี้จะเป็คู่หมั้นของตนที่เคยเจอเพียงไม่กี่ครั้ง
แต่เขาเพิ่งรู้วันนี้เองว่า คู่หมั้นคนนี้น่าสนใจขนาดนี้เชียวเหรอ
เมื่อครู่ได้ยินเธอด่าคนอื่น ตนก็เผลอหลุดหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ที่พบกันก่อนหน้านี้ไม่ใช่แบบนี้นี่นา
ถ้าเสิ่นทิงหงรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ จะต้องบอกเขาแน่ ๆ ว่านั่นเป็เพราะเ้าของร่างเดิมมีความสนใจในตัวคุณอยู่บ้าง ก็เลยค่อนข้างสำรวมต่อหน้าคุณ ไม่อย่างนั้นละก็ อิอิ...