ตอนที่ 124 ผลกระทบ
อสูรแมกมามันนิ่งสงบไปในทันทีเมื่อหน้าอกเกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่จากฝีมือของฟางหรู มันยืนนิ่งราวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกถอดปลั๊กนั่นคือ..สิ่งที่ฟางหรูที่กำลังจ้องอย่างไม่ละสายตามองเห็นแต่ในห้วงความคิดของมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น..วินาทีที่จุดตายของมันถูกทำลาย เจตจำนงปริศนาที่คอยสะกดและควบคุมจิตสำนึกของมันก่อนหน้านี้ก็สลายหายไป ราวกับจะบอกว่าอสูรแมกมานั้นหมดประโยชน์แล้ว และการสลายไปของเจตจำนงปริศนานั่นก็ทำให้..จิตสำนึกของมันกลับมาอีกครั้ง'นึก..ออก..แล้ว..'เมื่อจิตสำนึกของมันกลับมา นั่นทำให้ความทรงจำของมันค่อยๆกลับมาอีกครั้ง แต่ต่อให้จิตสำนึกของมันจะกลับมา แต่ก็ทำได้เพียงเอ่ยในห้วงแห่งความคิดเพียงเท่านั้น เพราะร่างกายของมันไม่อาจขยับเคลื่อนไหวได้อีกแล้ว..ในห้วงความคิดของอสูรแมกมา ภาพมากมายปรากฏขึ้น..ภาพของกองทัพอสูรที่ปกคลุมท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว..ภาพของสงครามอันดุร้ายบ้าคลั่ง..ภาพของดวงดาวมากมายนับไม่ถ้วนที่ถูกมันและกองทัพบดขยี้จนกลายเป็นเศษขยะในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว ภาพทุกๆอย่างค่อยๆปะติดปะต่อจนความทรงจำที่ว่างเปล่าของมันก่อนหน้านี้เริ่มกลับมา และเมื่อภาพสุดท้ายซึ่งเป็นภาพของชายวัยกลางผู้หนึ่งที่อยู่บนยอดเขาสูงปรากฏขึ้น..นั่นก็ทำให้ความทรงจำของมันทั้งหมดกลับมาสมบูรณ์'เป็นอย่างนี้..นี่เอง..'เมื่อความทรงจำกลับมาทั้งหมดอสูรแมกมามันก็เข้าใจในทันที ว่าทำไมมันถึง..มาอยู่ที่นี่'..นี่แกถึงกับ..สร้างกายเทียมขั้นสวะ..แล้วเอาจิตสำนึกของข้าใส่เข้าไป..เพื่อให้พวกหนอนแมลงพวกนี้จัดการ..คงหวังจะทำให้ข้าอัปยศสินะ..แกทำ..สำเร็จแล้ว..'จิตสำนึกของมันค่อยๆเลือนรางลงในทุกขณะ ราวกับเป็นเทียนที่น้ำมันใกล้จะหมด'ข้าเกลียดแดนทมิฬ..ข้าเกลียดท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวที่ปกครองโดยแดนทมิฬ..และ..ข้าเกลียดแก..กวีโด้..'เมื่อเอ่ยคำสุดท้ายในห้วงความคิด จิตสำนึกของอสูรแมกมาก็สลายหายไป..หายไปตลอดกาล ร่างของอสูรแมกมาที่ยืนนิ่งไม่ขยับเคลื่อนไหว ทันใดนั้นท่ามกลางสายตาของฟางหรู ร่างของมันก็กลายเป็นแมกมาสีแดงส้มไปทั้งร่างและค่อยๆอ่อนยวยลงไปที่พื้น จนสุดท้าย..อดีตกายเนื้อของอสูรแมกมาก็กลายเป็นแมกมากองหนึ่ง"สำเร็จแล้ว.."ฟางหรูที่กำลังหอบเหนื่อยพูดรำพึงขึ้นเบาๆ แล้วก็รีบหันขวับไปยังเชนที่อยู่ไม่ไกล"เชนคะเราทำสำเร็จแล้..เชน!"ไม่ทันที่เธอจะได้กล่าวจบก็ต้องอุทานออกมาเสียงดัง นั่นเพราะเมื่อเธอหันไปมองเชน ก็พบว่าขณะนี้เชนกำลังคุกเข่า ปล่อยแขนทั้งสองข้างราบลงกับพื้น ราวกับว่าแขนของเขานั้นหนักจนไม่สามารถยกขึ้นได้!ฟางหรูรีบพุ่งเข้าไปหาเชนในทันที นั่นทำให้เธอถึงกับหน้าถอดสี นั่นเพราะเชนที่กำลังคุกเข่าอยู่ในตอนนี้ ร่างทั้งร่างอาบชุ่มไปด้วยเหงื่อและกำลังสั่นสะท้านจนน่าใจหาย แต่ที่ทำให้เธอน่าถอดสีคือ..แขนทั้งสองข้างของเชน! แขนทั้งสองที่เชนปล่อยราบไปกับพื้นนั้น แดงเถือกอย่างน่ากลัว เส้นเลือดมากมายนูนเด่นและกำลังเต้นตุบๆอย่างน่าสยดสยอง เลือดจำนวนไม่น้อยไหลซึมออกมาจากผิวหนังทั้งที่ไร้บาดแผล! นั่นเป็นตัวบ่งบอกว่าแขนของเชนนั้นสาหัสขนาดไหน!"ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะคะ!"ฟางหรูรีบคุกเข่าลงด้านหน้าของเชนอย่างลนลาน พร้อมกับรีบเอามือแตะไปที่กระเป๋ามิติข้างเอวด้วยมือที่สั่นไหวด้วยความตกใจ"แฮ่กๆ..ไม่..เป็นไร..อีกเดี๋ยว..แฮ่กๆ..ก็ดีขึ้น.."เชนหอบหายใจถี่ยิบ เสียงที่เขาพูดนั้นสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ดูท่าความเจ็บปวดที่กำลังเกิดกับเขาในตอนนี้ คงมากมายมหาศาลเป็นแน่ จึงทำให้เขาที่มีสภาวะยมทูตทมิฬถึงกับอยู่ในสภาพเช่นนี้และนี่ก็คือค่าตอบแทน..ของการใช้ดาบสามพิฆาตท่านี้นั้นเชนคิดค้นมันขึ้นมาก่อนที่การประลองคัดเลือกจะเริ่มเสียอีก ตอนนั้นเขาไปลงRaidสุดท้ายที่เขาได้ซื้อมาจากสมาพันธ์นักล่า และขณะที่เขากำลังนั่งพักเพื่อเข้าสู่ห้องบอส ความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขาว่า ถ้าลองเอาสองวิชาที่เขาใช้เป็นประจำอย่างขวานพิฆาตและหมัดสามประสานมาหลอมรวมกัน..มันจะเป็นยังไงนะ?ถ้าใครได้มายินความคิดในตอนนั้นของเชนคงได้มีหัวเราะกันบ้าง นั่นเพราะการจะทำเช่นนั้นได้ หนึ่งคือจำเป็นต้องเข้าใจถึงเคล็ดของวิชาเหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง สองคือการนำข้อดีและจุดเด่นของวิชาทั้งสองมารวมกันเป็นวิชาเดียว และอย่างสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ คนคนนั้นต้องมีความรู้ ประสบการณ์ และความเข้าใจต่อหลักการโคจรปราณอย่างลึกซึ้ง!การจะทำเช่นนั้นได้คงมีแต่ปรมาจารย์ที่ผ่านประสบการณ์และศึกษามาอย่างยาวนานเท่านั้น!แต่..ความสามารถในการทำความเข้าใจของเชนนั้น..ช่างสูงล้ำจนน่ากลัวเมื่อความคิดที่ต้องการหลอมรวมปรากฏขึ้น เชนเขาเพียงนั่งคิดอยู่ไม่ถึงสามนาที เขาก็พยักหน้าพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องบอสเพื่อทดสอบทันที! ถ้าใครได้มาเห็นคงต้องตกตะลึงอ้าปากค้าง!แม้เขาจะไม่รู้เคล็ดวิชาของหมัดสามประสานและขวานพิฆาตเพราะเขาลอกเลียนมาจากการมอง แต่เมื่อเขาใช้มันอยู่เป็นประจำบวกกับพรสวรรค์อันน่ากลัวของเชน การจะเข้าใจถึงวิชาทั้งสองอย่างลึกซึ้งก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยแต่แล้วก็มีเรื่องเหนือความคาดหมายเกิดขึ้น..นั่นคือเชนคิดว่าเมื่อเขารวมวิชาทั้งสองนี้เขาด้วยกัน มันคงเกิดเป็นวิชาที่เพิ่มพลังโจมตีและเสริมแรงปะทะเข้าไปสามเท่า เพราะยังไงซะนี่ก็คือการรวมกันของขวานพิฆาตและหมัดสามประสานแต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นกลับเหนือกว่านั้นไปไกลลิบ! ในตอนที่เขาทดลองใช้มันกับจอมอสูรระดับชั้นเก้า จอมอสูรตนนั้นถึงกับถูกฟันขาดครึ่งง่ายดายราวกับเต้าหู้และโดนคลื่นพลังอันดุดันบดขยี้ซ้ำเป็นคำรบสองจนแหลกละเอียดแทบไม่เหลือซาก!นอกจากพลังทำลายที่เกินความคาดหมาย ผลกระทบที่ตามมาก็รุนแรงไม่แพ้กัน! ปราณทั้งร่างหายเกลี้ยงจนแทบไม่เหลือ แถมแขนทั้งสองข้างยังต้องรับภาระอย่างหนักอย่างที่ได้เห็นกันไป เมื่อเขาใช้เสร็จในครั้งนั้น ถึงกับทำให้เขาทรุดลงกับพื้นขยับเคลื่อนไหวไม่ได้ไปร่วมสิบนาที! เห็นได้ชัดเจนว่าดาบสามพิฆาต คือวิชาที่มีระดับชั้นสูงเกินกว่าที่ขั้นสามัญสมควรจะใช้..นั่นคือเหตุการณ์การใช้งานดาบสามพิฆาตครั้งแรกของเขา.. "เชนทานนี่ก่อนค่ะ"ฟางหรูที่วางมือบนกระเป๋ามิติอยู่ราวหนึ่งอึดใจเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง ในที่สุดเธอก็ยื่นอะไรบางอย่างกลมๆที่มีขนาดเท่าลูกแก้วมาจ่อที่ปากของเชน ของสิ่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายสมุนไพรที่เพียงได้กลิ่นก็รู้สึกสดชื่นเชนที่กำลังข่มตาจนแน่นเพราะความเจ็บปวดอ้าปากกินสิ่งที่ฟางหรูป้อนเข้าไปโดยไม่มอง และเมื่อเขากลืนมันลงท้อง เขาก็รู้สึกได้ถึงขุมพลังอันสดชื่นเต็มไปด้วยพลังชีวิตกำลังแผ่กระจายไปทั่วทั้งร่าง ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย"แฮ่กๆ..นี่คือ..""โอสถฟื้นฟูค่ะ มันมีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูปราณและร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บ เชนนอนพักก่อนเถอะค่ะ"ฟางหรูเข้าไปพยุงเชนที่ตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงให้นอนราบไปกับพื้น เธอหยิบเอาเสื้อผ้าของเธอจากกระเป๋ามิติสามชุด มาพับแล้ววางเป็นหมอนให้เชนหนุนและในตอนที่ฟางหรูกำลังจะเอาผ้าชุบน้ำที่เตรียมมาในกระเป๋ามิติ เช็ดมือทั้งสองให้เชนนั้นเอง กองแมกมาที่เดิมเป็นร่างของอสูรแมกมาก็มีการเคลื่อนไหว!ฟางหรูหันขวับไปมองพร้อมกับกระเด้งตัวปล่อยผ้าและกระติกน้ำลงพื้นจนเกิดเสียงดัง เธอรีบเอื้อมมือไปจับกระบี่ที่สะพายไว้ด้านหลังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด! เชนเองก็ลืมตามองไปยังกองแมกมานั้นด้วยความรู้สึกไม่แตกต่างกัน'มันยังไม่ตายงั้นเหรอ!?'ท่ามกลางสายตาอันเคร่งเครียดของทั้งสอง แมกมากองนั้นก็ค่อยขยับควบแน่นเข้าหากันเรื่อยๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปฟางหรูก็ต้องปล่อยมือจากกระบี่แล้วมองไปยังกองแมกมาอย่างงุนงง เพราะแมกมาที่กำลังควบแน่นกันนี้มันบีดอัดกันจนมีขนาดเล็กมากๆ เล็กจนเกินกว่าจะเป็นร่างของอสูรแมกมาผ่านไปหลายอึดใจ แมกมากองใหญ่นั้นก็หายไปแทบจะหมดสิ้น เหลือไว้เพียง..ของชิ้นหนึ่งบนพื้นฟางหรูมองมันอยู่หลายอึดใจ แล้วจึงตัดสินเดินเข้าไปหามันในที่สุด เมื่อเดินไปถึงเธอจึงได้เห็นว่าสิ่งที่วางอยู่บนพื้นนั้นเป็นอะไรสักอย่างที่มีรูปทรงครึ่งวงกลม และมันมีสีแดงส้มราวกับสีของแมกมา!ฟางหรูเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา มันไม่ได้มีความร้อนอยู่เลยแม้แต่น้อย ทั้งที่เธอเห็นอยู่ชัดๆว่ามันเกิดมาจากแมกมาที่บีบอัดเข้าหากัน"นั่นอะไรเหรอ..หรูหรู"เชนที่นอนอยู่กล่าวถามขึ้นอย่างสงสัย"ไม่รู้ค่ะ มันเป็นอะไรสักอย่างรูปทรงครึ่งวงกลม"ฟางหรูเมื่อได้ยินก็หันมาส่ายหัว พร้อมกับเดินเข้ามาคุกเข่าด้านข้างเชนแล้วยกมันให้เขาดูเชนและฟางหรูมองมันอย่างงุนงง ไม่รู้ว่าของชิ้นนี้มีไว้ทำอะไร ของชิ้นนี้ทั้งชิ้นไม่มีอะไรเลย เป็นแค่แผ่นรูปร่างครึ่งวงกลมอันเรียบง่าย คงมีแต่สีแดงส้มอันร้อนแรงของมันเท่านั้น ที่ทำให้ดูโดดเด่นขึ้นมาแต่ในตอนที่ทั้งสองกำลังงุนงงกับมันอยู่นั่นเอง เชนที่กำลังนอนอยู่ก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง จนต้องหยุดชะงัก"ฉันว่า..มันคงต้องเป็นอะไรสักอย่างที่เราต้องใช้หลังจากนี้""??"ฟางหรูงุนงงเมื่ออยู่ๆเชนก็กล่าวขึ้นเช่นนี้ ทั้งที่เมื่อครู่เธอและเขายังงุนงงด้วยกันอยู่แล้ว"ดูนั่นสิ"เชนพเยิดหน้าไปยังทิศทางที่เขาเห็นอะไรบางอย่าง และเมื่อฟางหรูหันไปตามทางที่เชนบอก เธอก็เข้าใจที่เขาพูดในทันที นั่นเพราะวังวนที่ก่อนหน้านี้เป็นสีเทา ตอนนี้มันกลับเปลี่ยนเป็นวังวนสีทองแล้ว!